ข้ามไปเนื้อหา

พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
แผนที่
ที่ตั้งเลขที่ 2 ถนน วังหลัง แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
ประเภทพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์
เจ้าของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
เว็บไซต์https://www2.si.mahidol.ac.th/museum/museum_exhibition

พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช[1] เป็นพิพิธภัณฑ์การแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งอยู่ ณ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร พิพิธภัณฑ์นี้เปิดให้ประชาชนบุคคลทั่วไปเข้าชมได้ ทำให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญแก่นักศึกษาและผู้ที่มีความสนใจทางการแพทย์[2] ประกอบไปด้วยพิพิธภัณฑ์การแพทย์ขนาดเล็ก 6 แห่ง ได้แก่[3]

  • พิพิธภัณฑ์พยาธิวิทยาเอลลิส
  • พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยา
  • พิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์ สงกรานต์ นิยมเสน
  • พิพิธภัณฑ์กายวิภาค-คองดอน
  • พิพิธภัณฑ์และห้องปฏิบัติการเรื่องราวก่อนประวัติศาสตร์ สุด แสงวิเชียร
  • พิพิธภัณฑ์สัมผัส เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชินีนาถ

พิพิธภัณฑ์พยาธิวิทยาเอลลิส

[แก้]
พิพิธภัณฑ์พยาธิวิทยาเอลลิส

พิพิธภัณฑ์แห่งแรกในศิริราช ก่อตั้งโดย แอลเลอร์ เอลลิส นักพยาธิวิทยาชาวอเมริกันและเป็นพยาธิแพทย์คนแรกของไทย ที่ริเริ่มการเก็บรวบรวมอวัยวะผู้ป่วยที่ผ่านการตรวจพิสูจน์โรคแล้วไว้สำหรับสอนในวิชาพยาธิวิทยา[4][5][6] พิพิธภัณฑ์นี้จัดแสดงตัวอย่างอวัยวะและโรคที่คร่าชีวิตคนเป็นอันดับต้น ๆ ในประเทศ เช่น ตัวอย่างความผิดปกติแต่กำเนิด โรคหัวใจ โรคมะเร็งชนิดต่าง ๆ[6]


พิพิธภัณฑ์กายวิภาค-คองดอน

[แก้]

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก่อตั้งโดย เอ็ดการ์ เดวิดสัน คองดอน โดยมีการจัดแสดงอวัยวะมากกว่า 2,000 ชิ้นเพื่อใช้ในการเรียนรู้วิชากายวิภาคศาสตร์ ลักษณะการจัดแสดงแบ่งเป็น 2 ห้อง[7][8]

  • ห้องแรก แสดงกายวิภาคทั่วไป เช่น อวัยวะรับความรู้สึกพิเศษ อย่าง หู ตา จมูก ลิ้น การจัดแสดงระบบประสาท ระบบไหลเวียน การจัดแสดงการเจริญเติบโตตามอายุ ตั้งแต่เอ็มบริโอขนาดเล็ก ทารกในครรภ์ตามอายุครรภ์ต่าง ๆ จนถึงระยะคลอด การจัดแสดงอวัยวะตามระบบต่าง ๆ อาทิระบบสืบพันธุ์ ระบบขับถ่ายปัสสาวะ ระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ การจัดแสดงร่างกายมนุษย์ตัดตามขวางตามแนวต่าง ๆ[7][8]
  • ห้องที่สอง แสดงเฉพาะกระดูกและข้อต่อทุกชิ้นของร่างกาย รวมทั้งกะโหลกซึ่งแยกเป็นชิ้น ๆ แสดงส่วนประกอบของกระดูก การแสดงข้อต่อแบบต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงโครงกระดูกของบุคคลสำคัญในวงการแพทย์[7][8]

ภายในพิพิธภัณฑ์นี้มีสิ่งจัดแสดงที่สำคัญคือ เส้นประสาททั้งร่างกาย หลอดเลือดแดงทั้งร่างกาย กล้ามเนื้อและหลอดเลือดดำ ซึ่งเป็นผลงานที่หาดูได้ยาก[7][8]

พิพิธภัณฑ์กายวิภาค-คองดอน

พิพิธภัณฑ์และห้องปฏิบัติการเรื่องราวก่อนประวัติศาสตร์ สุด แสงวิเชียร

[แก้]

ใน พ.ศ. 2503 สุด แสงวิเชียร แพทย์และนักกายวิภาคศาสตร์ชาวไทย ได้เข้ารวมการขุดค้นแหล่งโบราณคดีที่ ตำบลจรเข้เผือก จังหวัดกาญจนบุรี แหล่งโบราณคดีนี้เป็นแหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของไทย จากการขุดค้นทำให้ได้ศึกษาเครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องประดับ เครื่องปั้นดินเผาที่ฝังรวมกับโครงกระดูกมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ จากนั้นจึงรวบรวมหลักฐานทางโบราณคดีเหล่านั้นมาจัดตั้งขึ้นเป็นพิพิธภัณฑ์ และเปิดเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. 2515[5][9]

พิพิธภัณฑ์และห้องปฏิบัติการเรื่องราวก่อนประวัติศาสตร์ สุด แสงวิเชียร

ภายในตัวพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงเรื่องราวและหลักฐานจากยุคก่อนประวัติศาสตร์ของประเทศไทย เช่นกะโหลกศีรษะของโฮโมอิเร็กตัส เรียกว่า "มนุษย์ลำปาง" ซึ่งอยู่ในยุคเดียวกับมนุษย์ปักกิ่ง หรือเมื่อประมาณ 1,000,000 ถึง 400,000 ปีก่อน[10] นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือหิน เครื่องปั้นดินเผา ลูกปักและอุปกรณ์ตกแต่งจาก ยุคหินเก่า ยุคหินกลาง และ ยุคหินใหม่[9][11][12]

พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยา

[แก้]

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก่อตั้งโดย วิจิตร ไชยพร ภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงตัวอย่างของพยาธิที่นำออกมาจากร่างกายของผู้ป่วย การจัดแสดงจะแสดงลักษณะตัวอย่างพร้อมอธิบายวงจรชีวิตและที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ พยาธิที่นำมาจัดแสดงมีขนาดตั้งแต่ตัวที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น จนถึงตัวที่ยาวเป็นเมตร นอกจากพยาธิตัวกลม พยาธิตัวแบน และโปรโตซัวทางการแพทย์แล้ว พิพิธภัณฑ์นี้ยังมีการจัดแสดงตัวอย่างแมลงนำโรคและสัตว์มีพิษ พร้อมกับวิธีการป้องกันด้วย[5][13][14]

พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยา ศิริราช

พิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์สงกรานต์ นิยมเสน

[แก้]
พิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์สงกรานต์ นิยมเสน

นิติเวชศาสตร์เป็นการนำวิชาแพทย์และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้เพื่อหาสาเหตุการตายผิดธรรมชาติ พิพิธภัณฑ์นี้จัดแสดง กะโหลกศีรษะมนุษย์ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่ได้มาจากเหยื่อที่ถูกฆาตกรรม นอกจากชิ้นส่วนมนุษย์แล้วยังมีวัตถุพยานที่จากคดีด้วย ชิ้นส่วนเหล่านี้มาจากการรวบรวมของสงกรานต์ นิยมเสนในสมัยที่เขาทำงานอยู่

ภายในพิพิธภัณฑ์นี้มีการจัดแสดงศพของซีอุย ฆาตกรต่อเนื่องที่เป็นที่เป็นที่รู้จักมากในประวัติศาสตร์ไทย ซีอุยเป็นชาวจีนที่เกิดใน พ.ศ. 2470 ที่ตำบลฮุนไหล จังหวัดซัวเถา ประเทศจีน ซีอุยถูกระบุว่าใช้ แซ่อึ้ง[15][16] ซีอุยเข้ามาในประเทศไทยในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเข้ามาทำงานเป็นคนสวนในเนินพระ จังหวัดระยอง

มัมมี่ของ ซีอุย (ปัจจุบันได้นำออกไปแล้ว)

ซีอุยถูกตราหน้าว่าเป็นมนุษย์กินคนหลังถูกตั้งข้อหาว่าทำการฆาตกรรมเด็ก 7 คดี[17] ซีอุยถูกจับกุมที่จังหวัดระยองใน พ.ศ. 2501 หลังกำลังพยายามเผาทำลายเหยื่อรายสุดท้าย และออกมายอมรับว่าได้ฆ่าเหยื่อรายสุดท้ายจริง[18][19]

การพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นกินเวลา 9 วัน ก็พิพากษาประหารชีวิต แต่ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิตเพราะจำเลยยอมรับสารภาพ แต่ตำรวจอุทธรณ์เพราะเห็นว่ามีหลักฐานเพียงพอ[20] เขาจึงถูกศาลอุทธรณ์ตัดสินประหารชีวิตเมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2501[17] และมีการประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าเมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2502 และหลังจากถูกประหารชีวิต โรงพยาบาลศิริราชได้ขอศพเพื่อไปใช้ในศึกษากายวิภาค[21] จากนั้นจึงถูกนำไปจัดแสดงพร้อมติดป้ายอธิบายว่า ซีอุย แซ่อึ้ง (มนุษย์กินคน)[22][23]

ผู้ใหญ่มักจะนำชื่อซีอุยมาขู่ให้เด็ก ๆ กลัว ซึ่งมักจะมีประโยคขู่เด็กที่ว่า "ระวังซีอุยจะมากินตับ"[24] หลังมีกับการเรียกร้องของชาวอำเภอทับสะแก[25] ประกอบกับแคมเปญรณรงค์ให้มีการนำร่างซีอุยออกจากพิพิธภัณฑ์ศิริราชบนเว็บไซต์ Change.org ช่วงเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2562[17] ทำให้ทางโรงพยาบาลได้นำศพออกจากพิพิธภัณฑ์ตามคำเรียกร้องหลังจัดแสดงมานานกว่า 60 ปี[17] ชาวอำเภอทับสะแกยื่นหนังสือร้องเรียนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าพวกเขาต้องการฝังศพให้ซีอุยอย่างเหมาะสม[26] ครอบครัวของซีอุยไม่มีการเสนอตัวเพื่อนำศพไปดำเนินพิธีการทางศาสนา ทำให้กรมราชทัณฑ์จะเป็นธุระนำร่างซีอุยจากพิพิธภัณฑ์ไปทำการฌาปนกิจที่วัดบางแพรกใต้ ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2563[26][27]

พิพิธภัณฑ์สัมผัส เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชินีนาถ (ปัจจุบันปิดปรับปรุง)

[แก้]

พิพิธภัณฑ์สัมผัส เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชินีนาถเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนที่ออกแบบมาเพื่อ ผู้บกพร่องทางการมองเห็น โดยเฉพาะ ภายใต้แนวคิดที่ว่าผู้พิการควรได้รับโอกาสในการเข้าถึงความรู้จากพิพิธภัณฑ์อย่างเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป พิพิธภัณฑ์แห่งนี้แตกต่างจากพิพิธภัณฑ์ทั่วไปที่มักเน้นการชมด้วยตา (Please do not touch) แต่ที่นี่สนับสนุนให้ใช้การ "สัมผัส" เป็นเครื่องมือหลักในการเรียนรู้ โดยมีการออกแบบสิ่งแสดงดังนี้[28]

  • Self-Learning Design: ผู้เข้าชมสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองผ่านอุปกรณ์ชุดหูฟัง (Audio Guide) ที่ให้ข้อมูลบรรยายรายละเอียดของสิ่งแสดง
  • Tactile Exhibits: การจัดทำวัตถุจำลองหรือสิ่งแสดงที่สามารถสัมผัสได้ เพื่อให้ผู้บกพร่องทางการมองเห็นเข้าใจรูปร่าง รูปทรง และลักษณะของเนื้อสัมผัส
  • Rotating Themes: เนื้อหาในฐานการเรียนรู้จะมีการหมุนเวียนเปลี่ยนหัวข้อไปในแต่ละปี เพื่อความหลากหลายของสาระความรู้

นอกจากจะเป็นพื้นที่สำหรับผู้บกพร่องทางการมองเห็นแล้ว พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังเปิดโอกาสให้ บุคคลทั่วไป ได้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ (Sensory Experience) ซึ่งช่วยสร้างความเข้าใจและร่วมรับรู้ถึงโลกทัศน์ของผู้พิการผ่านประสาทสัมผัสอื่นๆ นอกเหนือจากการมองเห็น

พิพิธภัณฑ์อื่นของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

[แก้]

นอกจากพิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราชแล้ว คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลยังมีพิพิธภัณฑ์อีก 2 แห่ง ได้แก่ ศิริราชพิมุขสถาน และพิพิธภัณฑ์ศัลยศาสตร์ศิริราช

พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน

[แก้]

ภายในพิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน จัดแสดงประวัติศาสตร์ของพื้นที่บริเวณนี้ด้วยวัตถุทรงคุณค่าหาดูได้ยากนำเสนอผสมผสาน กับการใช้เทคโนโลยีนำสมัย ดังนี้ ศิริสารประพาส ศิริราชขัตติยพิมานสถานพิมุขมงคลเขต โบราณราชศัสตรา คมนาคมบรรหาร ศิริราชบุราณปวัตติ์ สยามรัฐเวชศาสตร์ นิวาสศิรินาเวสนอกจากนั้น ภายนอกอาคารยังพบฐานป้อมพระราชวังหลัง ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญทางโบราณคดี[29]

พิพิธภัณฑ์ศัลยศาสตร์ศิริราช

พิพิธภัณฑ์ศัลยศาสตร์ศิริราช

[แก้]

พิพิธภัณฑ์ศัลยศาสตร์ศิริราช เป็นพิพิธภัณฑ์เฉพาะทางที่รวบรวมประวัติศาสตร์ วิวัฒนาการ และความก้าวหน้าทางการผ่าตัดของประเทศไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยตั้งอยู่ภายในคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อเชิดชูเกียรติบูรพคณาจารย์และเป็นแหล่งเรียนรู้ทางด้านศัลยศาสตร์ระดับสากล[30]


อ้างอิง

[แก้]
  1. "สุดระทึก!!! เจอ "ซีอุย" คนกินตับ ตัวจริง ของจริง". ผู้จัดการออนไลน์. พฤษภาคม 29, 2012. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2012-08-18. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 10, 2016.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  2. Limited, Bangkok Post Public Company. "Grisly guidance". Bangkok Post. สืบค้นเมื่อ 2020-11-16. {{cite news}}: |last= มีชื่อทั่วไป (วิธีใช้)
  3. "Siriraj Museum". www2.si.mahidol.ac.th. สืบค้นเมื่อ 2026-04-07.
  4. "สำเนาที่เก็บถาวร". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2020-09-24. สืบค้นเมื่อ 2021-03-12.
  5. 1 2 3 "พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช. (2 มิถุนายน 2563)". museumthailand. สืบค้นเมื่อ 13 มีนาคม 2564. {{cite news}}: |first= ขาด |last= (วิธีใช้)
  6. 1 2 พิพิธภัณฑ์พยาธิวิทยา..ศึกษาจากรุ่นสู่รุ่น สืบค้นเมื่อ 13 มีนาคม 2564.
  7. 1 2 3 4 ตะลึง!! คนเป็นขโมยคนตาย ที่ "พพ.กายวิภาค ศิริราช". (2555)"หนุ่มลูกทุ่ง". MGR Online. สืบค้นเมื่อ 13 มีนาคม 2564
  8. 1 2 3 4 พิพิธภัณฑ์กายวิภาคศาสตร์คองดอน (2556) เก็บถาวร 2019-04-24 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน"ทีมงานทรูปลูกปัญญา". trueplookpanya. สืบค้นเมื่อ 13 มีนาคม 2564
  9. 1 2 "พิพิธภัณฑ์และห้องปฏิบัติการเรื่องราวก่อนประวัติศาสตร์ สุด แสงวิเชียร. (2 กุมภาพันธ์2562)". มหาวิทยาลัยมหิดล. สืบค้นเมื่อ 13 มีนาคม 2564. {{cite news}}: |first= ขาด |last= (วิธีใช้)
  10. PCL, Post Publishing. "Early Man Of Our Land". Bangkok Post (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2020-12-05.
  11. PCL, Post Publishing. "Early Man Of Our Land". Bangkok Post (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2020-12-05.
  12. "พิพิธภัณฑ์และห้องปฏิบัติการเรื่องราวก่อนประวัติศาสตร์ สุด แสงวิเชียร. (27 กรกฎาคม 2561)". museumthailand. สืบค้นเมื่อ 13 มีนาคม 2564. {{cite news}}: |first= ขาด |last= (วิธีใช้)
  13. พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยา ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร. สืบค้นเมื่อ 13 มีนาคม 2564.
  14. "พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยา. (1 สิงหาคม 2560)". museumthailand. สืบค้นเมื่อ 13 มีนาคม 2564. {{cite news}}: |first= ขาด |last= (วิธีใช้)
  15. somsaktam, Author (2018-03-13). "แซ่ของคนจีน". มรดกวัฒนธรรมจีน Chinese cultural heritage (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2019-05-23. {{cite web}}: |first= มีชื่อทั่วไป (วิธีใช้)
  16. "โรงเรียนภาษาและภูมิปัญญาตะวันออก OKLS : เรียนภาษาจีน เรียนภาษาญี่ปุ่น เรียนรู้ภาษาตะวันออก เรียนรู้ภาษาโลก - หลักในการเดาแซ่". www.okls.net. สืบค้นเมื่อ 2019-05-23.
  17. 1 2 3 4 "ซีอุย : ความพยายามทวงคืนศักดิ์ศรีผู้ถูกศาลตัดสินและสังคมตราหน้าเป็น "มนุษย์กินคน"". บีบีซี ไทย. สืบค้นเมื่อ 19 มีนาคม 2564. {{cite news}}: |first= ขาด |last= (วิธีใช้)
  18. RND (27 พฤษภาคม 2019). "Mörder im Glaskasten: Thailand streitet über Leichnam im Museum". Hannoversche Allgemeine. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2021-03-05. สืบค้นเมื่อ 18 มิถุนายน 2019.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  19. ย้อนชีวิต "ซีอุย" ถูกรังแก กินตับเพื่อน เจอรุมสกรัม ฆาตกรรมโหด ฉบับตำนานไทย
  20. HE ATE CHILDREN: THE SERIAL KILLER WHO STILL TERRORIZES THAILAND TODAY
  21. Chaiyong, Suwitcha (17 มิถุนายน 2019). "Grisly guidance". Bangkok Post. สืบค้นเมื่อ 18 มิถุนายน 2019.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  22. "Hospital removes 'cannibal' sign from Si Quey corpse display". The Nation. 31 พฤษภาคม 2019. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2019-06-08. สืบค้นเมื่อ 18 มิถุนายน 2019.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  23. Dillon, Conor (7 มีนาคม 2012). "Dead Baby Watching at Bangkok's Medical Museum". Vice. สืบค้นเมื่อ 18 มิถุนายน 2019.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  24. ปิดตำนาน “ซีอุย” “60 ปี” คดีกินตับเด็กสืบค้นเมื่อ 19 มีนาคม 2564
  25. RND (27 พฤษภาคม 2019). "Mörder im Glaskasten: Thailand streitet über Leichnam im Museum". Hannoversche Allgemeine. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2021-03-05. สืบค้นเมื่อ 18 มิถุนายน 2019.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  26. 1 2 Limited, Bangkok Post Public Company. "Serial killer Si Quey to be cremated, 6 decades after execution". Bangkok Post. สืบค้นเมื่อ 2020-12-05. {{cite news}}: |last= มีชื่อทั่วไป (วิธีใช้)
  27. "ชาวทับสะแกเตรียมร่วมงานเผา'ซีอุย' ไว้อาลัยครั้งสุดท้าย". เดลินิวส์. สืบค้นเมื่อ 19 มีนาคม 2564. {{cite news}}: |first= ขาด |last= (วิธีใช้)
  28. https://museum.li.mahidol.ac.th/wp-content/uploads/2021/08/Seminar-64-slide-PM.pdf
  29. "Siriraj Museum". www2.si.mahidol.ac.th. สืบค้นเมื่อ 2026-04-07.
  30. "Siriraj Museum". www2.si.mahidol.ac.th. สืบค้นเมื่อ 2026-04-07.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]

13°45′29″N 100°29′09″E / 13.757925°N 100.485849°E / 13.757925; 100.485849