มัทธิวผู้นิพนธ์พระวรสาร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางมาจาก นักบุญแม็ทธิวอีแวนเจลลิส)
นักบุญในศาสนาคริสต์
มัทธิวผู้นิพนธ์พระวรสาร
The Evangelist Matthew Inspired by an Angel.jpg
มัทธิวผู้นิพนธ์พระวรสารมีทูตสวรรค์
อยู่เหนือไหล่ วาดโดย แรมบรังด์
อัครทูต ผู้นิพนธ์พระวรสาร
และมรณสักขี
วันเกิด 1 มกราคม ค.ศ. 1
วันเสียชีวิต 24 มกราคม ค.ศ. 34 (33 ปี)
เสียชีวิตที่ เฮียราโพลิส (Hierapolis) (ประเทศเอธิโอเปีย)
นิกาย โรมันคาทอลิก

อีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์
แองกลิคัน
ลูเทอแรน

วันประกาศ 1 พฤศจิกายน 95
วันฉลอง 21 กันยายน (ศาสนาคริสต์ตะวันตก) 16 พฤศจิกายน (ศาสนาคริสต์ตะวันออก)
สัญลักษณ์ คนเก็บภาษี มนุษย์
องค์อุปถัมภ์ นักบัญชี เมืองซาเลอร์โน (ประเทศอิตาลี) และเมืองอื่นๆ
นักบุญ - ศาสนาคริสต์

มัทธิวผู้นิพนธ์พระวรสาร[1] (อังกฤษ: Matthew the Evangelist; ฮีบรู: מתי‎ - ของขวัญของพระเจ้า ; ภาษาฮีบรูมาตรฐาน และ ภาษาฮีบรูไทบีเรียน “Mattay”; กรีก: Μαθθαίος, “Matthaios”) หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า “นักบุญมัทธิว” เป็นหนึ่งในอัครทูต 12 คนของพระเยซู และเป็นหนึ่งในผู้นิพนธ์พระวรสารสี่ท่าน (อีกสามท่านคือ มาระโก ยอห์น และลูกา) เชื่อกันว่าท่านเป็นผู้ประพันธ์พระวรสารนักบุญมัทธิวซึ่งเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของพันธสัญญาใหม่ และเชื่อกันว่าเป็นคนเดียวกับ “เลวี” (Levi) ผู้เก็บภาษี

เนื้อหา

คำบรรยายของพระวรสาร [แก้]

ปัญหาว่ามัทธิวผู้นิพนธ์พระวรสารเป็นใครเป็นเรื่องที่ซับซ้อนด้วยเหตุผลหลายประการ พระวรสารมีชื่อว่า “มัทธิว” เขียนโดยผู้ไม่บอกนามแต่มาลงชื่อ “มัทธิว” ภายหลัง ลักษณะและวิธีการเขียนภาษากรีกที่บรรยายเหตุการณ์ทำให้นักวิชาการทางคัมภีร์ไบเบิลเชื่อว่าผู้ประพันธ์ไม่ได้อยู่สมัยเดียวกับพระเยซู[2] นักวิชาการบางคนชี้ว่านักบุญมัทธิวผู้นิพนธ์พระวรสารเป็นผู้เขียนพระวรสารฉบับนิรนามนี้ และนักบุญมัทธิวอัครทูตคือผู้ที่ถูกกล่าวถึงในพระวรสารนี้ แต่ทางธรรมเนียมคริสต์ศาสนาถือว่าสองคนนี้เป็นคนคนเดียวกัน

วิธีเขียนเล่าเรื่องพันธสัญญาใหม่ของนักบุญมัทธิวก็ค่อนข้างจะซับซ้อน ในพระวรสารนักบุญมาระโก และพระวรสารนักบุญลูกา และกิจการของอัครทูต มีการกล่าวถึง “มัทธิว” โดยไม่มีตำแหน่ง ไม่มีคำบรรยายว่าเป็นใคร และไม่มีการบ่งถึงหน้าที่ และในพระวรสารนักบุญยอห์น และในจดหมายเหตุต่อมาก็ไม่มีที่กล่าวถึง “มัทธิว”

แต่พระวรสารนักบุญมัทธิว กล่าวถึง “มัทธิว” เองว่าเป็นผู้เก็บภาษีที่ถูกพระเยซูเรียกตัว ซึ่งในพระวรสารฉบับอื่นเรียกว่า “เลวี” พระวรสารฉบับนี้จึงเรียกนักบุญมัทธิวว่า “ผู้เก็บภาษี” ในรายนามอัครทูตสิบสองคน ตามธรรมเนียมคริสต์ศาสนาถือว่า“มัทธิว” และ “เลวี” เป็นคนคนเดียวกัน แต่นักวิชาการทางคัมภีร์ไบเบิลสมัยใหม่ไม่เห็นด้วยกับข้อสันนิษฐานนี้[3] นักวิชาการเชื่อว่าผู้ที่เขียนพระวรสารนักบุญมัทธิวเปลี่ยนชื่อ “เลวี” เป็น “มัทธิว” อาจจะเป็นเหตุผลทางเทววิทยาศาสนาคริสต์ ซึ่งอาจจะทำเพื่อให้อัครทูตที่ถูกพระเยซูเรียกตัวเป็นสมาชิกของกลุ่มอัครทูตสิบสองคน[3] ถ้าสรุปว่าเรื่องของนักบุญมัทธิวในพระวรสารนักบุญมัทธิวมีพื้นฐานมาจากเรื่องของ “เลวี” อีกคนหนึ่ง ก็ไม่เป็นปัญหาที่ว่า “มัทธิว” เป็นหนึ่งในสาวกสิบสององค์

สารานุกรมคาทอลิก กล่าวว่า “นักบุญมัทธิว” ครั้งหนึ่งอาจจะเรียกว่า “เลวี” ตามที่กล่าวใน มาระโก 2:14 [4] และ ลก 5:27.[5] สารานุกรมคาทอลิกยังกล่าวว่า “การที่คนหนึ่งจะมีชื่อสองชื่อเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเสมอในบรรดาชาวยิว[6] ย่อหน้าอื่นในพระวรสารที่กล่าวถึง “มัทธิว” หรือ “เลวี” คือ มก 2:1-22[7] และ ลก 5:27-39.[8]

“เลวี” ที่กล่าวถึงในพระวรสารนักบุญมัทธิว เป็นผู้เก็บภาษีที่ถูกเรียกตัวโดยพระเยซูเรียกว่า “บุตรของอัลเฟียส” (Son of Alphaeus) การที่พระเยซูเรียกตัว “เลวี” ทำให้พระองค์ต้องเผชิญหน้ากับพวกฟาริสี เพราะไปคลุกคลีกับผู้เก็บภาษีและผู้มีบาป อีกข้อหนึ่งที่อาจจะเป็นได้คือนักบุญยากอบ บุตรเศเบดี (James, son of Zebedee) นักบุญ ซึ่งชื่อเดิมว่า “เลวี” และยากอบ บุตรอัลเฟอัส อาจจะถูกเรียกตัวไปเป็นสาวกพร้อมกับนักบุญลูกา

ความยอมรับนักบุญมัทธิวในปัจจุบัน [แก้]

มัทธิวผู้นิพนธ์พระวรสารได้รับการยอมรับเป็นนักบุญในคริสตจักรโรมันคาทอลิกและอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ นิกายอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ฉลองวันฉลองนักบุญมัทธิวในวันที่ 16 พฤศจิกายน ในขณะที่คริสตจักรละติน แองกลิคัน และลูเทอแรน ฉลองกันในวันที่ 21 กันยายน

เช่นเดียวกับผู้นิพนธ์พระวรสารอีกสามองค์ มัทธิวมักจะปรากฏในภาพเขียนทางคริสต์ศาสนาเป็นคนมีปีก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ทางคริสตจักรตามหนังสือดาเนียล 7 (Book of Daniel) หรืออาจจะเป็นการกล่าวถึง เทวดาผู้ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นผู้บอกให้นักบุญมัทธิวเขียนพระวรสาร ภาพเขียนสามภาพของนักบุญมัทธิวโดยการาวัจโจที่โบสถ์ซันลุยจีเดย์ฟรันเชซี ที่กรุงโรมเป็นภาพเขียนที่สำคัญในประวัติศิลปะตะวันตก

อ้างอิง [แก้]

  1. ^ ราชบัณฑิตยสถาน, พจนานุกรมศัพท์ศาสนาสากล อังกฤษ-ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน, พิมพ์ครั้งที่ 3, ราชบัณฑิตยสถาน, 2552, หน้า 203-4
  2. ^ John P. Meier, “A Marginal Jew volume 1”, Anchor Bible Reference Library
  3. ^ 3.0 3.1 John P. Meier, “A Marginal Jew volume 3”, Anchor Bible Reference Library, 2001. p.130-133, 201.
  4. ^ มก 2:14
  5. ^ ลก 5:27
  6. ^ Catholic Encyclopedia
  7. ^ มก 2:1-22
  8. ^ ลก 5:27-39

ดูเพิ่ม [แก้]