ตำบลสะกาด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก สะกาด)

ตำบลสะกาด เป็นตำบล 1 ใน 12 ตำบลของอำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของอำเภอสังขะ ห่างจากตัวอำเภอสังขะประมาณ 13 กิโลเมตร ห่างจากจังหวัดสุรินทร์ประมาณ 48 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 62 ตารางกิโลเมตร มีทางหลวงแผ่นดิน 24 เป็นเส้นทางหลักในการใช้สญจรเดินทาง ประชาชนส่วนใหญ่ เป็นชนพื้นเมืองที่พูดภาษา กวย (ส่วย) เป็นหลัก และมีชนพื้นเมืองที่พูดภาษา เขมรถิ่นไทย หนาแน่นในพื้นที่บางหมู่บ้าน เช่น บ้านสน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ประชาชนอยู่กันอย่างเรียบง่ายถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่พบปัญหาความขัดแย้งระหว่างชนพื้นเมืองแต่อย่างใด

ประวัติ[แก้]

ตำบลสะกาด เป็นตำบลเก่าแก่ตำบลหนึ่งของอำเภอปราสาท ยกฐานะขึ้นเป็นตำบลเมื่อปี พ.ศ. 2465 มีพื้นที่กว้างขวางครอบคลุมถึงตำบลอู่โลก อำเภอลำดวน ตำบลกระเทียม ตำบลบ้านจารย์ และตำบลบ้านชบ ในปี พ.ศ. 2500 ได้แยกจากอำเภอปราสาทมาขึ้นกับอำเภอสังขะตั้งแต่นั้นมา

การปกครอง[แก้]

ตำบลสะกาด มีทั้งหมด 16 หมู่บ้าน ประกอบด้วย

  • หมู่ 1 บ้านสะกาด
  • หมู่ 2 บ้านธรรมราช
  • หมู่ 3 บ้านตาโมม
  • หมู่ 4 บ้านนาโต๊ะ
  • หมู่ 5 บ้านหลัก
  • หมู่ 6 บ้านอำปึล
  • หมู่ 7 บ้านจังเอิล
  • หมู่ 8 บ้านสน
  • หมู่ 9 บ้านหนองกรวด
  • หมู่ 10 บ้านหนองปรือ
  • หมู่ 11 บ้านกลองตุง
  • หมู่ 12 บ้านตาโมมพัฒนา
  • หมู่ 13 บ้านตาโปง
  • หมู่ 14 บ้านหลักชัย
  • หมู่ 15 บ้านอำปึลพัฒนา
  • หมู่ 16 บ้านทรายขาว

พื้นที่ตั้ง[แก้]

  • ทิศเหนือ ติดต่อกับ ตำบลทับทัน อำเภอสังขะ และตำบลอู่โลก อำเภอลำดวน จังหวัดสุรินทร์
  • ทิศใต้ ติดต่อกับ ตำบลบ้านจารย์ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์
  • ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ตำบลบ้านชบ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์
  • ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ตำบลกระเทียม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์

ภูมิประเทศ[แก้]

ตำบลสะกาด มีสภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบ พื้นที่มีความลาดเอียงจากทิศใต้ไปทิศเหนือ มีสภาพเป็นดินเหนียวปนทราย พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทำนาข้าว และปลูกสวนยางเป็นหลัก มีลำห้วยสำคัญไหลผ่าน คือลำห้วยทับทัน และลำห้วยสาขา

ภาษาที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร[แก้]

ภูมิอากาศ[แก้]

ลักษณะภูมิอากาศเป็นไปตามมรสุม มี 3 ฤดู คือ

  • ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือน มีนาคม ถึงเดือน พฤษภาคม
  • ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถึงเดือน ตุลาคม
  • ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึงเดือน กุมภาพันธ์ของปีถัดไป

จำนวนประชากรในตำบลสะกาด[แก้]

  • จำนวนประชากรและความหนาแน่นประชากร จากข้อมูลของสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง การตรวจสอบบ้านจากทะเบียนบ้าน (สำนักงานทะเบียน อำเภอสังขะ) ณ เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2557 จำนวนประชากรทั้งสิ้น 9,855 คน จำแนกเป็น ชาย 4,988 คน หญิง 4,855 คน และมีจำนวนครัวเรือนทั้งสิ้น 2,468 ครัวเรือน

การศึกษา[แก้]

ในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลสะกาด มีโรงเรียนในระดับประถมศึกษา จำนวน 5 แห่ง (โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา 2 แห่ง) ได้แก่

  • 1. โรงเรียนบ้านสะกาด (โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา)
  • 2. โรงเรียนบ้านตาโมม (โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา)
  • 3. โรงเรียนบ้านหลัก
  • 4. โรงเรียนบ้านจังเอิญ
  • 5. โรงเรียนบ้านสหมิตรวิทยา

การสาธารณสุข[แก้]

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชนตำบล 1 แห่ง มีบุคลากรปฏิบัติงาน ดังนี้

  • - เจ้าหน้าที่สาธารณสุข จำนวน 2 คน แยกเป็น ชาย - คน หญิง 2 คน
  • - ลูกจ้างชั่วคราว 7 คน แยกเป็น ชาย 1 คน หญิง 6 คน
  • - อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) 134 คน แยกเป็น ชาย 29 คน หญิง 105 คน

สถานที่ราชการ[แก้]

ป้อมยามตำรวจ จำนวน 1 แห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสะกาด 1 แห่ง ที่ทำการองค์การบริการส่วนตำบลสะกาด 1 แห่ง

อาชีพ[แก้]

อาชีพหลัก ทำนา ทำสวนยาง อาชีพเสริม ทอผ้าไหม สานเสื่อกก เลี้ยงสัตว์

สาธารณูปโภค[แก้]

จำนวนครัวเรือนที่มีไฟฟ้าใช้ในเขต อบต. 1,858 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 100.00 จำนวนบ้านที่มีโทรศัพท์ 9 หลังคาเรือน คิดเป็นร้อยละ 0.40 ของจำนวนหลังคาเรือน

การเดินทาง[แก้]

การเดินทางเข้าสู่ตำบลใช้เส้นทางถนนโชคชัย-เดชอุดม ทางหลวงหมายเลข 24 ผ่านตำบลสะกาด เส้นทางสายสุรินทร์-ลำดวน-สังขะ ระยะทาง 41 กิโลเมตรและเส้นทางสายสุรินทร์-สังขะ-สะกาด ระยะทาง 48 กิโลเมตร

การโทรคมนาคม[แก้]

  • โทรศัพท์สาธารณะ จำนวน 6 แห่ง

แหล่งน้ำธรรมชาติ[แก้]

  • ลำน้ำ / ลำห้วย จำนวน 11 สาย
  • บึง / หนอง จำนวน 18 แห่ง

แหล่งน้ำที่สร้างขึ้น[แก้]

  • ฝาย จำนวน 12 แห่ง
  • ท่อลอดรับน้ำ (ท่อเหลี่ยม) จำนวน 2 แห่ง
  • บ่อน้ำตื้น จำนวน 29 บ่อ
  • บ่อน้ำบาดาล (บ่อมือโยก) จำนวน 64 แห่ง
  • ประปาหมู่บ้าน จำนวน 9 แห่ง
  • ถังเก็บน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก จำนวน 12 แห่ง
  • คลองขุด จำนวน 18 แห่ง
  • บ่อน้ำขุดส่วนตัว จำนวน 110 แห่ง
  • สระน้ำ จำนวน 12 แห่ง
  • อ่างเก็บน้ำ จำนวน 2 แห่ง

การคมนาคม[แก้]

องค์การบริหารส่วนตำบลสะกาด มีเส้นทางคมนาคมที่สำคัญ คือ

  • 1. ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 24 เป็นถนนสายโชคชัย-เดชอุดม ผ่านบ้านหลักชัยพัฒนา หมู่ที่ 14 บ้านสะกาด หมู่ที่ 1 และบ้านกลองตุง หมู่ที่ 11 ตำบลสะกาด อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์
  • 2. ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 2077 ถนนสายสุรินทร์ - สังขะ ผ่านบ้านอำปึลพัฒนา หมู่ที่ 15 และบ้านตาโปง หมู่ที่ 13
  • 3. ทางหลวงชนบท หมายเลข 2283 เชื่อมระหว่างตำบลสะกาด กับตำบลบ้านจารย์
  • 4. ทางหลวงชนบท หมายเลข 3103 บ้านสะกาด - ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2283

สินค้า/ผลิตภัณฑ์[แก้]

  • ผ้าไหม
  • ข้าวหอมมะลิ
  • เสื่อกก
  • เครื่องจักสาน
  • ผลไม้พันธุ์พื้นเมือง เช่น มะม่วง กะท้อน มะไฟ ล้มโอ ลิ้นจี่ มะพร้าว ขนุน

แหล่งท่องเที่ยวและชุมชนโบราณ[แก้]

ปราสาทเต่าทอง เป็นปราสาทศิลปะแบบเขมรที่เก่าแก่ โดยหลังเดิมนั้นสร้างด้วยอิฐขัดเรียบ ตั้งอยู่บนเนินรูปหลังเต่า มีคูน้ำล้อมรอบตามฉบับผังเมืองโบราณ มีทางเข้า 5 ทาง ปราสาทเป็นศิลปะสมัยใดไม่อาจทราบได้ เพราะองค์ปราสาทและเรือนครรภธาตุนั้นถูกสร้างทับด้วยสิ่งก่อสร้างสมัยใหม่อันมีเหตุเนื่องมาจากใน พ.ศ. 2521 มีการพบทองคำและเครื่องประดับโบราณมากมาย อาทิ กรองศอทองคำประดับพลอย ธำมรงค์ทองคำ หอก ด้าว ง้าว ขอ ดาบ พระแสงขรรค์ ที่ล้วนทำจากเงิน สำริด และทองคำ เป็นปราสาทหลังเดียวในประเทศไทย ที่ยังมีทรัพย์สมบัติฝังอยู่ในเรือนธาตุ ทั้งนี้เพราะความร่วมมือของชาวบ้านในพื้นที่ ที่พยายามจะปกป้องทรัพย์สมบัติจากบรรพชน โดยหารู้ไม่ว่าเป็นการทำลายโบราณสถานในคราวเดียวกัน ปัจจุบันจึงทำให้ปราสาทไม่เหลือเค้าปราสาท เป็นเหตุให้ยากต่อการขุดค้น แต่อย่างไรก็ตามจากการสัณนิษฐานตามหลักฐานแวดล้อมในพื้นที่ใกล้เคียงแล้ว ก็สามารถสรุปได้ว่าปราสาทเต่าทองน่าจะมีอายุไล่เลี่ยกับบรรดาปราสาทใกล้เจคียงซึ่งได้แก่ ปราสาทภูมิโปน ปราสาทบ้านจารย์ (ปราสาทสังข์สินชัย)และ ปราสาทหมื่นชัย ต.กระเทียม คือราวพุทธศรรตวรรษที่ 12 - 14

วัดเต่าทอง เป็นวัดโบราณ ตั้งอยู่ในชุมชนที่เป็นเมืองโบราณ บริเวณบ้านตาโมม ตำบลสะกาด อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ปรากฏชื่อในเอกสารครั้งแรกเมื่อปีพุทธศักราช 2298 ซึ่งมีการผูกพัทธสีมาครั้งแรกตรงกับสมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์แห่งกรุงศรีอยุธยา นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าชุมชนชาวกวยที่อยู่ ณ บ้านตาโมมแห่งนี้อาจจะอพยพมาจากแขวงจำปาศักดิ์ ประเทศลาว หลังจากเกิดโรคระบาด แล้วมาเลือกชัยภูมิแห่งนี้ ซึ่งมีที่ตั้งเหมาะสมอยู่ก่อนแล้ว เนื่องจากบ้านตาโมมเป็นเมืองโบราณสมัยขอมช่วงเวลาเดียวกับปราสาทอื่นๆ ในแถบนี้ จึงมีคูเมืองและตัวเมืองชั้นใน ดังปรากฏหลักฐานทางภูมิศาสตร์ในปัจจุบัน คือบริเวณปราสาทเต่าทอง ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

  • 1. ปราสาทเต่าทอง
  • 2. บรรณาลัย (หอเก็บคัมภีร์)
  • 3. ราชมรรคา ทางขึ้นปราสาท
  • 4. คูน้ำล้อมปราสาท
  • - ฝั่งตะวันตกเรียก ตระพังข็อง(หนองมะม่วง)
  • - ฝั่งทิศใต้เรียกตระพังเทราะ (หนองหมู่บ้าน ปัจจุบันเรียกบ้านเก่า)
  • - ฝั่งทิศเหนือเรียกตระพังราง(หนองร้าง)
  • - ฝั่งทิศตะวันออกเรียกตระพังเส็ม(หนองสิม)
  • 5. บาราย (สระน้ำประจำปราสาท)
  • 6. วิหารเปลื้องเครื่อง (พระเสื้อเมืองทรงเมือง)ปัจจุบันวิหารทางทิศใต้คืออุโบสถวัดเต่าทอง ส่วนทิศเหนือเป็นสนามกีฬากลางหมู่บ้าน
  • 7. พระธาตุ (เป็นศิลปะลาวจำปาศักดิ์)คาดว่าสร้างขึ้นภายหลังบูรณะวิหารเป็นอุโบสถแล้ว

วัดเต่าทอง ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นวัดอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2298 และได้รับการอนุญาตตั้งวัดเป็นอารามคามวาสีเมื่อปี พ.ศ. 2300 สมัยเจ้าเมืองสุรินทร์คนที่ 1 มีประชาชนเป็นโยมอุปปัฏถาก 11 หมู่บ้าน คือ บ้านตาโมม บ้านสน บ้านโคกขะยูง (ปัจจุบันร้างแล้ว) บ้านโพนไทร (ปัจจุบันร้างแล้ว) บ้านระโยง (ปัจจุบันร้างแล้ว) บ้านตระพังร้าง (ปัจจุบันร้างแล้ว) บ้านบางสะกาด (ปัจจุบันย้ายไปตั้งเป็นบ้านสะกาด) บ้านหลัก (ยังอยู่) บ้านโคกระหาร (ปัจจุบันเหลือแต่ชื่อ) บ้านโคกสะวาย (ปัจจุบันเหลือแต่ชื่อ) บ้านบางฉะโพร (คาดว่าเป็นพื้นที่บ้านธรรมราชในปัจจุบัน เพราะมีแอ่งน้ำชื่อว่าพังฉะโพร ปัจจุบันไม่เหลือเค้าแอ่งน้ำนั้นแล้ว ด้วยมีการปรับพื้นที่เพื่อทำนา -- เคยขุดค้นพบภาชนะดินเผาใส่โครงกระดูกมนุษย์โบราณ 3 จุด) แต่ภายหลังเกิดโรคระบาด ประชาชนแต่ละหมู่บ้านนิยมตั้งวัดเพิ่มมากขึ้น เลยเหลือแค่สองหมู่บ้านคือบ้านสนและบ้านตาโมม ต่อมาบ้านสนมีการตั้งวัดสุวรรณราษฎร์บำรุง(ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นวัดสนสัทธาราม)ขึ้น จึงเหลือแค่บ้านตาโมมเท่านั้นที่ดูแลวัด จากวัดที่ใหญ่ที่สุดในตำบล มีพระเกือบร้อยรูปปัจจุบันจึงถดถอยลงมาก

ในปี พ.ศ. 2454 ตรงกับสมัยสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ วัดเต่าทอง มีการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่มีการเผาอิฐก่อกำแพงอุโบสถขึ้น มีการบูรณะ พระธาตุ สร้างหอระฆัง สร้างโปง ขุดสระขุดบ่อ และย้ายป่าช้าจากทิศตะวันตกบ้านบางสะกาดมาตั้งที่ทิศตะวันออกบ้านตาโมม จึงทำให้วัดตาโมม มีองค์ประกอบของวัดครบตามตำราการตั้งวัด คือมีอุโบสถ พระธาตุเจดีย์ ต้นศรีมหาโพธิ์ วิหารฉัน และหอระฆัง จึงได้มีการฉลองอุโบสถหลังใหม่และผูกพัทธสีมาขึ้นในปี 2458 ผ่านมาแล้ว 100 ปี และมีการผูกซ้ำอีกในพิธีแสดงอาโป ปี 2481 (เป็นการเปลี่ยนใบเสมาจากหินเป็นปูน)

ในปี พ.ศ. 2487 มีการเปลี่ยนชื่อวัดจากวัดตาโมมเป็น “วัดเต่าทอง” มีการสร้างหอระฆังในปี 2504 สร้างศาลาการเปรียญในปี 2511 มีการสร้างพระใหญ่ทับปราสาทในปี 2521 มีการสร้างวิหารทับปราสาทเต่าทองในปี 2539 จวบจนปี 2548 ชาวบ้านตาโมมทั้งสองหมู่บ้านมีมติก่อสร้างบูรณะอุโบสถใหม่แทนหลังเดิม จึงมีการเริ่มก่อสร้างอุโบสถขึ้นจวบจน สำเร็จในปี 2558 จึงจัดการเฉลิมฉลองอุโบสถหลังใหม่และผูกพัทธสีมาอีกครั้งหนึ่งเป็นครั้งที่ 3 ในปี 2559 นี้ ศิริรวมอายุวัดเต่าทองได้ ประมาณ 300 ปี ศิริรวมอายุการตั้งชุมชนบ้านตาโมมได้ 900 ปี

ศาสนสถานและศาสนวัตถุสำคัญ ศาสนสถานและศาสนวัตถุสำคัญ คือ

  • 1. พระพุทธเวฬีสารีธาตุ (พระใหญ่ในอุโบสถ ดัดแปลงมาจากเทวรูปในวิหารสมัยปราสาทขอม มีการโบกดินเหนียวทับและมีการฉาบปูนทับหลายชั้น หลังจากการสแกนด้วยเครื่องมือสแกนโลหะ พบมีแกนเป็นหิน มีโลหะทองคำและโลหะเงิน บุครอบหินในองค์พระ แต่ไม่สามารถกะเทาะออกได้ เนื่องจากฉาบดินและปูนทับหลายชั้น)
  • 2. พระเจ้าหอกลอง (พระเจา หรือพระเจ้า) เป็นพระพุทธรูปสำริด แต่เดิมตั้งไว้ในปราสาทเต่าทองต่อมาถูกลักขโมยสุญหายไป แล้วถูกพบโดยชาวบ้านบางสะกาดในทางเกวียนก่อนข้ามคลอง ปัจจุบันเรียกบริเวณนั้นว่าคลองพระเจา หลังจากถูกพบได้มีการอัญเชิญไปเป็นพระพุทธรูปประจำตำบลสะกาดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2509 ตามทะเบียนหมายเลขศาสนวัตถุสำคัญ สข. ๓๒/๑๒๘.๒๕๑๑ ก. ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ ณ วัดทรายขาว บ้านสะกาด ต.สะกาด อ.สังขะ จ.สุรินทร์
  • 3. พระนขธาตุ (เจดีย์พระธาตุหน้าพระอุโบสถ) สร้างในปี พ.ศ. 2302 ศิลปะลาวจำปาศักดิ์
  • 4. หอระฆังไม้ สามชั้นเรือนยอดสุวรรณหงส์สร้างในปี พ.ศ. 2504
  • 5. กลองเพล ใบเก่าชำรุด ปัจจุบันเป็นใบใหม่
  • 6. เกราะโปง (ปัจจุบันเป็นโปงใบที่สามเปลี่ยนเมื่อ พ.ศ. 2535)
  • 7. ระฆังสำริด (สูญหายเมื่อปี พ.ศ. 2533)
  • 8. กังสดาลตีฉันเพล
  • 9. ปราสาทเต่าทอง
  • 10. คูน้ำรอบปราสาท(ปัจจุบันมีการถมที่แทบไม่เหลือร่องรอย)
  • 11. ศาลาการเปรียญไม้ (ปัจจุบัน ปลวกแทะ)
  • 12. สระน้ำ
  • 13. ป่าช้า

อย่างไรก็ตาม วัดเต่าทอง หรือวัดปราสาทเต่าทอง เป็นศาสนสถานโบราณตั้งแต่สมัยปราสาทขอมเกี่ยวเนื่องกับ 3 ศาสนาคือศาสนาผี ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาพุทธ ดังประเพณีต่างๆที่หลงเหลืออยู่ เช่น พิธีปะแสงปราสาท (ความเชื่อเรื่องผีเจ้าผู้รักษาปราสาท) พิธีทำบุญข้าวและพิธีสารท (พิธีพราหมณ์ เพื่อเซ่นสรวงบรรพบุรุษของชนพื้นเมืองชาวกวยและชนพื้นเมืองชาวเขมร) และพิธีบุญต่างๆ ในศาสนาพุทธ วัดเต่าทอง มีประวัติความเป็นมายาวนานเกินเก้าช่วงอายุคน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะมีมาตรการอนุรักษ์และเผยแพร่ให้แก่ประชาชนทราบโดยทั่วกัน

และในวันที่ 31 ธ.ค.2560 มีการจัดงานใหญ่บนพื้นที่ปราสาทเต่าทอง ปรากฏว่ามีการค้นพบพระพุทธรูปโบราณสำริดและบุเงินมากมาย จากศิลปะของพระพุทธรูปนั้นสัญนิฐานเบื้องต้นว่าเป็นพระพุทธรูปศิลปะลาวจำปาสัก ซึ่งมีความสอดคล้องการประวัติการสร้างวัด การสร้างเจดีย์ และพระพุทธรูปอื่นๆ ที่เคยขุดพบเมื่อก่อนหน้านี้ รวมถึงพระพุทธรูปประจำตำบลที่มีประวัติมาจากปราสาทเต่าทองนี้ด้วยก็เป็นศิลปะลาวจำปาสัก ซึ่งเชื่อกันว่ายุคอพยพนั้น เป็นชาวกวยมาจากเมืองจำปาสักนั่นเองได้มาสร้างเมืองที่นี่ แต่มีสิ่งที่ยังคำตอบไม่ได้ คือเหตุใดสถานที่แห่งนี้จึงมีกรุสมบัติมากมายถึงเพียงนี้ ยังรอการสืบค้นโดยนักโบราณคดีและนักวิชาการร่วมกันศึกษาต่อไป

อ้างอิง[แก้]

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1555604267867778&id=100002546607109