จักรพรรดินีโคจุง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จักรพรรดินีโคจุง
Empress Kojun 1956-11-face.jpg

พระนามาภิไธย โคจุง
พระอิสริยยศ จักรพรรดินีพันปีหลวง
ราชวงศ์ ญี่ปุ่น
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ 6 มีนาคม พ.ศ. 2446
จังหวัดโตเกียว จักรวรรดิญี่ปุ่น
สวรรคต 16 มิถุนายน พ.ศ. 2543 (97 ปี)
โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
พระราชบิดา เจ้าชายคุนิโยะชิ เจ้าชายคุนิ
พระราชมารดา ชิกะโกะ ชิมะซุ
พระราชสวามี จักรพรรดิโชวะ (2467–2532)
พระราชบุตร

จักรพรรดินีโคจุง (ญี่ปุ่น: 香淳皇后 kōjun kōgō ?; 6 มีนาคม พ.ศ. 2446 – 16 มิถุนายน พ.ศ. 2543) พระนามเดิม เจ้าหญิงนะงะโกะแห่งคุนิ (ญี่ปุ่น: 良子女王 Nagako Joō ?) เป็นพระจักรพรรดินีอัครมเหสีในจักรพรรดิโชวะ และเป็นพระราชมารดาในสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ ถือเป็นจักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่นที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น[1] รวม 63 ปีเต็ม

พระองค์เป็นจักรพรรดินีพระองค์แรกของญี่ปุ่นที่ไม่ได้มาจากตระกูลฟุจิวะระ โดยทั้งจักรพรรดินีโชเก็งและจักรพรรดินีเทเมล้วนมาจากตระกูลฟุจิวะระทั้งสิ้น เมื่อจักรพรรดินีนะงะโกะเสด็จสวรรคต พระนางจึงได้รับการสถาปนาเป็น จักรพรรดินีโคจุง ซึ่งมีความหมายว่า ความบริสุทธิ์หอมหวาน[2]

ขณะทรงพระเยาว์[แก้]

ขณะยังทรงพระเยาว์

เจ้าหญิงนะงะโกะ ประสูติ ณ กรุงโตเกียวเมื่อวันที่ 6 มีนาคม ปีเมจิที่ 36 (ค.ศ.1903,พ.ศ. 2446) เป็นพระธิดาคนที่ 3 จาก 6 พระองค์ ในเจ้าชายคุนิโยะชิ เจ้าคุนิ กับ ท่านหญิงชิกะโกะ ชิมะสึ พระองค์มีพระเชษฐา 2 พระองค์ พระขนิษฐา 2 พระองค์ และพระอนุชา 1 พระองค์ โดยในช่วงที่พระนางประสูติ เป็นช่วงที่วัฒนธรรมจากตะวันตกไหลบ่าเข้ามาในญี่ปุ่น เจ้าคุนิ พระบิดา ยังทรงเลี้ยงดูเจ้าหญิงนะงะโกะตามจารีตดั้งเดิมมาโดยตลอด โดยพระบิดาของเจ้าหญิงนะงะโกะ สืบเชื้อสายมาจากราชสกุลฟุชิมิ ซึ่งไม่ได้มาจากตระกูลฟุจิวะระ (มีตระกูลย่อย ได้แก่ ตระกูลโคโนะเอะ, อิชิโจ, นิโจ, คะซะสึคะซะ และคุโจ) ส่วนพระมารดาสืบเชื้อสายมาจากไดเมียว ทำให้เจ้าหญิงนะงะโกะ เป็นพระจักรพรรดินีพระองค์แรก ที่ไม่ได้มาจากตระกูลฟุจิวะระ[3]

หลังจากที่เจ้าหญิงนะงะโกะสำเร็จในระดับประถมศึกษา เจ้าหญิงทรงเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนกะคุชูอิน (学習院) ซึ่งเป็นโรงเรียนของสตรีชั้นสูงของญี่ปุ่นในระดับนั้น มีสูงสุดถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยเจ้าหญิงนะงะโกะได้เข้ารับการศึกษาร่วมกับเจ้าหญิงมะซะโกะ นะชิโมะโตะ ซึ่งเป็นพระญาติ (ต่อมาเจ้าหญิงมะซะโกะ นะชิโมะโตะ ได้รับการสถาปนาเป็น เจ้าหญิงบังจา มกุฎราชกุมารีแห่งเกาหลี)

ระหว่างที่เจ้าหญิงนะงะโกะทรงศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มกุฎราชมารฮิโระฮิโตะ ได้เสด็จประทับรถม้ามายังโรงเรียนกะคุชูอิน เพื่อหาสตรีชั้นสูงที่มาจากราชสกุลเป็นพระคู่หมั้น ซึ่งในเวลานั้นเจ้าหญิงนะงะโกะ ถือเป็นสตรีที่ถือว่ามีพระสิริโฉมพระองค์หนึ่ง แม้พระองค์จะสวมฉลองพระองค์เป็นกิโนโม และกระโปรงฮากามะ ซึ่งเป็นกระโปรงจับจีบแบบญี่ปุ่น รวบพระเกศาด้วยริบบิ้นสีขาว และถุงพระบาทสีดำ เมื่อมกุฎราชกุมารฮิโระฮิโตะทอดพระเนตรเห็น และให้ความสนพระทัยเจ้าหญิงนะงะโกะ[1] พระองค์ก็ตัดสินพระทัยที่จะเลือกมาเป็นพระคู่หมั้น[4] ซึ่งก่อนหน้านี้มกุฎราชกุมารฮิโระฮิโตะเคยรู้จักคุ้นเคยกับเจ้าหญิงนะงะโกะมาก่อนในสมัยอนุบาล ในสมัยประถมทั้งสองพระองค์ก็เคยเสวยพระกระยาหารกลางวันด้วยกัน แม้ในสมัยมัธยมโรงเรียนกะคุชูอินจะแยกเป็นฝ่ายชาย และฝ่ายหญิงก็ตาม

ทรงหมั้น[แก้]

พิธีหมั้นได้จัดขึ้นในเดือนมกราคม ค.ศ. 1919 เมื่อเจ้าหญิงนะงะโกะมีพระชนมายุ 14 พรรษา และศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หลังจากนั้นเจ้าหญิงนะงะโกะต้องพักการเรียน เพื่อเข้ารับการศึกษา และรับการอบรมในการเตรียมสำหรับการอบรมที่มี ได้แก่ เรื่องกิริยามารยาท การวางพระองค์ในตำแหน่งสมเด็จพระจักรพรรดินี รวมไปถึงการจัดการดูแลภายในพระราชวัง และเรียนรู้ศิลปะต่างๆ เช่น การเล่นโกโตะ ทรงเปียโน การเต้นรำ เล่นเทนนิส และการใช้ดาบญี่ปุ่น หรือนางินาตะ สำหรับด้านวิชาการก็มีในด้านภาษา เช่น ภาษาญี่ปุ่น ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส คณิตศาสตร์ และวิชาการทหาร

ในระหว่างการอบรม ได้มีการตรวจพบว่า พระเชษฐาของพระองค์เป็นตาบอดสี ทำให้เกิดเสียงคัดค้านในหมู่พระราชวงศ์ และชนชั้นสูง ถึงกับมีการกราบทูลให้สมเด็จพระจักรพรรดิไทโช พระราชบิดาในมกุฎราชกุมารให้เปลี่ยนตัวพระคู่หมั้นเสียใหม่ ทำให้เจ้าหญิงนะงะโกะต้องได้รับการอบรมยาวนานเพิ่มอีกถึง 4 ปี ขณะที่พระองค์อื่นๆ อบรมเพียง 2 ปีเท่านั้น แต่สมเด็จพระจักรพรรดิไทโชหาได้ทรงเชื่อในคำกราบทูลเหล่านั้น รวมไปถึงสมเด็จพระจักรพรรดินีเทเม พระราชมารดาในมกุฎราชกุมาร ซึ่งมีความโปรดปรานในตัวของเจ้าหญิงนะงะโกะมาก ก็แสดงพระองค์ปกป้องพระคู่หมั้นของพระโอรสอย่างแข็งขัน จนเสียงคัดค้านจึงหมดสิ้นไป แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหญิงนะงะโกะต้องใช้เวลาถึง 6 ปี สำหรับการเตรียมตัวเป็นสมเด็จพระจักรพรรดินี[1]

จักรพรรดินีนะงะโกะ และพระราชสวามี

อภิเษกสมรส[แก้]

ในที่สุด สำนักพระราชวังก็ประกาศกฎหมายเรื่องการอภิเษกสมรสระหว่างมกุฎราชกุมารฮิโระฮิโตะ กับเจ้าหญิงนะงะโกะ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 27 พฤศจิกายน ค.ศ. 1923 นับจากวันที่มีประกาศจากสำนักพระราชวังซึ่งมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1921 และผ่านมาด้วยความเรียบร้อยมากว่าสองปี โดยเหลือเวลาเพียงสองเดือนก็จะถึงวันอภิเษกสมรส ขณะนั้นได้เกิดแผ่นดินไหวในแถบคันโต สร้างความเสียหายแก่ประชาชนชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก ทำให้ประชาชนไร้ที่อยู่อาศัยหลายล้านคน เพื่อเป็นการไว้อาลัยในเหตุการณ์ครั้งนี้ สำนักพระราชวังจึงได้เลื่อนกำหนดการอภิเษกสมรส เป็นวันที่ 26 มกราคม ค.ศ. 1924 หรืออีกประมาณหนึ่งเดือนเศษ ซึงการอภิเษกสมรสเป็นไปได้อย่างราบรื่น และมกุฎราชกุมารฮิโระฮิโตะได้ประกาศยกเลิกระบบนางห้ามที่อนุญาตให้ชนชั้นสูงมีพระสนมได้หลายคน โดยมกุฎราชกุมารได้ปลดปล่อยพระสนม 39 พระองค์ โดยที่จะมีพระมเหสีเพียงพระองค์เดียว และเจ้าหญิงนะงะโกะ ได้รับการสถาปนาเป็น มกุฎราชกุมารีนะงะโกะ[2]

พระราชโอรส-ธิดา[แก้]

สมเด็จพระจักรพรรดินีนะงะโกะ และเจ้าชายอะกิฮิโตะ พระราชโอรสพระองค์แรกของพระองค์

สมเด็จพระจักรพรรดินีนะงะโกะ ได้ทรงให้การประสูติกาลเจ้าหญิงหลายพระองค์ตลอดเวลากว่าสิบปี ในการครองคู่กับสมเด็จพระจักรพรรดิโชวะ ทำให้เกิดเสียงซุบซิบนินทาเกี่ยวกับการสืบทอดราชบัลลังก์ จนในปี พ.ศ. 2476 สมเด็จพระจักรพรรดินีนะงะโกะได้ให้พระประสูติกาลพระโอรสพระองค์แรกคือมกุฎราชกุมารอะกิฮิโตะ[1]

สมเด็จพระจักรพรรดินี[แก้]

สมเด็จพระจักรพรรดิโชวะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีนะงะโกะ ขณะเสด็จประพาสสหรัฐอเมริกาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

สมเด็จพระจักรพรรดินีเป็นพระจักรพรรดินีแห่งประเทศญี่ปุ่นพระองค์แรกที่เสด็จเยือนต่างประเทศ โดยได้เสด็จเยือนทวีปยุโรปเมื่อปี พ.ศ. 2514 เสด็จเยือนสหรัฐอเมริกาเมื่อปี พ.ศ. 2518

หลังจากสมเด็จพระจักรพรรดิโชวะเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2532 พระองค์ทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระจักรพรรดินีพันปีหลวง[2] ในงานพระราชพิธีพระบรมศพของพระราชสวามี สมเด็จพระจักรพรรดินีก็มิได้เสด็จไป เนื่องด้วยพระสุขภาพที่ไม่เอื้ออำนวย และหลังจากการปรากฏพระองค์ครั้งสุดของสมเด็จพระจักรพรรดินีเมื่อปี พ.ศ. 2531 พระองค์ก็มิได้เสด็จปรากฏพระองค์ที่ไหนอีกเลย ขณะที่พระองค์ก็ดำรงพระยศพระพันปีหลวงได้ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ ทำลายสถิติของสมเด็จพระจักรรดินีคันชิซึ่งสิ้นพระชนม์เมื่อ 873 ปีที่แล้ว[1]

สมเด็จพระจักรพรรดินีนะงะโกะ พระพันปีหลวง เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2543 สิริพระชนมายุได้ 97 พรรษา หลังจากพระราชพิธีพระบรมศพ สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะได้ทรงอัญเชิญพระศพไปที่ สวนฮะจิโอจิ กรุงโตเกียวเคียงข้างพระราชสวามีของพระองค์

หลังจากการสวรรคตของสมเด็จพระพันปีหลวง สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะได้สถาปนาพระนามสมเด็จพระจักรพรรดินีนะงะโกะ พระพันปีหลวง ขึ้นเป็น สมเด็จพระจักรพรรดินีโคจุง โดยพระศพถูกเก็บไว้ที่สุสานหลวงมุซะชิโนะ โนะ ฮิงะชิ โนะ มิซะซะงิ ใกล้สุสานหลวงมุซาชิโนะของพระราชสวามี[2]

พระอิสริยยศ[แก้]

  • พ.ศ. 2446 - 2469 เจ้าหญิงนะงะโกะ (นะงะโกะ โจ)
  • พ.ศ. 2467 - 2469 มกุฎราชกุมารีแห่งญี่ปุ่น (โคไตชิ ชินโนฮิ)
  • พ.ศ. 2469 - 2532 จักรพรรดินี (โคโง)
  • พ.ศ. 2532 - 2543 จักรพรรดินีพันปีหลวง (โคไตโง)
  • (พระนามหลังการสวรรคต) สมเด็จพระจักรพรรดินีโคจุง

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

พระราชบุตร[แก้]

พระนาม ประสูติ สิ้นพระชนม์ เสกสมรส พระราชนัดดา
ชิเงะโกะ ฮิงะชิกุนิ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2468 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2504 10 ตุลาคม พ.ศ. 2486 โมะริฮิโระ ฮิงะชิกุนิ โนะบุฮิโกะ ฮิงะชิกุนิ
ฟุมิโกะ โอะมุระ
โมะโตะฮิโระ มิบุ
นะโอะฮิโกะ ฮิงะชิกุนิ
ยูโกะ ฮิงะชิกุนิ
เจ้าหญิงซะชิโกะ เจ้าหญิงฮิซะ 10 กันยายน พ.ศ. 2470 8 มีนาคม พ.ศ. 2471
คะซุโกะ ทะกะสึกะซะ 30 กันยายน พ.ศ. 2472 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2532 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 โทะชิมิชิ ทะกะสึกะซะ
อะสึโกะ อิเกะดะ 7 มีนาคม พ.ศ. 2474 10 ตุลาคม พ.ศ. 2496 ทะกะมะซะ อิเกะดะ
จักรพรรดิอะกิฮิโตะ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2476 10 เมษายน พ.ศ. 2502 มิชิโกะ โชดะ มกุฎราชกุมารนะรุฮิโตะ
เจ้าชายฟุมิฮิโตะ เจ้าชายอะกิชิโนะ
ซะยะโกะ คุโระดะ
เจ้าชายมะซะฮิโตะ เจ้าชายฮิตะชิ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2478 30 กันยายน พ.ศ. 2507 ฮะนะโกะ สึงะรุ
ทะกะโกะ ชิมะซุ 2 มีนาคม พ.ศ. 2482 3 มีนาคม พ.ศ. 2503 ฮิซะนะงะ ชิมะซุ โยะชิฮิซะ ชิมะซุ

พงศาวลี[แก้]

อ้างอิง[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ก่อนหน้า จักรพรรดินีโคจุง ถัดไป
ซะดะโกะ คุโจ 2leftarrow.png จักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่น
(พ.ศ. 2469–2532)
2rightarrow.png มิชิโกะ โชดะ
ซะดะโกะ คุโจ 2leftarrow.png พระพันปีหลวงแห่งญี่ปุ่น
(พ.ศ. 2532–2543)
2rightarrow.png ไม่มี