อำเภอสุคิริน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อำเภอสุคิริน
การถอดเสียงอักษรโรมัน
 • อักษรโรมันAmphoe Sukhirin
แผนที่จังหวัดนราธิวาส เน้นอำเภอสุคิริน
คำขวัญ: 
หลายประเพณี ที่สร้างตน ต้นลำธาร
หวานผลไม้ ใต้เหมืองทอง
พิกัดภูมิศาสตร์: 5°56′20″N 101°46′14″E / 5.93889°N 101.77056°E / 5.93889; 101.77056
ประเทศ ไทย
จังหวัดนราธิวาส
พื้นที่
 • ทั้งหมด513.0 ตร.กม. (198.1 ตร.ไมล์)
ประชากร
 (2563)
 • ทั้งหมด26,449 คน
 • ความหนาแน่น51.56 คน/ตร.กม. (133.5 คน/ตร.ไมล์)
รหัสไปรษณีย์ 96190
รหัสภูมิศาสตร์9609
ที่ตั้งที่ว่าการที่ว่าการอำเภอสุคิริน หมู่ที่ 4 ตำบลสุคิริน อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส 96190
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

อำเภอสุคิริน เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดนราธิวาส โดยคำว่า "สุคิริน" เป็นชื่อตำหนักของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระราชทานเมื่อคราวเสด็จมาประทับแรม เมื่อปี พ.ศ. 2510 ซึ่งหมายความว่า "พรรณไม้งามเขียวชอุ่ม" ซึ่งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระราชทานเพื่อความเหมาะสมกับสภาพท้องถิ่นที่เต็มไปด้วยป่าและภูเขา มีพรรณไม้นานาชนิดขึ้นอยู่อย่างงดงาม

โรงพยาบาลสุคิริน
โรงเรียนรักไทย ตำบลภูเขาทอง
เหมืองทองโต๊ะโม๊ะ ตำบลภูเขาทอง
ลำธารจากภูเขาในเขตตำบลภูเขาทอง

ภูมิศาสตร์[แก้]

อำเภอสุคิรินตั้งอยู่ทางตอนล่างด้านใต้สุดของจังหวัดนราธิวาส มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังนี้

ศาลเจ้าแม่โต๊ะโม๊ะ ตำบลภูเขาทอง
พระตำหนักสุคิริน
พระตำหนักสุคิริน

ประวัติ[แก้]

อำเภอสุคิรินเดิมเคยเป็นกิ่งอำเภอหนึ่งที่ได้จัดตั้งขึ้นในวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2478 ชื่อ กิ่งอำเภอปาโจ[1] (ปาโจ แปลว่า น้ำตก[2]) ขึ้นการปกครองกับอำเภอโต๊ะโมะ (อำเภอแว้งในปัจจุบัน) กิ่งอำเภอนี้จัดตั้งเพราะมีชาวฝรั่งเศสได้เข้ามาขอสัมปทานทำเหมืองแร่ทองคำบริเวณเทือกเขาลีซอ ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลโต๊ะโมะ มีราษฎรอพยพเข้ามาอยู่เป็นจำนวนมาก ทางราชการจึงได้พิจารณาจัดตั้งกิ่งอำเภอนี้ขึ้นมาเพื่อสะดวกในการปกครอง ดูแลผลประโยชน์ของทางราชการในการจัดเก็บภาษีอากร - ให้บริการประชาชน โดยแบ่งการปกครองเป็น 2 ตำบล คือ ตำบลโต๊ะโมะและตำบลมาโมง และในวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2482 ได้เปลี่ยนชื่อกิ่งอำเภอปาโจ เป็น กิ่งอำเภอโต๊ะโม๊ะ[3] ตามชื่อตำบลที่ตั้งกิ่งอำเภอ

ต่อมาในปี พ.ศ. 2482 เกิดสงครามอินโดจีนขึ้น ชาวฝรั่งเศสเจ้าของกิจการเหมืองแร่ทองคำได้หนีภัยสงครามจึงทิ้งเหมืองแร่ทองคำ รัฐบาลไทยโดยกรมโลหะกิจ กระทรวงอุตสาหกรรม ได้แต่งตั้งพระอุดมธรณีศาสตร์ มาเป็นผู้ดำเนินการเหมืองแร่ทองคำดังกล่าวแทน ประมาณปีเศษเกิดเหตุการณ์ไม่สงบในบริเวณเหมืองแร่ทองคำ และต่อมาได้ล้มเลิกกิจการไป คนไทยที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ได้อพยพออกหมด และในวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2496 ทางราชการได้ประกาศยุบกิ่งอำเภอโต๊ะโม๊ะ[4] ลงเป็น ตำบลโต๊ะโม๊ะ เนื่องจากแหล่งชุมนุมชนที่หนาแน่นซึ่งมีอยู่ในเวลาเริ่มตั้งกิ่งอำเภอนั้น ขณะนี้ร่วงโรยลงไป ประกอบกับพลเมืองอพยพไปอยู่ท้องถิ่นอื่น คงเหลือพลเมืองเพียงเล็กน้อย จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตั้งกิ่งอำเภอนี้ไว้ต่อไปอีก ต่อมาในวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2500 ได้ยุบพื้นที่ตำบลโต๊ะโม๊ะลง[5] รวมเข้ากับพื้นที่ตำบลมาโมง เนื่องจากมีพื้นที่เพียง 2 หมู่บ้าน และหมดความจำเป็น

ต่อมาในปี พ.ศ. 2517 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้กรมประชาสงเคราะห์จัดตั้งนิคมพัฒนาตนเองภาคใต้ จังหวัดนราธิวาส เพื่ออพยพราษฎรที่มีฐานะยากจนและไม่มีที่ดินทำกินจากท้องที่ต่าง ๆ เข้ามาประกอบอาชีพ เขตนิคมคลุมพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อำเภอระแงะ อำเภอแว้ง และอำเภอรือเสาะ

ในปี พ.ศ. 2519 ราษฎรในพื้นที่ได้ยื่นเรื่องราวต่อราชการ ขอให้ตั้งกิ่งอำเภอขึ้นที่พื้นที่บริเวณนี้อีกครั้ง โดยกระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาเห็นว่าราษฎรทั้งสองตำบล ได้แก่ ตำบลมาโมง และตำบลสุคิริน เป็นตำบลที่อยู่ไกลท้องที่ทุรกันดาร และห่างไกลจากตัวอำเภอ เจ้าหน้าที่มีโอกาสตรวจเยี่ยมเยือนดูแลทุกข์สุขของราษฎรน้อยมาก เพราะทางคมนาคมไม่สะดวก ซึ่งอาจเป็นการเสียหายในด้านการปกครอง ประกอบกับหมู่บ้านดังกล่าวมีโอกาสที่จะเจริญในอนาคต เพราะราษฎรอาศัยอยู่กันหนาแน่นมาก และมีพื้นที่ทำมาหากินได้ โดยเฉพาะมีทรัพยากรทางธรรมชาติ พอที่จะยกระดับการครองชีพของราษฎรของตำบลมาโมง และตำบลสุคิรินให้ดียิ่งขึ้น จึงแนะนำประชุมชี้แจงร่วมกับทางอำเภอแว้ง รายงานต่อกระทรวงมหาดไทย ขอจัดตั้งที่ว่าการกิ่งอำเภอสุคิรินขึ้น

ต่อมาเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2520 ได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทยให้แยกตำบลสุคิริน และตำบลมาโมง ออกจากการปกครองของอำเภอแว้ง รวมตั้งเป็น กิ่งอำเภอสุคิริน[6] ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ปีเดียวกัน และในวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2520 มีประกาศกระทรวงมหาดไทยให้แยกบางหมู่บ้านออกมาจากการปกครองของตำบลสุคิริน รวมตั้งเป็นตำบลเกียร์[7] และในวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2522 มีประกาศกระทรวงมหาดไทยให้แยกบางหมู่บ้านออกมาจากการปกครองของตำบลมาโมง รวมตั้งเป็นตำบลภูเขาทอง[8] จนกระทั่งเมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2529 จึงมีพระราชกฤษฎีกาฯ ยกฐานะขึ้นเป็น อำเภอสุคิริน[9] จนถึงปัจจุบัน

  • วันที่ 17 พฤศจิกายน 2478 แยกพื้นที่ตำบลโต๊ะโม๊ะ และตำบลมาโมง ของอำเภอโต๊ะโม๊ะ (อำเภอแว้ง) มาจัดตั้งเป็น กิ่งอำเภอปาโจ[1] และกำหนดให้ขึ้นการปกครองกับอำเภอโต๊ะโม๊ะ (อำเภอแว้ง)
  • วันที่ 17 เมษายน 2482 เปลี่ยนแปลงชื่ออำเภอโต๊ะโม๊ะ จังหวัดนราธิวาส เป็น อำเภอแว้ง และเปลี่ยนแปลงชื่อกิ่งอำเภอปาโจ อำเภอโต๊ะโม๊ะ (อำเภอแว้ง) จังหวัดนราธิวาส เป็น กิ่งอำเภอโต๊ะโม๊ะ[3]
  • วันที่ 1 กันยายน 2496 ยุบกิ่งอำเภอโต๊ะโม๊ะ อำเภอแว้ง ลงเป็น ตำบลโต๊ะโม๊ะ[4] และให้ยุบรวมเข้ากับพื้นที่อำเภอแว้ง
  • วันที่ 12 มีนาคม 2500 ยุบตำบลโต๊ะโม๊ะ รวมกับท้องที่ตำบลมาโมง โดยโอนพื้นที่หมู่ 1,2 (ในขณะนั้น) ของตำบลโต๊ะโม๊ะ (ที่ถูกยุบ) ไปตั้งเป็นหมู่ที่ 4 และ 5 ของตำบลมาโมง[5] ตามลำดับ
  • วันที่ 22 สิงหาคม 2515 ตั้งตำบลสุคิริน แยกออกจากตำบลมาโมง[10]
  • วันที่ 23 ธันวาคม 2517 จัดตั้งนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ ในท้องที่อำเภอระแงะ อำเภอแว้ง และอำเภอรือเสาะ[11]
  • วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2520 แยกพื้นที่ตำบลสุคิริน และตำบลมาโมง ของอำเภอแว้ง มาจัดตั้งเป็น กิ่งอำเภอสุคิริน[6] และกำหนดให้ขึ้นการปกครองกับอำเภอแว้ง
  • วันที่ 28 มิถุนายน 2520 ตั้งตำบลเกียร์ แยกออกจากตำบลสุคิริน[7]
  • วันที่ 16 ตุลาคม 2522 ตั้งตำบลภูเขาทอง แยกออกจากตำบลมาโมง[8]
  • วันที่ 25 พฤศจิกายน 2523 ตั้งที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขสุคิริน[12] ในท้องที่กิ่งอำเภอสุคิริน อำเภอแว้ง
  • วันที่ 20 มีนาคม 2529 ยกฐานะจากกิ่งอำเภอสุคิริน อำเภอแว้ง เป็น อำเภอสุคิริน[9]
  • วันที่ 1 กรกฎาคม 2534 ตั้งตำบลร่มไทร แยกออกจากตำบลเกียร์[13]
  • วันที่ 24 กันยายน 2535 จัดตั้งนิคมสร้างตนเอง ในท้องที่อำเภอรือเสาะ อำเภอแว้ง อำเภอศรีสาคร อำเภอสุไหงปาดี อำเภอจะแนะ และอำเภอสุคิริน (อีกครั้ง)[14] โดยแก้ไขจากประกาศปี พ.ศ. 2517[11] และแยกนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ ออกเป็นพื้นที่ 2 นิคมสร้างตนเอง ได้แก่ นิคมสร้างตนเองสุคิริน ในท้องที่อำเภอจะแนะ อำเภอสุคิริน อำเภอสุไหงปาดี อำเภอแว้ง และนิคมสร้างตนเองศรีสาคร ในท้องที่อำเภอศรีสาคร และอำเภอรือเสาะ กับพื้นที่ที่เหลือจากการแยกนิคมสร้างตนเอง (พื้นที่ป่าไม้) ให้คืนให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • วันที่ 5 พฤษภาคม 2537 จัดตั้งสุขาภิบาลสุคิริน ในท้องที่หมู่ 3-4,7,9 ตำบลสุคิริน กับหมู่ 1,3 ตำบลเกียร์ และหมู่ 3,6 ตำบลมาโมง[15]
  • วันที่ 25 พฤษภาคม 2542 ยกฐานะจากสุขาภิบาลสุคิริน เป็น เทศบาลตำบลสุคิริน[16] ด้วยผลของกฎหมาย

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

อำเภอสุคิรินแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 5 ตำบล 41 หมู่บ้าน ได้แก่

1. มาโมง (Mamong) 10 หมู่บ้าน
2. สุคิริน (Sukhirin) 13 หมู่บ้าน
3. เกียร์ (Kia) 5 หมู่บ้าน
4. ภูเขาทอง (Phukhao Thong) 8 หมู่บ้าน
5. ร่มไทร (Rom Sai) 5 หมู่บ้าน

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

ท้องที่อำเภอสุคิรินประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 6 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลสุคิริน ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลสุคิริน ตำบลมาโมง และตำบลเกียร์
  • องค์การบริหารส่วนตำบลมาโมง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลมาโมง (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลสุคิริน)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลสุคิริน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสุคิริน (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลสุคิริน)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลเกียร์ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเกียร์ (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลสุคิริน)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลภูเขาทอง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลภูเขาทองทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลร่มไทร ครอบคลุมพื้นที่ตำบลร่มไทรทั้งตำบล

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ตั้งกิ่งอำเภอปาโจ" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 52 (0 ง): 2501–2502. November 17, 1935.
  2. ประพนธ์ เรืองณรงค์. "บทผนวกเกียรติยศ". ใน รัฐปัตตานีใน "ศรีวิชัย" เก่าแก่กว่ารัฐสุโขทัยในประวัติศาสตร์. สุจิตต์ วงษ์เทศ (บรรณาธิการ). พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ:มติชน. 2547, หน้า 353
  3. 3.0 3.1 "พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนนามอำเภอ กิ่งอำเภอ และตำบลบางแห่ง พุทธศักราช ๒๔๘๒" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 56 (0 ก): 354–363. April 17, 1939.
  4. 4.0 4.1 "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ยุบกิ่งอำเภอโต๊ะโมะ อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 70 (56 ง): 3062. September 1, 1953.
  5. 5.0 5.1 "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ยุบและเปลี่ยนแปลงเขตตำบลในท้องที่อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 74 (25 ง): 679–680. March 12, 1957.
  6. 6.0 6.1 "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แบ่งท้องที่อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ตั้งเป็นกิ่งอำเภอสุคิริน" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 94 (11 ง): 486. February 8, 1977.
  7. 7.0 7.1 "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ตั้งและเปลี่ยนแปลงเขตตำบลในท้องที่กิ่งอำเภอสุคิริน อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 94 (57 ง): 2625–2627. June 28, 1977.
  8. 8.0 8.1 "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ตั้งและเปลี่ยนแปลงเขตตำบลในท้องที่กิ่งอำเภอสุคิริน อำเภอแว้งและอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 96 (177 ง): 3633–3637. October 16, 1979.
  9. 9.0 9.1 "พระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอคลองลาน อำเภอสุคิริน อำเภอตะโหมด อำเภอห้วยทับทัน และอำเภอปากคาด พ.ศ. ๒๕๒๙" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 103 (45 ง): (ฉบับพิเศษ) 4-6. March 20, 1986.
  10. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ตั้งและเปลี่ยนแปลงเขตตำบล ในท้องที่อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 89 (126 ง): 2132–2133. August 22, 1972.
  11. 11.0 11.1 "พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสร้างตนเอง ในท้องที่อำเภอรือเสาะ อำเภอระแงะ และอำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส พ.ศ. ๒๕๑๗" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 91 (220 ก): (ฉบับพิเศษ) 1-2. December 22, 1974.
  12. "ประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง ตั้งที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขวัดพระยาไกร ท่าหลวง คชสิทธิ์ โคกตูม ดีลัง บ่อทอง กาบเชิง ลำดวน ห้วยทับทัน ยางชุมน้อย โนนแดง ปากคาด พรเจริญ นามน วังสามหมอ นาด้วง ดอนเขือง ท่าพระขอนแก่น โพศรี ช้างเผือก นาหมื่น แม่เมาะ ทุ่งหัวช้าง แม่เจดีย์ วังกะพี้ วังทรายพูน คลองลาน เนินมะปราง ท่าชัย วังพิกุล ทองผาภูมิ ท่าเสด็จ หนองหญ้าปล้อง บ้านกรูด พรหมคีรี ทุ่งตะโก บ้านพูน ลำไพล สุคิริน นาโยง คลองปาง และปาลัส" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 97 (180 ง): 4119–4123. November 25, 1980.
  13. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ตั้งและกำหนดเขตตำบลในท้องที่อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 108 (115 ง): (ฉบับพิเศษ) 35-39. July 1, 1991.
  14. "พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสร้างตนเอง ในท้องที่อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส และในท้องที่อำเภอสุคิริน อำเภอจะแนะ อำเภอสุไหงปาดี และอำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส พ.ศ. ๒๕๓๕" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 109 (102 ง): 14–15. September 24, 1992.
  15. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง จัดตั้งสุขาภิบาลสุคิริน อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 111 (36 ง): 21–23. May 5, 1994.
  16. "พระราชบัญญัติเปลี่ยนแปลงฐานะของสุขาภิบาลเป็นเทศบาล พ.ศ. ๒๕๔๒" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 116 (9 ก): 1–4. February 24, 1999.