ดาวเนปจูน
ดาวเนปจูนในสีจริง ถ่ายโดยยานวอยเอจเจอร์ 2 เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ค.ศ. 1989;[1] บริเวณกึ่งกลางคือจุดมืดใหญ่[a] | |||||||||||||
| การค้นพบ[2] | |||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ค้นพบโดย | |||||||||||||
| วันที่ค้นพบ | 23 กันยายน ค.ศ. 1846 | ||||||||||||
| การกำหนดชื่อ | |||||||||||||
| การออกเสียง | US: /ˈnɛptuːn/ , UK: /-tjuːn/[3] | ||||||||||||
| ตั้งชื่อตาม | ภาษาละติน Neptunus ผ่านภาษาฝรั่งเศส Neptune | ||||||||||||
| คำคุณศัพท์ | Neptunian (/nɛpˈtjuːniən/),[4] Poseidean[5] | ||||||||||||
| สัญลักษณ์ | |||||||||||||
| ลักษณะของวงโคจร[6][b] | |||||||||||||
| ต้นยุคอ้างอิง J2000 | |||||||||||||
| ระยะจุดไกลดวงอาทิตย์ที่สุด | 30.33 หน่วยดาราศาสตร์ (4.54 พันล้านกิโลเมตร) | ||||||||||||
| ระยะจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด | 29.81 หน่วยดาราศาสตร์ (4.46 พันล้านกิโลเมตร) | ||||||||||||
| 30.07 หน่วยดาราศาสตร์ (4.50 พันล้านกิโลเมตร) | |||||||||||||
| ความเยื้องศูนย์กลาง | 0.008678 | ||||||||||||
| 367.49 วัน[8] | |||||||||||||
อัตราเร็วเฉลี่ยในวงโคจร | 5.45 กม./วินาที[8] | ||||||||||||
| 259.883° | |||||||||||||
| ความเอียง | 1.770° เทียบกับระนาบสุริยวิถี 6.43° เทียบกับเส้นศูนย์สูตรของดวงอาทิตย์ 0.74° เทียบกับระนาบคงที่[9] | ||||||||||||
| 131.783° | |||||||||||||
| 4 กันยายน 2042[10] | |||||||||||||
| 273.187° | |||||||||||||
| จำนวนดาวบริวาร | 16 | ||||||||||||
| ลักษณะทางกายภาพ | |||||||||||||
| รัศมีเฉลี่ย | 24,622±19 กม.[11][c] | ||||||||||||
| รัศมีตามแนวศูนย์สูตร | 24,764±15 กม.[11][c] 3.883 เท่าของโลก | ||||||||||||
| รัศมีตามแนวขั้ว | 24,341±30 กม.[11][c] 3.829 เท่าของโลก | ||||||||||||
| ความแป้น | 0.0171±0.0013 | ||||||||||||
| พื้นที่ผิว | 7.6183×109 กม.2[12][c] 14.94 เท่าของโลก | ||||||||||||
| ปริมาตร | 6.254×1013 กม.3[8][c] 57.74 เท่าของโลก | ||||||||||||
| มวล | (1.024092±0.000048)×1026 กก.[13] 17.147 เท่าของโลก 5.15×10−5 เท่าของดวงอาทิตย์ | ||||||||||||
| ความหนาแน่นเฉลี่ย | 1.638 กรัม/ซม.3[8][d] | ||||||||||||
| ความโน้มถ่วงที่ผิว | 11.27 m/s2 (11.27 m/s2)[8][c] | ||||||||||||
| โมเมนต์ความเฉื่อย | 0.23[14] (ประมาณการ) | ||||||||||||
| ความเร็วหลุดพ้น | 23.5 กม./วินาที[8][c] | ||||||||||||
| คาบการหมุนซินอดิก | 0.67125 วัน 16 ชม. 6 นาที 36 วินาที[7] | ||||||||||||
| คาบการหมุนดาราคติ | 0.673 วัน[8] 16 ชม. 6 นาที 36 วินาที | ||||||||||||
| ความเร็วการหมุนบริเวณศูนย์สูตร | 2.68 กม./วินาที[15] | ||||||||||||
| ความเอียงของแกน | 28.32° (ต่อวงโคจร)[8] | ||||||||||||
| ไรต์แอสเซนชันของขั้วเหนือ | 19h 57m 20s[11] 299.36°[16] | ||||||||||||
| เดคลิเนชันของขั้วเหนือ | 43.46°[16] | ||||||||||||
| อัลบีโด | 0.290 (บอนด์)[17] 0.442 (เรขาคณิต)[18] | ||||||||||||
| |||||||||||||
| โชติมาตรปรากฏ | 7.67[19] ถึง 8.00[19] | ||||||||||||
| โชติมาตรสัมบูรณ์ | −6.9[20] | ||||||||||||
| ขนาดเชิงมุม | 2.2–2.4″[8][21] | ||||||||||||
| ลักษณะของบรรยากาศ[8] | |||||||||||||
| ระดับความสูง | 19.7±0.6 กม. | ||||||||||||
| องค์ประกอบตามปริมาตร |
| ||||||||||||
ดาวเนปจูน (อังกฤษ: Neptune) เป็นดาวเคราะห์ลำดับที่แปดและเป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์มากที่สุดเท่าที่รู้จัก เป็นดาวเคราะห์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสี่ในระบบสุริยะตามเส้นผ่านศูนย์กลาง เป็นดาวเคราะห์ที่มีมวลมากเป็นอันดับสาม และเป็นดาวเคราะห์ยักษ์ที่มีความหนาแน่นมากที่สุด โดยมีมวลเป็น 17 เท่าของมวลโลก เมื่อเทียบกับดาวยูเรนัสซึ่งเป็นยักษ์น้ำแข็งเพื่อนบ้าน ดาวเนปจูนมีขนาดเล็กกว่าเล็กน้อย แต่มีมวลและความหนาแน่นมากกว่า เนื่องจากประกอบด้วยแก๊สและของเหลวเป็นหลัก[22] จึงไม่มีพื้นผิวของแข็งที่ชัดเจน ดาวเนปจูนโคจรรอบดวงอาทิตย์หนึ่งรอบทุก ๆ 164.8 ปี ที่ระยะห่างวงโคจร 30.1 หน่วยดาราศาสตร์ (4.5 พันล้าน กิโลเมตร; 2.8 พันล้าน ไมล์) ดาวเคราะห์ดวงนี้ตั้งชื่อตามเทพเจ้าแห่งท้องทะเลของโรมัน และมีสัญลักษณ์ทางดาราศาสตร์คือ
, ซึ่งเป็นตัวแทนของตรีศูลของเนปจูน[e]
ดาวเนปจูนไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และเป็นดาวเคราะห์ดวงเดียวในระบบสุริยะที่ไม่ได้ถูกค้นพบในตอนแรกด้วยการสังเกตการณ์โดยตรง แต่เกิดจากการที่ อาแล็กซี บูวาร์ พบการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิดในวงโคจรของดาวยูเรนัส จนนำไปสู่สมมติฐานที่ว่าวงโคจรนั้นถูกการรบกวนทางแรงโน้มถ่วงจากดาวเคราะห์ที่ยังไม่มีใครรู้จัก หลังจากบูวาร์เสียชีวิต ตำแหน่งของดาวเนปจูนได้รับการพยากรณ์ทางคณิตศาสตร์จากผลการสังเกตการณ์ของเขา โดยเป็นการคำนวณอย่างเป็นอิสระต่อกันโดย จอห์น คาวช์ อดัมส์ และ อูร์แบ็ง เลอ แวรีเย ต่อมาดาวเนปจูนถูกสังเกตพบโดยตรงผ่านกล้องโทรทรรศน์เมื่อวันที่ 23 กันยายน ค.ศ. 1846[2] โดย โยฮันน์ ก็อทฟรีท กัลเลอ ภายในหนึ่งองศาจากตำแหน่งที่เลอ แวรีเย ทำนายไว้ ดาวบริวารที่ใหญ่ที่สุดคือ ไทรทัน ถูกค้นพบหลังจากนั้นไม่นาน ในขณะที่ดาวบริวารที่เหลือไม่มีการระบุตำแหน่งผ่านกล้องโทรทรรศน์จนกระทั่งศตวรรษที่ 20
ระยะห่างของดาวเคราะห์จากโลกทำให้มันมีขนาดปรากฏที่เล็ก และระยะห่างจากดวงอาทิตย์ทำให้มันมีความสว่างน้อยมาก ทำให้ท้าทายในการศึกษาด้วยกล้องโทรทรรศน์บนพื้นโลก มีเพียงการมาถึงของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลและกล้องโทรทรรศน์ภาคพื้นดินขนาดใหญ่ที่มีระบบอแดพทีฟออปติกเท่านั้นที่ทำให้สามารถสังเกตการณ์ในรายละเอียดได้ วอยเอจเจอร์ 2 ซึ่งทำการบินโฉบผ่านดาวเนปจูนเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ค.ศ. 1989 ยังคงเป็นยานอวกาศเพียงลำเดียวที่เคยไปเยือนดาวเคราะห์ดวงนี้[23][24] เช่นเดียวกับดาวเคราะห์ยักษ์แก๊ส (ดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์) บรรยากาศของดาวเนปจูนประกอบด้วยไฮโดรเจนและฮีเลียมเป็นหลัก พร้อมกับร่องรอยของไฮโดรคาร์บอนและอาจมีไนโตรเจน แต่มีสัดส่วนของ น้ำแข็ง สูงกว่า เช่น น้ำ, แอมโมเนีย และมีเทน เช่นเดียวกับดาวยูเรนัส ภายในของดาวเนปจูนประกอบด้วยน้ำแข็งและหินเป็นหลัก[25] ดาวเคราะห์ทั้งสองดวงจึงมักถูกจัดเป็น "ยักษ์น้ำแข็ง" เพื่อแยกความแตกต่าง[26] นอกจากการกระเจิงแบบเรลีแล้ว ร่องรอยของมีเทนในบริเวณชั้นนอกสุดทำให้ดาวเนปจูนมีลักษณะปรากฏเป็นสีฟ้าจาง ๆ[27][28]
ในทางตรงกันข้ามกับบรรยากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลอย่างรุนแรงของดาวยูเรนัสซึ่งอาจไร้ลักษณะเด่นเป็นเวลานาน บรรยากาศของดาวเนปจูนมีรูปแบบสภาพอากาศที่เคลื่อนไหวและมองเห็นได้ชัดเจนอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเวลาที่ยาน วอยเอจเจอร์ 2 บินโฉบผ่านใน ค.ศ. 1989 ซีกโลกใต้ของดาวเคราะห์มีจุดมืดใหญ่ซึ่งเทียบได้กับจุดแดงใหญ่บนดาวพฤหัสบดี ใน ค.ศ. 2018 มีการระบุและศึกษาจุดมืดหลักดวงใหม่และจุดมืดขนาดเล็กกว่า[29] รูปแบบสภาพอากาศเหล่านี้ถูกขับเคลื่อนด้วยลมที่พัดต่อเนื่องรุนแรงที่สุดในบรรดาดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ โดยมีความเร็วสูงถึง 2,100 km/h (580 m/s; 1,300 mph)[30] เนื่องจากระยะห่างที่ไกลมากจากดวงอาทิตย์ บรรยากาศชั้นนอกของดาวเนปจูนจึงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่หนาวเย็นที่สุดในระบบสุริยะ โดยมีอุณหภูมิที่ยอดเมฆใกล้เคียงกับ 55 K (−218 °C; −361 °F) อุณหภูมิที่ใจกลางดาวเคราะห์อยู่ที่ประมาณประมาณ 5,400 K (5,100 °C; 9,300 °F)[31][32] ดาวเนปจูนมีระบบวงแหวนที่จางและไม่ต่อเนื่อง (ระบุว่า "ส่วนโค้ง") ซึ่งถูกค้นพบใน ค.ศ. 1984 และได้รับการยืนยันโดยยาน วอยเอจเจอร์ 2[33]
หมายเหตุ
[แก้]- ↑ จุดมืดบนดาวเนปจูนไม่ใช่ลักษณะคงที่ถาวร จุดมืดขนาดใหญ่ที่สังเกตโดยยาน วอยเอจเจอร์ 2 มีรหัสเรียกคือ GDS-89 ย่อมาจาก "Great Dark Spot 1989"
- ↑ องค์ประกอบวงโคจรอ้างอิงจากจุดศูนย์กลางมวล (barycentre) ของดาวเนปจูนและจุดศูนย์กลางมวลของระบบสุริยะ เป็นค่าออสคูเลติง ณ ยุค J2000 ข้อมูลจุดศูนย์กลางมวลถูกนำมาใช้เนื่องจากไม่พบการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในแต่ละวันจากการเคลื่อนที่ของดวงจันทร์ เมื่อเทียบกับจุดศูนย์กลางของตัวดาวเคราะห์เอง
- 1 2 3 4 5 6 7 อ้างอิงที่ระดับความกดอากาศ 1 บาร์ (100 กิโลปาสกาล)
- ↑ คำนวณจากปริมาตรภายในระดับความกดอากาศ 1 บาร์
- ↑ สัญลักษณ์ที่สองคืออักษรย่อ 'LV'
สำหรับ 'Le Verrier' ซึ่งคล้ายกับอักษรย่อ 'H'
สำหรับดาวยูเรนัส สัญลักษณ์นี้ไม่เคยถูกใช้มากนักนอกประเทศฝรั่งเศสและปัจจุบันถือว่าล้าสมัยแล้ว
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Irwin, Patrick G. J.; Dobinson, Jack; James, Arjuna; Teanby, Nicholas A.; Simon, Amy A.; Fletcher, Leigh N.; Roman, Michael T.; Orton, Glenn S.; Wong, Michael H.; Toledo, Daniel; Pérez-Hoyos, Santiago; Beck, Julie (23 December 2023). "Modelling the seasonal cycle of Uranus's colour and magnitude, and comparison with Neptune". Monthly Notices of the Royal Astronomical Society. 527 (4): 11521–11538. doi:10.1093/mnras/stad3761. hdl:20.500.11850/657542.
- 1 2 Hamilton, Calvin J. (4 August 2001). "Neptune". Views of the Solar System. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 15 July 2007. สืบค้นเมื่อ 13 August 2007.
- ↑ Walter, Elizabeth (21 April 2003). "Neptune". Cambridge Advanced Learner's Dictionary (2nd ed.). Cambridge University Press. ISBN 978-0-521-53106-1.
- ↑ "Neptunian". Oxford English Dictionary (Online ed.). Oxford University Press. (จำเป็นต้องสมัครสมาชิกหรือเป็นสมาชิกสถาบันที่เข้าร่วม.)
- ↑ "Enabling Exploration with Small Radioisotope Power Systems" (PDF). NASA. September 2004. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 22 December 2016. สืบค้นเมื่อ 26 January 2016.
- ↑ Yeomans, Donald K. "HORIZONS Web-Interface for Neptune Barycenter (Major Body=8)". JPL Horizons On-Line Ephemeris System. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 7 September 2021. สืบค้นเมื่อ 18 July 2014.
- 1 2 Seligman, Courtney. "Rotation Period and Day Length". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 28 July 2011. สืบค้นเมื่อ 13 August 2009.
- 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 Williams, David R. (3 October 2024). "Neptune Fact Sheet". NASA. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 5 August 2025. สืบค้นเมื่อ 1 October 2025.
- ↑ Souami, D.; Souchay, J. (July 2012). "The solar system's invariable plane". Astronomy & Astrophysics. 543: 11. Bibcode:2012A&A...543A.133S. doi:10.1051/0004-6361/201219011. A133.
- ↑ "HORIZONS Planet-center Batch call for September 2042 Perihelion". ssd.jpl.nasa.gov (Perihelion for Neptune's planet-center (899) occurs on 2042-Sep-04 at 29.80647406au during a rdot flip from negative to positive). NASA/JPL. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 7 September 2021. สืบค้นเมื่อ 7 September 2021.
- 1 2 3 4 Seidelmann, P. Kenneth; และคณะ (2007). "Report of the IAU/IAG Working Group on cartographic coordinates and rotational elements: 2006". Celestial Mechanics and Dynamical Astronomy. 98: 155–180. doi:10.1007/s10569-007-9072-y. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่สมเหตุสมผล มีนิยามชื่อ "Seidelmann Archinal A'hearn et al. 2007" หลายครั้งด้วยเนื้อหาต่างกัน - ↑ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ "fact2" - ↑ "Planetary Physical Parameters". NASA Jet Propulsion Laboratory. May 29, 2020. สืบค้นเมื่อ 2026-01-14.
- ↑ de Pater, Imke; Lissauer, Jack J. (2015). Planetary Sciences (2nd updated ed.). New York: Cambridge University Press. p. 250. ISBN 978-0-521-85371-2. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 26 November 2016. สืบค้นเมื่อ 17 August 2016.
- ↑ Kennett, Carolyn (2022). Uranus and Neptune. Reaktion Books. p. 185. ISBN 978-1-78914-642-4.
- 1 2 Archinal, B. A.; Acton, C. H.; A'Hearn, M. F.; Conrad, A.; Consolmagno, G. J.; Duxbury, T.; Hestroffer, D.; Hilton, J. L.; Kirk, R. L.; Klioner, S. A.; McCarthy, D.; Meech, K.; Oberst, J.; Ping, J.; Seidelmann, P. K. (2018). "Report of the IAU Working Group on Cartographic Coordinates and Rotational Elements: 2015". Celestial Mechanics and Dynamical Astronomy. 130 (3): 22. Bibcode:2018CeMDA.130...22A. doi:10.1007/s10569-017-9805-5.
- ↑ Pearl, J.C.; Conrath, B.J.; Schindler, R.A. (1991). "The albedo of Neptune". Icarus. 93: 129–137. doi:10.1016/0019-1035(91)90168-B. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่สมเหตุสมผล มีนิยามชื่อ "Pearl_et_al_Neptune" หลายครั้งด้วยเนื้อหาต่างกัน - ↑ Mallama, A. (2018). "Visual magnitude of the planets". Icarus. 282: 19–33. doi:10.1016/j.icarus.2016.09.023. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่สมเหตุสมผล มีนิยามชื่อ "Mallama_et_al" หลายครั้งด้วยเนื้อหาต่างกัน - 1 2 Mallama, A.; Hilton, J.L. (2018). "Computing Apparent Planetary Magnitudes". Astronomy and Computing. 25: 10–24. doi:10.1016/j.ascom.2018.08.002. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่สมเหตุสมผล มีนิยามชื่อ "Mallama_and_Hilton" หลายครั้งด้วยเนื้อหาต่างกัน - ↑ "Encyclopedia - the brightest bodies". IMCCE. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 24 July 2023. สืบค้นเมื่อ 29 May 2023.
- ↑ Espenak, Fred (20 July 2005). "Twelve Year Planetary Ephemeris: 1995–2006". NASA. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 5 December 2012. สืบค้นเมื่อ 1 March 2008.
- ↑ "Neptune". NASA Science. 10 November 2017. สืบค้นเมื่อ 19 July 2024.
- ↑ Chang, Kenneth (18 October 2014). "Dark Spots in Our Knowledge of Neptune". The New York Times. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 28 October 2014. สืบค้นเมื่อ 21 October 2014.
- ↑ "Exploration | Neptune". NASA Solar System Exploration. 10 November 2017. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 17 July 2020. สืบค้นเมื่อ 3 February 2020.
In 1989, NASA's Voyager 2 became the first-and only-spacecraft to study Neptune up close.
- ↑ Podolak, M.; Weizman, A.; Marley, M. (December 1995). "Comparative models of Uranus and Neptune". Planetary and Space Science. 43 (12): 1517–1522. Bibcode:1995P&SS...43.1517P. doi:10.1016/0032-0633(95)00061-5.
- ↑ Lunine, Jonathan I. (September 1993). "The atmospheres of Uranus and Neptune". Annual Review of Astronomy and Astrophysics. 31: 217–263. Bibcode:1993ARA&A..31..217L. doi:10.1146/annurev.aa.31.090193.001245.
- ↑ Munsell, Kirk; Smith, Harman; Harvey, Samantha (13 November 2007). "Neptune overview". Solar System Exploration. NASA. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 3 March 2008. สืบค้นเมื่อ 20 February 2008.
- ↑ "Gemini North Telescope Helps Explain Why Uranus and Neptune Are Different Colors - Observations from Gemini Observatory, a Program of NSF's NOIRLab, and other telescopes reveal that excess haze on Uranus makes it paler than Neptune". noirlab.edu (ภาษาอังกฤษ). 31 May 2022. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 30 July 2022. สืบค้นเมื่อ 30 July 2022.
- ↑ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ "NYT-20201222" - ↑ Suomi, V. E.; Limaye, S. S.; Johnson, D. R. (22 February 1991). "High Winds of Neptune: A Possible Mechanism". Science. 251 (4996): 929–932. Bibcode:1991Sci...251..929S. doi:10.1126/science.251.4996.929. PMID 17847386.
- ↑ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ "hubbard" - ↑ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ "nettelmann" - ↑ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ "ring1" - Encrenaz, Thérèse (February 2003). "ISO observations of the giant planets and Titan: What have we learnt?". Planetary and Space Science. 51 (2): 89–103. Bibcode:2003P&SS...51...89E. doi:10.1016/S0032-0633(02)00145-9.
- Herbert, Floyd; Sandel, Bill R. (August–September 1999). "Ultraviolet observations of Uranus and Neptune". Planetary and Space Science. 47 (8–9): 1, 119–139. Bibcode:1999P&SS...47.1119H. doi:10.1016/S0032-0633(98)00142-1.
- Unsöld, Albrecht; Baschek, Bodo (2001). The New Cosmos: An introduction to astronomy and astrophysics (5th ed.). Springer. Table 3.1, page 47. Bibcode:2001ncia.book.....U. ISBN 978-3-540-67877-9.
- Schmude, R.W. Jr.; Baker, R.E.; Fox, J.; Krobusek, B.A.; Pavlov, H.; Mallama, A. (29 March 2016). The secular and rotational brightness variations of Neptune (unpublished manuscript). arXiv:1604.00518.
- "New Uranus and Neptune Moons". Earth & Planetary Laboratory. Carnegie Institution for Science. 23 February 2024. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 23 February 2024. สืบค้นเมื่อ 23 February 2024.
<ref> ชื่อ "Encrenaz 2003" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้าอ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "Herbert & Sandel 1999" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้าอ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "Unsöld & Baschek 2001" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้าอ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "Schmude_et_al" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้าอ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "Sheppardmoons2024" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
บรรณานุกรม
[แก้]- Burgess, Eric (1991). Far Encounter: The Neptune System. New York: Columbia University Press. ISBN 978-0-231-07412-4.
- Moore, Patrick (2000). The Data Book of Astronomy. Baton Rouge: Taylor & Francis Group. ISBN 978-0-7503-0620-1.
อ่านเพิ่ม
[แก้]- Miner, Ellis D.; Wessen, Randii R. (2002). Neptune: The Planet, Rings, and Satellites. Springer-Praxis books in astronomy and space sciences. London; New York: Springer. ISBN 978-1-85233-216-7.
- Standage, Tom (2000). The Neptune File: A Story of Astronomical Rivalry and the Pioneers of Planet Hunting. New York: Walker. ISBN 978-0-8027-1363-6.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- NASA's Neptune fact sheet เก็บถาวร 1 กรกฎาคม 2010 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
- Neptune from Bill Arnett's nineplanets.org
- Neptune Astronomy Cast episode No. 63, includes full transcript.
- Neptune Profile (archived 15 November 2002) at NASA's Solar System Exploration site
- Interactive 3D gravity simulation of Neptune and its inner moons เก็บถาวร 22 กันยายน 2020 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
