ข้ามไปเนื้อหา

เจมส์ บอนด์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก James Bond)
เจมส์ บอนด์
James Bond
ภาพเจมส์ บอนด์โดยเอียน เฟลมมิง เพื่อช่วยเหลือนักวาดการ์ตูนใน เดลีเอกซ์เพรสส์
สร้างโดยเอียน เฟลมมิง
งานต้นฉบับคาสิโน รอยัล (1953)
สื่อสิ่งพิมพ์
นวนิยายรายชื่อนวนิยาย
เรื่องสั้นดูรายชื่อนวนิยาย
การ์ตูนรายชื่อหนังสือการ์ตูน
การ์ตูนช่อง
ภาพยนตร์และโทรทัศน์
ภาพยนตร์รายชื่อภาพยนตร์
ภาพยนตร์สั้น
  • แฮปปีแอนด์กลอเรียส (2012)
ละครโทรทัศน์
แอนิเมชันซีรีส์
เกม
ดั้งเดิมหลากหลาย
สวมบทบาท
  • เจมส์ บอนด์ 007: โรล-เพลย์อิงอินเฮอร์มาเจสตีซีเครสเซอร์วิส
วิดีโอเกมรายชื่อวิดีโอเกม
เสียง
รายการวิทยุ(s)ละครวิทยุ
เพลงต้นฉบับ
เบ็ดเตล็ด
ของเล่นหลากหลาย
การแสดง
ให้เสียง

เจมส์ บอนด์ (อังกฤษ: James Bond) เป็นแฟรนไชส์ที่เน้นไปที่ตัวละครชื่อเดียวกัน ซึ่งเป็นสายลับของหน่วยข่าวกรองลับอังกฤษสมมติ สร้างโดยนักเขียน เอียน เฟลมมิง เมื่อ ค.ศ. 1953 เขาเขียนให้ตัวละครดังกล่าวปรากฏอยู่ในนวนิยายสิบสองเล่มและหนังสือรวมเรื่องสั้นอีกสองเล่ม หลังจากเขาเสียชีวิตใน ค.ศ. 1964 มีนักเขียนอีกเก้าคนได้สิทธิ์ในการประพันธ์ เจมส์ บอนด์ ต่อ ได้แก่ คิงส์ลีย์ เอมิส, คริสโตเฟอร์ วูด, จอห์น การ์ดเนอร์, เรย์มอนด์ เบนสัน, เซบาสเตียน ฟอล์ค, เจฟฟรีย์ ดีฟเวอร์, วิลเลียม บอยด์, แอนโทนี โฮโรวิตซ์ และชาร์ลี ฮิกสัน นอกจากนี้ยังมีนวนิยายชุด ยังบอนด์ เขียนโดยฮิกสัน และ เคต เวสต์บรูค เขียนนวนิยายสามเล่มในรูปแบบไดอารีของตัวละคร มิสมันนีเพนนี

ตัวละคร—หรือรู้จักกันในรหัสลับ 007—ได้รับการดัดแปลงเป็นละครโทรทัศน์, ละครวิทยุ, การ์ตูน, วิดีโอเกมและภาพยนตร์ คาสิโนรอยัล ได้รับการดัดแปลงเป็นละครโทรทัศน์หนึ่งชั่วโมงเมื่อ ค.ศ. 1954 โดยเป็นส่วนหนึ่งของละครชุดของซีบีเอสเรื่อง ไคลแม็กซ์! ภาพยนตร์ชุด เจมส์ บอนด์ เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ชุดที่ดำเนินต่อเนื่องยาวนานที่สุดและทำเงินมากกว่า 7.04 พันล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลก เป็นภาพยนตร์ชุดที่ทำเงินสูงสุดอันดับที่ห้า ภาพยนตร์ชุดนั้นเริ่มต้นจากภาพยนตร์ พยัคฆ์ร้าย 007 เมื่อ ค.ศ. 1962 โดยมี ฌอน คอนเนอรี รับบทเป็นบอนด์ ณ ค.ศ. 2021 มีภาพยนตร์บอนด์ฉายแล้วทั้งหมดยี่สิบห้าเรื่องของอีออนโปรดักชันส์ ภาพยนตร์บอนด์ล่าสุด 007 พยัคฆ์ร้ายฝ่าเวลามรณะ (ค.ศ. 2021) มี แดเนียล เคร็ก รับบทเป็นเจมส์ บอนด์ครั้งที่ห้าและครั้งสุดท้ายของเขาและเป็นคนที่หกที่รับบทนี้ มีภาพยนตร์ที่ไม่ได้สร้างโดยอีออน ได้แก่ ทีเด็ดเจมส์บอนด์ 007 (ภาพยนตร์ตลกเสียดสีฉายเมื่อ ค.ศ. 1967 แสดงนำโดย เดวิด นิเวน) และ พยัคฆ์เหนือพยัคฆ์ (ภาพยนตร์สร้างใหม่ของ ธันเดอร์บอลล์ 007 ฉายเมื่อ ค.ศ. 1983 ทั้งสองเรื่องแสดงนำโดย คอนเนอรี) แฟรนไชส์ เจมส์ บอนด์ เป็นกลายเป็นหนึ่งในสื่อแฟรนไชส์ที่ทำเงินสูงสุด

ภาพยนตร์บอนด์มีชื่อเสียงในด้านคุณสมบัติหลายประการ รวมถึงดนตรีประกอบ โดยมีเพลงประกอบที่ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์หลายครั้งและคว้าสองรางวัล องค์ประกอบสำคัญอื่น ๆ ที่ปรากฏในภาพยนตร์ส่วนใหญ่ ได้แก่ รถของบอนด์, ปืนของเขาและอุปกรณ์ที่เขาจัดหาให้โดยแผนกคิว ภาพยนตร์ชุดยังกล่าวถึงความสัมพันธ์ของบอนด์กับผู้หญิงหลายคน ซึ่งบางครั้งเรียกว่า "สาวบอนด์"

ประวัติการตีพิมพ์

[แก้]

การสร้างและแรงบันดาลใจ

[แก้]

เอียน เฟลมมิง สร้างตัวละครสมมติ เจมส์ บอนด์ ขึ้นมา เพื่อให้เป็นตัวละครศูนย์กลางสำหรับผลงานของเขา บอนด์เป็นเจ้าหน้าที่ข่าวกรองในสังกัดหน่วยข่าวกรองลับของอังกฤษ (อังกฤษ: Secret Intelligence Service) หรือรู้จักในชื่อ เอ็มไอ6 (อังกฤษ: MI6) บอนด์เป็นที่รู้จักจากหมายเลขรหัสของเขา ก็คือ 007 และเคยเป็นทหารเรือในสังกัดราชนาวีสำรอง ยศนาวาโท เฟลมมิงสร้างตัวละครจากบุคคลมากมายที่ผ่านเข้ามาในช่วงชีวิตของเขา ช่วงที่เฟลมมิงกำลังปฏิบัติหน้าที่ในกองข่าวกรองทางทะเลและหน่วยจู่โจม 30 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เฟลมมิงยอมรับว่าบอนด์ "เป็นการผสมกันของสายลับและหน่วยปฏิบัติการพิเศษทุกประเภทที่ผมพบในช่วงสงคราม"[1] หนึ่งในนั้นคือ ปีเตอร์ พี่ชายของเอียน เฟลมมิง ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เบื้องหลังในยุทธการที่ นอร์เวย์และกรีซ ในช่วงสงคราม[2] นอกจากนี้ ยังมีบุคคลจำนวนหนึ่งที่ให้แง่มุมบางอย่างของการสร้างสรรค์บอนด์ ได้แก่ คอนราด โอไบรอัน-เฟรนช์, แพทริก แดลเซิล-จอบและบิลล์ "บิฟฟี" ดันเดอร์เดล[1]

ชื่อ เจมส์ บอนด์ นั้นมาจากชื่อนักปักษีวิทยาชาวอเมริกัน เจมส์ บอนด์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องนกแคริบเบียนและผู้เขียนคู่มือภาคสนาม ชื่อว่า นกของหมู่เกาะอินเดียตะวันตก เฟลมมิง ผู้เป็นนักดูนกตัวยง มีหนังสือคู่มือของบอนด์ และต่อมาเขาได้อธิบายให้ภรรยาของนักปักษีวิทยาฟังว่า "ผมคิดได้ว่าชื่อสั้น ๆ ที่ไม่โรแมนติก, แองโกล-แซกซอนและยังเป็นผู้ชายอยู่นั้นคือสิ่งที่ผมต้องการและเจมส์ บอนด์คนที่สองก็ถือกำเนิดขึ้น"[3] เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า:

เมื่อผมเขียนเรื่องแรกในปี ค.ศ. 1953 ผมต้องการให้บอนด์เป็นคนที่น่าเบื่อและไม่สนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมต้องการให้เขาเป็นคนหัวทื่อ ... เมื่อผมกำลังหาชื่อสำหรับตัวละครเอกของผม ผมคิดโอ้พระเจ้า [เจมส์ บอนด์] เป็นชื่อที่น่าเบื่อที่สุดที่ผมเคยได้ยินมา

เอียน เฟลมมิง, เดอะนิวยอร์กเกอร์, 21 เมษายน ค.ศ. 1962[4]

ในอีกโอกาสหนึ่ง เฟลมมิงกล่าวว่า: "ผมต้องการชื่อที่เรียบง่าย, น่าเบื่อที่สุดและชัดเจนที่สุดเท่าที่ผมจะหาได้ 'เจมส์ บอนด์' ดีกว่าชื่อที่น่าสนใจมากกว่า เช่น 'เพเรกริน คาร์รัทเธอร์ส' มาก สิ่งแปลกใหม่จะเกิดขึ้นกับรอบตัวเขา แต่เขาจะเป็นบุคคลที่เป็นกลาง—เป็นเครื่องมือที่ไม่เปิดเผยตัวและทื่อซึ่งถูกใช้โดยหน่วยงานของรัฐ"[5]

โฮกี คาร์ไมเคิล—ลักษณะของเจมส์ บอนด์โดยเฟลมมิง

เฟลมมิงตัดสินใจว่าบอนด์ควรมีลักษณะเหมือนนักร้องชาวอเมริกัน โฮกี คาร์ไมเคิลและตัวเขาเอง[6] และใน คาสิโนรอยัล เวสเปอร์ ลินด์ ระบุว่า "บอนด์ทำให้ฉันนึกถึง โฮกี คาร์ไมเคิล มากกว่า แต่มีบางอย่างที่เยือกเย็นและโหดเหี้ยม" เช่นเดียวกันกับใน มูนเรเกอร์ กาลา แบรนด์ เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล คิดว่าบอนด์ "ดูดีอย่างแน่นอน ... ค่อนข้างเหมือน โฮกี คาร์ไมเคิล ในทางใดทางหนึ่ง ผมสีดำนั้นตกลงมาที่คิ้วขวา กระดูกก็เหมือนกัน แต่มีบางอย่างที่โหดร้ายอยู่ในปากและดวงตาก็เย็นชา"[6]

นวนิยายและผลงานที่เกี่ยวข้อง

[แก้]

นวนิยายโดยเอียน เฟลมมิง

[แก้]
โกลเดนอาย, ที่จาเมกา, ที่เฟลมมิงเขียนนวนิยายเจมส์ บอนด์ทั้งหมด[7]

ในขณะที่ปฏิบัติราชการอยู่กับฝ่ายข่าวกรองของกองทัพเรือนั้น เฟลมมิงวางแผนที่จะเป็นนักเขียน[8] และได้บอกเพื่อนของเขาว่า "ผมจะเขียนเรื่องราวสายลับเพื่อจบเรื่องสายลับทั้งหมด"[1] เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1952 เขาได้เริ่มต้นเขียนนวนิยายเจมส์ บอนด์เล่มแรก ในชื่อ คาสิโนรอยัล ที่ คฤหาสน์โกลเดนอายที่จาเมกา[9] ซึ่งเป็นที่ ๆ เขาเขียนนวนิยายเจมส์ บอนด์ทั้งหมด ระหว่างเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ของทุกปี[10] หลังจากเริ่มเขียนได้ไม่นานนัก เฟลมิ่งก็แต่งงานกับ แอน ชาร์เตอร์ริส ซึ่งกำลังตั้งครรภ์อยู่ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเองจากการแต่งงานที่กำลังจะมาถึงของเขา[11]

หลังจากพิมพ์ต้นฉบับของ คาสิโนรอยัล เสร็จแล้ว, เฟลมิ่งได้ให้เพื่อนของเขา วิลเลียม โฟลเมอร์ อ่าน ซึ่งโฟลเมอร์ชอบมันและได้ส่งไปยังสำนักพิมพ์ โจนาธาน เคป แต่ก็ไม่ค่อยจะชอบมากเท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็ได้ถูกตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1953 ซึ่งแนะนำโดย ปีเตอร์ เฟลมมิง, พี่ชายของเอียน เฟลมมิง[10] ระหว่างปี ค.ศ. 1953 ถึง ค.ศ. 1966 และ 2 ปีหลังจากเสียชีวิต เฟลมมิงได้เขียนนวนิยายทั้งหมด 12 เล่มและรวมเรื่องสั้นอีก 2 เล่ม ซึ่ง 2 เล่มสุดท้ายนั้นใช้ชื่อว่า เดอะแมนวิตเดอะโกลเดนกัน และ ออกโตพุสซีแอนด์เดอะลิฟวิงเดย์ไลต์ส – ซึ่งตีพิมพ์หลังเฟลมมิงเสียชีวิตแล้ว[12] ทุกเล่มตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ โจนาธาน เคป

นวนิยายหลังเฟลมมิง

[แก้]

หลังเฟลมมิงเสียชีวิต คิงส์ลีย์ เอมิส (ใช้นามปากกา โรเบิร์ต มาร์คแฮม) ได้แต่งนวนิยายบอนด์ต่อ ในชื่อ โคโลเนลซัน ตีพิมพ์เมื่อปี ค.ศ. 1968[27] ก่อนหน้านี้ เขาเคยเขียนงานศึกษาวรรณกรรมของเฟลมมิงในชื่อ เดอะเจมส์ บอนด์ดอสซิเอร์ เมื่อปี ค.ศ. 1965[28] ถึงแม้ว่าจะมีการตีพิมพ์นวนิยายที่ดัดแปลงจากภาพยนตร์บอนด์ที่สร้างโดยอีออนโปรดักชันส์สองเรื่อง ได้แก่ เจมส์ บอนด์, เดอะสปายฮูเลิฟด์มี และ เจมส์ บอนด์แอนด์มูนเรเกอร์ เขียนโดยผู้เขียนบทภาพยนตร์ คริสโตเฟอร์ วูด[29] นวนิยายชุดก็ไม่ได้มีการเขียนต่อ จนกระทั่งทศวรรษ 1980 ใน ค.ศ. 1981 นักเขียนแนวระทึกขวัญ จอห์น การ์ดเนอร์ ได้เขียนนวนิยายบอนด์ในชื่อ ไลเซนซ์รีนิวด์[30] โดยการ์ดเนอร์ได้เขียนนวนิยายบอนด์ต่อเนื่อง รวมทั้งหมดสิบหกเล่ม โดยมีสองเรื่องที่เขาเขียนนั้นเป็นการดัดแปลงจากภาพยนตร์ 007 รหัสสังหาร และ พยัคฆ์ร้าย 007 รหัสลับทลายโลก การ์ดเนอร์ได้พานวนิยายชุดบอนด์เข้าสู่ทศวรรษ 1980 ถึงแม้ว่าเขายังคงให้ตัวละครอายุเท่าเดิมเมื่อตอนที่เฟลมมิงทิ้งพวกเขาเอาไว้[31] ในปี ค.ศ. 1996 การ์ดเนอร์เลิกเขียนนวนิยายบอนด์ เนื่องจากปัญหาสุขภาพ[32]

ในปี พ.ศ. 2539 นักเขียนชาวอเมริกัน เรย์มอนด์ เบ็นสัน กลายเป็นนักเขียนนวนิยายบอนด์ ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเคยเขียนหนังสือ The James Bond Bedside Companion, ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2527[47] จนถึงปี พ.ศ. 2545 ก็หยุดเขียน โดยเบ็นสันเขียนนวนิยายบอนด์ทั้งหมด 6 เล่ม, นิยายอีก 3 เล่มและเรื่องสั้นอีก 3 เรื่อง[48]

หลังจากผ่านไปหกปี เซบาสเตียน ฟอล์ค ได้รับมอบหมายจากสำนักพิมพ์เอียน เฟลมมิง ให้เขียนนวนิยายบอนด์ใหม่ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ค.ศ. 2008 ในวาระครบรอบ 100 ปี วันเกิดของเอียน เฟลมมิง[58] ในชื่อ เดวิลเมย์แคร์ ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์แพนกวินบุกในสหราชอาณาจักรและสำนักพิมพ์ดับเบิลเดย์ในสหรัฐอเมริกา[59] ต่อมา นักเขียนชาวอเมริกัน เจฟฟรีย์ ดีฟเวอร์ ได้รับมอบหมายจากสำนักพิมพ์เอียน เฟลมมิง ให้เขียนนวนิยายบอนด์ในชื่อ พลิกแผนเพชฌฆาต (Carte Blanche) วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ค.ศ. 2011[60] ในนวนิยาย บอนด์เป็นสายลับหลังเหตุการณ์ 9/11 และไม่สังกัด MI5 หรือ MI6[61] นวนิยายชื่อ เดิมพันดับแค้น (Solo) โดย วิลเลียม บอยด์ ดำเนินเรื่องในปี ค.ศ. 1969 วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 26 กันยายน ค.ศ. 2013[62] ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2014 มีการประกาศว่า แอนโทนี โฮโรวิตซ์ จะเป็นนักเขียนนวนิยายบอนด์ต่อ[63] นวนิยายชื่อ ทริกเกอร์มอร์ทิส วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 8 กันยายน ค.ศ. 2015 ดำเนินเรื่องหลังเหตุการณ์ใน โกลด์ฟิงเกอร์ สองสัปดาห์ มีเนื้อหาที่เขียนโดยเฟลมมิง แต่ยังไม่เคยได้รับการเผยแพร่[64][65][66] นวนิยายบอนด์เล่มที่สองของโฮโรวิตซ์ ฟอร์เอฟเวอร์แอนด์อะเดย์ เล่าเรื่องราวต้นกำเนิดของบอนด์ ในฐานะสายลับดับเบิลโอก่อนเหตุการณ์ใน คาสิโนรอแยล นวนิยายเรื่องนี้ยังอิงจากเนื้อหาที่ไม่ได้เผยแพร่จากเฟลมมิง วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ค.ศ. 2018[67][68]

พยัคฆ์ร้ายวัยทีน

[แก้]

พยัคฆ์ร้ายวัยทีน (Young Bond) เป็นนิยายชุด แต่งโดย ชาร์ลี ฮิกสัน[69] โดยวางจำหน่ายระหว่างปี พ.ศ. 2548 ถึง พ.ศ. 2552 รวมทั้งหมด 5 เล่มและเรื่องสั้น 1 เรื่อง[70] โดยเล่มแรกมีชื่อว่า แผนลับพันธุ์พิฆาต (SilverFin) ซึ่งต่อมาได้ดัดแปลงเป็นนิยายภาพและวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2551 โดยสำนักพิมพ์ พัฟฟิน บุ๊ค[71] สำหรับประเทศไทยลิขสิทธิ์โดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ และแปลโดยเอื้อนทิพย์ พีระเสถียร

เดอะ มันนีเพนนี ไดอารีส์

[แก้]

เดอะ มันนีเพนนี ไดอารีส์ (The Moneypenny Diaries) เป็นนิยายไตรภาค เกี่ยวกับชีวิตของ มิสมันนีเพนนี, เลขานุการส่วนตัวของเอ็ม, เขียนโดย ซาแมนธา เวนเบิร์ก ภายใต้นามปากกา เคต เวสต์บรูค[79] เล่มแรกใช้ชื่อว่า Guardian Angel, วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2548 ที่สหราชอาณาจักร[80] เล่มที่สองใช้ชื่อว่า Secret Servant วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 โดยสำนักพิมพ์ จอห์น เมอร์เรย์[81] และเล่มที่สามใช้ชื่อว่า Final Fling วางจำหน่ายเมื่อ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2551[82]

การดัดแปลง

[แก้]

โทรทัศน์

[แก้]

เมื่อปี ค.ศ. 1954 ซีบีเอส จ่ายเงินให้กับเอียน เฟลมมิงจำนวน $1,000 (ประมาณ $11,346 เทียบกับค่าเงินดอลลาร์ในปี ค.ศ. 2024[86]) เพื่อดัดแปลง คาสิโนรอยัล นวนิยายของเขาเป็น การผจญภัยบนโทรทัศน์ความยาวหนึ่งชั่วโมง ส่วนหนึ่งของรายการโทรทัศน์ ไคลแมกซ์![87] ตอนดังกล่าวออกอากาศสดเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ค.ศ. 1954 แสดงนำโดย แบร์รี เนลสัน เป็น "การ์ดเซนส์" เจมส์ บอนด์ และ ปีเตอร์ ลอร์รี เป็น เลอ ชีฟร์[88] นวนิยายถูกดัดแปลงให้เหมาะกับผู้ชมชาวอเมริกัน โดยให้บอนด์เป็นสายลับชาวอเมริกัน ทำงานให้กับ "คอมไบน์ดอินเทลลิเจนซ์" ขณะที่ตัวละคร เฟลิกซ์ ไลเทอร์ ซึ่งเป็นชาวอเมริกันในนวนิยาย กลายเป็นชาวอังกฤษและถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "แคลเรนซ์ ไลเทอร์"[89]

เมื่อปี ค.ศ. 1973 สารคดีของบีบีซี ชื่อว่า ออมนิบัส: เดอะบริติชฮีโร แสดงนำโดย คริสโตเฟอร์ คาเซโนฟ เป็นตัวละครหลายตัว (เช่น ริชาร์ด แฮนเนย์และบลูด็อก ดรัมมอนด์) ในสารคดีมีเจมส์ บอนด์ ในฉากที่มาจากนวนิยาย โกลด์ฟิงเกอร์ ซึ่งเป็นฉากที่บอนด์ถูกจับแล้วกำลังจะโดนเลี่อยโดยเลื่อยวงเดือน (ซึ่งในภาพยนตร์นั้นใช้แสงเลเซอร์) และภาพยนตร์ 007 เพชรพยัคฆราช [90] ในปี ค.ศ. 1991 รายการโทรทัศน์การ์ตูนสำหรับเด็กชื่อว่า เจมส์ บอนด์ จูเนียร์ ให้เสียงโดย คอรีย์ เบอร์ตัน ในบทหลานชายของบอนด์ ซึ่งชื่อ เจมส์ บอนด์ เหมือนกัน[91]

วิทยุ

[แก้]

การ์ตูน

[แก้]

ภาพยนตร์

[แก้]

ภาพยนตร์ที่สร้างโดยอีออนโปรดักชันส์

[แก้]

อีออนโปรดักชันส์ ก่อตั้งโดยแฮรรี ซอลต์ซแมนและอัลเบิร์ต อาร์. บรอคโคลี สร้างภาพยนตร์บอนด์เรื่องแรก พยัคฆ์ร้าย 007 ฉายเมื่อปี ค.ศ. 1962 ซึ่งดัดแปลงจากนวนิยายชื่อเดียวกันของเอียน เฟลมมิง เมื่อปี ค.ศ. 1958 โดยมี ฌอน คอนเนอรี รับบทเป็น เจมส์ บอนด์[92] คอนเนอรีแสดงเป็นบอนด์ในภาพยนตร์อีกสี่เรื่อง ก่อนที่เขาจะประกาศเลิกรับบท หลังแสดงใน จอมมหากาฬ 007 (ค.ศ. 1967)[93] ทำให้ จอร์จ เลเซนบี ได้รับบทเป็น เจมส์ บอนด์ แทนใน 007 ยอดพยัคฆ์ราชินี (ค.ศ. 1969)[94] เลเซนบีเลิกรับบทบอนด์ หลังแสดงได้แค่ภาพยนตร์เรื่องเดียว และได้นำตัวคอนเนอรีกลับมารับบทเดิมอีกครั้งใน 007 เพชรพยัคฆราช (ค.ศ. 1971) ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายของเขาที่แสดงให้ภาพยนตร์บอนด์ที่สร้างโดยอีออนโปรดักชัน[95]

โรเจอร์ มัวร์ ได้รับคัดเลือกรับบทเป็นบอนด์ใน พยัคฆ์มฤตยู 007 (ค.ศ. 1973) เขาแสดงเป็นบอนด์ในภาพยนตร์อีกหกเรื่องในช่วงระยะเวลาสิบสองปี ก่อนจะถูกแทนที่ด้วย ทิโมธี ดอลตัน ซึ่งแสดงเป็นบอนด์ในภาพยนตร์สองเรื่อง หลังจากนั้นภาพยนตร์ชุดก็หยุดพักไปหกปี เนื่องจากมีข้อพิพาททางด้านกฎหมาย[96] นักแสดงชาวไอริช เพียร์ซ บรอสแนน ได้รับคัดเลือกรับบทเป็นบอนด์ใน พยัคฆ์ร้าย 007 รหัสลับทลายโลก (ค.ศ. 1995) เขาแสดงเป็นบอนด์ในภาพยนตร์อีกสามเรื่อง ก่อนจะประกาศเลิกรับบทในปี ค.ศ. 2002 แดเนียล เครก ได้รับคัดเลือกรับบทเป็นบอนด์ใน 007 พยัคฆ์ร้ายเดิมพันระห่ำโลก (ค.ศ. 2006) ซึ่งเป็นการรีบูตภาพยนตร์ชุด[97] เขาแสดงเป็นบอนด์ในภาพยนตร์อีกสี่เรื่อง โดยเรื่องสุดท้ายของเขากำหนดฉายในปี ค.ศ. 2020[98] ภาพยนตร์ชุดทำเงินมากกว่า 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้กลายเป็นภาพยนตร์ชุดที่ทำเงินสูงสุดอันดับที่ห้า[99] และเป็นหนึ่งภาพยนตร์ชุดที่ทำเงินสูงสุดหากปรับค่าเงินตามอัตราเงินเฟ้อแล้ว[100]

ชื่อเรื่องภาษาไทย ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ ปี นักแสดง ผู้กำกับ
พยัคฆ์ร้าย 007 Dr. No 1962 ฌอน คอนเนอรี เทอเรนซ์ ยัง
เพชฌฆาต 007 From Russia with Love 1963
จอมมฤตยู 007 Goldfinger 1964 กาย แฮมิลตัน
ธันเดอร์บอลล์ 007 Thunderball 1965 เทอร์เรนซ์ ยัง
จอมมหากาฬ 007 You Only Live Twice 1967 ลูอิส กิลเบิร์ต
007 ยอดพยัคฆ์ราชินี On Her Majesty's Secret Service 1969 จอร์จ เลเซนบี ปีเตอร์ อาร์. ฮันต์
007 เพชรพยัคฆราช Diamonds Are Forever 1971 ฌอน คอนเนอรี กาย แฮมิลตัน
พยัคฆ์มฤตยู 007 Live and Let Die 1973 โรเจอร์ มัวร์
007 เพชฌฆาตปืนทอง The Man with the Golden Gun 1974
007 พยัคฆ์ร้ายสุดที่รัก The Spy Who Loved Me 1977 ลูอิส กิลเบิร์ต
007 พยัคฆ์ร้ายเหนือเมฆ Moonraker 1979
007 เจาะดวงตาเพชฌฆาต For Your Eyes Only 1981 จอห์น เกลน
007 เพชฌฆาตปลาหมึกยักษ์ Octopussy 1983
007 พยัคฆ์ร้ายพญายม A View to a Kill 1985
007 พยัคฆ์สะบัดลาย The Living Daylights 1987 ทิโมธี ดอลตัน
007 รหัสสังหาร Licence to Kill 1989
พยัคฆ์ร้าย 007 รหัสลับทลายโลก GoldenEye 1995 เพียร์ซ บรอสแนน มาร์ติน แคมป์เบลล์
007 พยัคฆ์ร้ายไม่มีวันตาย Tomorrow Never Dies 1997 โรเจอร์ สปอร์ติสวูด
007 พยัคฆ์ร้ายดับแผนครองโลก The World Is Not Enough 1999 ไมเคิล แอ็ปเต็ด
ดาย อนัทเธอร์ เดย์ 007 พยัคฆ์ร้ายท้ามรณะ Die Another Day 2002 ลี ทามาโฮรี
007 พยัคฆ์ร้ายเดิมพันระห่ำโลก Casino Royale 2006 แดเนียล เครก มาร์ติน แคมป์เบลล์
007 พยัคฆ์ร้ายทวงแค้นระห่ำโลก Quantum of Solace 2008 มาร์ค ฟอร์สเตอร์
พลิกรหัสพิฆาตพยัคฆ์ร้าย 007 Skyfall 2012 แซม เมนเดส
องค์กรลับดับพยัคฆ์ร้าย Spectre 2015
007 พยัคฆ์ร้ายฝ่าเวลามรณะ No Time to Die 2021 แครี โจจิ ฟูคูนากะ[101]

ภาพยนตร์ที่ไม่ได้สร้างโดยอีออน

[แก้]

ในปีพ.ศ. 2510 ทีเด็ดเจมส์บอนด์ 007 (Casino Royale) ได้ดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ตลก ผู้แสดงเป็น เซอร์ เจมส์ บอนด์ คือ เดวิด นิเวน และเออร์ซูลา แอนเดรส รับบทเป็น เวสเปอร์ ลินด์ (เดวิด นิเวน เคยเป็นตัวเลือกแรกของเอียน เฟลมิ่ง เพื่อรับบทเจมส์ บอนด์ใน พยัคฆ์ร้าย 007 ของ อีโอเอ็น โปรดักชันส์ด้วย)[102] ในปีพ.ศ. 2506 จากการตัดสินในชั้นศาลในลอนดอน อนุญาตให้ เควิน แม็คคลอรี สร้างฉบับรีเมคของ ธันเดอร์บอลล์ 007 (Thunderball) ในชื่อ พยัคฆ์เหนือพยัคฆ์ (Never Say Never Again) ซึ่งออกฉายในปีพ.ศ. 2526[103] โดยมีฌอน คอนเนอรี รับบทเป็นเจมส์ บอนด์ ในปีพ.ศ. 2540 โซนีคอร์โปเรชันได้ซื้อลิขสิทธิ์จากแม็คคลอรี ซึ่งไม่เปิดเผยราคา[103] ซึ่งต่อมาก็ยกให้ MGM, โดยเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2540 MGM ได้ประกาศว่าทางบริษัทได้สิทธิ์ในการจำหน่ายภาพยนตร์ พยัคฆ์เหนือพยัคฆ์ จากบริษัท ทาเลียฟิล์ม ของ Schwartzman[104] ปัจจุบัน บริษัทอีโอเอ็น เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ในการดัดแปลง นวนิยายบอนด์ของเอียน เฟลมิ่งทั้งหมด แต่เพียงผู้เดียว[103][105]

ชื่อเรื่องภาษาไทย ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ ปี นักแสดง ผู้กำกับ
ทีเด็ดเจมส์บอนด์ 007 Casino Royale 1967 เดวิด นิเวน เคน ฮิวจ์ส
จอห์น ฮัสตัน
โจเซฟ แม็คกราธ
โรเบิร์ต พาร์ริช
วาล เกสต์
ริชาร์ด ทาลแมดจ์
พยัคฆ์เหนือพยัคฆ์ Never Say Never Again 1983 ฌอน คอนเนอรี เออร์วิน เคอร์เชอร์

เจมส์ บอนด์กับประเทศไทย

[แก้]

ภาพยนตร์ชุดเจมส์ บอนด์ เคยเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยสองครั้ง ได้แก่ 007 เพชฌฆาตปืนทอง ที่ เกาะพีพีและเกาะตาปูในจังหวัดพังงา หลังภาพยนตร์เรื่องนี้ฉาย ทำให้สถานที่ดังกล่าวมีชื่อเสียง จนได้รับการขนานนามว่าเป็น "เกาะเจมส์ บอนด์" ยังมีการถ่ายทำที่ คลองภาษีเจริญ, วัดนางชีโชติการาม, เวทีมวยลุมพินี, ถนนราชดำเนินผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในกรุงเทพมหานคร และ 007 พยัคฆ์ร้ายไม่มีวันตาย ถ่ายทำที่สินสาธร ทาวเวอร์ เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร และจังหวัดภูเก็ต

เมื่อปี พ.ศ. 2523 มีภาพยนตร์ไทยล้อเลียนเจมส์ บอนด์ ชื่อว่า เจมส์แบน 007 กำกับโดย ชัย นิมิตโชตินัย แสดงนำโดย เทพ เทียนชัย, ล้อต๊อก, ศุภลักษณ์ อยู่เย็น, มนทิพย์ ชนินทรและมณีกานต์ นาคะเสโณ

เมื่อปี พ.ศ. 2533 เคยออกอากาศภาพยนตร์โทรทัศน์ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ชื่อ SPYMAKER: The Secret Life of Ian Fleming[106] ประวัติการผจญภัยของเฟลมมิ่งในช่วงหนุ่มน้อยสายลับฝึกหัดที่มีอิทธิพลต่อการเขียนนิยายชุดเจมส์ บอนด์ ในเวลาต่อมา นำแสดงโดย เจสัน คอนเนอรี (Jason Connery) บุตรของ ณอน คอนเนอรี (ทั้งคู่เคยแสดงร่วมกันใน Robin and Marian เมื่อ พ.ศ. 2519)

เมื่อปี พ.ศ. 2534 "รายการท็อปเท็น" ทางช่อง 9 เคยนำเสนอซีรีส์สั้น ๆ เกี่ยวกับเจมส์ บอนด์ โดยนักแสดงชาวไทยที่รับบทเจมส์ บอนด์ คือ ธานินทร์ ทัพมงคล

เมื่อปี พ.ศ. 2545 นิสิตคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้นำเอานวนิยายชุดเจมส์ บอนด์ มาดัดแปลงเป็นละคอนถาปัด ซึ่งเป็นกิจกรรมละครเวทีประจำปีของนิสิต และใช้ชื่อว่า "พยัคฆ์(ลอง)ร้าย 007" โดยเล่าเรื่องภารกิจครั้งแรกของ เจมส์ บอนด์ ครั้งยังเป็นสายลับหนุ่มฝึกหัดของหน่วยสืบราชการลับอังกฤษ โดยมีตัวละครจากซีรีส์ภาพยนตร์ชุด เจมส์ บอนด์ ภาคต่าง ๆ ปรากฏในท้องเรื่องหลายตัวละคร เช่น เอ็ม, มันนีเพ็นนี, คิว, เฟลิกซ์ ไลเทอร์, ดร.โน, อูริค โกลด์ฟิงเกอร์ และ เอิร์นส์ สตาฟโร โบลเฟลด์ แสดงที่ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำนวน 10 รอบ ระหว่างวันที่ 17-19 และ 24-26 พฤษภาคม 2545

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 3 Macintyre, Ben (5 เมษายน 2008). "Bond - the real Bond". The Times. น. 36.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  2. "Obituary: Colonel Peter Fleming, Author and explorer". The Times. 20 สิงหาคม 1971. น. 14.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  3. "James Bond, Ornithologist, 89; Fleming Adopted Name for 007". New York Times. สืบค้นเมื่อ 22 สิงหาคม 2019.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  4. Hellman, Geoffrey T. (21 เมษายน 1962). "Bond's Creator". The New Yorker. น. 32. section "Talk of the Town". สืบค้นเมื่อ 9 กันยายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  5. Chancellor 2005, p. 112.
  6. 1 2 Macintyre 2008, p. 67. sfn error: multiple targets (2×): CITEREFMacintyre2008 (help)
  7. Macintyre 2008, p. 208. sfn error: multiple targets (2×): CITEREFMacintyre2008 (help)
  8. Lycett, Andrew (2004). "Fleming, Ian Lancaster (1908–1964) (subscription needed)". Oxford Dictionary of National Biography. Oxford University Press. doi:10.1093/ref:odnb/33168. สืบค้นเมื่อ 7 กันยายน 2011.{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  9. Chancellor 2005, p. 4.
  10. 1 2 Chancellor 2005, p. 5.
  11. Bennett & Woollacott 2003, p. 1, ch 1.
  12. Black 2005, p. 75.
  13. "Casino Royale". The Books. Ian Fleming Publications. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 17 มีนาคม 2012. สืบค้นเมื่อ 31 ตุลาคม 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  14. "Live and Let Die". The Books. Ian Fleming Publications. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 17 มีนาคม 2012. สืบค้นเมื่อ 31 ตุลาคม 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  15. "Moonraker". The Books. Ian Fleming Publications. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 16 กันยายน 2011. สืบค้นเมื่อ 31 ตุลาคม 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  16. "Diamonds are Forever". The Books. Ian Fleming Publications. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 17 มีนาคม 2012. สืบค้นเมื่อ 31 ตุลาคม 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  17. "From Russia, with Love". The Books. Ian Fleming Publications. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 1 เมษายน 2012. สืบค้นเมื่อ 31 ตุลาคม 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  18. "Dr. No". The Books. Ian Fleming Publications. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 27 ธันวาคม 2010. สืบค้นเมื่อ 31 ตุลาคม 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  19. "Goldfinger". The Books. Ian Fleming Publications. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 27 ธันวาคม 2010. สืบค้นเมื่อ 31 ตุลาคม 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  20. "For Your Eyes Only". The Books. Ian Fleming Publications. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 27 ธันวาคม 2010. สืบค้นเมื่อ 31 ตุลาคม 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  21. "Thunderball". The Books. Ian Fleming Publications. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 27 ธันวาคม 2010. สืบค้นเมื่อ 31 ตุลาคม 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  22. "The Spy Who Loved Me". The Books. Ian Fleming Publications. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 27 ธันวาคม 2010. สืบค้นเมื่อ 31 ตุลาคม 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  23. "On Her Majesty's Secret Service". The Books. Ian Fleming Publications. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 27 ธันวาคม 2010. สืบค้นเมื่อ 31 ตุลาคม 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  24. "You Only Live Twice". The Books. Ian Fleming Publications. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 3 มีนาคม 2012. สืบค้นเมื่อ 31 ตุลาคม 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  25. "The Man with the Golden Gun". The Books. Ian Fleming Publications. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 27 ธันวาคม 2010. สืบค้นเมื่อ 31 ตุลาคม 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  26. "Octopussy and The Living Daylights". The Books. Ian Fleming Publications. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 7 กันยายน 2011. สืบค้นเมื่อ 31 ตุลาคม 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  27. "Colonel Sun". The Books. Ian Fleming Publications. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 27 ธันวาคม 2010. สืบค้นเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  28. Benson 1988, p. 32.
  29. 1 2 3 4 5 6 "Film Novelizations". The Books. Ian Fleming Publications. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 18 กันยายน 2011. สืบค้นเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  30. Simpson 2002, p. 58.
  31. Benson 1988, p. 149.
  32. Ripley, Mike (2 พฤศจิกายน 2007). "Obituary: John Gardner: Prolific thriller writer behind the revival of James Bond and Professor Moriarty". The Guardian. น. 41. สืบค้นเมื่อ 14 พฤศจิกายน 2011.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  33. "Licence Renewed". The Books. Ian Fleming Publications. สืบค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  34. "For Special Services". The Books. Ian Fleming Publications. สืบค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  35. "Ice Breaker". The Books. Ian Fleming Publications. สืบค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  36. "Role Of Honour". The Books. Ian Fleming Publications. สืบค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  37. "Nobody Lives Forever". The Books. Ian Fleming Publications. สืบค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  38. "No Deals Mr Bond". The Books. Ian Fleming Publications. สืบค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  39. "Scorpius". The Books. Ian Fleming Publications. สืบค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  40. "Win, Lose Or Die". The Books. Ian Fleming Publications. สืบค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  41. "Brokenclaw". The Books. Ian Fleming Publications. สืบค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  42. "The Man From Barbarossa". The Books. Ian Fleming Publications. สืบค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  43. "Death is Forever". The Books. Ian Fleming Publications. สืบค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  44. "Never Send Flowers". The Books. Ian Fleming Publications. สืบค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  45. "Seafire". The Books. Ian Fleming Publications. สืบค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  46. "Cold". The Books. Ian Fleming Publications. สืบค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  47. Raymond Benson. "Books--At a Glance". RaymondBenson.com. สืบค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  48. "Raymond Benson". The Books. Ian Fleming Publications. สืบค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  49. Simpson 2002, p. 62.
  50. "Zero Minus Ten". The Books. Ian Fleming Publications. สืบค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  51. "The Facts Of Death". The Books. Ian Fleming Publications. สืบค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  52. Simpson 2002, p. 63.
  53. Simpson 2002, p. 64.
  54. "High Time To Kill". The Books. Ian Fleming Publications. สืบค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  55. "Doubleshot". The Books. Ian Fleming Publications. สืบค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  56. "Never Dream Of Dying". The Books. Ian Fleming Publications. สืบค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  57. "The Man With The Red Tattoo". The Books. Ian Fleming Publications. สืบค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  58. "Faulks pens new James Bond novel". BBC News. 11 กรกฎาคม 2007. สืบค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2011.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  59. "Sebastian Faulks". The Books. Ian Fleming Publications. สืบค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  60. "James Bond book called Carte Blanche". BBC News. 17 มกราคม 2011. สืบค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2011.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  61. "Jeffery Deaver". The Books. Ian Fleming Publications. สืบค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  62. "Solo Published Today". Ian Fleming Publications. 26 กันยายน 2013. สืบค้นเมื่อ 1 ตุลาคม 2013.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  63. Singh, Anita (2 ตุลาคม 2014). "James Bond's secret mission: to save Stirling Moss". The Daily Telegraph. สืบค้นเมื่อ 6 พฤศจิกายน 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  64. "James Bond: Pussy Galore returns in new novel". BBC News. BBC. 28 พฤษภาคม 2015. สืบค้นเมื่อ 28 พฤษภาคม 2015.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  65. Flood, Alison (28 พฤษภาคม 2015). "New James Bond novel Trigger Mortis resurrects Pussy Galore". The Guardian. สืบค้นเมื่อ 28 พฤษภาคม 2015.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  66. Furness, Hannah (28 พฤษภาคม 2015). "Pussy Galore returns for new James Bond novel Trigger Mortis". The Daily Telegraph. สืบค้นเมื่อ 6 พฤศจิกายน 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  67. "Forever and a Day". IanFleming.com. Ian Fleming Publications. 8 กุมภาพันธ์ 2018. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2019.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  68. "New James Bond Novel Is a Prequel to Fleming's First". New York Times. New York Times. 12 กุมภาพันธ์ 2018. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2019.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  69. Smith, Neil (3 มีนาคม 2005). "The name's Bond - Junior Bond". BBC News. สืบค้นเมื่อ 1 พฤศจิกายน 2011.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  70. "Charlie Higson". Puffin Books - Authors. Penguin Books. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2011-03-09. สืบค้นเมื่อ 1 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  71. "SilverFin: The Graphic Novel". Puffin Books. Penguin Books. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2012-11-01. สืบค้นเมื่อ 1 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  72. "Young Bond: SilverFin". Puffin Books: Charlie Higson. Penguin Books. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2008-11-21. สืบค้นเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  73. "Young Bond: Blood Fever". Puffin Books: Charlie Higson. Penguin Books. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2008-11-21. สืบค้นเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  74. "Young Bond: Double or Die". Puffin Books: Charlie Higson. Penguin Books. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2012-11-01. สืบค้นเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  75. "Young Bond: Hurricane Gold". Puffin Books: Charlie Higson. Penguin Books. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2008-11-21. สืบค้นเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  76. "Young Bond: By Royal Command". Puffin Books: Charlie Higson. Penguin Books. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2008-11-21. สืบค้นเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  77. "SilverFin: The (Graphic Novel)". Puffin Books: Charlie Higson. Penguin Books. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2012-11-01. สืบค้นเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  78. "Danger Society: The Young Bond Dossier". Puffin Books: Charlie Higson. Penguin Books. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2012-11-01. สืบค้นเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  79. "Miss Moneypenny". Evening Standard. 14 ตุลาคม 2005. น. 10.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  80. O'Connell, John (12 ตุลาคม 2005). "Books - Review - The Moneypenny Diaries - Kate Westbrook (ed) - John Murray GBP 12.99". Time Out. น. 47.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  81. Weinberg, Samantha (11 พฤศจิกายน 2006). "Licensed to thrill". The Times. น. 29.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  82. Saunders, Kate (10 พฤษภาคม 2008). "The Moneypenny Diaries: Final Fling". The Times. น. 13.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  83. "Guardian Angel". The Books. Ian Fleming Publications. สืบค้นเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  84. "Secret Servant". The Books. Ian Fleming Publications. สืบค้นเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  85. "Final Fling". The Books. Ian Fleming Publications. สืบค้นเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  86. 1634–1699: McCusker, J. J. (1997). How Much Is That in Real Money? A Historical Price Index for Use as a Deflator of Money Values in the Economy of the United States: Addenda et Corrigenda (PDF). American Antiquarian Society. 1700–1799: McCusker, J. J. (1992). How Much Is That in Real Money? A Historical Price Index for Use as a Deflator of Money Values in the Economy of the United States (PDF). American Antiquarian Society. 1800–present: Federal Reserve Bank of Minneapolis. "Consumer Price Index (estimate) 1800–". สืบค้นเมื่อ 29 กุมภาพันธ์ 2024.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  87. Black 2005, p. 14.
  88. Benson 1988, p. 11.
  89. Black 2005, p. 101.
  90. "Radio Times". 6–12 ตุลาคม 1973: 74–79. {{cite journal}}: การอ้างอิง journal จำเป็นต้องระบุ |journal= (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  91. Svetkey, Benjamin (29 พฤษภาคม 1992). "Sweet Baby James". Entertainment Weekly. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2012-10-20. สืบค้นเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2011.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  92. Sutton, Mike. "Dr. No (1962)". Screenonline. British Film Institute. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 3 มีนาคม 2016. สืบค้นเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  93. "You Only Live Twice". TCM. Turner Entertainment Networks, Inc. สืบค้นเมื่อ 2 สิงหาคม 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  94. "On Her Majesty's Secret Service (1969)". Screenonline. British Film Institute. สืบค้นเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  95. Feeney Callan 2002, p. 217.
  96. Simpson 2002, p. 81.
  97. Robey, Tim (12 มกราคม 2011). "Sam Mendes may have problems directing new James Bond movie". The Daily Telegraph. สืบค้นเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2011.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  98. Pallotta, Frank. "Daniel Craig confirms return as James Bond". CNNMoney. สืบค้นเมื่อ 21 สิงหาคม 2018.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  99. "Movie Franchises". The Numbers. Nash Information Services. สืบค้นเมื่อ 17 มกราคม 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  100. "Pottering on, and on". The Economist. London. 11 กรกฎาคม 2011. สืบค้นเมื่อ 23 พฤศจิกายน 2012.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  101. "James Bond: Cary Joji Fukunaga to direct next Bond film". BBC News (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 20 กันยายน 2018.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  102. Macintyre 2008, p. 202. sfn error: multiple targets (2×): CITEREFMacintyre2008 (help)
  103. 1 2 3 Poliakoff, Keith (2000). "License to Copyright - The Ongoing Dispute Over the Ownership of James Bond" (PDF). Cardozo Arts & Entertainment Law Journal. 18. Benjamin N. Cardozo School of Law: 387–436. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ (PDF) เมื่อ 2012-03-31. สืบค้นเมื่อ 3 กันยายน 2011.{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  104. "Metro-Goldwyn-Mayer Inc. announces acquisition of Never Say Never Again James Bond assets" (ข่าวประชาสัมพันธ์). Metro-Goldwyn-Mayer. 4 ธันวาคม 1997. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2008-05-05. สืบค้นเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2011.{{cite press release}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  105. Shprintz, Janet (29 มีนาคม 1999). "Big Bond-holder". Variety. สืบค้นเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2011. Judge Rafeedie ... found that McClory's rights in the "Thunderball" material had reverted to the estate of Fleming{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  106. secret life of Ian Fleming ,www.imdb.com

บรรณานุกรม

[แก้]

ดูเพิ่ม

[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]