หลวงปู่สรวง เทวดาเดินดิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
หลวงปู่สรวง บายตึ๊กเจีย
(ហ្លួងពូស៊ួង )
หลวงตาเบ๊าะ
เกิด?
มรณภาพ8 กันยายน พ.ศ. 2543[1]
วัดวัดไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ (ที่ตั้งสรีระสังขาร)
จังหวัดศรีสะเกษ
พระพุทธศาสนา ส่วนหนึ่งของสารานุกรมพระพุทธศาสนา

หลวงปู่สรวง ( เขมร: ហ្លួងពូស៊ួង ) พระภิกษุชาวกัมพูชา ในประเทศไทยเป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชนชาวจังหวัดศรีสะเกษ ศิษยานุศิษย์ชาวไทยและชาวกัมพูชา หลวงปู่สรวง เทวดาเดินดิน ละสังขารเมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2543 สรีระสังขารตั้งอยู่บนมณฑปปราสาทหลวงปู่สรวง[2] วัดไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ

ประวัติหลวงปู่สรวง[แก้]

หลวงปู่สรวงเกิดเมื่อใดและอายุเท่าใดนั้นไม่มีใครทราบแน่ชัด เพียงแต่รับรู้กันว่าเป็นชาวเขมรกัมพูชา ซึ่งเข้ามาในเมืองไทยนานแล้ว และมรณภาพเมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2543 มีผู้ยืนยันว่าเคยพบเห็นหลวงปู่สรวงตั้งแต่ยังเด็กซึ่งในจำนวนนั้นมีพระเถระสำคัญอยู่หลายท่านเช่น หลวงพ่อสร้อย วัดเลียบราษฏ์บำรุง หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ วัดเพชรบุรี จังหวัดสุรินทร์ หลวงปู่โป๊ะ วัดบ้านบิง ต่างยืนยันว่าเคยพบเห็นหลวงปู่สรวงตั้งแต่ตัวเองยังเด็ก[3] นอกจากนั้นยังได้รับการเล่าขานจากคนแก่เฒ่าที่อยู่ชายป่าบ้านตะเคียนราม และพระสงฆ์ในวัดตะเคียนราม อำเภอภูสิงห์ บริเวณตำบลกันทรารมย์ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ บริเวณอำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ และหมู่บ้านต่างๆตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา ซึ่งเป็นผู้ที่เคยพบเห็นหลวงปู่สรวงปัจจุบันมีอายุ 80 ปีขึ้นไป ต่างบอกว่าเคยเห็นท่านตั้งแต่ตัวเองยังเป็นเด็ก 7 - 8 ขวบ หลวงปู่ท่านก็มีสภาพแก่ชราแบบนี้มานานแล้วจากคำบอกเล่าของรุ่นปู่รุ่นย่าของผู้บอกเล่า จนถึงวันที่ท่านละสังขารก็มีสภาพร่างกายเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย

หลวงปู่สรวงเป็นพระที่มักน้อย สันโดษ สมถะ มีอุเบกขาสูง หลวงปู่สรวงจะจําวัดอยู่ตามกระท่อมเถียงนาของชาวบ้าน มีกระดานไม้ปูแค่พอนอนได้ ทุกแห่งที่หลวงปู่จําวัดจะมีเสาไม้สูงปักอยู่ มีเชือกขาวซึ่งระหว่างกระท่อมเสาไม้หรือต้นไม้ข้างเคียงจะมีว่าวขนาดใหญ่ ที่บุด้วยจีวรหรือกระดาษแขวนไว้เป็นสัญลักษณ์ ที่ขาดไม่ได้คือจะต้องให้ลูกศิษย์ก่อกองไฟไว้เสมอ บางครั้งลูกศิษย์ เอาสิ่งของมาถวายท่านก็มักจะโยนเข้ากองไฟ ชาวบ้านในสมัยนั้นเรียกขานท่านว่า “ลูกเอ็อวเบ๊าะ” หรือ “ลูกตาเบ๊าะ” (เป็นภาษาเขมร หมายถึงพระ ดาบสที่เป็นผู้รักษาศีลอยู่ตามถ้ำตามป่าเขา)[4] เรื่องราวของหลวงปู่สรวง เต็มไปด้วยเรื่องราวปาฏิหารย์และความลี้ลับ เหนือโลก เกินกว่าที่ผู้คนส่วนใหญ่จะรับรู้และเข้าใจ

มรณภาพ[แก้]

หลวงปู่สรวง เทวดาเดินดิน มรณภาพเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2543 ณ กระท่อมบ้านรุน อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ หลวงปู่มีอาการป่วยและฉันอาหารไม่ได้เป็นเวลาหลายวันและได้ย้ายมาพักที่กระท่อมข้างวัดป่าบ้านจะบกเวลาประมาณ 14.00 น. อาการป่วยของหลวงปู่ก็กำเริบหนักหลวงปู่จึงบอกบรรดาศิษย์ว่าจะไปที่บ้านรุน อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ ได้สั่งให้ลูกศิษย์ช่วยกันงัดแผ่นกระดานปูกระท่อมที่หลวงปู่นั่งทับอยู่ออกมาซึ่งเป็นแผ่นที่ท่านนั่งอยู่พองัดออกมาหลวงปู่ได้พนมมือไหว้ไปทุกทิศ เสร็จแล้วก็ให้ลูกศิษย์หามท่านออกมาจากกระท่อมวางลงบนพื้นดินด้านทิศเหนืออยู่ระหว่างกระท่อมกับต้นมะขาม โดยตัวท่านเองหันหน้าเข้ากระท่อมจากนั้นลูกศิษย์จึงช่วยกันพยุงหลวงปู่ขึ้นรถ แล้วขับมุ่งตรงไปที่บ้านรุน ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ พอถึงบ้านรุนหลวงปู่ได้สั่งให้ขับรถไปที่กระท่อมโดยด่วนพอถึงกระท่อมลูกศิษย์ได้อุ้มหลวงปู่วางลงบนแคร่ที่ตั้งอยู่ในกระท่อมแล้วช่วยก่อกองไฟเพื่อให้ความอบอุ่นแก่หลวงปู่ และนำอาหารมาให้ท่านฉันท่านก็ไม่ยอมฉันอาหารในที่สุดก็มีความเห็นว่าให้รีบแต่งขันธ์ห้าขันธ์แปดขอขมาหลวงปู่โดยด่วนตามที่เคยกระทำมาแล้วและได้ผลมาหลายครั้งลูกศิษย์คนหนึ่งกล่าวว่าถ้าได้แต่งขันธ์ห้าขันธ์แปดขอขมาพร้อมนิมนต์แม่ชีมาร่วมสวดมนต์ให้ท่านฟังท่านก็จะหายเป็นปกติ จึงได้พากันแต่งขันธ์ห้าขันแปดไปพลางก่อน แล้วค่อยไปตามคนที่เคยแต่งขันธ์ให้หลวงปู่อีกที[5]

ขณะนั้นหนึ่งในคณะลูกศิษย์ได้มีความเห็นว่าควรนำหลวงปู่ไปรักษาที่โรงพยาบาลซึ่งทุกคนก็เห็นด้วย จึงได้พากันอุ้มหลวงปู่ไปขึ้นรถเพื่อจะไปโรงพยาบาลบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งใกล้ที่สุดแต่รถวิ่งออกห่างจากกระท่อมได้ไม่ถึง 50 เมตรหลวงปู่ก็มีอาการกำเริบหนักขึ้น ลูกศิษย์ต่างคนก็ร้องให้และมองดูหลวงปู่ด้วยความอาลัยและสิ้นหวัง หลวงปู่เริ่มหายใจแผ่วลง ในที่สุดได้ทอดมือทิ้งลงข้างกายมรณภาพด้วยความสงบบนรถ แต่ลูกศิษย์ก็ยังคงนำหลวงปู่มุ่งไปที่โรงพยาบาลด้วยความหวังว่าหมอจะสามารถช่วยให้หลวงปู่ฟื้นขึ้นมาได้ พอไปถึงโรงพยาบาลบัวเชดหมอและพยาบาลได้นำหลวงปู่เข้าห้องฉุกเฉินทำการตรวจร่างกายโดยละเอียดแล้วสรุปว่า หลวงปู่มรณภาพไปแล้วไม่ต่ำว่า 3 - 4 ชั่วโมง แต่ลูกศิษย์ต่างก็ยืนยันว่ามรณภาพไม่เกิน 10 นาทีแน่นอน เพราะระยะทางจากบ้านรุนมาโรงพยาบาลบัวเชดประมาณ 10 กิโลเมตรและขับรถมาอย่างเร็วด้วย ลูกศิษย์ไม่ให้ทางโรงพยาบาลฉีดยารักษาศพ และปรึกษากันว่าจะนำสังขารหลวงปู่ไปบำเพ็ญกุศลที่วัดบ้านขะยูง ตำบลห้วยตามอญ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นวัดที่หลวงปู่แวะจำวัดอยู่เป็นประจำ แต่พอมาถึงบ้านไพรพัฒนา ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ลูกศิษย์ได้ขับรถแวะเข้าที่วัดไพรพัฒนาเพื่อแจ้งข่าวให้หลวงพ่อพุฒ วายาโม เจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนาได้ทราบว่าหลวงปู่สรวงได้มรณภาพแล้ว ขณะนั้นเวลาประมาณ 19.00 น. หลวงพ่อพุฒ วายาโม จึงขึ้นไปที่รถแล้วเปิดประตูรถขึ้นไปกราบสังขารหลวงปู่ และถามบรรดาลูกศิษย์ว่าจะดำเนินการกันต่อไปอย่างไรก็ได้รับคำตอบว่า จะนำศพหลวงปู่ไปบำเพ็ญกุศลที่วัดบ้านขะยุง ตำบลห้วยตามอญ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ หลวงพ่อพุฒบอกให้เดินทางล่วงหน้าไปก่อนจะตามไปทันที รถได้เคลื่อนตัวออกจากวัดไพรพัฒนามุ่งหน้าไปยังวัดบ้านขะยุง พอถึงระหว่างทางไปวัดบ้านขะยูงปรากฏว่าขบวนลูกศิษย์เปลี่ยนใจจะนำร่างหลวงปู่กลับมาบำเพ็ญกุศลที่วัดไพรพัฒนา และได้ตั้งสรีระสังขารหลวงปู่สรวงที่วัดไพรพัฒนามาจนถึงปัจจุบัน [6]

อ้างอิง[แก้]

  1. "ประวัติโดยย่อ หลวงปู่สรวง เทวดาเดินดิน".
  2. "11 ปี ปู่สรวง...สังขารไม่สลายมุทิตาเสริมบารมี...แจกฟรีเหรียญ".
  3. หลวงปู่สรวง เทวดาเดินดิน ผู้วิเศษแห่ง...เขาพนมกุเลน สำนักพิมพ์กรีน ปัญญาญาณ.โดยจักรทิพย์.พิมพ์ครั้งที่ 1 มิถุนายน 2554.
  4. "ประวัติและปฏิปทาหลวงปู่สรวง (เทวดาเล่นดิน) วัดไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ".
  5. หนังสือหลวงปู่สรวง ออยเตียนสรูญ. บำเพ็ญกุศลครบ ๑๐๐ วัน.วัดไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ.2544
  6. หนังสือหลวงปู่สรวง ออยเตียนสรูญ. บำเพ็ญกุศลครบ ๑๐๐ วัน.วัดไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ.2544