ดาวเคราะห์เก้า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ภาพในจินตนาการของดาวเคราะห์เก้าจากศิลปิน
ความสัมพันธ์ของวงโคจรของวัตถุพ้นดาวเนปจูน 6 ชิ้น ซึ่งนำมาสู่ทฤษฎีการมีอยู่ของดาวเคราะห์เก้า

ดาวเคราะห์เก้า (อังกฤษ: Planet Nine) คือ ดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ซึ่งมีการตั้งสมมติฐานว่าอยู่ในบริเวณรอบนอกของระบบสุริยะ ได้รับการเสนอครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2557 เพื่ออธิบายวงโคจรที่ผิดปกติของวัตถุพ้นดาวเนปจูนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีวงโคจรเลยแถบไคเปอร์ไปเป็นส่วนใหญ่[1][2][3]

ในปี พ.ศ. 2557 จดหมายถึงวารสารเนเจอร์ ซึ่งเขียนโดยแชด ทรูคีลโล และ สก็อตต์ เอส. เชพเพิร์ด นักดาราศาสตร์ ได้อนุมานถึงการมีอยู่ของดาวเคราะห์พ้นดาวเนปจูนขนาดใหญ่ จากความคล้ายคลึงกันของวงโคจรของวัตถุพ้นดาวเนปูจนไกล อย่างเซดนาและ 2012 VP113[2] ในวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2559 คอนสแตนติน บาทิกิน และไมเคิล อี. บราวน์ นักวิจัยของสถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย ได้อธิบายถึงความคล้ายคลึงในวงโคจรของดาวหกดวงที่อยู่ไกลออกไป และพวกเขาได้กำหนดตัวแปรเฉพาะสำหรับวงโคจรเหล่านี้ขึ้นมา[1] ดาวเคราะห์ที่ถูกทำนายนี้จะมีมวลมากกว่าโลกราว 10 เท่า (5,000 เท่าของดาวพลูโต) มีเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่กว่าโลกราว 2-4 เท่า มีชั้นบรรยากาศไฮโดรเจนและฮีเลียมหนา มีวงโคจรที่เยื้องศูนย์กลางมากและอยู่ห่างออกไปมากจนอาจใช้เวลาถึง 15,000 ปีในการโคจรรอบดวงอาทิตย์[4]

ในการอภิปราย มีการพิจารณาแบบจำลองการก่อตัวของดาวเคราะห์ดวงนี้ ซึ่งอาจรวมไปถึงการย้ายตำแหน่งของดาวเคราะห์จากระบบสุริยะชั้นใน เช่นเดียวกับสมมติฐานดาวเคราะห์ยักษ์ดวงที่ห้า โดยบาทิกินและบราวน์เสนอว่าอาจเป็นแก่นดาวเคราะห์ดึกดำบรรพ์ที่ถูกเคลื่อนที่ออกไปจากวงโคจรเดิมในช่วงยุคเนบิวลาของวิวัฒนาการระบบสุริยะ[1]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 Batygin, Konstantin; Brown, Michael E. (20 January 2016). "Evidence for a distant giant planet in the Solar system". The Astronomical Journal 151 (2): 22. doi:10.3847/0004-6256/151/2/22.  More than one of |number= และ |issue= specified (help)
  2. 2.0 2.1 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Sheppard2014
  3. Burdick, Alan (20 January 2016). "Discovering Planet Nine". The New Yorker. สืบค้นเมื่อ 20 January 2016. 
  4. Achenbach, Joel; Feltman, Rachel (20 January 2016). "New evidence suggests a ninth planet lurking at the edge of the solar system". The Washington Post. ISSN 0190-8286. สืบค้นเมื่อ 20 January 2016.