เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก เจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิต)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต
เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต3-1.jpg
เจ้าผู้ครองนครลำปาง
ครองราชย์3 มกราคม พ.ศ. 2440 - 5 ตุลาคม พ.ศ. 2465 (25 ปี)
ก่อนหน้าเจ้านรนันทไชยชวลิต
ถัดไปเจ้าราชบุตร (แก้วเมืองพรวน ณ ลำปาง)
ราชเทวีแม่เจ้าเมืองชื่น
พระบุตร13 องค์
ราชวงศ์ราชวงศ์ทิพย์จักร
พระบิดาเจ้านรนันทไชยชวลิต
พระมารดาแม่เจ้าฟองแก้ว
ประสูติ6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2400
เจ้าหนานบุญทวงศ์ ณ ลำปาง
พิราลัย5 ตุลาคม พ.ศ. 2465

มหาอำมาตย์โท พลตรี เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต (คำเมือง: LN-King Bunyawat.png) (6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2400 - 5 ตุลาคม พ.ศ. 2465) [1] เป็นเจ้าผู้ครองนครลำปาง องค์ที่ 13 แห่งราชวงศ์ทิพย์จักร (ครองราชย์ พ.ศ. 2440 - 2465) ตลอดรัชสมัย เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิตดำรงความมั่นคงสุจริตและความจงรักภักดีต่อราชวงศ์จักรี พระองค์ได้ทรงพัฒนานครลำปางและเมืองบริวารในด้านต่าง ๆ ให้ทันกับการพัฒนาในส่วนกลาง ได้ทรงประทานที่ดินและทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อจัดสร้างถาวรวัตถุในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และการก่อสร้างสถานศึกษา ตลอดจนสถานที่ราชการต่างๆ เพื่อความผาสุกแก่ประชาชนลำปางอย่างแท้จริง

พระประวัติ[แก้]

เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต มีนามเดิมว่าเจ้าบุญทวงศ์ ณ ลำปาง ประสูติเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2400 เป็นเจ้าราชโอรสในเจ้านรนันทไชยชวลิต เจ้าผู้ครองนครลำปาง องค์ที่ 12 กับแม่เจ้าฟองแก้ว ต่อมาได้รับบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าอุปราช ในปี พ.ศ. 2438[2]

เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิตมีราชเชษฐา ราชภคินี ราชอนุชา และราชขนิษฐา ร่วมพระราชบิดา 23 พระองค์ มีพระนามตามลำดับ ดังนี้

  1. เจ้าหญิงหอม ณ ลำปาง
  2. เจ้าน้อยคำแสน ณ ลำปาง
  3. มหาอำมาตย์โท พลตรี เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต, เจ้าผู้ครองนครลำปาง องค์ที่ 13
  4. เจ้าน้อยกิ ณ ลำปาง
  5. เจ้าชวลิตวงศ์วรวุฒิ (น้อยแก้วเมืองมูล เป็นเจ้าราชภาคินัยแล้วเลื่อนเป็นเจ้าราชบุตรนครลำปาง เลื่อนเป็นเจ้าชวลิต วงศ์วรวุฒิ เมื่อ 27 เมษายน 2455) ตำแหน่งที่ปฤกษาราชการเมืองนครลำปาง - พระบิดาใน "เจ้าราชสัมพันธวงศ์ คำผาย สุยะราช, เจ้าราชสัมพันธ์วงศ์นครลำปาง" ซึ่งสมรสกับ "เจ้าหญิงอุษาวดี ศีติสาร" ราชธิดาองค์ใหญ่ใน "เจ้าหลวงอินต๊ะชมภู, พระญาประเทศอุดรทิศ เจ้าเมืองพะเยา องค์ที่ 4" เจ้านายราชวงศ์ "เชียงแสนเก่า"
  6. เจ้าน้อยพึ่ง ณ ลำปาง
  7. เจ้าน้อยเมือง ณ ลำปาง
  8. เจ้าน้อยหม่อม ณ ลำปาง
  9. เจ้าหญิงนวล ณ ลำปาง
  10. เจ้าหญิงซุ่ย ณ ลำปาง
  11. เจ้าหญิงหวัน ณ ลำปาง
  12. เจ้าน้อยแก้ว ณ ลำปาง
  13. เจ้าหญิงหยิ่น ณ ลำปาง
  14. เจ้าไชยสงคราม น้อยโท่น ณ ลำปาง, เจ้าไชยสงครามนครลำปาง
  15. เจ้าหญิงบัวเกษร ณ ลำปาง
  16. เจ้าหญิงบัวเทพ ณ ลำปาง - พระอัยยิกา (เจ้ายาย) ใน "เจ้าอินทเดชสุวรรณบท ณ ลำพูน"
  17. เจ้าหญิงแก้วมาลา ณ ลำปาง
  18. เจ้าน้อยปั๋นแก้ว ณ ลำปาง
  19. เจ้าหญิงฟอง ณ ลำปาง
  20. เจ้าน้อยอ้น ณ ลำปาง
  21. เจ้าอุปราช ทิพจักร ณ ลำปาง, เจ้าอุปราชนครลำปาง - พระบิดาใน "เจ้าเทพธำรงค์ ณ ลำปาง", "เจ้าหญิงอัตถ์ ณ ลำปาง", "เจ้าหญิงต่วน ณ ลำปาง"
  22. เจ้าน้อยหมวก ณ ลำปาง
  23. เจ้าหญิงบัวทิพย์ ณ ลำปาง

เมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2440 เจ้าอุปราช (บุญทวงษ์) ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเป็น เจ้าบุญวาทยวงษ์มานิต ลามันตวิชิตประเทศราช บริสัษยนารถทิพยจักราธิวงษ์ ดำรงโยนวิไศย อภัยรัษฎารักษ์ อุดมศักดิสัตยาธิวรางค์ ลำปางคมหานคราธิปตัย เจ้านครลำปาง[3]

ถึงแก่พิราลัย[แก้]

เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต ถึงแก่พิราลัยด้วยโรควัณโรคภายในเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2465[4][5] สิริชันษา 65 ปี รวมระยะเวลาที่ทรงครองนคร 25 ปี และมีพิธีพระราชทานเพลิงศพ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2470 ณ เมรุชั่วคราวสนามเสือป่า (ปัจจุบันคือ โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานโกศโถประกอบศพ มีฐานตั้ง 1 ชั้น พร้อมด้วยเครื่องอิสริยยศ ฉัตรเบญจาตั้ง 4 คัน เมื่อพระราชทานเพลิงมีเครื่องประโคมจ่าปี่ 1 กลองเป็นของสำหรับเมืองลำปาง[6] เหตุที่มีการพระราชทานเพลิงศพหลังจากถึงแก่พิราลัยไปแล้วกว่า 5 ปี เนื่องจากในขณะนั้นไม่มีทายาทองค์ใด ที่มีทรัพย์มากเพียงพอที่จะจัดการถวายเพลิงพระศพ จนความทราบถึงสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ[5] จนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชหัตถเลขาไปยังเจ้าดารารัศมี พระราชชายา ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในฐานะเจ้านายฝ่ายเหนือ ขอให้เสด็จมาเป็นองค์ประธานในการจัดการพระศพ และถวายเพลิงพระศพอย่างสมเกียรติ พร้อมกับขอให้เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ลำพูน และน่าน ร่วมเป็นกรรมการด้วย[7]

ราชโอรส ราชธิดา[แก้]

เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต มีราชโอรสและราชธิดา รวม 13 องค์ อยู่ในราชตระกูล ณ ลำปาง มีพระนามตามลำดับ ดังนี้

  • ใน เจ้าเมืองชื่น - ราชธิดาในเจ้าวรญาณรังษี เจ้าผู้ครองนครลำปาง องค์ที่ 6 (มีราชธิดา 5)
  • ใน หม่อมวาทย์ (มีราชธิดา 2)
    • เจ้าหญิงบุษบา ณ ลำปาง (พ.ศ. 2444 - ?) สมรสกับเจ้าดรุณดารา ณ ลำพูน
    • เจ้าหญิงบุษบาร ณ ลำปาง
  • ใน หม่อมจิ๋น (มีราชธิดา 1)
    • เจ้าหญิงจ๋อม ณ ลำปาง
  • ใน หม่อมน้อย (มีราชธิดา 1)
    • เจ้าหญิงอัมพร ณ ลำปาง
  • ใน หม่อมใย (มีราชธิดา 1)
    • เจ้าหญิงบุหงา ณ ลำปาง
  • ใน หม่อมเล็ก (มีราชธิดา 1)
  • ใน หม่อมเจียกน้อย (มีราชโอรส 1)
    • เจ้าบุญส่ง ณ ลำปาง (พ.ศ. 2464 - ?) - รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นตติยจุลจอมเกล้า (ต.จ.) สืบตระกูลเจ้าบิดา
  • ใน หม่อมเมฆ (มีราชโอรส 1)
  • ใน หม่อมช้อย (มีราชธิดา 1)
    • เจ้าหญิงเนียม ณ ลำปาง
  • ใน หม่อมโถ (มีราชธิดา 1)
    • เจ้าหญิงจันทร์หอม ณ ลำปาง
  • หม่อมจ้อน ไม่มีโอรส-ธิดา
  • หม่อมผัน ไม่มีโอรส-ธิดา
  • หม่อมชื่น บุตรตายตั้งแต่เกิด

พระกรณียกิจสำคัญ[แก้]

เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต ได้ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจอันทรงคุณูปการต่อนครลำปางและประเทศชาติเป็นอเนกประการ มีรายละเอียดพอสังเขป ดังนี้

ด้านงานราชการ[แก้]

เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต ได้อุทิศที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของคุ้มหลวงให้ทางราชการเพื่อก่อสร้างศาลากลางจังหวัดลำปาง[8]

ด้านการทหารและการป้องกันนคร[แก้]

พระองค์ทรงเป็นผู้ริเริ่มและวางรากฐานด้านการทหารให้แก่นครลำปาง ได้ทรงระดมชาวเมืองต่อสู้ป้องกันนครจากพวกเงี้ยวที่ก่อการจลาจล ยกกำลังเข้าตีนครลำปางเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2445 และสามารถปราบปรามเงี้ยวราบคาบ การที่ทรงระดมพลเมืองเป็นทหารเพื่อรบพุ่งทำสงครามดังกล่าว ทำให้เกิดมีกองทหารนครลำปางขึ้น และเพื่อความเป็นปึกแผ่นมั่นคงของกิจการทหาร พระองค์ได้ประทานที่ดินส่วนพระองค์สร้างโรงทหาร โรงพยาบาลทหาร และค่ายทหาร[8]

เจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิต ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นราชองครักษ์พิเศษ เมื่อปี พ.ศ. 2458[9]

ด้านการศึกษา[แก้]

เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต ทรงได้รับการศึกษาหนังสือไทยเหนือในสำนักอภิไชย วัดเชียงมั่น นครลำปาง และหนังสือไทยกลางที่คุ้มหลวง เนื่องจากขณะนั้นยังไม่มีโรงเรียน พระองค์ทรงตระหนักดีว่าการศึกษาของประชาชนลำปางที่มีอยู่ในวัดนั้นไม่เพียงพอต่อการพัฒนานคร เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต ทรงสนพระทัยติดตามความเคลื่อนไหวด้านการจัดการศึกษาของส่วนกลาง แล้วทรงนำมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาของนครลำปาง ทรงนำการศึกษาแบบสอนภายในโรงเรียนเข้ามาแทนการศึกษาในวัดเป็นครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2447 ณ สถานที่ตั้งโรงเรียนเทศบาล 3 (บุญทวงศ์อนุกูล) ในปัจจุบัน

พระองค์ทรงเล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาว่าจำเป็นยิ่งต่อการพัฒนานครลำปาง พระองค์ได้สนับสนุนส่งเจ้านายบุตรหลานและประชาชนลำปาง ที่ทรงคัดเลือกว่ามีสติปัญญาความสามารถไปศึกษาต่อที่กรุงเทพมหานคร โดยให้อยู่ในความดูแลของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งบุคคลเหล่านั้นก็ได้กลับมาทำงานสร้างคุณประโยชน์ให้แก่นครลำปางและประเทศชาติหลายท่าน นอกจากนั้น พระองค์ยั่งได้ทรงสละราชทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อที่ดินและอาคารของห้างเซ่งหลี สร้างโรงเรียนขึ้นอีกแห่งหนึ่งแล้วประทานให้เป็นของรัฐ[10][8] ซึ่งในปี พ.ศ. 2448 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงอิสริยยศเป็นสยามมกุฎราชกุมารได้เสด็จประพาสหัวเมืองฝ่ายเหนือ และทรงพระกรุณาเสด็จทรงเปิดโรงเรียนใหม่แห่งนี้เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน และพระราชทานนามว่า "โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย" เพื่อถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่ เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต

ด้านการศาสนา[แก้]

เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต ทรงเคยเข้ารับการอุปสมบท ณ สำนักพระปัญญา วัดสวนดอก (จังหวัดลำปาง) พระองค์ทรงมีราชศรัทธาอย่างแรงกล้าในทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ได้ทรงพระราชทานพระอุปถัมภ์แก่วัดต่างๆ โดยในนครลำปางและเมืองบริวารอย่างทั่วถึง ทรงสละราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาด้วยความศรัทธาเลื่อมใสอย่างแท้จริง อนึ่ง เพื่อให้พระสงฆ์ในจังหวัดลำปาง ได้มีความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องพระศาสนาดียิ่งขึ้น พระองค์ยังได้ทรงสนับสนุนส่งพระสงฆ์ให้เข้ารับศึกษาพระปริวัติธรรม ณ วัดมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร อีกด้วย

ด้านการอุตสาหกรรมและการคมนาคม[แก้]

เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต ทรงมีสายพระเนตรยาวไกล ทรงเล็งเห็นว่าการอุตสาหกรรมต่อไปจักเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจของบ้านเมือง ได้ทรงจัดตั้งโรงงานทอผ้าและโรงงานฟอกหนังขึ้นในนครลำปาง ซึ่งนับเป็น โรงงานฟอกหนังแห่งแรกของประเทศไทย นอกจากนั้น พระองค์ยังทรงส่งเสริมกิจการด้านการคมนาคม ทรงมีราชดำริให้มีการก่อสร้างปรับปรุงถนนต่างๆ เพื่อเชื่อมโยงนครลำปางและเมืองบริวารใกล้เคียง รวมทั้ง ได้ประทานที่ดินส่วนพระองค์เพื่อก่อตั้งที่ทำการไปรษณีย์โทรเลข[8] เพื่อเป็นศูนย์กลางในการติดต่อสื่อสารของประชาชน

การขอพระราชทานนามสกุล[แก้]

เจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิต ได้รับพระราชทานนามสกุล ณ ลำปาง (อักษรโรมัน: na Lampang) ซึ่งเป็นนามสกุลพระราชทาน ลำดับที่ 1,166 จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2457[11] โดยพระราชทานให้แก่ผู้สืบเชื้อสายจากบรรพบุรุษที่มีนิวาสถานตั้งอยู่ในที่แห่งนั้นเป็นเวลานานมาก มีผู้คนรู้จัก และนับถือโดยมาก โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่ได้รับพระบรมราชานุญาตใช้คำว่า "ณ" นำหน้าสกุลเป็นอันขาด[12] ต่อมาภายหลังตระกูล ณ ลำปาง เป็นหนึ่งในสิบตระกูลที่ได้เข้าเฝ้าในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช[13]

สถานที่สำคัญ[แก้]

  • อนุสาวรีย์เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าโรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2521
  • กู่เจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิต เป็นสถานที่บรรจุอัฐิของเจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิต ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าวัดพระบาท ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง

สถานที่อันเนื่องมาจากพระนาม[แก้]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

ลำดับสาแหรก[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://janphar.lpru.ac.th/culture/5/web9.htm
  2. พระราชทานสัญญาบัตร
  3. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานหิรัญบัตรแลสัญญาบัตร, เล่ม ๑๔, ตอน ๔๑, ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๔๔๐, หน้า๗๐๑
  4. ราชกิจจานุเบกษา, ข่าวตาย, เล่ม ๓๙, ตอน ง, ๒๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๖๕, หน้า ๒๐๐๓
  5. 5.0 5.1 วรชาติ มีชูบท, เจ้านายฝ่ายเหนือ และตำนานรักมะเมียะ, กรุงเทพฯ : สร้างสรรค์บุ๊คส์, หน้า 119
  6. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเพลิงศพ, เล่ม ๔๔, ตอน ง, ๕ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๗๐, หน้า ๗๑๔
  7. ไพโรจน์ ไชยเมืองชื่น (บรรณาธิการ), 2 ฟากแม่น้ำวัง 2 ฝั่งนครลำปาง, ลำปาง : เทศบาลนครลำปาง, 2551
  8. 8.0 8.1 8.2 8.3 ปราณี ศิริธร ณ พัทลุง. เพ็ชร์ล้านนา. เชียงใหม่: ผู้จัดการ, พิมพ์ครั้งที่ 2. 2538, หน้า 48
  9. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความกระทรวงกลาโหม ตั้งราชองครักษ์พิเศษ
  10. 10.0 10.1 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ตั้งคณะกรรมการป้องกันการค้ากำไรเกินควร ประจำจังหวัดลำปาง
  11. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศพระราชทานนามสกุล ครั้งที่ ๑๔ (ลำดับที่ ๑๑๕๖ ถึงลำดับที่ ๑๑๘๒), เล่ม 31 วันที่ 5 เมษายน 2457 หน้า 10
  12. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศ ห้ามมิให้ผู้ที่ไม่ได้รับพระราชทานนามสกุลใช้ "ณ" นำหน้านามสกุล, เล่ม ๓๒, ตอน ๐ ก, ๑๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๘, หน้า ๓๙๕
  13. http://www1.tv5.co.th/service/mod/heritage/king/rajapisek/index3.htm
  14. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์, เล่ม ๒๘, ๓ มกราคม พ.ศ. ๒๔๕๕, หน้า ๑๙๕๕
  15. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเครื่องราชอิศริยาภรณ์, เล่ม ๒๓, ตอน ๕๑, ๑๗ มีนาคม ๒๔๔๙, หน้า ๑๒๙๕
  16. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเครื่องราชอิศริยาภรณ์, เล่ม ๒๐, ตอน ๔๑, ๑๐ มกราคม ๒๔๔๖, หน้า ๗๑๐
  17. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
  18. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๑๗, ตอน ๔๓, ๒๐ มกราคม ๒๔๔๓, หน้า ๖๑๘
  19. ราชกิจจานุเบกษา, ส่งเหรียญดุษฎีมาลาไปพระราชทาน, เล่ม ๑๖,ตอน ๔๔, ๒๘ มกราคม พ.ศ. ๒๔๔๒, หน้า ๖๒๘

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

  • ปราณี ศิริธร ณ พัทลุง. เพ็ชร์ล้านนา. (ครั้งที่ 2) เชียงใหม่ :ผู้จัดการ ศูนย์ภาคเหนือ, 2538.
  • ศักดิ์ รัตนชัย. พงศาวดารสุวรรณหอคำนครลำปาง (ตำนานเจ้าเจ็ดพระองค์กับหอคำมงคล ฉบับสอบทานกับเอกสารสืบค้น สรสว.ลำปาง) .
  • คัมภีร์ คัมภีรญาณนนท์, นาวาอากาศเอก. เจ้านายฝ่ายเหนือ. [1]
ก่อนหน้า เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต ถัดไป
เจ้านรนันทไชยชวลิต 2leftarrow.png เจ้าผู้ครองนครลำปาง
(3 มกราคม พ.ศ. 2440 - 5 ตุลาคม พ.ศ. 2465)
2rightarrow.png เจ้าราชบุตร (แก้วเมืองพวน ณ ลำปาง)