เมืองเซจง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เซจง
세종
世宗
นครปกครองตนเองพิเศษ
การถอดเสียงชื่อทับศัพท์ภาษาเกาหลี
 • ฮันกึล 세종특별자치시
 • ฮันจา 世宗特別自治市
 • ชื่อทับศัพท์ภาษาเกาหลี Sejong Teukbyeol-jachisi
 • McCune-Reischauer Sechong Tŭkpyŏl-chach’isi
การถอดเสียงชื่อทับศัพท์ภาษาเกาหลีแบบย่อ
 • ฮันกึล 세종
 • Revised Romanization Sejong
 • McCune-Reischauer Sechong
ศูนย์ราชการเมืองเซจง
ศูนย์ราชการเมืองเซจง
แผนที่เกาหลีใต้เน้นเซจง (สีแดง)
แผนที่เกาหลีใต้เน้นเซจง (สีแดง)
ประเทศ เกาหลีใต้
ภูมิภาค โฮซอ
การปกครอง
 • ประเภท นครปกครองพิเศษ
 • นายกเทศมนตรี อี ชุน-ฮี
พื้นที่
 • ทั้งหมด 465.23 ตร.กม. (179.63 ตร.ไมล์)
ประชากร (2555[1])
 • ทั้งหมด 96,000
 • ความหนาแน่น 210 คน/ตร.กม. (530 คน/ตร.ไมล์)
เขตเวลา เวลามาตรฐานเกาหลี (UTC+9)
ภาษาถิ่น ชุงชอง
ต้นไม้ เกี๊ยะ
นก นกตะขาบดง
เว็บไซต์ sejong.go.kr
ไซต์งานก่อสร้างในเมืองเซจง พฤศจิกายน 2552

เซจง (ฮันกึล: 세종, ฮันจา: 世宗) ชื่ออย่างเป็นทางการ นครปกครองตนเองพิเศษเซจง (ฮันกึล: 세종특별자치시, ฮันจา: 世宗特別自治市) ชื่อเดิม ยงกี (연기, 燕岐) เป็นเมืองหลวงโดยพฤตินัยทางฝ่ายบริหารของเกาหลีใต้ ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2550 รัฐบาลเกาหลีใต้ ได้สร้างเขตบริหารพิเศษขึ้นที่ส่วนหนึ่งของจังหวัดชุงช็องใต้ ใกล้กับ แทจ็อน โดยได้ย้าย 9 กระทรวงและหน่วยงานราชการระดับชาติ 4 แห่งมาจากโซล เมืองหลวงแห่งใหม่นี้ได้ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมือวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 ส่วนหน่วยงานของรัฐบาลอีก 36 แห่ง ได้ย้ายมาที่เมืองเซจงในปี 2558[2]

ชื่อ[แก้]

เซจง เป็นพระนามของ พระเจ้าเซจงมหาราช แห่ง ราชวงศ์โชซ็อน ทรงเป็นพระบิดาแห่งอักษรฮันกึล.[3]

ในอดีตพื้นที่ตั้งของเมืองเซจง คือ ยงกี (연기, 燕岐)

ประวัติ[แก้]

ต้นปี พ.ศ. 2550 รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีได้จัดสนใจที่จะสร้างเขตปกครองพิเศษซึ่งจะใช้เป็นที่ตั้งของ 9 กระทรวงและหน่วยงานราชการระดับชาติ 4 แห่งซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ที่โซล ออกจากส่วนของจังหวัดชุงช็องใต้และจังหวัดชุงช็องเหนือ ใกล้กับเมืองแทจอน โดยเขตใหม่นี้มีชื่อว่า นครปกครองตนเองพิเศษเซจง (세종특별자치시, 世宗特別自治市) แผนการที่จะสร้างเมืองนี้เกิดขึ้นหลังจากล้มเหลวของอดีตประธานาธิบดีโน มูฮยอนที่จะย้ายเมืองหลวงจากโซลมายังภูมิภาคแถบนี้[4] เมืองนี้ตั้งชื่อเป็นเกียรติแด่พระเจ้าเซจงมหาราช บิดาแห่งอักษรเกาหลี[5] มีการวางแผนคาดการณ์ไว้ว่าในอนาคตเมืองนี้จะมีประชากร 500,000 คน[6]

แผนการสร้างเมืองนี้ส่งผลให้เกิดการโต้เถียงกันอย่างมากในสภาแห่งชาติ ในเดือนกันยายน 2552 นายกรัฐมนตรีจอง อุนจันแสดงความคิดเห็นว่าแผนที่จะสร้างเมืองเซจงเป็นเมืองหลวงของฝ่ายบริหารนั้น "ไม่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพในเชิงนโยบายจากมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์" ในเวลาต่อมาจองได้วิจารณ์เพิ่มเติมอีกว่าแผนการสร้างเมืองเซจงถือเป็นการรวมหัวกันแสวงหาประโยชน์ระหว่างกลุ่มทุนก่อสร้างกับนักการเมือง โดยเสนอว่า "เพียงแต่ในการพิจารณาเพื่อให้รวบรวมคะแนนโหวตได้มากขึ้นเท่านั้น"[7] สิ่งนี้นำไปสู่การเรียกร้องให้ปรับปรุงแผนใหม่ โดยมีผู้เรียกร้องทั้งจากนักวิชาการอาวุโสหลายคน นักการเมืองรวมไปถึงอดีตนายกรัฐมนตรีอีก 3 คน[8] กึม ชังโฮ นักวิจัยอาวุโสในทีมของสถาบันวิจัยเกาหลีเพื่อการปกครองส่วนท้องถิ่น ได้หมายเหตุว่า แผนดั้งเดิมนั้นได้รับบทวิจารณ์อย่างน่าสนใจว่า ในเมืองนี้จะมีข้าราชการและลูกจ้างของรัฐบาลนับหมื่นคนที่จะแยกกับครอบครัวของตน ซึ่งการให้หน่วยงานของรัฐยังอยู่ที่โซลจะเป็นผลดีเช่น มีสิ่งอำนวยความสะดวก และมีโอกาสทางการศึกษาที่มากกว่า ด้วยเหตุที่แยกกันอยู่กับครอบครัวนั้น เมืองเซจงจะมีประสบการณ์เป็นปรากฏการณ์เหมือนเห็ดมีพิษ มีบาร์ ไนต์คลับ และอื่นๆ เกิดขึ้นตลอดทั้งคืน เพราะฉะนั้นรัฐบาลควรศึกษาการสร้างเมืองเซจงอย่างพอเหมาะพอควร[6] พรรคการเมืองแห่งชาติ (พรรคเซนูรี) มีแผนที่จะช่วยบรรเทาความขัดแย้งภายในและหาแรงสนับสนุนจากภูมิภาคชุงชองสำหรับแผนของรัฐบาลใหม่ในการพัฒนาเซจงให้เป็นศูนย์กลางแห่งการศึกษา วิทยาศาสตร์ และธุรกิจ

เมืองเซจงเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 โดยมีกำหนดย้าย 36 หน่วยงานมาภายในปี พ.ศ. 2558[2]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Parties debate Sejong City’s addition to electoral map
  2. 2.0 2.1 "South Korea opens 'mini capital' in Sejong City". BBC. 2012-02-07. สืบค้นเมื่อ 2012-02-07.  อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่สมเหตุสมผล มีนิยามชื่อ "open" หลายครั้งด้วยเนื้อหาต่างกัน
  3. BBC NEWS: S Korea chooses new capital site
  4. Sejong City Struggle
  5. BBC NEWS: S Korea chooses new capital site
  6. 6.0 6.1 Kang Hyun-kyung, ""Sejong City Project Will Have Far-Reaching Ramifications"," The Korea Times, Sept. 26-27, 2009, p. 2.
  7. Sejong pledge only made to gain votes: P.M.
  8. The Korea Herald | A political hot potato: Sejong