พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดธรรมสักขี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดธรรมสักขี
Edward the Confessor 1042 1066.jpg

พระปรมาภิไธย พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดธรรมสักขี
ราชวงศ์ เวสเซ็กซ์
ครองราชย์ 8 มิถุนายน ค.ศ. 10424 มกราคม ค.ศ. 1066
บรมราชาภิเษก 3 เมษายน ค.ศ. 1043
รัชกาลก่อนหน้า พระเจ้าฮาร์ธาคานูท
รัชกาลถัดไป พระเจ้าฮาโรลด์ กอดวินสัน
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ ราว ค.ศ. 1003/1004
อิสลิพ, อ็อกฟอร์ดเชอร์, อังกฤษ
สวรรคต วันที่ 4 มกราคม ค.ศ. 1066
พระราชบิดา สมเด็จพระเจ้าเอเธล์เรดที่ 2 แห่งอังกฤษ
พระราชมารดา เอ็มมาแห่งนอร์มังดี สมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษ
พระอัครมเหสี พระราชินีอิดิธแห่งเวสเซ็กซ์
นักบุญในศาสนาคริสต์
นักบุญเอ็ดเวิร์ดธรรมสักขี
นิกาย โรมันคาทอลิก

คริสตจักรแห่งอังกฤษ

วันประกาศ 1161
วันฉลอง 13 ตุลาคม
องค์อุปถัมภ์ กษัตริย์, การแต่งงานที่ไม่มีความสุข, คูที่แยกกัน, ราชวงศ์อังกฤษ
นักบุญ - ศาสนาคริสต์

พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดธรรมสักขี หรือนักบุญเอ็ดเวิร์ดธรรมสักขี (อังกฤษ: Edward the Confessor หรือ Saint Edward the Confessor) (ราว ค.ศ. 1003/1004 – 4 มกราคม ค.ศ. 1066) เป็นพระมหากษัตริย์ราชวงศ์เวสเซ็กซ์แห่งราชอาณาจักรอังกฤษ

พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดเสด็จพระราชสมภพเมื่อราว ค.ศ. 1003/1004 ที่อิสลิพ, อ็อกฟอร์ดเชอร์, อังกฤษ เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าเอเธล์เรดที่ 2 แห่งอังกฤษ และ เอ็มมาแห่งนอร์มังดี สมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษ ทรงเสกสมรสกับพระราชินีอิดิธแห่งเวสเซ็กซ์ และทรงราชย์ระหว่างวันที่ 8 มิถุนายน ค.ศ. 1042 จนเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 4 มกราคม ค.ศ. 1066[1]

พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดทรงเป็นกษัตริย์แองโกล-แซ็กซอนองค์ก่อนองค์สุดท้ายของราชอาณาจักรอังกฤษและของราชวงศ์เวสเซ็กซ์ รัชสมัยของพระองค์เป็นสมัยที่อำนาจของพระมหากษัตริย์เสื่อมลงแต่อำนาจของขุนนางเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นการนำมาสู่ความเกี่ยวพันกับนอร์มังดีโดยการรุกรานอังกฤษของดยุคแห่งนอร์มังดีผู้เข้ามายึดราชบัลลังก์อังกฤษจากพระเจ้าฮาโรลด์ กอดวินสันและพระเจ้าเอ็ดการ์ เอเธลลิงผู้ครองราชย์ต่อจากพระเจ้าเอ็ดเวิร์ด

พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดทรงขึ้นครองราชย์ต่อจากพระเจ้าฮาร์ธาคานูทผู้ทรงเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน พระเจ้าฮาร์ธาคานูททรงยึดราชบัลลังก์คืนหลังจากที่ถูกแย่งโดยพระเจ้าฮาโรลด์ แฮร์ฟุต พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดและพระอนุชาอัลเฟรด เอเธลลิงเองก็พยายามโค่นราชบัลลังก์พระเจ้าฮาโรลด์ แฮร์ฟุตครั้งหนึ่งในปี ค.ศ. 1036 แต่ไม่สำเร็จ เมื่อพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดเสด็จสวรรคตโดยไม่มีพระราชโอรสธิดาใน ปี ค.ศ. 1066 จึงทำให้เกิดการแก่งแย่งชิงราชบัลลังก์จากฝ่ายต่างๆ

หลังจากสวรรคตเพียงไม่ถึงร้อยปีพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดก็ทรงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นนักบุญ ในปี ค.ศ. 1161 ทรงเป็นนักบุญของคริสตจักรโรมันคาทอลิก คริสตจักรแห่งอังกฤษ และนิกายอังกลิคันซึ่งเป็นนักบุญองค์อุปถัมภ์ของกษัตริย์, การแต่งงานที่ไม่มีความสุข, คูที่แยกกัน, และราชวงศ์อังกฤษ ตั้งแต่รัชสมัยของพระเจ้าเฮนรีที่ 2ทรงเป็นนักบุญองคือุปถัมภ์อังกฤษด้วย

เบื้องต้น[แก้]

พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดเสด็จพระราชสมภพที่อิสลิพ (มลฑล อ็อกฟอร์ดเชอร์) เมื่อราว ค.ศ. 1003/1004 พระราชวังอยู่ที่บริล (มลฑลบัคคิงแฮมเชอร์) ในปี ค.ศ. 1013 เอ็มมาแห่งนอร์มังดี (น้องสาวของริชาร์ดที่ 2 ดยุคแห่งนอร์มังดี) ทรงนำเอ็ดเวิร์ดและพระอนุชาอัลเฟรดหนีจากการรุกรานของชาวเดนมาร์กที่อังกฤษไปยังนอร์มังดี แม้ว่าเอ็ดเวิร์ดจะทรงเป็นผู้เคร่งครัดในศาสนาแต่ในขณะเดียวกันก็ทรงเป็นนายทหารที่มีความสามารถในการต่อสู้ ฟลาเทยิสบ็อค (Flateyisbok) ชาวนอร์สกล่าวถึงการต่อสู้อย่างกล้าหาญของพระองค์กับคานูทที่ลอนดอนว่าพระองค์ทรงโจมตีคานูท แต่ธอร์เคลสูง (Thorkell the Tall) ช่วยให้คานูทรอดมาได้โดยดึงตัวคานูทลงจากหลังม้าก่อนที่เอ็ดเวิร์ดจะเข้าถึงตัว พอเอ็ดเวิร์ดเสด็จตามมาถึงก็ทรงจามม้าของคานูทด้วยขวาน เชื่อกันว่าพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดทรงเคร่งศาสนามากขึ้นในระหว่างยี่สิบห้าปีที่ทรงพำนักอยู่ที่นอร์มังดี (โฮวาร์ธขัดแย้งกับความเชื่อนี้ ในหนังสือ “1066: ปีแห่งชัยชนะในการรุกราน” (1066: The Year of the Conquest)) ในขณะที่อังกฤษกลายเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิเดนมาร์ก

ความคุ้นเคยของพระองค์กับนอร์มังดีและผู้นำของนอร์มังดีกลายมามีอิทธิพลต่อการปกครองของพระองค์ต่อมา การที่นอร์มังถวายที่ลี้ภัยแต่มิได้ให้ความสนใจแก่พระองค์ในขณะที่ประทับอยู่ที่นั่นก็ทำให้พระองค์มีความรู้สึกสำนึกในบุญคุณแต่ก็ทรงชังในวิธีที่ทรงถูกปฏิบัติของพระญาติ[2] กล่าวกันว่าก่อนที่โรเบิร์ตที่ 2 ดยุคแห่งนอร์มังดีลูกพี่ลูกน้องของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดจะเดินทางไปแสวงบุญที่เยรูซาเลมก็ได้ตั้งเอ็ดเวิร์ดให้เป็นหนึ่งในผู้ดูแลลูกชายวิลเลียม โรเบิร์ตไปเสียชีวิตที่เยรูซาเลม

หลังจากที่ทรงพ่ายแพ้ต่อความพยายามที่จะโค่นราชบัลลังก์ของพระเจ้าฮาโรลด์ แฮร์ฟุตในปี ค.ศ. 1036 เอ็ดเวิร์ดก็เสด็จกลับมานอร์มังดีแต่พระอนุชาอัลเฟรดถูกจับได้โดยกอดวิน เอิร์ลแห่งเอสเซ็กส์ ผู้นำตัวไปให้ฮาโรลด์ ฮาระฟุต ฮาโรลด์ทรมานและทำให้อัลเฟรดตาบอดเพื่อทำให้ไม่เหมาะกับการเป็นพระเจ้าแผ่นดินต่อไป อัลเฟรดเสียชีวิตจากการทรมานไม่นานหลังจากนั้น กล่าวกันว่าการฆาตกรรมของพระอนุชาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เอ็ดเวิร์ดทรงมีความแค้นต่อเอิร์ลแห่งเอสเซ็กส์เมื่อทรงขับจากราชสำนักในฤดูใบไม้ร่วงของปี ค.ศ. 1051 เอ็ดเวิร์ดกล่าวว่าสิ่งเดียวที่ทำให้พระองค์ยกโทษให้เอิร์ลแห่งเอสเซ็กส์ก็เมื่อเอสเซ็กส์ทำให้อัลเฟรดคืนชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้[3]

ในปี ค.ศ. 1041 ขุนนางชาวแองโกล-แซ็กซอนอัญเชิญเอ็ดเวิร์ดกลับมาอังกฤษ ครั้งนี้ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวของพระเจ้าฮาร์ธาคานูท (พระราชโอรสในพระเจ้าคานูทมหาราช) ผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องกับเอ็ดเวิร์ด พงศาวดารแองโกล-แซ็กซอนกล่าวว่าพระเจ้าฮาร์ธาคานูททำพิธีตั้งสัตยาบรรณในการเป็นพระเจ้าแผ่นดินเคียงข้างเอ็ดเวิร์ด หลังจากาการสวรรคตของพระเจ้าฮาร์ธาคานูทเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ค.ศ. 1042 เอ็ดเวิร์ดก็ขึ้นครองราชย์เป็น “พระเจ้าเอ็ดเวิร์ด” ด้วยความนิยมของประชาชนอย่างเต็มที่ บันทึกแองโกล-แซ็กซอนกล่าวว่าเอ็ดเวิร์ดได้รับเลือกเป็นพระเจ้าแผ่นดินในลอนดอนก่อนที่พระศพของฮาร์ธาคานูทจะถูกฝัง เอ็ดเวิร์ดได้รับการสมมงกุฏที่มหาวิหารวินเชสเตอร์ เมื่อวันที่ 3 เมษายน ค.ศ. 1043

อ้างอิง[แก้]

  1. The numbering of English monarchs starts anew after the Norman conquest, which explains why the Use of ordinals by monarchs assigned to English kings named Edward begin with the later Edward I of England (ruled 1272-1307) and do not include Edward the Confessor (who was the third King Edward).
  2. “1066: ปีแห่งชัยชนะในการรุกราน”, เดวิด โฮวาร์ธ
  3. “1066: ปีแห่งชัยชนะในการรุกราน”, เดวิด โฮวาร์ธ

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ก่อนหน้า พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดธรรมสักขี ถัดไป
สมเด็จพระเจ้าฮาร์ธาคานูท 2leftarrow.png England COA.svg
พระมหากษัตริย์แห่งอังกฤษ
(ราชวงศ์เวสเซ็กซ์)

(ค.ศ. 1043ค.ศ. 1066)
2rightarrow.png สมเด็จพระเจ้าฮาโรลด์ กอดวินสัน