มนุษย์กินคน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ภาพคนป่ากำลังปลุงอาหารจากเนื้อมนุษย์

มนุษย์กินคนคือมนุษย์ที่กินมนุษย์ด้วยกันเอง มักจะพบในชนเผ่าต่างๆเช่นชนเผ่าใน ปาปัวนิวกินี เรื่องของมนุษย์กินคนนั้น มีอยู่ในตำนาน แทบทุกชาติทุกภาษา แต่ชนเผ่ามนุษย์ กินคนที่โด่งดังที่สุด คือมนุษย์กินคน แห่งเกาะปาปัวนิวกินีชนผิวขาวโดยเฉพาะที่อาศัย อยู่ในออสเตรเลียบางคน ยังคิดว่าชาวปาปัวนิวกินียังนิยมกินเนื้อมนุษย์กันอยู่

ในสมัยแรกๆที่ชาวยุโรปเดินทาง ไปถึงปาปัวนิวกินีนี้เอง พวกหมอสอนศาสนาคริสต์ ผู้ ซึ่งมีอุดมการณ์แก่กล้า ในอันที่จะเผยแพร่ศาสนาคริสต์ ให้ถึงดินแดนลึกลับนี้ ได้เดินทางเข้าไปยังประเทศนี้ และได้เกิดเรื่องที่น่าสยดสยองขึ้น

ประมาณต้นศตวรรษที่ 19 มีคณะสอนศาสนา ซึ่งเป็นหญิงล้วนคณะหนึ่ง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อารักขา ซึ่งมีอาวุธปืนทันสมัยประจำกายเดินทางไป ยังหมู่บ้านของชนเผ่าหนึ่งเพื่อสอนศาสนา เมื่อเดินทางล้ำเข้าไป ในเขตครอบครอง ของชนเผ่านั้น ก็ออกมาสกัดกั้นเพราะถือว่าเป็นการบุกรุก จึงต้องให้พวกคณะสอนศาสนาเดินทางกลับเสีย แต่คณะสอนศาสนาไม่ยอมทำตามคงเดินทางต่อไป ชาวพื้นเมืองจึงได้ใช้อาวุธอันมี มีด หอก หลาว แหลน หน้าไม้ เข้าโจมตี การต่อสู้นองเลือดจึงได้อุบัติขึ้น ทั้งสองฝ่ายบาดเจ็บและตายกันเป็นจำนวนมาก แต่ในที่สุดคณะสอนศาสนาก็ยอมแพ้

เมื่อสามารถรบชนะพวกรุกรานได้แล้ว คืนนั้นจึงมีพิธีเฉลิมฉลองชัยชนะ และกินเลี้ยงกันอย่างเอิกเกริก ซุปเนื้อมนุษย์เป็นรายการอาหารสำคัญของงาน วิธีปรุงอาหารรายการนี้ง่ายมาก นำน้ำใส่หม้อดินขนาดใหญ่ต้มให้เดือด บั่นศพมนุษย์ที่ตายทั้งสองฝ่ายให้มีขนาดที่จะใส่ในหม ้อนั้นได้ใส่ลงในหม้อ นำผักชนิดต่างๆ รวมทั้งมันและเผือกใส่รวมลงไปด้วย ต้มจนสุกและเปื่อยดีแล้วก็ตักออกมากินกัน

ส่วนคนที่ยังไม่ตายก็มัดไว้ก่อนและค่อยๆ ฆ่าให้ตาย นำมาปรุงเป็นอาหาร กินเลี้ยงกันในคืนต่อๆ มา

การกินเนื้อมนุษย์เพื่อความอยู่รอด[แก้]

อย่างกรณีของทหารเกาหลี ในสงครามเมืองจีน ก็เคยผ่าศพทหารด้วยกัน ควักเอาหัวใจ ตับ ออกมากินเป็นอาหาร ในเวลาที่อดอยากมากๆ ผู้ที่รอดตายจากเครื่องบินตก ที่ติดอยู่บนยอดเขาหลายวัน ก็ต้องกินเนื้อสะโพก และเนื้อที่ขาของผู้โดยสารด้วยกันที่ตายเป็นอาหาร เพื่อประทังชีวิต

มนุษย์กินคนในประเทศไทย[แก้]

นายซีอุย แซ่อึ้ง เป็นมนุษย์กินคน ถูกจับได้ที่ระยอง ถูกพิพากษาให้ประหารชีวิตเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2502 ณ เรือนจำบางขวาง และเมื่อวันที่ 27 กันยายนปีเดียวกัน มหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ได้ทำหนังสือขอศีรษะซีอุยจากเรือนจำบางขวางมาเก็บไว้ ยังตึกกายวิภาค ภายหลังการประหารนั้นมาทำการผ่าตัด เพื่อวิเคราะห์และศึกษาถึงสาเหตุแห่งความวิปริตผิดประหลาดจากผู้คนธรรมดา

มนุษย์กินคนในต่างประเทศ[แก้]

  • อิสเซ ซะงะวะ เป็นชายชาวญี่ปุ่นซึ่งฆ่าและกินเนื้อของเรเน ฮาร์ตเวลต์ (Renée Hartevelt) เพื่อนหญิงชาวฮอลันดาในปี 2524 ครั้นได้รับการปล่อยตัวแล้วก็ได้มีชื่อเสียงอยู่ในประเทศญี่ปุ่นโดยอาศัยความที่สาธารณชนสนใจในการกระทำความผิดของเขาเป็นทางทำมาหาเลี้ยงชีพ
  • อาร์มิน เมเวส เป็นชายชาวเยอรมันช่างเทคนิคคอมพิวเตอร์วัย 42 ปีซึ่งได้ใช้อินเทอร์เน็ตในการหาเหยื่อเพื่อกินเนื้อคน จนกระทั่งมีเหยื่อได้ตอบรับข้อความของเมเวสคือ เบิร์นด์ เจอร์เก้น อาร์มันโด เบรนเดส วิศวกรชาวเยอรมัน เบรนเดสได้ยินยอมให้เมเวสชำแหละเนื้อและนำมากินเป็นอาหาร ต่อมาเมเวสได้ถูกจับกุมและถูกนำตัวพิจารณาคดีปรากฏว่า เมเวสไม่ได้มีเจตนาที่จะฆ่าเพื่อนำเนื้อมากิน หากแต่เหยื่อยินยอมด้วยสมัครใจเอง ศาลได้ตัดสินให้จำคุกเพียง 8 ปี ต่อมาได้มีการพิจารณาคดีใหม่พบว่า เบรนเดสไม่ได้ยินยอมแต่อย่างใดที่ยินยอมเพราะเมาสุราและมีความผิดปกติทางจิตทำให้ศาลตัดสินให้เมเวสจำคุกตลอดชีวิต จากการที่เขากินเนื้อมนุษย์นั้นทำให้เขาได้รับฉายาว่า มนุษย์กินคนแห่งโรเธนเบิร์ก
  • เจฟฟรีย์ ดาห์เมอร์ เป็นชายชาวอเมริกาในรัฐวิสคอนซินซึ่งฆ่าคนไปถึง 17 ศพโดยชิ้นส่วนของเหยื่อถูกแช่ในตู้เย็นและอื่นๆนอกจากนั้นยังเชื่อว่า เขากินเนื้อมนุษย์ ต่อมาเขาถูกจับกุมและตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิตแต่เวลาต่อมาก็ถูกนักโทษคนอื่นฆ่าตายขณะทำความสะอาดในเรือนจำ

การกินคนในค่ายกักกันชาวยิวของนาซี[แก้]

ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง นาซีเยอรมันได้ทำกวาดต้อนชาวยิวมาไว้ในค่ายกักกันณ ทวีปยุโรป ชาวยิวบางส่วนถูกฆ่าตายหมด พ่อครัวในค่ายกักกันได้นำเนื้อจากศพชาวยิวที่ตายนำมาทำอาหารแล้วนำไปแจกจ่ายให้กับชาวยิวโดยที่ชาวยิวรับประทานอย่างไม่รู้เลยสักนิดเดียว

ตำนานช่างตัดผมและคนทำพายเนื้อคน[แก้]

ที่ประเทศฝรั่งเศล ณ กรุงปารีส มีเรื่องเล่าว่า ในศตวรรษที่ 14 ณ ถนนคนเดินแห่งหนึ่งบริเวณใกล้โบสถ์มหาวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีส เป็นที่แหล่งท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ มีที่พักสวยๆ และมีพายอร่อยๆ แต่มีเรื่องได้เกิดขึ้นเมื่อมีสุนัยตัวหนึ่งมาเห่าที่หน้าร้านตัดผมแห่งหนึ่งซึ่งมีร้านเบเกอรี่ติดอยู่ใกล้กัน สุนัขตัวนั้นได้เห่านานหลายชั่วโมงจนผู้คนแถวนั้นเกิดความสงสัย ปรากฏว่าสุนัขตัวนั้นเป็นของผู้หญิงคนหนึ่ง เธอได้บอกว่า สามีของเธอซึ่งเป็นเจ้าของสุนัขและเป็นนักท่องเที่ยวได้หายตัวไป 3 วัน เธอได้ออกตามหาจนกระทั่งสุนัขได้มาเห่าหอนที่หน้าร้านตัดผมแห่งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปสอบถามเจ้าของร้านตัดผม เจ้าของร้านได้ปฏิเสธว่า ไม่มีนักท่องเที่ยวคนนั้นมาใช้บริการร้านตัดผมของตนเลย แต่คำให้การของเจ้าของร้านกลับมีพิรุธจึงได้ทำการตรวจค้นโดยมีหมายศาล เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตกตะลึงเมื่อพบโครงกระดูกจำนวนมากอยู่ในห้องใต้ดินซึ่งเชื่อมต่อกับร้านเบเกอรี่ด้วย เจ้าหน้าที่ได้สอบสวนเจ้าของร้านตัดผมอย่างหนักจนยอมรับสารภาพว่า เขาได้ฆ่าเหล่านักท่องเที่ยวเหล่านั้นที่มาใช้บริการร้านตัดผมของตน เจ้าของร้านตัดผมได้ใช้มีดโกนหนวดปาดคอเหยื่อจนตายแล้วนำศพโยนลงไปในห้องใต้ดินแล้วเจ้าของร้านเบเกอรี่ผู้สมรู้ร่วมคิดที่อยู่ในห้องใต้ดินก็จะนำศพมาทำแปรรูปเป็นไส้พายเนื้อแล้วนำไปจำหน่ายขายให้กับผู้คนสัญจรและนักท่องเที่ยวซึ่งผู้ที่ซื้อและกินพายนั้นได้พูดปากต่อปากว่าเป็นพายเนื้อที่อร่อยที่สุดกว่าพายเนื้อไหนๆและติดใจมากจนต้องซื้อเพิ่มไปกินโดยไม่ได้เอะใจสักนิดเลย ทั้งคู่ได้ทำอย่างนี้มา 3 ปีเต็มซึ่งจากการขายพายเนื้อนั้นทำให้ทั้งคู่มีฐานะดี หลังจากนั้นทั้งคู่ได้ถูกดำเนินคดีและถูกตัดสินประหารชีวิตโดยให้เผาไฟทั้งเป็น ทางการฝรั่งเศลได้สั่งให้รื้อถอนและทำลายร้านตัดผมและร้านเบเกอรี่นี้ทิ้งไปเพื่อป้องกันไม่ให้มหานครปารีสต้องเสื่อมเสีย เวลาผ่านไปจนถึงช่วงศตวรรษที่ 19 ได้มีการสร้างตึกใหม่ทับบริเวณแห่งนั้นโดยที่ตำนานสยองขวัญยังคงอยู่อย่างตราบนานเท่านาน เรื่องราวของช่างตัดและคนทำพายเนื้อคนได้ถูกนำไปสร้างเป็นนิยายและภาพยนตร์อย่างสวีนนีย์ ท็อดด์ บาร์เบอร์หฤโหดแห่งฟลีทสตรีท

อ้างอิง[แก้]

  • www.thaiblades.com[1]
  • www.guru.sanook.com[2]