พัก กึน-ฮเย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พัก กึน-ฮเย
박근혜
ประธานาธิบดีเกาหลีใต้
ดำรงตำแหน่ง
25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 – 10 มีนาคม พ.ศ. 2560
(ระงับการปฏิบัติหน้าที่ 9 ธันวาคม 2559)
ก่อนหน้า อี มย็อง-บัก
ถัดไป ฮวัง กโย-อัน (รักษาการ)
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2495 (65 ปี)
แทกู เกาหลีใต้
พรรคการเมือง พรรคแซนูรี
ศาสนา อศาสนา[1]
ลายมือชื่อ

พัก กึน-ฮเย (อักษรโรมัน: Park Geun-hye; ฮันกึล: 박근혜; ฮันจา: 朴槿惠; อาร์อาร์: Bak Geunhye; เอ็มอาร์: Pak Kŭnhye; เกิด 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2495) เป็นประธานาธิบดีคนที่ 11 ของสาธารณรัฐเกาหลี พักเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่ถูกถอดถอนจากการปฏิบัติหน้าที่โดยรัฐสภาและการรับรองโดยศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้ ส่งผลให้นาย ฮวัง กโย-อัน นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐเกาหลีเป็นรักษาการประธานาธิบดีเกาหลีใต้

พักเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกที่ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ และเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของประเทศในภูมิภาคเอชียตะวันออกเฉียงเหนือ[2] และเป็นประมุขหญิงของรัฐในภูมิภาคประเทศเอเชียตะวันออกลำดับที่สามต่อจากมาดามชุคบาตาร์ แห่งมองโกเลียและซ่ง ชิ่งหลิง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

ก่อนดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี พักดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแกรนด์เนชั่นแนล (จีเอ็นพี) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองอนุรักษ์นิยมของเกาหลีใต้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 ถึงปี พ.ศ. 2549 และปี พ.ศ. 2554 ถึง พ.ศ. 2555 (พรรคจีเอ็นพีเปลี่ยนชื่อเป็นพรรคแซนูรีในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555) พักยังเป็นสมาชิกรัฐสภา โดยพักได้รับเลือกตั้งให้เป็นสมาชิกรัฐสภาสี่สมัยติดต่อกันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 ถึงปี พ.ศ. 2555 โดยในสมัยที่ห้า ตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2555 พักได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกรัฐสภาแบบระบบสัดส่วน โดยพักเป็นบุตรสาวของอดีตประธานาธิบดี พัก ช็อง-ฮี ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2506 ถึงปี พ.ศ. 2522

ในปี พ.ศ. 2556 ถึงปี พ.ศ. 2557 พักอยู่ในลำดับที่ 11 จากการจัดลำดับสตรีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก ของนิตยสารฟอบส์ และเป็นสตรีที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเอเชียตะวันออก[3] ในปี พ.ศ. 2557 พักอยู่ในลำดับที่ 46 จากการจัดลำดับบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกของฟอบส์ ซึ่งเป็นลำดับที่สูงสุดลำดับที่สามต่อจากอี คุน-ฮี และอี แจ-ยง

ในวันที่ 10 มีนาคม 2560 ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้มีคำพิพากษารับรองมติรัฐสภาเกาหลีใต้ให้ถอดถอน พัก กึน-ฮเย พ้นตำแหน่งประธานาธิบดี อย่างเป็นทางการ หลังจากรัฐสภามีมติถอดถอน ตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2559 ทำให้ถูกสั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่นั้น โดยมีนายกรัฐมนตรี ฮวัง กโย-อัน เป็นผู้รักษาการในตำแหน่งประธานาธิบดีจนกว่าจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ต่อไป

ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา[แก้]

พัก กึน-ฮเย เกิดเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2495 แขวงซัมด็อก เขตจุ,แทกู เป็นบุตรคนแรกของอดีตประธานาธิบดี พัก ช็อง-ฮี ประธานาธิบดีคนที่สามของสาธารณรัฐเกาหลี ระหว่างปี พ.ศ. 2506 - พ.ศ. 2522 กับ ยุก ย็อง-ซู เธอมีน้องอีกสองคนคือ พัก จี-มัน น้องชาย และ พัก กึน-รย็อง น้องสาว[4] เธอไม่เคยผ่านการสมรส ทางสำนักวิจัยพิว ได้ให้คำจำกัดความว่าเธอเป็นคนถือลัทธิอเทวนิยมโดยเชื่อมโยมกับพุทธและโรมันคาทอลิก[5]

ในปี พ.ศ. 2496 ครอบครัวของพักได้ย้ายมาอยู่โซล เธอได้สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนจังชุงโซลและซุงซิม, ระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนสตรีในปี พ.ศ. 2513 และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ จากมหาวิทยาลัยซอกัง ในปี พ.ศ. 2517 และศึกษาที่มหาวิทยาลัยเกรโนเบิล แอลป์ ในช่วงสั้นๆ ก่อนที่จะได้ออกจากฝรั่งเศส เนื่องจากมารดาเธอถูกลอบสังหาร

ภายหลังจากการลอบสังหารมารดาของพักที่โรงภาพยนตร์แห่งชาติเกาหลี, โซล โดย มุน เซ-กวัง ชาวญี่ปุ่นเชื้อสายเกาหลี ผู้ฝักใฝ่เกาหลีเหนือ และเป็นสมาชิกของกลุ่มชงรย็อน ในวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2517[6] ทำให้พักได้เป็นสตรีหมายเลขหนึ่งของสาธารณรัฐเกาหลี จนกระทั่งพัก ช็อง-ฮี บิดาของเธอถูกลอบสังหารในวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2552 โดย คิม แจ-คยู หัวหน้าสำนักงานหน่วยข่าวกรอง[7][8] ในช่วงระหว่างที่บิดาของเธอครองอำนาจ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองฝั่งตรงข้ามกับบิดาของเธอกล่าวอ้างว่าถูกกักขังโดยอำเภอใจ โดยประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชนอยู่ภายใต้เรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจ[9]ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 พักได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อการปฏิบัติกับนักเคลื่อนไหวในช่วงเวลาดังกล่าว[10]

พักได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยเหวินฮวา, ไต้หวัน ในปี พ.ศ. 2530, มหาวิทยาพูคย็อง และ สถาบันชั้นสูงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเกาหลี ในปี พ.ศ. 2551 และ มหาวิทยาลัยเทคนิคแห่งเดรสเดิน ในปี พ.ศ. 2557[11]

อาชีพ[แก้]

สมาชิกรัฐสภา[แก้]

พักได้รับเลือกเป็นสมาชิกรัฐสภาในนามของพรรคแกรนเนชันแนล (จีเอ็นพี) จากเขตเลือกตั้งอำเภอดัลซ็อง, แดกู ในปี พ.ศ. 2541 และได้รับเลือกตั้งจากเขตเดียวกันอีกสามครั้งในปี พ.ศ. 2543, พ.ศ. 2547 และปี พ.ศ. 2551 เธอดำรงตำแหน่งสมาชิกรัฐสภาติดต่อกันจนกระทั่งในเดือนเมษายน พ.ศ. 2555 เธอได้ประกาศว่าจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาทั่วไปของเกาหลีใต้ครั้งที่ 19 ไม่ว่าจะเป็นในเขตดัลซ็อง หรือไม่ว่าในเขตใดก็ตาม แต่จะลงเลือกตั้งในระบบสัดส่วนในนามพรรคแซนูรีแทน เพื่อที่จะหาเสียงในการดำรงตำแหน่งผู้นำพรรค[12] เธอได้รับเลือกตั้งในระบบสัดส่วนในเดือนเมษายน พ.ศ. 2555

สมาชิกรัฐสภาจากพรรคจีเอ็นพี และ "ราชินีแห่งการเลือกตั้ง"[แก้]

เนื่องจากความล้มเหลวในการยื่นถอดถอนประธานาธิบดีโน มู-ฮย็อน และกรณีการรับสินบนอื้อฉาวของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีปี พ.ศ. 2545 อี เฮว-ชัง (เรื่องราวเปิดเผยปี พ.ศ. 2547) พรรคจีเอ็นพีเผชิญกับการพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ในการเลือกตั้งทั้งไปปี พ.ศ. 2547 พักได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าพรรค และเป็นผู้นำในการเลือกตั้ง โดยจีเอ็นพีสูญเสียที่นั่งสำคัญแต่ก็ยังได้รับเลือกตั้ง 121 ที่นั่ง ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากภายใต้สถานการณ์ที่พรรคไม่ได้รับการตอบรับที่ดีจากสาธารณชน[13][14] ในฐานะหัวหน้าพรรคจีเอ็นพี พักมีส่วนช่วยให้ตัวแทนพรรคจีเอ็นพีชนะการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นในเขตสำคัญเมื่อปี พ.ศ. 2549

ระหว่างการหาเสียง เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 จี ชุง-โฮ ชายวัย 50 ปี ผู้มีคดีอาญาติดตัว 8 คดี ได้กรีดหน้าพักโดยใช้มีดอเนกประสงค์ ทำให้เกิดแผลยาว 11 เซนติเตร และต้องเย็บถึง 60 เข็ม รวมถึงต้องผ่าตัดเป็นเวลาหลายชั่วโมง[15][16] โดยเรื่องดังกล่าวกลายเป็นเรื่องเล่าอันโด่งดังในระหว่างที่พักรักษาตัวอยู่ คำพูดแรกที่เธอพูดกับเลขานุการของเธอภายหลังจากการพักฟื้นจากบาดแผลแล้วว่า "แทจ็อนเป็นอย่างไรบ้าง?" ภายหลังจากเหตุการณ์นี้ทำให้พรรคแกรนด์เนชันแนลชนะการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองแทจ็อน ในระหว่างที่เธอเป็นหัวหน้าพรรคจีอ็นพี ระหว่างปี พ.ศ. 2547 - พ.ศ. 2549 พรรคชนะการเลือกตั้งซ่อมและการเลือกตั้งทั่วไปทั้งหมด 40 ครั้ง ซึ่งเป็นผลมาจากความพยายามและอิทธิพลของเธอ ทำให้เธอได้รับฉายาว่า "ราชินีแห่งการเลือกตั้ง"[17][18][19]

ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 พักได้เยือนมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่ เคมบริดจ์ (รัฐแมสซาชูเซตส์), สหรัฐอเมริกา อย่างเอิกเกริก จุดสุดท้ายเธอได้กล่าวสุนทรพจน์ให้กับผู้ฟังที่ วิทยาลัยรัฐศาสตร์ของฮาร์วาร์ด (John F. Kennedy School of Government) โดยเธอได้กล่าวว่าจะรักษาเกาหลี และจะสนับสนุนความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐอเมริกาให้แนบแน่นขึ้น[20][21]

การเสนอตัวชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ปี พ.ศ. 2550[แก้]

พักมีความหวังว่าจะเจริญรอยตามความสำเร็จของบิดาเธอโดยการป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธาธนาธิบดีในนามพรรคแกรนด์แนชัลแนล[22] แต่เธอก็ได้พ่ายแพ้ต่อ อี มย็อง-บัก เพียงไม่กี่คะแนน โดยอีโดดเด่นตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นฤดูกาลเลือกตั้งขั้นต้น แต่พักสามารถไล่ตามมาได้จากข้อกล่าวหาเรื่องการฉ้อราษฎร์บังหลวงของอี โดยพักสามารถชนะการเลือกตั้งในการเป็นตัวแทนในระดับสมาชิกของพรรค แต่พ่ายแพ้แก่อีในการเลือกตั้งตัวแทนพรรคระดับชาติ ซึ่งมีสัดส่วนจำนวนคะแนนสูงในการเลือกตั้งตัวแทนทั้งหมด

การเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2551[แก้]

ภายหลังจากการเลือกตั้งประธานาธิบดี พ.ศ. 2550 ประธานาธิบดี อี มย็อง-บัก ก่อตั้งทีมรัฐบาลจากบุคคลใกล้ชิด[23] ด้านผู้สนับสนุนพักโต้แย้งว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการโต้ตอบโดยการแก้แค้นทางการเมืองและพวกเขาควรถอนตัวออกจากพรรคแกรนด์แนชั่นแนล[24] โดยพวกเขาได้ก่อตั้งพรรคพันธมิตรความหวังแห่งอนาคต และพรรครวมผู้สนับสนุนพักอิสระ (친박 무소속 연대; ชิน พัก มูโซซก ย็อนแด) พักได้กล่าวด้วยตนเอกว่าจะไม่เข้าร่วมพรรคดังกล่าว แต่ได้ให้การสนับสนุนทางอ้อมต่อพวกเขาโดยประกาศว่า "ฉันหวังว่าพวกเขาเหล่านี้จะกลับมาอย่างมีชีวิตชีวา" ภายหลังจากการถอนตัวออกจากพรรครั้งใหญ่ดังกล่าว พวกเขาได้ประกาศว่าอยากกลับเข้าพรรคจีเอ็นพีภายหลังการเลือกตั้งทั่วไป แต่ทางจีเอ็นพีได้ห้ามบุคคลดังกล่าว ในการเลือกตั้งทั่วไปในปี พ.ศ. 2551 กลุ่มผู้ต่อต้านชนะไป 26 ที่นั่ง โดย 14 ที่นั่งเป็นของพรรคพันธมิตรความหวังแห่งอนาคต และ 12 ที่นั่งเป็นของพรรคอิสระ ทั้งสองพรรคได้แสดงบทบาทที่สำคัญในการชิงชัยที่นั่งสำคัญของพรรคจีเอ็นพี พักยืนกรานว่าจีเอ็นพีควรอนุญาตให้ผู้ที่สนับสนุนเธอกลับเข้าพรรค ในปี พ.ศ. 2554 กลุ่มผู้ต่อต้านเกือบทั้งหมดได้กลับข้าพรรคจีเอ็นพี ทำให้มีผู้สนับสนุนพรรค 60 ถึง 70 ที่นั่ง จากทั้งหมด 171 ที่นั่งของจีเอ็นพี

หัวหน้าพรรคแซนูรี[แก้]

เพื่อตอบสนองต่อความนิยมที่ลดลงของพรรคแกรนด์แนชั่นแนล พรรคได้ตั้งคณะกรรมการฉุกเฉินและเปลี่ยนชื่อพรรคจากแกรนด์แนชั่นแนล เป็นพรรคแซนูรี ซึ่งมีความหมายว่า "ขอบแดนใหม่"[12] ในวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2554 พรรคได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการฉุกเฉินของพรรคจีเอ็นพี และเป็นหัวหน้าพรรคทางพฤตินัย

การเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2555[แก้]

พรรคแซนูรีสามารถสร้างความประหลาดใจได้ด้วยการเอาชนะพรรครวมประชาธิปไตย ฝ่ายค้านได้ในการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2555 โดยได้ไป 152 ที่นั่ง และยังรักษาที่นั่งสำคัญเอาไว้ได้ เพราะว่าเหตุกาณณ์อื้อฉาวเรื่องการฉ้อราษฎร์บังหลวงของรัฐบาลอี มย็อง-บัก ได้รับการเปิดเผยก่อนการเลือกตั้ง ทำให้พรรคแซนูรีได้รับการคาดการณ์ในวงกว้างว่าจะได้ไม่เกิน 100 ที่นั่ง.[25] ระหว่างช่วงการหาเสียง 13 วัน พักเดินทางมากกว่า 7,200 กิโลเมตร ทั่วทั้งเกาหลีใต้มากกว่า 100 เขตเลือกตั้ง [26] จากความเห็นพ้องต้องกันของสื่อเกาหลีใต้และผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองชี้ให้เห็นว่าสิ่งสำคัญที่เป็นองค์ประกอบสำคัญทำให้พรรคแซนูรีได้รับชัยชนะคือความเป็นผู้นำของพัก สำหรับเหตุผลนี้ การเลือกตั้งทั่วไปปี พ.ศ. 2555 จึงได้รับการขนานนามว่า "การกลับมาของราชินีเลือกตั้ง"[25][27] พรรคแซนูรีเอาชนะการเลือกตั้งได้ในเฉพาะเขตที่มีประชากรหนาแน่นของโซล แต่อย่างไรก็ตามผลในครั้งนี้ก็ได้แสดงขอบเขตจำกัดถึงอิทธิพลทางการเมืองของพัก[25]

ช่วงรณรงค์หาเสียงลือกตั้งประธานาธิบดี พ.ศ. 2555[แก้]

พักเป็นผู้นำสำหรับการเป็นตัวแทนพรรคลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดี พ.ศ. 2555 ในทุกๆ เขตเลือกตั้งระดับชาติของเกาหลีใต้ระหว่างปี พ.ศ. 2551 เมื่อรัฐบาลของอี มย็อง-บัก เริ่มบริหารงาน และเดือนกันยายน พ.ศ. 2551 โดยได้รับคะแนนนิยม 25 ถึง 40 เปอร์เซนต์ มากกว่าคู่แข่งอันดับสองถึงเท่าตัว ระดับความนิยมของพักเพิ่มขึ้นมากขึ้นสูงสุดภายหลังจากการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2551 ซึ่งการเลือกตั้งในครั้งนั้นได้แสดงอิทธิพลทางการเมืองของเธออย่างเด่นชัด ส่วนคะแนนนิยมในช่วงที่ตกต่ำที่สุดของเธอเกิดขึ้นช่วงต้นปี พ.ศ. 2553 จากท่าทีของเธอที่ต่อต้านรัฐบาลของอีจากกรณีเมืองเซจง[28] ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2554 อัน ช็อล-ซู อดีตนักธุรกิจด้านอิเล็กทรอนิกส์และคณะบดีโรงเรียนวิทยาศาสตร์บรรจบและเทคโนโลยีที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล ได้แสดงตนที่จะเป็นผู้สมัครอิสระสำหรับการเลือกตั้งตำแหน่งประธานาธิบดี ในผลการสำรวจระดับชาติในเดือนกันยายน พ.ศ. 2554 อันและพัก กึน-ฮเย มีคะแนนนิยมใกล้เคียงกันในการเป็นผู้นำ และยังส่งผลให้พักสูญเสียคะแนนิยมอันดับหนึ่งในผลการสำรวจของบางสำนักเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551[29]

ภายหลังการชนะของเธอในการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2555 คะแนนนิยมของเธอเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากผลการสำรวจระดับชาติของสถาบันวิจัยโมโนเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม[30] ทำให้พักมีคะแนนิยมสูงสุดที่ 45.5% เมื่อเทียบกับคู่แข่งคนอื่นๆทั้งหมดแล้ว และจากผลการสำรวจความนิยมระดับชาติครั้งหลัง พักก็มีคะแนนิยมสูงกว่าอันแล้ว โดยพักได้คะแนนนิยม (50.6%) และอันได้ (43.9%)[31] ในวันที่ 10 กรกฎาคม พักได้ประกาศอย่างเป็นทางการที่จะเสนอตัวชิงตำแหน่งประธานาธิบดีที่จะมีขั้นในปี พ.ศ. 2555 ที่ไทม์ แสคว์ เขตย็องดึงโพ กรุงโซล ในการประกาศครั้งนี้เธอได้เน้นย้ำในการไล่หาความสุข, เศรษฐกิจประชาธิปไตย และแก้ไขเรื่องสวัสดิการสังคมของประชาชนชาวเกาหลีใต้[32]

ส่วนคู่แข่งของเธอจากพรรคประชาธิปไตย มุน แจ-อิน ได้ประกาศตัวชิงตำแหน่งประธายาธิบดีในวันที่ 17 กันยายน และอัน ช็อล-ซู ได้ประกาศเสนอตัวในวันที่ 19 กันยายน ในการแข่งคะแนนนิยมแบบตัวต่อตัวนั้น พักได้รับคะแนนิยมน้อยกว่าทั้งอัน และมุนจากผลสำรวจความนิยมระดับชาติ เมื่อวันที่ 22 กันยายน.[33] แต่เมื่อผลการเลือกตั้งออกมาเธอได้รับการเลือกให้เป็นประธานาธิบดีของเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2555 ด้วยคะแนน 51.6%

จุดยืน[แก้]

ประธานาธิบดี พัก กึน-ฮเย (ตรงกลาง) ยิ้มและแสดงรูปภาพที่วาดโดยเด็กสาวที่ช็องวาแด, โซล, ใน งานวันเด็กแห่งชาติ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

จากผลการสำรวจของสถาบันวิจัยเกาหลีได้ประเมินทัศนคติของผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ในปี พ.ศ. 2555 ทั้ง 12 คน นั้น พัก เป็นผู้สมัครที่มีความเป็นอนุรักษ์นิยมมากที่สุด[12][34]

ความอนุรักษ์นิยมของเธอได้แสดงให้เห็นในการเสนอตัวเป็นตัวแทนพรรคในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อปี พ.ศ. 2551 ที่เธอมุ่งเน้นทำการตลาดโดยให้คำมั่นสัญญาว่าจะลดภาษี, ลดมาตรการควบคุม และเพิ่มการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ[35] อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 พักเริ่มมุ่งนโยบายไปยังประเด็นสวัสดิการสังคม, สนับสนุนการแก้ไขบริการสวัสดิการสังคมแก่ประชาชนชาวเกาหลีใต้[35]

พักเป็นที่รู้กันว่าเธอมีความเคร่งครัด, ไม่มีการประนีประนอมต่อสัญญาทางการเมือง เช่น ในปี พ.ศ. 2553 เธอประสบความสำเร็จในการยุติแผนของรัฐบาลอี มย็อง-บักในการสร้างเมืองเซจง ศูนย์กลางการปกครองของรัฐบาลแห่งใหม่ โดยโต้เถียงว่าแผนดังกล่าวเป็นการสร้างสัญญาทางการเมืองกับประชาชน ความขัดแย้งระหว่างพักกับรัฐบาลของอีทำให้ความนิยมของเธอในพรรคตกต่ำลงในช่วงเวลาดังกล่าว[36] แต่พักให้เคยให้คำมั่นสัญญาว่าจะสร้างสนามบินแห่งใหม่ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ ในการหาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี พ.ศ. 2551 จากผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ แต่ได้ยกเลิกคำมั่นสัญญาดังกล่าวไปในปี พ.ศ. 2554 โดยให้เหตุผลว่าไม่สามารถดำเนินแผนการดังกล่าวได้เนื่องจากปัญหาทางเศรษฐกิจ[37]

วิสัยทัศน์การบริหารงานของรัฐบาลพัก กึน-ฮเย เมื่อเข้ารับตำแหน่งใหม่คือ "ยุคสมัยใหม่แห่งความหวังและความสุข" 5 เป้าประสงค์หลักของการบริหารงานคือ "งาน-ศูนย์กลางเศรษฐกิจสร้างสรรค์", "การจ้างงานที่เหมาะสม และสวัสดิการสังคม", "การศึกษาเชิงสร้างสรรค์และการเสริมสร้างวัฒนธรรม", "ความปลอดภัยและสหสังคม" และ "มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มแข็งเพื่อสันติภาพที่ยั่งยืนบนคาบสมุทรเกาหลี" รัฐบาลของพักมีแผนที่จะสร้างความเชื่อใจ, ความขาวสะอาด และเป็นรัฐบาลที่มีความสามารถบรรลุเป้าหมายต่างๆได้ โดยสัมพันธ์กับกลยุทธ์และงานต่างๆ[38]

อ้างอิง[แก้]

  1. Hyun-kyung, Kang (2012-09-03). "Atheist Park may have advantages". The Korea Times. สืบค้นเมื่อ 5 March 2013. 
  2. Glaister, Cosima (19 December 2012). "Profile: South Korea's first female president Park Geun-Hye". The Daily Telegraph. สืบค้นเมื่อ 18 April 2016. "Park Geun-Hye has made history as the first female president in Northeast Asia" 
  3. "The 25 Most Powerful Women in the World". Forbes. สืบค้นเมื่อ 16 June 2014. 
  4. "Candidacy of ruling party leader's sister gets cold shoulder". The Korea Herald. 18 March 2012. 
  5. http://www.pewresearch.org/fact-tank/2014/08/12/6-facts-about-christianity-in-south-korea/
  6. [15 August President assassination-attempt incident] |trans_title= requires |title= (help) (ใน Korean). Doopedia (두산백과). สืบค้นเมื่อ 13 May 2012.  Unknown parameter |script-title= ignored (help)
  7. "Weiner, Tim: Legacy of Ashes. The History of CIA. New York, June 2007.". 
  8. Weiner, Tim: Legacy of Ashes. The History of CIA. New York, June 2007.. 
  9. C. I. Eugene Kim (April 1978). "Emergency, Development, and Human Rights: South Korea". Asian Survey (University of California Press) 18 (4): 363–78. doi:10.1525/as.1978.18.4.01p0404m. 
  10. "Park Calls 1961 Coup 'Revolution' to Save Nation". KBS news. 19 July 2009. สืบค้นเมื่อ 13 May 2012. "She apologized for the sufferings and sacrifices of pro-democracy activists under the constitutional system, which was effective between 1972 and 1979." 
  11. "TU Dresden awards President of the Republic of Korea, Park Geun-hye, honorary doctorate". 31 March 2014. สืบค้นเมื่อ 15 June 2016. 
  12. 12.0 12.1 12.2 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ New_Pres_Dec_19_2012
  13. "총선 D-1 승패기준..영남승부 관심". สืบค้นเมื่อ 16 October 2015. 
  14. "[증시閑담] 총선 결과에 촉각 세우는 주식시장". สืบค้นเมื่อ 16 October 2015. 
  15. "Joint Probe into Attack on GNP Chairwoman". Arirang News. 22 May 2006. สืบค้นเมื่อ 16 May 2012. 
  16. Gim Yi-sak(김이삭); Chung Min-seung(정민승) (21 May 2006). [GNP leader Park Geun-hye attacked during campaign] |trans_title= requires |title= (help). Hankook Ilbo (ใน Korean). สืบค้นเมื่อ 16 May 2012.  Unknown parameter |script-title= ignored (help)
  17. http://news.naver.com/main/read.nhn?mode=LSD&mid=sec&sid1=100&oid=009&aid=0000506402
  18. Kim Nam-kwon (김남권) (4 October 2011). [Park Geun-hye scored 40 to 0 as the opposition. How about this time?] |trans_title= requires |title= (help). Yonhap News (ใน Korean). สืบค้นเมื่อ 16 May 2012.  Unknown parameter |script-title= ignored (help)
  19. Kim Min-ja(김민자) (29 March 2012). ['Queen of elections' Park Geun-hye, Could she wield her magic again in April?] |trans_title= requires |title= (help). NewsIs (ใน Korean). สืบค้นเมื่อ 16 May 2012.  Unknown parameter |script-title= ignored (help)
  20. "Politician Wants To 'Save' Korea: South Korean National Assembly member advocates alliance with United States". The Harvard Crimson. 13 February 2007. สืบค้นเมื่อ 16 May 2012. 
  21. "The Republic of Korea and the United States:Our Future Together". Institute for Corean-American Studies, Inc. 21 February 2007. สืบค้นเมื่อ 16 May 2012. "An Address Delivered at the ARCO (John F. Kennedy Jr.) Forum, John F. Kennedy School of Government Harvard University" 
  22. Fackler, Martin (20 April 2012). "In a Rowdy Democracy, a Dictator's Daughter With an Unsoiled Aura". The New York Times. สืบค้นเมื่อ 13 November 2012. 
  23. "Lee Myung-bak". The New York Times. 25 July 2012. สืบค้นเมื่อ 13 November 2012. 
  24. "South Korea: Park Likely to be First Female President". Spearhead Research. 28 August 2012. สืบค้นเมื่อ 13 November 2012. 
  25. 25.0 25.1 25.2 Sung Yeon-chul(성연철) (12 April 2012). [Return of Queen of election. Park also showed her limit among capital area voters and the youth] |trans_title= requires |title= (help). The Hankyoreh (ใน Korean). สืบค้นเมื่อ 16 May 2012.  Unknown parameter |script-title= ignored (help)
  26. Kim Jeong-ha(김정하); Hur Jin(허진); Sohn Guk-hee(손국희) (14 April 2012). [Park Geun-hye shook head for wearing jeans, but after 30 minutes changed her mind] |trans_title= requires |title= (help). JoongAng Ilbo (ใน Korean). สืบค้นเมื่อ 16 May 2012.  Unknown parameter |script-title= ignored (help)
  27. Kim Sung-gon(김성곤) (15 December 2011). [Return of Queen of election, Park Geun-hye returned as GNP leader] |trans_title= requires |title= (help). Edaily News (ใน Korean). สืบค้นเมื่อ 16 May 2012.  Unknown parameter |script-title= ignored (help)
  28. Kim Hwa-young(김화영) (8 September 2011). [Park Geun-hye's top candidate position is challenged. needs to change her style] |trans_title= requires |title= (help). Yonhap News (ใน Korean). สืบค้นเมื่อ 16 May 2012. "Faced with rising Ahn Cheol-soo's approval rate, Park Geun-hye's leadership is in question. Sending messages wouldn't be enough, and she must increase her appearance in public. Park will try to tackle the center. [安風에 대세론 제동 걸려..정치적 시험대 올라. `메시지 정치'서 `현장정치'로..중도층 공략 본격화 예상]"  Unknown parameter |script-title= ignored (help)
  29. Kim Nam-kwon(김남권) (10 September 2011). [Poll: Park Geun-hye and An Cheol-soo are in fierce competition] |trans_title= requires |title= (help). Yonhap News (ใน Korean). สืบค้นเมื่อ 16 May 2012. "All eyes on public opinion after Chuseok holiday. [추석 연휴 직후 `민심 향배'에 이목 집중]"  Unknown parameter |script-title= ignored (help)
  30. 박근혜 컨벤션 효과...안철수 지지율도 동반상승 in 2012, (เกาหลี)
  31. "home survey 2012 survey by Realmeter". joongang.joinsmsn.com. 
  32. "박근혜 대선 출마선언…대선레이스 본격 점화". news.donga.com. 
  33. "home survey 2012 survey by Realmeter". joongang.joinsmsn.com. 
  34. "한국아이닷컴!". 
  35. 35.0 35.1 "2007년, 줄푸세·시장주의 → 2012년, 맞춤형 복지·경제민주화". 
  36. "[나눔뉴스] "세종시 피로감에 박근혜 지지율 하락세"". nanumnews.com. 
  37. "2012 Maeil Sinmoon article". imaeil.com. 
  38. (KOCIS), Korean Culture and Information Service. "Korea.net : The official website of the Republic of Korea". korea.net. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]