อำเภอบ้านแพรก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อำเภอบ้านแพรก
แผนที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เน้นอำเภอบ้านแพรก
คำขวัญ: หลวงพ่อเขียว หลวงพ่อขาว หลวงพ่อเภาคู่บ้าน พัดสานคู่เมือง พิพิธภัณฑ์ลือเลื่อง รุ่งเรืองเกษตรกรรม เลิศล้ำหัตถศิลป์ แผ่นดินลิเก
พิกัดภูมิศาสตร์: 14°38′52″N 100°34′57″E / 14.64778°N 100.58250°E / 14.64778; 100.58250
อักษรไทยอำเภอบ้านแพรก
อักษรโรมันAmphoe Ban Phraek
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พื้นที่
 • ทั้งหมด39.1 ตร.กม. (15.1 ตร.ไมล์)
ประชากร (2561)
 • ทั้งหมด9,046
 • ความหนาแน่น231.35 คน/ตร.กม. (599.2 คน/ตร.ไมล์)
รหัสไปรษณีย์13240
รหัสภูมิศาสตร์1416
ที่อยู่
ที่ว่าการ
ที่ว่าการอำเภอบ้านแพรก เลขที่ 333 หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านแพรก อำเภอบ้านแพรก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13240
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

อำเภอบ้านแพรก เป็นอำเภอหนึ่งในสิบหกอำเภอของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่น้อยที่สุด ตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำลพบุรีตอนล่าง เป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนมาช้านาน มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีย้อนหลังไปถึงพุทธศตวรรษที่ 17-21 นับเป็นชุมชนเก่าแก่แห่งหนึ่ง

ที่มาของชื่ออำเภอ[แก้]

คำว่า "แพรก" มีความหมายตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2493 ว่า ชื่อเรียกหญ้าชนิดหนึ่ง ต้นเป็นฝอย ใช้เป็นเครื่องสักการะห้า และอีกนัยหนึ่งคือทางแยกของน้ำ

อำเภอบ้านแพรก มีที่มาของชื่อจากทางแยกของแม่น้ำที่เปลี่ยนทางเดินคือแม่น้ำลพบุรีสายเก่ากับคลองตาเมฆ เรื่องเล่าว่าตาเมฆเป็นชาวสุพรรณบุรี มารับราชการในกรุงศรีอยุธยาพร้อมกับบิดามีหน้าที่ดูแลช้างหลวง ตาเมฆได้นำโขลงช้างมามาพักเลี้ยงอยู่ริมแม่น้ำลพบุรี โขลงช้างเดินขึ้นลงในแม่น้ำลพบุรีเกิดเป็นลำรางกลายเป็นคลอง จึงได้ชื่อว่า "คลองตาเมฆ" แม่น้ำลพบุรีเป็นแม่น้ำที่แยกจากแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ตำบลม่วงหมู่ อำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ผ่านอำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี เข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผ่านอำเภอบ้านแพรก อำเภอมหาราช อำเภอบางปะหัน มาบรรจบกับแม่น้ำป่าสักที่วัดตองปุ ตำบลบ้านเกาะ อำเภอพระนครศรีอยุธยา

ประวัติ[แก้]

บ้านแพรกสำพะเนียง เดิมเป็นตำบลชื่อหนึ่งในอำเภอมหาราช ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2480 ทางราชการได้ยกฐานะขึ้นเป็น กิ่งอำเภอบ้านแพรก มี 4 ตำบล ได้แก่

  1. ตำบลบ้านแพรก
  2. ตำบลสำพะเนียง
  3. ตำบลคลองน้อย
  4. ตำบลบ้านโพธิ์

ถึง พ.ศ. 2488 ทางราชการได้ประกาศรวมตำบลคลองน้อยกับตำบลบ้านโพธิ์เข้าด้วยกัน เป็นตำบลคลองน้อย ต่อมาได้ประกาศยกฐานะกิ่งอำเภอบ้านแพรกเป็น อำเภอบ้านแพรก เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2502 ประกอบด้วย 5 ตำบล 27 หมู่บ้าน ดังนี้

  1. ตำบลบ้านแพรก จำนวน 5 หมู่บ้าน
  2. ตำบลสำพะเนียง จำนวน 6 หมู่บ้าน
  3. ตำบลคลองน้อย จำนวน 6 หมู่บ้าน
  4. ตำบลสองห้อง จำนวน 5 หมู่บ้าน
  5. ตำบลบ้านใหม่ จำนวน 5 หมู่บ้าน

นอกจากนี้ยังมีหลักฐานเก่าแก่มากมายที่ค้นพบในเขตอำเภอบ้านแพรกที่แสดงให้เห็นว่าชุมชนบ้านแพรกเป็นชุมชนที่มีความรุ่งเรืองมาแต่โบราณ ซึ่งจะศึกษาได้ที่พิพิธภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นอำเภอบ้านแพรก

ที่ตั้งและอาณาเขต[แก้]

อำเภอบ้านแพรกตั้งอยู่ทางเหนือสุดของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียง ดังนี้

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

อำเภอบ้านแพรกแบ่งเขตการปกครองย่อยเป็น 5 ตำบล 27 หมู่บ้าน ได้แก่

รหัส อักษรไทย อักษรโรมัน หมู่บ้าน ประชากร
(ธันวาคม 2561)
    
141601 บ้านแพรก Ban Phraek 5 2,138
141602 บ้านใหม่ Ban Mai 5 1,609
141603 สำพะเนียง Sam Phaniang 6 2,441
141604 คลองน้อย Khlong Noi 6 1,361
141605 สองห้อง Song Hong 5 1,497

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

ท้องที่อำเภอบ้านแพรกประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลบ้านแพรก ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลบ้านแพรกและตำบลสำพะเนียง
  • องค์การบริหารส่วนตำบลสำพะเนียง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านแพรก (นอกเขตเทศบาลตำบลบ้านแพรก) ตำบลสำพะเนียง (นอกเขตเทศบาลตำบลบ้านแพรก) และตำบลบ้านใหม่ทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลคลองน้อย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลคลองน้อยและตำบลสองห้องทั้งตำบล

สถานศึกษา[แก้]

  • โรงเรียนบ้านแพรกประชาสรรค์ เป็นสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษา ตั้งอยู่ในอำเภอบ้านแพรก เป็นโรงเรียนประจำอำเภอบ้านแพรก

แหล่งเรียนรู้[แก้]

  • พิพิธภัณฑ์บ้านแพรกบริเวณโรงเรียนบ้านแพรกประชาสรรค์ อำเภอบ้านแพรก จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีการขุดพบวัตถุโบราณสมัยสุโขทัยและสมัยอยุธยาจำนวนมากตามแนวแม่น้ำลพบุรีสายเก่า เช่นเครื่องปั้นดินเผาจากแหล่งเตาเผาบ้านบางปูน ตำบลพิหารแดง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จากแหล่งเตาเผาศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัยและจากแหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อย ตำบลเชิงกลัด อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณโรงเรียนบ้านแพรกประชาสรรค์ เป็นที่ตั้งของวัดหลายวัด วัดที่สำคัญคือวัดสังคโลกซึ่งเป็นสถานที่ขุดพบเครื่องสังคโลกสมัยสุโขทัยจำนวนมาก

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]