ประเทศกาบูเวร์ดี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สาธารณรัฐกาบูเวร์ดี
República de Cabo Verde (โปรตุเกส)
เพลงชาติกังตีกูดาลีบืร์ดาดึ
("บทเพลงแห่งเสรีภาพ")
ตำแหน่งที่ตั้งของกาบูเวร์ดี (ในวงกลม)
ตำแหน่งที่ตั้งของกาบูเวร์ดี (ในวงกลม)
เมืองหลวง
(และเมืองใหญ่สุด)
ไปรอา
14°55′N 23°31′W / 14.917°N 23.517°W / 14.917; -23.517
ภาษาราชการ ภาษาโปรตุเกส
ภาษาพื้นเมือง ภาษาครีโอลกาบูเวร์ดี
กลุ่มชาติพันธุ์ 
การปกครอง สาธารณรัฐระบบรัฐสภา
 -  ประธานาธิบดี ฌอร์ฌึ การ์ลุช ฟงเซกา
 -  นายกรัฐมนตรี ฌูแซ มารีอา แนวึช
นิติบัญญัติ สภาผู้แทนราษฎร
เอกราช
 -  จาก โปรตุเกส 5 กรกฎาคม ค.ศ. 1975 
พื้นที่
 -  รวม 4,033 ตร.กม. (อันดับที่ 172)
1,557 ตร.ไมล์ 
 -  แหล่งน้ำ (%) น้อยมาก
ประชากร
 -  2013 (ประเมิน) 512,096 คน[1] (อันดับที่ 167)
 -  ความหนาแน่น 123.7 คน/ตร.กม. (อันดับที่ 89)
325.0 คน/ตร.ไมล์
จีดีพี (อำนาจซื้อ) 2014 (ประมาณ)
 -  รวม 2,270 ดอลลาร์สหรัฐ 
 -  ต่อหัว 4,482.595 ดอลลาร์สหรัฐ[2] 
จีดีพี (ราคาตลาด) 2014 (ประมาณ)
 -  รวม 2.071 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ[2] 
 -  ต่อหัว 4,089.532 ดอลลาร์สหรัฐ[2] 
จีนี (2002) 50.5 
HDI (2013) 0.586 (อันดับที่ 132)
สกุลเงิน อิชกูดู (CVE)
เขตเวลา เวลากาบูเวร์ดี (CVT) (UTC-1)
 -  (DST) ไม่ใช้ (UTC-1)
ระบบจราจร ขวา
โดเมนบนสุด .cv
รหัสโทรศัพท์ +238

กาบูเวร์ดี (โปรตุเกส: Cabo Verde, ออกเสียง: [ˈkabu ˈveɾdɨ]) มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐกาบูเวร์ดี (โปรตุเกส: República de Cabo Verde) เป็นประเทศเกาะที่ตั้งอยู่บนกลุ่มเกาะภูเขาไฟประมาณ 10 เกาะในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนกลาง ห่างจากชายฝั่งทวีปแอฟริกาไปทางทิศตะวันตก 570 กิโลเมตร (350 ไมล์) ทุกเกาะมีเนื้อที่รวมกันประมาณ 4,000 ตารางกิโลเมตร (1,500 ตารางไมล์) เกาะสามเกาะในจำนวนนี้ (ได้แก่ เกาะซัล, เกาะโบอาวิชตา และเกาะไมยู) มีลักษณะค่อนข้างราบ แห้ง และเต็มไปด้วยทราย ส่วนเกาะอื่น ๆ โดยทั่วไปจะมีภูมิประเทศที่ขรุขระและมีพืชพรรณขึ้นอยู่มากกว่า

ก่อนที่ชาวยุโรปจะเข้ามานั้น บนหมู่เกาะกาบูเวร์ดีไม่มีผู้คนอาศัยอยู่จนกระทั่งนักสำรวจชาวโปรตุเกสได้ค้นพบและเข้ายึดครองเป็นอาณานิคมในคริสต์ศตวรรษที่ 15 เนื่องจากมีทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการค้าทาสข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก หมู่เกาะแห่งนี้จึงทวีความมั่งคั่งขึ้นเรื่อย ๆ และดึงดูดให้บรรดาโจรสลัดเข้ามาปล้นสะดมอยู่หลายครั้ง หนึ่งในจำนวนนั้นได้แก่ ฟรานซิส เดรก โจรสลัดหลวงของราชินีอังกฤษซึ่งเข้าปล้นเมืองรีไบรากรังดึ (เมืองหลักของหมู่เกาะในขณะนั้น) ถึงสองครั้งในคริสต์ทศวรรษ 1580 นอกจากนี้เรือหลวงบีเกิล (ที่มีชาลส์ ดาร์วิน เดินทางไปด้วย) ก็เข้ามาจอดแวะที่กาบูเวร์ดีในปี ค.ศ. 1832 เช่นกัน

การลดลงของการค้าทาสในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ส่งผลให้เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ ประกอบกับทรัพยากรทางธรรมชาติที่มีน้อยและการลงทุนอย่างยั่งยืนที่ไม่เพียงพอจากชาวโปรตุเกส ชาวหมู่เกาะจึงเริ่มรู้สึกไม่พอใจเจ้าอาณานิคมที่ยังคงปฏิเสธที่จะให้คนในท้องถิ่นมีอำนาจปกครองตนเองมากขึ้น อามิลการ์ กาบรัล นักเขียน นักคิด และนักชาตินิยมได้เป็นผู้นำการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องเอกราชของกาบูเวร์ดี (และกินี-บิสเซา) จากโปรตุเกส แต่ก็ถูกลอบสังหารในวันที่ 20 มกราคม ค.ศ. 1973 ลูอิช กาบรัล และอาริชตีดึช ปึไรรา จึงก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำขบวนการและดำเนินการแทนจนกระทั่งหมู่เกาะแห่งนี้ได้รับเอกราชในปี ค.ศ. 1975

ประชากรส่วนใหญ่ของกาบูเวร์ดีเป็นชาวครีโอลเลือดผสมระหว่างชาวโปรตุเกสกับชาวแอฟริกา กรุงไปรอาเมืองหลวงเป็นที่อาศัยของประชากรจำนวนเกือบหนึ่งในสี่ของประชากรทั้งประเทศที่มีอยู่ประมาณ 5 แสนคน จากสำมะโนประชากรในปี ค.ศ. 2013 พบว่า เกือบร้อยละ 35 ของประชากรทั้งหมดอาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท และอัตราการรู้หนังสืออยู่ที่ประมาณร้อยละ 85 (จำแนกเป็นร้อยละ 91 ของประชากรชายอายุ 15 ปีขึ้นไป และร้อยละ 83 ของประชากรหญิงอายุ 15 ปีขึ้นไป) ในทางการเมือง กาบูเวร์ดีเป็นประเทศที่มีระบอบประชาธิปไตยที่เสถียรมากประเทศหนึ่ง การพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเติบโตทางเศรษฐกิจที่โดดเด่นของกาบูเวร์ดี (แม้ว่าจะขาดแคลนทรัพยากร) ก็เป็นที่ยอมรับจากนานาชาติ โดยประเทศและองค์กรระหว่างประเทศต่าง ๆ มักจะให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอยู่เสมอ อนึ่ง กาบูเวร์ดีได้รับการจัดให้เป็นประเทศกำลังพัฒนาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007 เป็นต้นมา[3]

ห้วงเวลาที่เศรษฐกิจตกต่ำระหว่างทศวรรษหลัง ๆ ของการเป็นอาณานิคมจนถึงช่วงปีแรก ๆ ที่ได้รับเอกราชทำให้ชาวกาบูเวร์ดีจำนวนมากอพยพไปยังทวีปยุโรป ทวีปอเมริกา และประเทศอื่น ๆ ในทวีปแอฟริกา ทุกวันนี้ประชากรที่อพยพออกไปอยู่นอกประเทศรวมทั้งลูกหลานมีจำนวนมากกว่าประชากรที่ยังอาศัยอยู่ในประเทศเสียอีก ในอดีต รายได้ที่ผู้ย้ายถิ่นออกส่งกลับมาให้ครอบครัวและญาติพี่น้องในกาบูเวร์ดีนับว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ อย่างไรก็ตาม ลูกหลานรุ่นหลัง ๆ มักไม่ค่อยส่งเงินกลับมาเท่าไรนัก และในปัจจุบัน เศรษฐกิจของกาบูเวร์ดีก็พึ่งพาภาคบริการเป็นหลักโดยเน้นการท่องเที่ยวและการลงทุนจากต่างชาติมากขึ้น ซึ่งมีข้อได้เปรียบจากภูมิอากาศที่อบอุ่นตลอดทั้งปี ภูมิทัศน์ที่หลากหลาย ความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมโดยเฉพาะด้านดนตรี

ชื่อประเทศกาบูเวร์ดีมีที่มาจากชื่อกัป-แวร์ คาบสมุทรเล็ก ๆ ซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลบนชายฝั่งของประเทศเซเนกัลในปัจจุบัน[4] ในครั้งแรกแหลมนี้ได้รับการตั้งชื่อเป็นภาษาโปรตุเกสว่า "กาบูเวร์ดี" (cabo แปลว่า แหลม และ verde แปลว่า สีเขียว) เมื่อนักสำรวจชาวโปรตุเกสสังเกตเห็นเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1444 ซึ่งเป็นเวลาไม่กี่ปีก่อนที่พวกเขาจะมาพบหมู่เกาะแห่งนี้ แต่เดิมหมู่เกาะและประเทศนี้มีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศสว่า "เคปเวิร์ด" (Cape Verde) และ "กัป-แวร์" (Cap-Vert) ตามลำดับ จนกระทั่งในปี ค.ศ. 2013 เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรของเคปเวิร์ดได้แจ้งต่อสหประชาชาติว่า ชื่อประเทศของตนจะไม่มีการแปลจากภาษาโปรตุเกสไปเป็นภาษาอื่นอีกแม้ว่าจะอยู่ในบริบทของภาษานั้นก็ตาม และเน้นว่าชื่อเรียกอย่างเป็นทางการของประเทศในภาษาอังกฤษคือ "Republic of Cabo Verde" และในภาษาฝรั่งเศสคือ "République de Cabo Verde"[5][6]

อ้างอิง[แก้]

  1. Instituto Nacional de Estatistica, Praia
  2. 2.0 2.1 2.2 "Cape Verde". International Monetary Fund. สืบค้นเมื่อ 2013-04-17. 
  3. "UN advocate salutes Cape Verde’s graduation from category of poorest States", UN News Centre, 14 June 2007.
  4. Lobban, p. 4.
  5. Tanya Basu (12 December 2013). "Cape Verde Gets New Name: 5 Things to Know About How Maps Change". National Geographic. สืบค้นเมื่อ 2013-12-12. 
  6. "Cabo Verde põe fim à tradução da sua designação oficial" [Cabo Verde puts an end to translation of its official designation] (ใน Portuguese). Panapress. 31 October 2013. สืบค้นเมื่อ 2013-12-17. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

การค้า