มุน แจ-อิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มุน แจ-อิน
문재인
ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
10 พฤษภาคม 2560
นายกรัฐมนตรี ลี นัก-ยอน
ก่อนหน้า พัก กึน-ฮเย
ฮวัง กโย-อัน (รักษาการ)
หัวหน้าพรรค มินจู
ดำรงตำแหน่ง
9 กมภาพันธ์ 2558 – 27 มกราคม 2559
ก่อนหน้า อัน ช็อล-ซู, คิม ฮัน-กิล
ถัดไป คิม ช็อง-อิน (รักษาการ)
สมาชิกรัฐสภา
ดำรงตำแหน่ง
30 พฤษภาคม 2555 – 29 พฤษภาคม 2559
ก่อนหน้า ชัง เจ-ว็อน
ถัดไป ชัง เจ-ว็อน
เขตเลือกตั้ง ซาซัง (ปูซาน)
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 24 มกราคม พ.ศ. 2496 (64 ปี)
คอเจ, เกาหลีใต้
พรรคการเมือง พรรคมินจู
คู่สมรส คิม จ็อง-ซุก
บุตร ลูกสาว 1, ลูกชาย 1
ศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยคย็องฮี (กฎหมาย)
ศาสนา โรมันคาทอลิก
ลายมือชื่อ
การเข้าเป็นทหาร
สวามิภักดิ์  เกาหลีใต้
สังกัด Flag of the Republic of Korea Army.svg กองทัพสาธารณรัฐเกาหลี
ปีปฏิบัติงาน 2518-2521
ยศ บย็องจัง
ชื่อเกาหลี
ฮันกึล 문재인
ฮันจา
RR Mun Jaein
MR Mun Chaein

มุน แจ-อิน (เสียงอ่านภาษาเกาหลี: /mundʑɛin/; เกิด 24 มกราคม พ.ศ. 2496) เป็นประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน พรรคมินจู ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 ถึงปี พ.ศ. 2559 เขาเคยเป็นนักกฎหมาย และหัวหน้าคณะทำงานของอดีตประธานาธิปดี โน มู-ฮย็อน ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาครั้งที่ 19 เมื่อวันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2555 เขาชนะการเลือกตั้งในเขตซาแซง, ปูซาน ในวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2555 มุนได้รับเลือกเป็นตัวแทนของพรรครวมประชาธิปไตย ให้เข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ในปี 2555 หลังจากได้รับคะแนนเสียงส่วนใหญ่ในการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรค แต่เขาก็พ่ายแพ้ให้แก่ประธานาธิบดี พัก กึน-ฮเย ในการเลือกตั้งครั้งนั้น

ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา[แก้]

เกิดที่คอเจ, เกาหลีใต้ มุน แจ-อิน เป็นบุตรชายคนแรกของมุน ยง-ฮย็อง (บิดา) และ คัง ฮัน-อ๊ก (มารดา) มีพี่น้องทั้งหมดห้าคน บิดาของเขาเป็นผู้ลี้ภัยจากจังหวัดฮัมคย็องใต้ โดยบิดาของมุนหลบหนีออกมาจากเมืองเกิด ฮัมฮึง ระหว่างการล่าถอยฮัมฮึง บิดาของเขามาตั้งรกรากที่เมืองคอเจ โดยเป็นแรงงานที่ค่ายนักโทษสงครามคอเจ และในที่สุดแล้วครอบครัวของเขาก็ได้มาตั้งรกรากกันที่ปูซาน และมุนเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนมัธยมคย็องนัม ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดที่ตั้งอยู่นอกโซล ต่อมาเขาเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยคย็องฮี ในสาขากฎหมาย โดยเขาถูกจับกุมและขับไล่ออกจากมหาวิทยาลัย ซึ่งในข้อหาที่เขาเป็นผู้จัดการนักศึกษาเพื่อประท้วงต่อต้านรัฐธรรมนูญยูซิน ต่อมาเขาถูกบังคับให้เข้าระดมพลในกองทัพ และถูกเกณฑ์เข้าไปอยู่ในหน่วยรบพิเศษ ที่ซึ่งเขาเข้ามีส่วนร่วมในปฏิบัติการทางทหารระหว่างเหตุการณ์การฆาตกรรมโดยใช้ขวาน ภายหลังปลดประจำการ เขาสำเร็จการศึกษาเป็นเนติบัณฑิต และได้รับการตอบรับเข้าสู่สถาบันวิจัยทางตุลาการ และฝึกอบรม โดยเขาได้รับคะแนนสูงสุดเป็นลำดับสองในรุ่น แม้ว่าเขาจะทำคะแนนได้อย่างดีเยี่ยมในการอบรม แต่เขาไม่ได้รับการยอมรับให้เข้าเป็นผู้พิพากษา เนื่องจากเขาเคยเป็นผู้จัดการการประท้วงของนักศึกษา[1] และเขาได้เลือกที่จะเป็นทนายความแทน และในปี พ.ศ. 2559 เขาได้ก้าวลงจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคมินจู

อาชีพ[แก้]

ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน[แก้]

เมื่อมุน แจ-อิน เป็นทนายความ เขาเป็นหุ้นส่วนและทำงานร่วมกับ โน มู-ฮย็อน[2] พวกเขาเป็นเพื่อนกันจนกระทั่งการถึงแก่อสัญกรรมของโน ในปี พ.ศ. 2552 ระหว่างทำงานร่วมกันโน เขาได้ทำคดีเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและสิทธิพลเมือง เขาเป็นสมาชิกของมินบย็อน (กลุ่มทนายความเพื่อสังคมประชาธิปไตย) และประธานกลุ่มสิทธิมุษยชนที่เนติบัณฑิตยสภาปูซาน

ฮันคยอเร[แก้]

เขาเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์หัวก้าวหน้า ฮันคยอเร ในปี 2531[3]

การหาเสียงของโน มู-ฮย็อน[แก้]

เนื่องจากการยืนกรานของโน เขาจึงกลายเป็นผู้จัดการการหาเสียงของโน ในช่วงที่โนเสนอตัวชิงตำแหน่งประธานาธิบดี[4]

สมัยประธานาธิบดีโน มู-ฮย็อน[แก้]

ภายหลังจากโนชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดี เขากลายเป็นหัวหน้าคณะทำงานและกลายเป็นผู้ใกล้ชิด

การถึงแก่อสัญกรรมของโน มู-ฮย็อน[แก้]

เมื่อพนักงานอัยการเริ่มสืบสวนโน มู-ฮย็อน ในข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวง มุนเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายให้กับโน ภายหลังจากโนกระทำอัตวิบาต มุนได้รับผิดชอบในงานพิธีศพและจัดการเกี่ยวกับธุระส่วนตัว การเปิดตัวของเขาต่อสาธารณชนอย่างสง่างามและมีความน่าไว้วางใจในฐานะผู้ช่วยมือขวาของโน ได้สร้างความประทับใจให้แก่สาธารณชน และกลุ่มเสรีนิยมในเกาหลีใต้ได้หนุนมุนให้เข้าเป็นตัวแทนในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้กับพรรคแซนูรี ซึ่งเป็นพรรคอนุรักษ์นิยม ซึ่งมีผู้แทนคือ พัก กึน-ฮเย

เข้าสู่การเมือง[แก้]

มุนเริ่มต้นทำงานของเขาโดยเกี่ยวข้องกับการเมือง โดยเขาตีพิมพ์หนังสือบันทึกความทรงจำของเขามีชื่อว่า มุน แจ-อิน: พรหมลิขิต ซึ่งได้กลายเป็นหนังสือขายดีเล่มหนึ่ง[5] ต่อมาความนิยมของเขาเพิ่มขึ้นอย่างเรื่อยๆ ในการต่อสู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีกับ พัก กึน-ฮเย เช่น จากการสำรวจในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 มุนประสบความสำเร็จโดยได้รับความนิยมเท่าๆกันกับพัก[6]

มุนสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่จากความเสื่อมความนิยมของพรรคอนุรักษ์นิยมท่านกลางเหตุการณ์อื้อฉาวเกี่ยวกับการฉ้อราษฎร์บังหลวง ดังที่ผู้เชี่ยวชาญผู้หนึ่งได้กล่าวไว้ว่า "มุนสามารถบรรยายตัวของเขาเองเป็นคนที่มีความคิดเห็นไม่รุนแรงและเป็นผู้นำที่มีเหตุผล ผู้ซึ่งอยู่เบื้องหลังกลุ่มคนรุ่นใหม่[7] ในช่วงต้นปี 2555 มุนเสนอตัวเขาชิงตำแหน่งสมาชิกรัฐสภาและดำเนินการหาเสียงทางตะวันตกของปูซาน และเขายังลงรับสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดี ก่อนจะพ่ายแพ้ให้แก่ พัก กึน-ฮเย บุตรสาวของอดีตประธานาธิบดี พัก ช็อง-ฮี[8]

ผู้นำฝ่ายค้าน[แก้]

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 มุนได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคพันธมิตรการเมืองใหม่เพื่อประชาธิปไตย ภายหลังจากหัวหน้าพรรคคนเก่า และคู่แข่งในการลงสมัครคัดเลือกประธานาธิบดี อัน ช็อล-ซู ออกจากพรรคไป มุนได้มองหานักการเมืองที่มีชื่อเสียงโดดเด่นหลายคน เช่น อดีตตำรวจ พโย ช็อง-ว็อน, นักวิจารย์การเมือง อี ช็อล-ฮี และอดีตเลขาธิการของประธานาธิบดีพัก โช อึง-ชุน เพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาในปี พ.ศ. 2559 ภายหลังจากสรรหาบุคคลต่างๆเข้าสู่พรรค เขาได้ลาออกจากตำแหน่งเพื่อหลีกทางให้กับ คิม ช็อง-อิน[9]

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

มุนสมรสแล้วและมีบุตรสาวหนึ่งคนและบุตรชายหนึ่งคน เขานับถือเป็นโรมันคาทอลิก

ประสบการณ์การทำงาน[แก้]

  • มกราคม พ.ศ. 2559 - ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน
  • ธันวาคม พ.ศ. 2555- ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ครั้งที่ 18
  • พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - สมาชิกรัฐสภาเขตซาซัง, ปูซาน
  • สิงหาคม พ.ศ. 2550 - ประธานการส่งเสริมการประชุมสุดยอดเกาหลีเหนือ-ใต้ ครั้งที่ 2
  • มีนาคม พ.ศ. 2550 ~ กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 - หัวหน้าคณะทำงานของประธานาธิบดีโน มู-ฮย็อน
  • มกราคม พ.ศ. 2548 ~ พฤษภาคม พ.ศ. 2549 - เลขานุการประธานาธิบดีอาวุโสสำหรับกิจการพลเรือน
  • พฤษภาคม พ.ศ. 2547 ~ มกราคม พ.ศ. 2548 - เลขานุการประธานาธิบดีอาวุโสสำหรับกิจการสังคม
  • พ.ศ. 2546 ~ กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547 -เลขานุการประธานาธิบดีอาวุโสสำหรับกิจการพลเรือน

อ้างอิง[แก้]

ข้อมูลเพิ่มเติม[แก้]