พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช
![]() | |
| ที่ตั้ง | เลขที่ 2 ถนน วังหลัง แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700 |
|---|---|
| ประเภท | พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ |
| เจ้าของ | คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล |
| เว็บไซต์ | https://www2.si.mahidol.ac.th/museum/museum_exhibition |
พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช[1] เป็นพิพิธภัณฑ์การแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งอยู่ ณ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร พิพิธภัณฑ์นี้เปิดให้ประชาชนบุคคลทั่วไปเข้าชมได้ ทำให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญแก่นักศึกษาและผู้ที่มีความสนใจทางการแพทย์[2] ประกอบไปด้วยพิพิธภัณฑ์การแพทย์ขนาดเล็ก 6 แห่ง ได้แก่[3]
- พิพิธภัณฑ์พยาธิวิทยาเอลลิส
- พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยา
- พิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์ สงกรานต์ นิยมเสน
- พิพิธภัณฑ์กายวิภาค-คองดอน
- พิพิธภัณฑ์และห้องปฏิบัติการเรื่องราวก่อนประวัติศาสตร์ สุด แสงวิเชียร
- พิพิธภัณฑ์สัมผัส เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชินีนาถ
พิพิธภัณฑ์พยาธิวิทยาเอลลิส
[แก้]
พิพิธภัณฑ์แห่งแรกในศิริราช ก่อตั้งโดย แอลเลอร์ เอลลิส นักพยาธิวิทยาชาวอเมริกันและเป็นพยาธิแพทย์คนแรกของไทย ที่ริเริ่มการเก็บรวบรวมอวัยวะผู้ป่วยที่ผ่านการตรวจพิสูจน์โรคแล้วไว้สำหรับสอนในวิชาพยาธิวิทยา[4][5][6] พิพิธภัณฑ์นี้จัดแสดงตัวอย่างอวัยวะและโรคที่คร่าชีวิตคนเป็นอันดับต้น ๆ ในประเทศ เช่น ตัวอย่างความผิดปกติแต่กำเนิด โรคหัวใจ โรคมะเร็งชนิดต่าง ๆ[6]
พิพิธภัณฑ์กายวิภาค-คองดอน
[แก้]พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก่อตั้งโดย เอ็ดการ์ เดวิดสัน คองดอน โดยมีการจัดแสดงอวัยวะมากกว่า 2,000 ชิ้นเพื่อใช้ในการเรียนรู้วิชากายวิภาคศาสตร์ ลักษณะการจัดแสดงแบ่งเป็น 2 ห้อง[7][8]
- ห้องแรก แสดงกายวิภาคทั่วไป เช่น อวัยวะรับความรู้สึกพิเศษ อย่าง หู ตา จมูก ลิ้น การจัดแสดงระบบประสาท ระบบไหลเวียน การจัดแสดงการเจริญเติบโตตามอายุ ตั้งแต่เอ็มบริโอขนาดเล็ก ทารกในครรภ์ตามอายุครรภ์ต่าง ๆ จนถึงระยะคลอด การจัดแสดงอวัยวะตามระบบต่าง ๆ อาทิระบบสืบพันธุ์ ระบบขับถ่ายปัสสาวะ ระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ การจัดแสดงร่างกายมนุษย์ตัดตามขวางตามแนวต่าง ๆ[7][8]
- ห้องที่สอง แสดงเฉพาะกระดูกและข้อต่อทุกชิ้นของร่างกาย รวมทั้งกะโหลกซึ่งแยกเป็นชิ้น ๆ แสดงส่วนประกอบของกระดูก การแสดงข้อต่อแบบต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงโครงกระดูกของบุคคลสำคัญในวงการแพทย์[7][8]
ภายในพิพิธภัณฑ์นี้มีสิ่งจัดแสดงที่สำคัญคือ เส้นประสาททั้งร่างกาย หลอดเลือดแดงทั้งร่างกาย กล้ามเนื้อและหลอดเลือดดำ ซึ่งเป็นผลงานที่หาดูได้ยาก[7][8]

พิพิธภัณฑ์และห้องปฏิบัติการเรื่องราวก่อนประวัติศาสตร์ สุด แสงวิเชียร
[แก้]ใน พ.ศ. 2503 สุด แสงวิเชียร แพทย์และนักกายวิภาคศาสตร์ชาวไทย ได้เข้ารวมการขุดค้นแหล่งโบราณคดีที่ ตำบลจรเข้เผือก จังหวัดกาญจนบุรี แหล่งโบราณคดีนี้เป็นแหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของไทย จากการขุดค้นทำให้ได้ศึกษาเครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องประดับ เครื่องปั้นดินเผาที่ฝังรวมกับโครงกระดูกมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ จากนั้นจึงรวบรวมหลักฐานทางโบราณคดีเหล่านั้นมาจัดตั้งขึ้นเป็นพิพิธภัณฑ์ และเปิดเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. 2515[5][9]

ภายในตัวพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงเรื่องราวและหลักฐานจากยุคก่อนประวัติศาสตร์ของประเทศไทย เช่นกะโหลกศีรษะของโฮโมอิเร็กตัส เรียกว่า "มนุษย์ลำปาง" ซึ่งอยู่ในยุคเดียวกับมนุษย์ปักกิ่ง หรือเมื่อประมาณ 1,000,000 ถึง 400,000 ปีก่อน[10] นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือหิน เครื่องปั้นดินเผา ลูกปักและอุปกรณ์ตกแต่งจาก ยุคหินเก่า ยุคหินกลาง และ ยุคหินใหม่[9][11][12]
พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยา
[แก้]พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก่อตั้งโดย วิจิตร ไชยพร ภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงตัวอย่างของพยาธิที่นำออกมาจากร่างกายของผู้ป่วย การจัดแสดงจะแสดงลักษณะตัวอย่างพร้อมอธิบายวงจรชีวิตและที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ พยาธิที่นำมาจัดแสดงมีขนาดตั้งแต่ตัวที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น จนถึงตัวที่ยาวเป็นเมตร นอกจากพยาธิตัวกลม พยาธิตัวแบน และโปรโตซัวทางการแพทย์แล้ว พิพิธภัณฑ์นี้ยังมีการจัดแสดงตัวอย่างแมลงนำโรคและสัตว์มีพิษ พร้อมกับวิธีการป้องกันด้วย[5][13][14]

พิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์สงกรานต์ นิยมเสน
[แก้]
นิติเวชศาสตร์เป็นการนำวิชาแพทย์และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้เพื่อหาสาเหตุการตายผิดธรรมชาติ พิพิธภัณฑ์นี้จัดแสดง กะโหลกศีรษะมนุษย์ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่ได้มาจากเหยื่อที่ถูกฆาตกรรม นอกจากชิ้นส่วนมนุษย์แล้วยังมีวัตถุพยานที่จากคดีด้วย ชิ้นส่วนเหล่านี้มาจากการรวบรวมของสงกรานต์ นิยมเสนในสมัยที่เขาทำงานอยู่
ภายในพิพิธภัณฑ์นี้มีการจัดแสดงศพของซีอุย ฆาตกรต่อเนื่องที่เป็นที่เป็นที่รู้จักมากในประวัติศาสตร์ไทย ซีอุยเป็นชาวจีนที่เกิดใน พ.ศ. 2470 ที่ตำบลฮุนไหล จังหวัดซัวเถา ประเทศจีน ซีอุยถูกระบุว่าใช้ แซ่อึ้ง[15][16] ซีอุยเข้ามาในประเทศไทยในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเข้ามาทำงานเป็นคนสวนในเนินพระ จังหวัดระยอง

ซีอุยถูกตราหน้าว่าเป็นมนุษย์กินคนหลังถูกตั้งข้อหาว่าทำการฆาตกรรมเด็ก 7 คดี[17] ซีอุยถูกจับกุมที่จังหวัดระยองใน พ.ศ. 2501 หลังกำลังพยายามเผาทำลายเหยื่อรายสุดท้าย และออกมายอมรับว่าได้ฆ่าเหยื่อรายสุดท้ายจริง[18][19]
การพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นกินเวลา 9 วัน ก็พิพากษาประหารชีวิต แต่ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิตเพราะจำเลยยอมรับสารภาพ แต่ตำรวจอุทธรณ์เพราะเห็นว่ามีหลักฐานเพียงพอ[20] เขาจึงถูกศาลอุทธรณ์ตัดสินประหารชีวิตเมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2501[17] และมีการประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าเมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2502 และหลังจากถูกประหารชีวิต โรงพยาบาลศิริราชได้ขอศพเพื่อไปใช้ในศึกษากายวิภาค[21] จากนั้นจึงถูกนำไปจัดแสดงพร้อมติดป้ายอธิบายว่า ซีอุย แซ่อึ้ง (มนุษย์กินคน)[22][23]
ผู้ใหญ่มักจะนำชื่อซีอุยมาขู่ให้เด็ก ๆ กลัว ซึ่งมักจะมีประโยคขู่เด็กที่ว่า "ระวังซีอุยจะมากินตับ"[24] หลังมีกับการเรียกร้องของชาวอำเภอทับสะแก[25] ประกอบกับแคมเปญรณรงค์ให้มีการนำร่างซีอุยออกจากพิพิธภัณฑ์ศิริราชบนเว็บไซต์ Change.org ช่วงเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2562[17] ทำให้ทางโรงพยาบาลได้นำศพออกจากพิพิธภัณฑ์ตามคำเรียกร้องหลังจัดแสดงมานานกว่า 60 ปี[17] ชาวอำเภอทับสะแกยื่นหนังสือร้องเรียนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าพวกเขาต้องการฝังศพให้ซีอุยอย่างเหมาะสม[26] ครอบครัวของซีอุยไม่มีการเสนอตัวเพื่อนำศพไปดำเนินพิธีการทางศาสนา ทำให้กรมราชทัณฑ์จะเป็นธุระนำร่างซีอุยจากพิพิธภัณฑ์ไปทำการฌาปนกิจที่วัดบางแพรกใต้ ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2563[26][27]
พิพิธภัณฑ์สัมผัส เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชินีนาถ (ปัจจุบันปิดปรับปรุง)
[แก้]พิพิธภัณฑ์สัมผัส เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชินีนาถเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนที่ออกแบบมาเพื่อ ผู้บกพร่องทางการมองเห็น โดยเฉพาะ ภายใต้แนวคิดที่ว่าผู้พิการควรได้รับโอกาสในการเข้าถึงความรู้จากพิพิธภัณฑ์อย่างเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป พิพิธภัณฑ์แห่งนี้แตกต่างจากพิพิธภัณฑ์ทั่วไปที่มักเน้นการชมด้วยตา (Please do not touch) แต่ที่นี่สนับสนุนให้ใช้การ "สัมผัส" เป็นเครื่องมือหลักในการเรียนรู้ โดยมีการออกแบบสิ่งแสดงดังนี้[28]
- Self-Learning Design: ผู้เข้าชมสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองผ่านอุปกรณ์ชุดหูฟัง (Audio Guide) ที่ให้ข้อมูลบรรยายรายละเอียดของสิ่งแสดง
- Tactile Exhibits: การจัดทำวัตถุจำลองหรือสิ่งแสดงที่สามารถสัมผัสได้ เพื่อให้ผู้บกพร่องทางการมองเห็นเข้าใจรูปร่าง รูปทรง และลักษณะของเนื้อสัมผัส
- Rotating Themes: เนื้อหาในฐานการเรียนรู้จะมีการหมุนเวียนเปลี่ยนหัวข้อไปในแต่ละปี เพื่อความหลากหลายของสาระความรู้
นอกจากจะเป็นพื้นที่สำหรับผู้บกพร่องทางการมองเห็นแล้ว พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังเปิดโอกาสให้ บุคคลทั่วไป ได้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ (Sensory Experience) ซึ่งช่วยสร้างความเข้าใจและร่วมรับรู้ถึงโลกทัศน์ของผู้พิการผ่านประสาทสัมผัสอื่นๆ นอกเหนือจากการมองเห็น
พิพิธภัณฑ์อื่นของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
[แก้]นอกจากพิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราชแล้ว คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลยังมีพิพิธภัณฑ์อีก 2 แห่ง ได้แก่ ศิริราชพิมุขสถาน และพิพิธภัณฑ์ศัลยศาสตร์ศิริราช
พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน
[แก้]ภายในพิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน จัดแสดงประวัติศาสตร์ของพื้นที่บริเวณนี้ด้วยวัตถุทรงคุณค่าหาดูได้ยากนำเสนอผสมผสาน กับการใช้เทคโนโลยีนำสมัย ดังนี้ ศิริสารประพาส ศิริราชขัตติยพิมานสถานพิมุขมงคลเขต โบราณราชศัสตรา คมนาคมบรรหาร ศิริราชบุราณปวัตติ์ สยามรัฐเวชศาสตร์ นิวาสศิรินาเวสนอกจากนั้น ภายนอกอาคารยังพบฐานป้อมพระราชวังหลัง ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญทางโบราณคดี[29]

พิพิธภัณฑ์ศัลยศาสตร์ศิริราช
[แก้]พิพิธภัณฑ์ศัลยศาสตร์ศิริราช เป็นพิพิธภัณฑ์เฉพาะทางที่รวบรวมประวัติศาสตร์ วิวัฒนาการ และความก้าวหน้าทางการผ่าตัดของประเทศไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยตั้งอยู่ภายในคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อเชิดชูเกียรติบูรพคณาจารย์และเป็นแหล่งเรียนรู้ทางด้านศัลยศาสตร์ระดับสากล[30]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ "สุดระทึก!!! เจอ "ซีอุย" คนกินตับ ตัวจริง ของจริง". ผู้จัดการออนไลน์. พฤษภาคม 29, 2012. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2012-08-18. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 10, 2016.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Limited, Bangkok Post Public Company. "Grisly guidance". Bangkok Post. สืบค้นเมื่อ 2020-11-16.
{{cite news}}:|last=มีชื่อทั่วไป (วิธีใช้) - ↑ "Siriraj Museum". www2.si.mahidol.ac.th. สืบค้นเมื่อ 2026-04-07.
- ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2020-09-24. สืบค้นเมื่อ 2021-03-12.
- 1 2 3 "พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช. (2 มิถุนายน 2563)". museumthailand. สืบค้นเมื่อ 13 มีนาคม 2564.
{{cite news}}:|first=ขาด|last=(วิธีใช้) - 1 2 พิพิธภัณฑ์พยาธิวิทยา..ศึกษาจากรุ่นสู่รุ่น สืบค้นเมื่อ 13 มีนาคม 2564.
- 1 2 3 4 ตะลึง!! คนเป็นขโมยคนตาย ที่ "พพ.กายวิภาค ศิริราช". (2555)"หนุ่มลูกทุ่ง". MGR Online. สืบค้นเมื่อ 13 มีนาคม 2564
- 1 2 3 4 พิพิธภัณฑ์กายวิภาคศาสตร์คองดอน (2556) เก็บถาวร 2019-04-24 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน"ทีมงานทรูปลูกปัญญา". trueplookpanya. สืบค้นเมื่อ 13 มีนาคม 2564
- 1 2 "พิพิธภัณฑ์และห้องปฏิบัติการเรื่องราวก่อนประวัติศาสตร์ สุด แสงวิเชียร. (2 กุมภาพันธ์2562)". มหาวิทยาลัยมหิดล. สืบค้นเมื่อ 13 มีนาคม 2564.
{{cite news}}:|first=ขาด|last=(วิธีใช้) - ↑ PCL, Post Publishing. "Early Man Of Our Land". Bangkok Post (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2020-12-05.
- ↑ PCL, Post Publishing. "Early Man Of Our Land". Bangkok Post (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2020-12-05.
- ↑ "พิพิธภัณฑ์และห้องปฏิบัติการเรื่องราวก่อนประวัติศาสตร์ สุด แสงวิเชียร. (27 กรกฎาคม 2561)". museumthailand. สืบค้นเมื่อ 13 มีนาคม 2564.
{{cite news}}:|first=ขาด|last=(วิธีใช้) - ↑ พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยา ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร. สืบค้นเมื่อ 13 มีนาคม 2564.
- ↑ "พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยา. (1 สิงหาคม 2560)". museumthailand. สืบค้นเมื่อ 13 มีนาคม 2564.
{{cite news}}:|first=ขาด|last=(วิธีใช้) - ↑ somsaktam, Author (2018-03-13). "แซ่ของคนจีน". มรดกวัฒนธรรมจีน Chinese cultural heritage (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2019-05-23.
{{cite web}}:|first=มีชื่อทั่วไป (วิธีใช้) - ↑ "โรงเรียนภาษาและภูมิปัญญาตะวันออก OKLS : เรียนภาษาจีน เรียนภาษาญี่ปุ่น เรียนรู้ภาษาตะวันออก เรียนรู้ภาษาโลก - หลักในการเดาแซ่". www.okls.net. สืบค้นเมื่อ 2019-05-23.
- 1 2 3 4 "ซีอุย : ความพยายามทวงคืนศักดิ์ศรีผู้ถูกศาลตัดสินและสังคมตราหน้าเป็น "มนุษย์กินคน"". บีบีซี ไทย. สืบค้นเมื่อ 19 มีนาคม 2564.
{{cite news}}:|first=ขาด|last=(วิธีใช้) - ↑ RND (27 พฤษภาคม 2019). "Mörder im Glaskasten: Thailand streitet über Leichnam im Museum". Hannoversche Allgemeine. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2021-03-05. สืบค้นเมื่อ 18 มิถุนายน 2019.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ ย้อนชีวิต "ซีอุย" ถูกรังแก กินตับเพื่อน เจอรุมสกรัม ฆาตกรรมโหด ฉบับตำนานไทย
- ↑ HE ATE CHILDREN: THE SERIAL KILLER WHO STILL TERRORIZES THAILAND TODAY
- ↑ Chaiyong, Suwitcha (17 มิถุนายน 2019). "Grisly guidance". Bangkok Post. สืบค้นเมื่อ 18 มิถุนายน 2019.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Hospital removes 'cannibal' sign from Si Quey corpse display". The Nation. 31 พฤษภาคม 2019. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2019-06-08. สืบค้นเมื่อ 18 มิถุนายน 2019.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Dillon, Conor (7 มีนาคม 2012). "Dead Baby Watching at Bangkok's Medical Museum". Vice. สืบค้นเมื่อ 18 มิถุนายน 2019.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ ปิดตำนาน “ซีอุย” “60 ปี” คดีกินตับเด็กสืบค้นเมื่อ 19 มีนาคม 2564
- ↑ RND (27 พฤษภาคม 2019). "Mörder im Glaskasten: Thailand streitet über Leichnam im Museum". Hannoversche Allgemeine. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2021-03-05. สืบค้นเมื่อ 18 มิถุนายน 2019.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 Limited, Bangkok Post Public Company. "Serial killer Si Quey to be cremated, 6 decades after execution". Bangkok Post. สืบค้นเมื่อ 2020-12-05.
{{cite news}}:|last=มีชื่อทั่วไป (วิธีใช้) - ↑ "ชาวทับสะแกเตรียมร่วมงานเผา'ซีอุย' ไว้อาลัยครั้งสุดท้าย". เดลินิวส์. สืบค้นเมื่อ 19 มีนาคม 2564.
{{cite news}}:|first=ขาด|last=(วิธีใช้) - ↑ https://museum.li.mahidol.ac.th/wp-content/uploads/2021/08/Seminar-64-slide-PM.pdf
- ↑ "Siriraj Museum". www2.si.mahidol.ac.th. สืบค้นเมื่อ 2026-04-07.
- ↑ "Siriraj Museum". www2.si.mahidol.ac.th. สืบค้นเมื่อ 2026-04-07.
