ผิวหนังอักเสบ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ผิวหนังอักเสบ
ชื่ออื่น Dermatitis หรือ Eczema
Dermatitis2015.jpg
ผิวหนังอักเสพบนมือ
สาขาวิชา ตัจวิทยา
อาการ อาการคัน, ผื่นแดง, ผื่น[1]
ภาวะแทรกซ้อน ผิวหนังติดเชื้อ[2]
การตั้งต้น วัยเด็ก[1][2]
สาเหตุ Atopic dermatitis, allergic contact dermatitis, irritant contact dermatitis, stasis dermatitis[1][2]
วิธีวินิจฉัย ตามอาการ[1]
โรคอื่นที่คล้ายกัน หิด, โรคสะเก็ดเงิน, dermatitis herpetiformis, lichen simplex chronicus[3]
การรักษา สารใหัความชุ่มชื้น, ครีมสเตอรอยด์, สารต้านฮิสตามีน[4][2]
ความชุก 245 ล้าน (พ.ศ. 2558)[5]

ผิวหนังอักเสบ (อังกฤษ: Dermatitis หรือ Eczema) คือ โรคที่เกิดจากการอักเสบของผิวหนัง ซึ่งแสดงออกมาได้หลายรูปแบบ แล้วแต่ระยะของโรค[6]

สาเหตุเกิดจากสาเหตุหลายประการ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด[แก้]

  • สาเหตุภายในร่างกาย เกิดจากเป็นโรคภูมิแพ้โดยกำเนิด มีการเปลี่ยนแปลงในระบบภายในร่างกายทำให้เกิดภูมิแพ้ที่ผิวหนัง มีลักษณะผิวแห้งทั่วตัว ในเด็กทารกมักเป็นที่ศีรษะ หน้า คอ และแขน ในเด็กโตและผู้ใหญ่มักพบบริเวณข้อพับของแขนและขา
  • สาเหตุจากภานนอกร่างกาย เกิดจากการสัมผัสสารที่ระคายเคือง หรือสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ บริเวณที่เป็นขึ้นอยู่กับสาเหตุ เช่น เป็นที่ติ่งหูจากการแพ้ต่างหู หรือเป็นที่ข้อมือจากการแพ้สายนาฬิกา เป็นที่หลังเท้าจากการแพ้รองเท้า เป็นต้น

อาการ[แก้]

แบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ

  • ระยะเฉียบพลัน จะมีลักษณะเป็นรอยแดง บวม ต่มแดง ตุ่มน้ำ มีน้ำเหลืองซึม ลอกเป็นขุย และตกสะเก็ด
  • ระยะเรื้อรัง จะมีลักษณะเป็นรอยหนา ผิวด้าน ลอกเป็นขุย มีอาการคันเรื้อรัง

การรักษา[แก้]

ระยะเฉียบพลัน
ทำความสะอาดด้วยน้ำยาล้างแผลหรือน้ำเกลือที่บริเวณตุ่มหนอง หรือแผลผุพองมีน้ำเหลือง โดยใช้ผ้าพันแผล หรือผ้าขาวบางพันประมาณ 3-4 ชั้น ชุบน้ำยาประคบผื่นไว้ 20 นาที วันละ 2 ครั้ง หลังการชะล้างซับให้แห้ง เมื่อผื่นพุพองแห้งแล้วให้หยุดประคบ มิฉะนั้นจะทำให้ผิวแห้งและตึงเกินไป เมื่อแห้งดีแล้วให้ทาครีมหรือขี้ผึ้งคอร์ติโคสเตียรอยด์จนกว่าจะหายดี
ระยะเรื้อรัง
  • ล้างน้ำฟอกสบู่บริเวณตุ่มให้สะอาดก่อนทายา ใช้ครีมหรือขี้ผึ้งคอร์ติโคสเตียรอยด์ โคลทารหรือกรดซาลิซิลิก
  • ในรายที่เป็นมานานจนผิวหนาหรือเป็นตุ่มแข็ง แพทย์อาจใช้วิธีฉีดยาบริเวณที่เป็นเพื่อช่วยให้หายเร็วขึ้น
  • กรณีจำเป็นแพทย์จะให้รับประทานยา เช่น มีอาการอักเสบรุนแรงอาจให้รับประทานคอร์ติโคสเตียรอยด์ หรือถ้ามีการติดเชื้อให้รับประทานยาปฏิชีวนะ

การป้องกันและการปฏิบัติตน[แก้]

  • สำหรับรายที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติของแต่ละคนโดยไม่เกี่ยวข้องกับสาเหตุภายนอก ควรดูแลสุขภาพของร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อให้เพิ่มภูมิต้านทานโรค ด้วยการรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ พักผ่อนเพียงพอจิตใจสดชื่น ไม่ดื่มของมึนเมา หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้โรคกำเริบ
  • รายที่เกิดจากการแพ้สารที่สัมผัส ควรหลีกเลี่ยงและป้องกันสาเหตุ เนื่องจากถ้ายังสัมผัสกับสารที่เป็นต้นเหตุอยู่เสมอโรคจะไม่หายขาด เพื่อความชัดเจนว่าแพ้สารชนิดใดอาจให้แพทย์ทำการทดสอบผิวหนัง ถ้าไม่สามารถหลีกเลี่ยงการสัมผัสได้ ให้ใช้เครื่องป้องกัน เช่น ถุงมือยาง ผ้ากันเปื้อน รองเท้าบู้ท ครีมป้องกันผิว เป็นต้น

ข้อควรคำนึง[แก้]

  • การใช้ยาประเภทคอร์ติโคสเตียรอยด์ติดต่อกันเป็นเวลานานอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น ผิวบางลง ผิวแตกคล้ายหน้าท้องสตรีมีครรภ์ เส้นเลือดขยายตัว และผิวด่าง ทั้งนี้แพทย์อาจพิจารณาให้ทายาสลับกับครีมชุ่มชื้น เพื่อลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยที่ต้องใช้ยานานหรือใช้ยาในขนาดเจือจางเมื่ออาการดีขึ้นแล้ว

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Ned2012
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ NIH2013
  3. Ferri, Fred F. (2010). Ferri's differential diagnosis : a practical guide to the differential diagnosis of symptoms, signs, and clinical disorders (2nd ed.). Philadelphia, PA: Elsevier/Mosby. p. Chapter D. ISBN 0323076998. 
  4. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Mc2012
  5. GBD 2015 Disease and Injury Incidence and Prevalence, Collaborators. (8 October 2016). "Global, regional, and national incidence, prevalence, and years lived with disability for 310 diseases and injuries, 1990-2015: a systematic analysis for the Global Burden of Disease Study 2015.". Lancet 388 (10053): 1545–1602. PMC 5055577 Check |pmc= value (help). PMID 27733282. doi:10.1016/S0140-6736(16)31678-6. 
  6. โรคผิวหนังอักเสบ (Eczema หรือ Dermatitis)

ข้อมูลโดย พญ.ปุญชิดา ติณสลานนทร์