ซีอุย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ซีอุย
The Forensic Science Museum in Bangkok.jpg
ศพของซีอุยภายในพิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์ สงกรานต์ นิยมเสน
เกิดหลีอุย แซ่อึ้ง (黄利辉)
พ.ศ. 2470
ซัวเถา สาธารณรัฐจีน
เสียชีวิต16 กันยายน 2502
จังหวัดนนทบุรี ประเทศไทย
สุสาน"พิพิธภัณฑ์ซีอุย"
สัญชาติจีน
อาชีพรับจ้าง
มีชื่อเสียงจากถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกรต่อเนื่องและกินเนื้อมนุษย์
พิพากษาลงโทษฐานฆ่าคน (ปี 2501)
บทลงโทษประหารชีวิต
รายละเอียด
ผู้เสียหายเด็กชายสมบุญ บุญยกาญจน์
วันที่27 มกราคม 2501
15–16 นาฬิกา
ตำแหน่งตำบลเนินพระ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง
ตาย1
อาวุธมีด
วันที่ถูกจับ
27 มกราคม 2501

ซีอุย (จีน: 细伟; พินอิน: Xì wěi; พ.ศ. 2470 – 16 กันยายน พ.ศ. 2502) เป็นชื่อของชาวจีนที่ถูกประหารชีวิตฐานฆ่าเด็ก เขาถูกจับกุมฐานฆ่าเด็กชายสมบุญ บุญยกาญจน์ที่จังหวัดระยองในปี 2501 ต่อมาตำรวจสืบสวนจนได้คำรับสารภาพจากซีอุยว่าก่อคดีอีกอย่างน้อย 6 คดีในช่วงปี พ.ศ. 2497–2501 แบ่งเป็นที่ประจวบคีรีขันธ์ 4 คดี กรุงเทพมหานครและนครปฐมแห่งละ 1 คดี ศาลอุทธรณ์ตัดสินประหารชีวิตเฉพาะคดีฆ่าเด็กชายสมบุญ บุญยกาญจน์ อย่างไรก็ดี สื่อมวลชนในขณะนั้นเขียนว่าศพในดคีที่ซีอุยรับสารภาพมีการหั่นศพและอวัยวะภายในหายไป ทำให้ข่าวว่าซีอุยเป็นมนุษย์กินคน ต่อมาผู้ใหญ่มักขู่เด็กว่า "ซีอุยจะมากินตับ" เพื่อให้อยู่ในโอวาท[2]

ศพของซีอุยถูกเก็บไว้ที่โรงพยาบาลศิริราช ภายในพิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์ สงกรานต์ นิยมเสน ซึ่งมีชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า "พิพิธภัณฑ์ซีอุย"[3][2] มีการนำชีวิตของเขามาสร้างเป็นละครโทรทัศน์รวมถึงภาพยนตร์ในภายหลัง

พ.ศ. 2562 มีกระแสเรียกร้องทางอินเทอร์เน็ตให้มีการนำศพซีอุยออกจากโรงพยาบาลศิริราช เพราะเห็นว่าซีอุยไม่ใช่ฆาตกรตัวจริงของเหยื่อทั้งหมด[4] รวมถึงมี change.org ที่ล่ารายชื่อให้รณรงค์ให้เอาศพออกจากศิริราช [5] กระทั่งวันที่ 2 กรกฎาคมปีเดียวกัน โรงพยาบาลศิริราชได้ประกาศตามหาญาติซีอุยเพื่อหารือเกี่ยวกับการจัดการร่างของซีอุย หากวันที่ 7 สิงหาคมยังไม่มีญาติมาแสดงตัว ทางโรงพยาบาลจะมีสิทธิอันชอบธรรมในการจัดการศพต่อไป[6]

ชีวประวัติ[แก้]

ชีวประวัติของซีอุยได้มาจากคำให้การต่อตำรวจผ่านล่ามหลังถูกจับในคดีฆ่าเด็กเมื่อปี 2501[1]

ปฐมวัย[แก้]

ซีอุย มีชื่อจริงว่า หลีอุย แซ่อึ้ง (จีน: 黄利辉; พินอิน: Huáng Lìhuī) แต่คนไทยเรียกเพี้ยนเป็น ซีอุย เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2470 ตำบลฮุนไหล จังหวัดซัวเถา ประเทศจีน[ต้องการอ้างอิง] โดยเป็นลูกคนสุดท้องจากจำนวนพี่น้องทั้งหมด 4 คน ของนายฮุนฮ้อกับนางไป๋ติ้ง แซ่อึ้ง มีเชื้อสายจีนแคะ[ต้องการอ้างอิง] ครอบครัวมีอาชีพทำไร่ และมีฐานะยากจน เขาตระเวนตามที่ต่าง ๆ อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง มักถูกเด็กด้วยกันทำร้ายและเอาเปรียบจนเกิดความแค้นในใจ[7] หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ลงว่า ซีอุยวัยเด็กไปพบกับนักบวชรูปหนึ่งที่แนะนำให้เขากินหัวใจและตับมนุษย์เพื่อให้มีพละกำลัง ทำให้เขาหันมาฆ่าสัตว์เพื่อกินเนื้อดิบโดยเฉพาะเครื่องในนับแต่นั้น[7]

ซีอุยวัย 18 ปี ถูกเกณท์ทหารที่มณฑลเอ้หมึง ในสงครามจีน–ญี่ปุ่นครั้งที่สอง ระหว่างสงครามมีครั้งหนึ่งซีอุยตกอยู่ในวงล้อมญี่ปุ่นพร้อมกับทหารจีนคนอื่น เมื่อเสบียงเริ่มหมดลง ซีอุยใช้มีดกรีดศพเพื่อนทหารเพื่อควักหัวใจ ตับและไส้ออกมาต้มกิน[7] หลังสงครามยุติ บ้างว่าซีอุยกลับบ้านเกิดที่ซัวเถา แต่ด้วยมีฐานะยากจน จึงพยายามดิ้นร้นเพื่อย้ายเข้ามาทำงานในประเทศไทย บ้างว่าต่อมาเพื่อนทหารรุ่นเดียวกันชวนซีอุยสมัครเข้าทำงานกับบริษัทเดินเรือทะเล ทำได้อยู่ปีเศษ ก็ลอบหนีเข้าประเทศไทยตามเพื่อน[8] บ้างก็ว่าซีอุยถูกเกณฑ์ไปรบกับพรรคคอมมิวนิสต์จีนอีก จึงหนีทหารเข้ามาในประเทศไทย[9]

ย้ายเข้าประเทศไทย[แก้]

ก่อนจะหนีเข้ามาประเทศไทย ในวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2489 ทางเรือโปรดิว[ต้องการอ้างอิง] เมื่อซีอุยขึ้นฝั่งประเทศไทย ก็ถูกกักตัวอยู่ที่กองตรวจคนเข้าเมือง 10 วัน ก่อนที่นายทินกี่ แซ่อึ้ง จะมารับรองออกไปได้[ต้องการอ้างอิง] จากนั้นก็พักอยู่จังหวัดพระนครที่โรงแรมเทียนจิน ตรอกเทียนกัวเทียน ประมาณ 5-6 วัน ก่อนจะเดินทางไปทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตรงกับคำให้การวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2501 ยืนยันว่า "มาอยู่เมืองไทยครั้งแรกที่ตำบลทับสะแก ประจวบคีรีขันธ์"[ต้องการอ้างอิง] หลังจากนั้นซีอุยก็เดินทางไปมาทำงานรับจ้างอยู่หลายที่ ก็ย้ายที่อยู่ไปไม่มีหลักแหล่ง และยากที่จะจัดลำดับได้เนื่องจากคำให้การแต่ละครั้ง ซีอุยระบุชื่อเจ้าของบ้านที่ไปพักไม่ค่อยตรงกัน และมักจะเป็นการอยู่ชั่วคราวสั้นๆ ขึ้นอยู่กับอายุงาน[ต้องการอ้างอิง]

ในระยะ 8 ปีแรกที่พำนักในประเทศไทย ซีอุยไม่ได้ก่อคดีร้ายแรงใด ๆ นอกจากคดีทะเลาะวิวาทบ้างเป็นบางครั้ง แต่เงื่อนงำที่สำคัญก็คือ เส้นทางและแหล่งพักพิงของซีอุย ตรงสถานที่เกิดเหตุของคดีทั้ง 7 อย่างเหลือเชื่อ คือ ประจวบคีรีขันธ์ 5 คดี กรุงเทพฯ นครปฐม และระยอง แห่งละ 1 คดี[ต้องการอ้างอิง]

การฆ่าคน[แก้]

จับกุม[แก้]

ซีอุยถูกจับขณะกำลังพยายามเผาทำลายศพเด็กชายสมบุญ บุญยกาญจน์ เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2501 นาวา บิดาของเด็กชายสมบุญ เคยให้สัมภาษณ์ว่า "ตอนเห็นศพลูกชายนอนจมกองเลือดอยู่อย่างน่าอเนจอนาถ มีฟางกลบยังไม่ทั่วตัว เท่าที่รู้เขากำลังจะเผาลูกชายผม [...] ผมระงับอารมณ์ไม่อยู่ ผมเข้าไปรุมสกรัมฆาตกรโดยไม่ฟังเสียงอะไรทั้งสิ้น ถึงขนาดที่ว่ารองเท้าบูตยางเต็มไปด้วยเลือด"[7]

ซีอุยถูกจับได้พร้อมกับหลักฐานอวัยวะในถ้วยชาม แต่แพทย์ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นของมนุษย์ หลังถูกจับได้ สื่อเผยแพร่ภาพเขาหาวอ้าปากกว้างโดยนำไปสร้างความสยดสยอง[10]

บันทึกคำให้การ[แก้]

ซีอุยถูกจับในคดีเด็กชายสมบุญ ที่ระยอง คดีดังกล่าวถูกเชื่อมโยงเข้าคดีเก่าอีก 2 คดี คือ คดีฆ่าอกที่สถานีรถไฟสวนจิตรลดา เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2489 ที่กรุงเทพมหานคร และคดีฆาตกรรมที่องค์พระปฐมเจดีย์ ที่นครปฐม เมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2500 โดยรูปแบบและการฆาตกรรมลักษณะเดียวกัน ตำรวจจึงมุ่งเป้าไปที่ซีอุย ซีอุยถูกนำตัวมาสอบสวนตั้งแต่คืนวันที่ 27 มกราคม 2501 มีการบันทึกคำเป็นหลักฐานลงในวันที่ 30 มกราคม เนื่องจากซีอุยพูดและอ่านเขียนไทยไม่ได้การสอบสวนแต่ละครั้งจึงมีล่ามจีนอยู่เสมอ เนื้อหาของบันทึกปากคำฉบับวันที่ 30 มกราคม มี 3 เรื่องใหญ่ๆ คือ ยอมรับคดีที่ระยอง และปฏิเสธข้อกล่าวหาคดีกรุงเทพและคดีนครปฐม ซีอุยยอมรับคดีที่ระยองว่าเป็นการกระทำผิดครั้งแรก[7] โดยกล่าวนัยว่า "ไม่เคยฆ่าคนเพื่อจะเอาตับและหัวใจมากินเลย"[ต้องการอ้างอิง]

และคดีที่กรุงเทพ ซีอุยได้กล่าวทำนองว่า "ที่กรุงเทพฯ ข้าฯ เคยได้ยินคนพูดกันว่ามีคนฆ่าเด็กแล้วเอาสมอง เมื่อประมาณ ๑ ปีเศษๆ ขณะนั้น ข้าฯ พักอยู่จังหวัดพระนคร โดยอยู่บ้านนายบักเทียม แซ่ไล้ แต่ข้าฯ ไม่ได้ไปดู” และซีอุยยังให้การปฏิเสธในบันทึกปากคำครั้งนี้ “การฆ่าเด็กรายนี้ ข้าฯ ไม่ได้ทำร้าย ใครทำร้าย ข้าฯ ไม่ทราบ… " และ "ในการที่มีคนฆ่าเด็กแล้วผ่าท้องที่นครปฐมนั้นทราบข่าวเหมือนกัน โดยขณะนั้นอยู่ที่จังหวัดนครปฐม โดย ข้าฯ ค้างที่นครปฐม ๑ คืน [...] ได้ยินชาวบ้านพูดกัน แต่ไม่ได้ไปดูเพราะรอรถไฟด่วนจะกลับทับสะแก แต่ใครจะเป็นคนฆ่า ข้าฯ ไม่ทราบ…"[11]

รายชื่อผู้เสียหายที่รับสารภาพ[แก้]

ตำรวจได้คำรับสารภาพจากซีอุยในคดีฆ่าเด็กทั้งหมด 7 คน ดังนี้[8][11]

ที่ ผู้เสียหาย วันที่และสถานที่ ลักษณะการทำร้าย
1 เด็กหญิงบังอร ภมรสูตร 8 เมษายน 2497
อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ถูกเชือดคอ แต่รอดชีวิต
2 เด็กหญิงนิด แซ่ภู่ 10 พฤษภาคม 2497
อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ถูกฆ่า และศพถูกชำแหละ อวัยวะภายในหายไป
3 เด็กหญิงลิ้มเฮียง แซ่เล้า 20 มิถุนายน 2497
อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ถูกเชือดคอจนถึงแก่ความตาย และถูกข่มขืน
4 เด็กหญิงกำหงัน แซ่ลี้ 27 ตุลาคม 2497
อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ถูกเชือดคอจนถึงแก่ความตาย
5 เด็กหญิงลี่จู แซ่ตั้ง 28 พฤศจิกายน 2497
อำเภอดุสิต จังหวัดพระนคร
ถูกฆ่า และศพถูกชำแหละ
6 เด็กหญิงซิ่วจู แซ่ตั้ง 5 กุมภาพันธ์ 2500
อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม
ถูกฆ่า และศพถูกชำแหละ อวัยวะภายในหายไป
7 เด็กชายสมบุญ บุญยกาญจน์ 27 มกราคม 2501
อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง
ถูกฆ่า และศพถูกชำแหละ ตับและหัวใจหายไป และพยายามอำพรางศพด้วยการเผา (ศาลอุทธรณ์พิพากษาประหารชีวิต)

อย่างไรก็ดี ศาลอุทธรณ์พิพากษาประหารชีวิตเฉพาะคดีฆ่าเด็กชายสมบุญ บุญยกาญจน์ ซึ่งซีอุยถูกจับได้ในที่เกิดเหตุเท่านั้น

การพิจารณาและคำพิพากษา[แก้]

เริ่มการพิจารณาคดีซีอุยเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2501 เขารับสารภาพทุกข้อกล่าวหา มีน้องของผู้เสียหายที่มีอายุ 6 ขวบให้การว่าเห็นเขาพาน้องสาวจากงานตรุษจีนในไชนาทาวน์ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2497 ซึ่งเป็นคืนก่อนพบศพเธอ[1] การพิจารณาคดีเขากินเวลา 9 วัน ศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิต แต่ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิตเพราะจำเลยยอมรับสารภาพ แต่ตำรวจอุทธรณ์เพราะเห็นว่ามีหลักฐานเพียงพอ[1] เขาจึงถูกศาลอุทธรณ์ตัดสินประหารชีวิตเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2501[9] และมีการประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2502 และหลังจากถูกประหารชีวิต ศพของซีอุยถูกนำมาดองเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์ ภายในโรงพยาบาลศิริราชนับแต่นั้น

มรดก[แก้]

ศพ[แก้]

ศาสตราจารย์นายแพทย์สงกรานต์ นิยมเสน หัวหน้าภาควิชานิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช ขอรับศพซีอุยมาผ่าตรวจสมอง ส่วนร่างถูกเก็บรักษาในลักษณะดองแห้งโดยการฉีดฟอร์มาลินเข้าหลอดเลือด แช่น้ำยารักษาทั้งร่างไว้ 1 ปี และทำการทาขี้ผึ้งทุก ๆ 2 ปี เพื่อป้องกันเชื้อรา ปัจจุบันร่างของซีอุยยังถูกเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช ("พิพิธภัณฑ์ซีอุย") หลังจากนั้นคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้รับมอบร่างนายซีอุยมาจัดแสดง โดยเขียนข้อความว่า "นายซีอุย แซ่อึ้ง (มนุษย์กินคน)"[9] ศาสตราจารย์พิเศษ นายแพทย์สรรใจ แสงวิเชียร อดีตหัวหน้าภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้ให้สัมภาษณ์กับไทยรัฐออนไลน์ไว้เมื่อปี พ.ศ. 2552 ว่า "ถ้าอาจารย์หมอสงกรานต์ไม่ขอมาไว้ที่นี่ ก็จะไม่มีใครทำบุญให้เขาเลย มาอยู่ที่นี่มีการทำบุญให้อาจารย์ใหญ่ทุกปี อวัยวะ ร่าง โครงกระดูกทุกชิ้นถือเป็นอาจารย์ใหญ่"[9]

วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 มีข่าวว่าโรงพยาบาลศิริราชปลดป้าย "มนุษย์กินคน" ออกไปแล้ว พร้อมทั้งเตรียมจัดทำบอร์ดให้ความรู้แก่สาธาณะเกี่ยวกับคดี[12] ด้านฟาโรห์ จักรภัทรานน เจ้าของเว็บไซต์ Change.org ที่รณรงค์เรื่องซีอุย ให้สัมภาษณ์ว่า อยากให้ฌาปณกิจร่าง แล้วอาจจะนำหุ่นขี้ผึ้งมาจัดแสดงแทน และมีความเห็นว่า "ไม่ได้ตัดสินว่าซีอุยไม่ได้เป็นมนุษย์กินคน แต่อยากให้ประชาชนที่มาอ่านข้อมูลได้ตัดสินเองว่าซีอุยเป็นมนุษย์กินคนหรือไม่"[13]

วัฒนธรรมร่วมสมัย[แก้]

  • กันตนานำมาสร้างละครโทรทัศน์ชื่อ ซีอุย ละครโทรทัศน์ออกอากาศในปี พ.ศ. 2527 ทางช่อง 5 โดยเทอดพร มโนไพบูลย์เป็นผู้รับบท เป็นการรื้อฟื้นความทรงจำของสังคม และเทอดพรถูกมองว่าเป็นตัวแทนของซีอุยในฐานะฆาตกรโรคจิต[9]
  • แมทชิงโมชันพิกเจอส์นำมาสร้างภาพยนตร์เรื่อง ซีอุย ในปี 2547 ซึ่งได้ฉายในต่างประเทศด้วย มีโฆษณาในโปสเตอร์ว่า "ผีหรือคน" เป็นการเน้นย้ำการกินมนุษย์ของซีอุย[9]

รวมถึงในวงการมวยไทย มีนักมวยไทยใช้ชื่อ ซีอุย ส.สุนันท์ชัย ในการขึ้นชก[14]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 HE ATE CHILDREN: THE SERIAL KILLER WHO STILL TERRORIZES THAILAND TODAY
  2. 2.0 2.1 "สุดระทึก!!! เจอ "ซีอุย" คนกินตับ ตัวจริง ของจริง". ผู้จัดการออนไลน์. May 29, 2012. สืบค้นเมื่อ July 10, 2016.
  3. "สารคดีประวัติของ ซีอุย (In Thai)". ยูทูบ. October 27, 2012. สืบค้นเมื่อ July 10, 2016.
  4. ชาวเน็ตถก ‘ซีอุย’ อาจเป็น “แพะรับบาป” มนุษย์กินคน ล่ารายชื่อจัดการศพ-ลบตราบาป
  5. ล่ารายชื่อนำร่าง "ซีอุย" ออกจากพิพิธภัณฑ์ศิริราช คืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ล้างฉายามนุษย์กินคน
  6. อนุชิต ไกรวิจิตร (2 กรกฎาคม 2562). "โรงพยาบาลศิริราชเตรียมประกาศตามหาญาติ 'ซีอุย' เพื่อแนวทางจัดการร่างต่อไป". The Standard. สืบค้นเมื่อ 2 กรกฎาคม 2562.
  7. 7.0 7.1 7.2 7.3 7.4 ย้อนชีวิต "ซีอุย" ถูกรังแก กินตับเพื่อน เจอรุมสกรัม ฆาตกรรมโหด ฉบับตำนานไทย
  8. 8.0 8.1 “ซีอุย” ฆาตกรวิปริต หรือ “แพะ”?
  9. 9.0 9.1 9.2 9.3 9.4 9.5 ซีอุย : ความพยายามทวงคืนศักดิ์ศรีผู้ถูกศาลตัดสินและสังคมตราหน้าเป็น “มนุษย์กินคน”
  10. นักประวัติศาสตร์โต้กระแส คืนศักดิ์ศรีให้ซีอุย “ฆาตกรคงเป็นแน่ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด”
  11. 11.0 11.1 "ซีอุย” มนุษย์กินคน หรือเหยื่อสังคม?
  12. รพ.ศิริราชปลดป้าย 'ซีอุย มนุษย์กินคน'
  13. ปลดแล้ว ป้าย“มนุษย์กินคน” ฟาโรห์ ขอให้เผาร่าง "ซีอุย" ด้วย
  14. ""ซีอุย"ลั่นอำลาจอตู้". muaythai2000. July 18, 2012. สืบค้นเมื่อ July 10, 2016.