แอลี ฆอเมเนอี
บทความนี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ปัจจุบันว่าด้วย ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พ.ศ. 2569 ข้อมูลอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วตามสถานการณ์ |
แอลี ฆอเมเนอี | |
|---|---|
ฆอเมเนอีใน พ.ศ. 2563 | |
| ผู้นำสูงสุดอิหร่าน คนที่ 2 | |
| ดำรงตำแหน่ง 4 มิถุนายน 1989[a] – 28 กุมภาพันธ์ 2026 (36 ปี 8 เดือน 25 วัน) | |
| ประธานาธิบดี | ดูรายชื่อ |
| นายกรัฐมนตรี | มีร์-โฮเซย์น มูแซวี |
| ก่อนหน้า | รูฮุลลอฮ์ โคมัยนี |
| ถัดไป | ว่าง คณะผู้นำชั่วคราว[b] |
| ประธานาธิบดีอิหร่าน คนที่ 3 | |
| ดำรงตำแหน่ง 9 ตุลาคม 1981 – 16 สิงหาคม 1989 (7 ปี 9 เดือน 24 วัน) | |
| ผู้นำสูงสุด |
|
| นายกรัฐมนตรี | มีร์-โฮเซย์น มูแซวี |
| ก่อนหน้า | โมแฮมแมด-แอลี แรจออี |
| ถัดไป | แอกแบร์ ฮอเชมี แรฟแซนจอนี |
| สมาชิกสมัชชาปราชญ์ผู้นำ | |
| ดำรงตำแหน่ง 15 สิงหาคม 1983 – 4 มิถุนายน 1989 | |
| ผู้นำสูงสุด | รูฮุลลอฮ์ โคมัยนี |
| ข้อมูลส่วนบุคคล | |
| เกิด | แอลี โฮเซย์นี ฆอเมเนอี 19 เมษายน ค.ศ. 1939 แมชแฮด ประเทศอิหร่าน |
| เสียชีวิต | 28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2026 (86 ปี) เตหะราน ประเทศอิหร่าน |
| สาเหตุการเสียชีวิต | ลอบสังหารด้วยการโจมตีทางอากาศ |
| พรรคการเมือง |
|
| คู่สมรส | แมนซูเรฮ์ โฆแจสเทฮ์ บอเฆร์ซอเดฮ์ (สมรส 1964) |
| บุตร | 6 คน, รวมโมสแทฟอ, โมจแทบอ และแมสอูด |
| บุพการี |
|
| ความสัมพันธ์ | ตระกูลฆอเมเนอี |
| การศึกษา |
|
| ลายมือชื่อ | ![]() |
| เว็บไซต์ | english |
| ยศที่ได้รับการแต่งตั้ง | |
| สังกัด | |
| ประจำการ | 1979–1989[c] |
| บังคับบัญชา | |
| ผ่านศึก | |
| ส่วนบุคคล | |
| ศาสนา | อิสลาม |
| นิกาย | ชีอะฮ์สิบสองอิมาม |
| สำนักคิด | ญะอ์ฟะรี |
| ลัทธิ | อุศูลี |
| ความสนใจหลัก | อุศูลุลฟิกฮ์, ตัฟซีร[6] |
| แนวคิดโดดเด่น | ฟัตวาต่อต้านอาวุธนิวเคลียร์ |
| ตำแหน่งชั้นสูง | |
| ครู |
|
แอลี โฮเซย์นี ฆอเมเนอี (เปอร์เซีย: سید علی حسینی خامنهای, อักษรโรมัน: Seyyed Ali Hoseyni Xāmene'i, ออกเสียง: [ʔæˈliː hosejˈniː xɒːmeneˈʔiː] ; 19 เมษายน พ.ศ. 2482 – 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569) เป็นนักบวชและนักการเมืองชาวอิหร่าน และเป็นอดีตผู้นำสูงสุดอิหร่านคนที่สอง ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี ค.ศ. 1989 ถึง ค.ศ. 2026 เขาเคยดำรงตำแหน่งอดีตประธานาธิบดีอิหร่าน ระหว่างปี ค.ศ. 1981 ถึง ค.ศ. 1989 ฆอเมเนอีถือเป็นประมุขแห่งรัฐที่อยู่ในตำแหน่งนานเป็นอันดับสองในตะวันออกกลาง
เว็บไซต์ชีวประวัติทางการระบุว่า ฆอเมเนอีเคยถูกจับกุมหกครั้งก่อนที่จะถูกเนรเทศออกนอกประเทศเป็นเวลาสามปีในรัชสมัยพระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี[7] เขาเคยตกเป็นเป้าหมายการลอบสังหารในปีค.ศ. 1981 ซึ่งทำให้แขนขวาเขาเป็นอัมพาต[8] ฆอเมเนอีมีวิถีชีวิตที่น่านับถือ ใช้ชีวิตอย่างสมถะและไม่โปรดความหรูหรา[9] สำนักข่าว The Telegraph ระบุว่าเขา "มีกิตติศัพท์เรื่องวิถีชีวิตเยี่ยงนักรบ"[10] ตำแหน่งผู้นำสูงสุดนี้เป็นตำแหน่งที่ไม่มีเงินเดือนประจำ ผู้ใกล้ชิดระบุว่าฆอเมเนอีมีเงินเก็บอยู่บ้างแต่ก็ไม่ถึงกับว่าร่ำรวย[11] ถึงแม้ชีวิตส่วนตัวเขาจะไม่ร่ำรวย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าด้วยตำแหน่งของฆอเมเนอี เขามีอำนาจควบคุมเหนือบริษัทยักษ์ใหญ่ของอิหร่านที่มีมูลค่ารวมกันกว่าแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ[12]
ฆอเมเนอีเป็นบุคคลสำคัญผู้ใกล้ชิดของอายะตุลลอหฺรูฮุลลอฮ์ โคมัยนี ผู้นำในการปฏิวัติอิสลาม ฆอเมเนอีเป็นผู้นำแถวหน้าของอิหร่านในช่วงสงครามอิรัก–อิหร่านในคริสต์ทศวรรษที่ 1980 เขาสร้างสัมพันธ์แนบแน่นกับกองพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม ซึ่งเป็นเหล่าทัพที่ทรงอำนาจในปัจจุบัน และเขามีอำนาจเลือกและปลดผู้บัญชาการกองพิทักษ์ปฏิวัติฯได้โดยตรง องค์กรนี้คอยเป็นหูเป็นตาและปราบปรามผู้ต่อต้านอำนาจรัฐ[13][14] ฆอเมเนอีได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนที่สามในปี 1981 และกลายเป็นมือขวาของผู้นำสูงสุดอายะตุลลอหฺโคมัยนี ต่อมาเมื่อผู้นำสูงสุดโคมัยนีถึงแก่อสัญกรรม สมัชชาบัณฑิตได้ลงมติเลือกฆอเมเนอีเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ในวันที่ 3 มิถุนายน 1989 ขณะที่เขามีอายุ 49 ปี[15]
ในฐานะผู้นำสูงสุดอิหร่าน ฆอเมเนอีมีสถานะทั้งประมุขแห่งรัฐและผู้บัญชาการสูงสุดกองทัพ มีอำนาจปลดประธานาธิบดีหรือรัฐมนตรีได้โดยไม่ต้องผ่านสภา ทำให้เขาเป็นผู้มีอำนาจที่สุดในประเทศโดยปริยาย นอกจากนี้เขายังเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องสำคัญของรัฐบาลอิหร่าน ทั้งการแต่งตั้งรัฐมนตรีคนสำคัญ หรือการเห็นชอบนโยบายสำคัญ ตลอดเป็นผู้วางยุทธศาสตร์ชาติ[16][17] เขามีอิทธิพลทั้งทางตรงและทางอ้อมเหนือฝ่ายบริหาร, ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ รวมถึงกองทัพและสื่อมวลชน[18] ในปี 2014 ฟอบส์ จัดให้เขาเป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก อันดับที่ 19[19]
ที่ผ่านมามีการชุมนุมประท้วงระบอบการปกครองของฆอเมเนอีหลายครั้ง ได้แก่ในปี 1994, 1999, 2009, 2011–2012, 2017–2018, 2018–2019, 2022–2023 และ 2025–2026 และอย่างไรก็ตาม ทุกครั้งล้วนจบลงด้วยการปราบปราม บรรณาธิการข่าว, นักเขียน และบุคคลจำนวนมากถูกจับกุมโทษฐานหมิ่นผู้นำสูงสุด มีอีกจำนวนไม่น้อยที่ตั้งข้อหาว่าดูหมิ่นศาสนา บุคคลเหล่านี้ได้รับโทษด้วยการเฆี่ยนหรือจำคุก มีหลายรายที่เสียชีวิตขณะถูกคุมขัง[20][21] และต่อมาได้มีการประท้วงครั้งใหญ่ในประเทศอิหร่าน พ.ศ. 2568–2569 และมีเป้าหมายเพื่อโค่นล้มระบอบสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน และสถาปนารัฐจักรวรรดิอิหร่านขึ้นมาอีกครั้ง และได้มีการประท้วงอย่างรุนแรงตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2568 จนถึงปัจจุบัน และต่อมาได้มีการลอบสังหารแอลี ฆอเมเนอี เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ในระหว่างปฏิบัติการโจมตีอิหร่านโดยอิสราเอล–สหรัฐ พ.ศ. 2569
เชื้อสาย
[แก้]บรรพบุรุษของแอลี ฆอเมเนอีคือซัยยิด Hossein Tafreshi ลูกหลานบรรดาซัยยิด Aftasi ที่คาดว่าสืบถึงซุลฏอน อัลอุละมาอ์ รู้จักกันในนาม ซุลฏอน ซัยยิด หลานของอะลี อัสซัจญาด อิหม่ามชีอะห์ คนที่ 4[6] บรรพบุรุษบางส่วนของเขามาจากแทฟเรชในพื้นที่จังหวัดแมร์แคซีในปัจจุบัน และอพยพมาจากบ้านเกิดเดิมที่แทฟเรชไปยังฆอแมเนฮ์ใกล้แทบรีซ[22][23][24]
ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา
[แก้]
แอลี โฮเซย์นี ฆอเมเนอีเกิดในวันที่ 19 เมษายน 1939[6][25][26] จากแจวอด ฆอเมเนอี อาลิมและมุจญ์ตะฮิดผู้เกิดที่นาจาฟ ประเทศอิรัก[6] กับ Khadijeh Mirdamadi (บุตรสาวของ Hashem Mirdamadi) ที่แมชแฮด เขาเป็นลูกคนที่สองจากทั้งหมด 8 คน[27][28][29] พี่/น้องชายสองคนของเขาก็กลายเป็นครูสอนศาสนา ฮอดี ฆอเมเนอี น้องชายของเขา เป็นทั้งบรรณาธิการหนังสือพิมพ์และครูสอนศาสนา[30] ฟอเทเมฮ์ โฮเซย์นี ฆอเมเนอี พี่สาวของเขา เสียชีวิตใน พ.ศ. 2558 ด้วยอายุ 89 ปี[31] พ่อของเขามีเชื้อสายเติร์กอาเซอร์ไบจานจากฆอแมเนฮ์ ส่วนแม่มีเชื้อสายเปอร์เซียจากแยซด์[32][33][34][35][36]
การศึกษาของฆอเมเนอีเริ่มต้นเมื่ออายุสี่ขวบ โดยเรียนอัลกุรอานที่มักตับ[6] เขาใช้เวลาศึกษาศาสนศาสตร์ขั้นพื้นฐานและขั้นสูงที่เฮาซะฮ์แห่งแมชแฮด ภายใต้การดูแลของอาจารย์ผู้สอน เช่น ชัยค์ ฮอเชม แกซวีนี และอายะตุลลอฮ์ มีลอนี[37]
หมายเหตุ
[แก้]- ↑ รักษาการจนถึง 6 สิงหาคม 1989
- ↑ คณะผู้นำชั่วคราว (Interim Leadership Council) ประกอบด้วยประธานาธิบดี แมสอูด เพเซชคียอน, ประธานศาลฎีกา โฆลอม-โฮเซย์น โมฮ์เซนี-เอเฌยี และอายะตุลลอฮ์ แอลีเรซอ แอรอฟี ซึ่งจะรับหน้าที่ชั่วคราวจนกว่าจะมีการคัดเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่[4]
- ↑ ในฐานะผู้นำสูงสุด เขายังคงเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Motamedi, Maziar (1 March 2026). "Iran forms interim council to oversee transition after Khamenei's killing". Al Jazeera. สืบค้นเมื่อ 1 March 2026.
- ↑ Reals, Tucker (1 March 2026). "Iran names three men for interim Leadership Council to pick next supreme leader". CBS News (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 1 March 2026.
- 1 2 "U.S. and Israel launch another round of strikes on Iran following Khamenei's killing". www.cbsnews.com. 1 March 2026.
- ↑ [1][2][3][3]
- ↑ Raee, Sajjad (Winter 2008). Ardestani, Hussein (บ.ก.). نقش آیتالله خامنهای در دفاع مقدس: سال اول جنگ [Ayatollah Khamanei's Role in the Sacred Defense - During the First Year] (PDF). Negin-e Iran - Quarterly for Studies of Iran–Iraq War (ภาษาเปอร์เซีย). 7 (26): 9–24. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 28 April 2016. สืบค้นเมื่อ 15 January 2018.
- 1 2 3 4 5 6 Velayati, Ali Akbar. "Ayatollah Ali Khamenei". The Great Islamic Encyclopedia (ภาษาเปอร์เซีย). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 11 February 2017. สืบค้นเมื่อ 3 April 2017.
- ↑ "Khamenei.ir". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 12 November 2013.
- ↑ Maziar Bahari (6 April 2007). "How Khamenei Keeps Control". Newsweek. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 October 2010. สืบค้นเมื่อ 29 September 2010.
- ↑ "The Frugality Of Iran's Supreme Leader". Payvand.com. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2014. สืบค้นเมื่อ 21 พฤษภาคม 2014.
- ↑ Robert Tait (12 พฤศจิกายน 2013). "Ayatollah Ali Khamenei controls £60 billion financial empire, report says". The Telegraph. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 12 กันยายน 2017.
- ↑ Golnaz Esfandiari (November 20, 2012). "The Frugality Of Iran's Supreme Leader". สืบค้นเมื่อ January 7, 2020.
- ↑ Steve Stecklow, Babak Dehghanpisheh and Yeganeh Torbati (November 11, 2013). "Khamenei controls massive financial empire built on property seizures". สืบค้นเมื่อ January 7, 2020.
- ↑ "Khamenei Will Be Iran's Last Supreme Leader". Newsweek. 17 พฤศจิกายน 2009. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 16 กันยายน 2017.
referring to the enormous power Khamenei has given Iran's Islamic Revolutionary Guards Corps, which, under Khamenei's direct control, has brutally repressed demonstrators, human rights activists, and opposition journalists.
- ↑ Jamsheed K. Choksy. "Tehran Politics: Are the Mullahs Losing Their Grip?". World Affairs Journal. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 22 กรกฎาคม 2017.
Khamenei has strengthened alliances with militant commanders, especially within the Islamic Revolutionary Guard Corps (IRGC), in the hope that all opposition to his authority will continue to be suppressed—as it was during the protests of 2009.
- ↑ "انتصاب آیتالله خامنهای به عنوان رئیس خدمهی آستان قدس رضوی". farsi.khamenei.ir. khamenei.ir. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 19 สิงหาคม 2017. สืบค้นเมื่อ 19 สิงหาคม 2017.
- ↑ "Iran's Khamenei hits out at Rafsanjani in rare public rebuke". Middle East Eye. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 4 เมษายน 2016.
- ↑ "Khamenei says Iran must go green – Al-Monitor: the Pulse of the Middle East". Al-Monitor. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 22 ธันวาคม 2015. สืบค้นเมื่อ 31 มีนาคม 2016.
- ↑ "The Supreme Leader – The Iran Primer". เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 30 มิถุนายน 2016. สืบค้นเมื่อ 1 กรกฎาคม 2016.
- ↑ "The 72 Who Rule The World". Forbes.
- ↑ "IRAN 2015 HUMAN RIGHTS REPORT" (PDF). US State Department.
During the year the government arrested students, journalists, lawyers, political activists, women's activists, artists, and members of religious minorities; charged many with crimes such as "propaganda against the system" and "insulting the supreme leader;" and treated such cases as national security trials (see sections 1.a. through 1.e.; section 6, Women; and section 7.a.).
- ↑ "IRAN 2016 HUMAN RIGHTS REPORT" (PDF). US State Department.
- ↑ Anaj News (1394). 6 مرداد، سالروزسفر تاریخی رهبر معظم انقلاب به رشت (ภาษาเปอร์เซีย). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 29 July 2015.
- ↑ "(broken)". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 3 August 2012.
- ↑ "ShiaOnline.ir – شیعه آنلاین – نگاهی اجمالی به شجره نامه آیت الله خامنه ای". shia-online.ir. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2 January 2014.
- ↑ "taking look at the biography of Ali Khamenei". farsi.khamenei.ir. 21 March 2014. สืบค้นเมื่อ 21 March 2014.
- ↑ "A photo of Identity document of Ayatollah Khamenei". farsi.khamenei.ir (ภาษาเปอร์เซีย). 1 February 2010. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 14 August 2017. สืบค้นเมื่อ 14 January 2018.
- ↑ "The Office of the Leader, Seyyed Ali Khamenei". leader.ir. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 18 June 2009. สืบค้นเมื่อ 19 June 2009.
- ↑ Akbar Hashemi Rafsanjani. پیام تسلیت هاشمی به آیتالله خامنهای/ اعلام برنامه وزرای کشاورزی و نیرو به هاشمی (ภาษาเปอร์เซีย). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 6 January 2016.
- ↑ Eternal Iran, in 1721; Patrick Clawson, 2005, ISBN 1-4039-6276-6, p. 5.
- ↑ Robin Wright, The Last Great Revolution - Turmoil and Transformation in Iran, Alfred A. Knopf, 2000
- ↑ "بیوگرافی خواهر متوفی رهبر انقلاب". baharnews.ir (ภาษาเปอร์เซีย). Bahar News. 23 March 2015. สืบค้นเมื่อ 19 November 2020.
- ↑ Encyclopedia of the Peoples of Africa and the Middle East – Facts on File, Incorporated, 2009, p. 79
- ↑ "Iran and the Caucasus - The Triumph of Pragmatism over Ideology – Centre for World Dialogue". worlddialogue.org. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 27 September 2013. สืบค้นเมื่อ 1 January 2014.
- ↑ "Azeris unhappy at being the butt of national jokes". irinnews.org. UN Office for the Coordination of Humanitarian Affairs. 25 May 2006. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 14 August 2007. สืบค้นเมื่อ 19 June 2009.
- ↑ "Iran at sea over Azerbaijan". Asia Times. 28 September 2004. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 23 April 2005. สืบค้นเมื่อ 19 June 2009. Another ethnic Azeri is Rahim Safavi, the overall commander of the Islamic Revolutionary Guards Corps (IRGC) and the most important military-security official in the country.
- ↑ Majd, Hooman (19 February 2009). "Change Comes to Iran". The Daily Beast. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 16 January 2010. สืบค้นเมื่อ 20 February 2009.
Ali Khamenei [...] while ethnically Turkic is also half Yazdi, but he seems not to have inherited the timidity gene from his mother
- ↑ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ:1
บรรณานุกรม
[แก้]- Sadiki, Larbi (2014). Routledge Handbook of the Arab Spring: Rethinking Democratisation. Routledge. ISBN 978-1-317-65004-1.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]ทางการ
[แก้]ภาพ
[แก้]- Pictures in Iran-Iraq War เก็บถาวร 18 ตุลาคม 2018 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, tarikhirani.ir
- Ali Khamenei gallery in Khamenei's website[ลิงก์เสีย]
สื่อ
[แก้]- แอลี ฆอเมเนอี ที่อินเทอร์เน็ตมูวีเดตาเบส
- "Profile – Ayatollah Ali Khamenei". BBC News. 17 June 2009. สืบค้นเมื่อ 1 January 2010.
- แอลี ฆอเมเนอี ข่าวสารและความเห็นที่ผ่านการรวบรวมในอัลญะซีเราะฮ์อิงกลิช
- แอลี ฆอเมเนอี ข่าวสารและความเห็นที่ผ่านการรวบรวมในเดอะการ์เดียน
- แอลี ฆอเมเนอี ข่าวสารและความเห็นที่ผ่านการรวบรวมในเดอะนิวยอร์กไทมส์
วิดีโอ
[แก้]- Video Archive of Ayatollah Khamenei
- Ayatollah Khamenei in the city of Ardabil reading different poems in Azerbaijani language about Imam Hussein and events in Karbala.
