บัวขาว บัญชาเมฆ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สำหรับความหมายอื่น ดูที่ บัวขาว (แก้ความกำกวม)
ร้อยตรี บัวขาว บัญชาเมฆ
Picbuakaw.jpg
ชื่อจริงสมบัติ บัญชาเมฆ[1]
ฉายาดำดอตคอม
แบล็กโกลด์
รุ่นเฟเธอร์เวท
ไลท์เวท
เวลเตอร์เวท
จูเนียร์มิดเดิลเวท
น้ำหนัก70 กก53 ปอนด์)
ส่วนสูง174
เกิด8 พฤษภาคม พ.ศ. 2525 (39 ปี)[1]
จังหวัดสุรินทร์
ชกทั้งหมด330
ชนะ295
ชนะน็อก72
แพ้23
เสมอ12
สมบัติ บัญชาเมฆ
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม สมบัติ บัญชาเมฆ
ตำแหน่ง ศูนย์หน้า
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
อาร์แบค
หมายเลข 16
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2557 อาร์แบค
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้กับสโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น

ร้อยตรี สมบัติ บัญชาเมฆ หรือ บัวขาว บัญชาเมฆ ชื่อในวงการว่า บัวขาว [2] เกิดวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2525 เป็นนักมวยไทย เชื้อสายกูย ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในวงการการต่อสู้ระดับสากล โดยเฉพาะในทวีปยุโรปและประเทศญี่ปุ่น เคยเป็นนักมวยไทยสังกัดค่ายมวย ป.ประมุข ส่วนสูง 174 เซนติเมตร น้ำหนัก 70 กิโลกรัม บัวขาวจัดเป็นหนึ่งในนักกีฬาอาชีพไทยที่ทำรายได้สูง โดยส่วนใหญ่มาจากการชกมวยที่ต่างประเทศ นอกจากนี้แล้ว ยังมีผลงานการแสดงในภาพยนตร์ไทยเรื่อง ซามูไร อโยธยา[3] และใน พ.ศ. 2554 บัวขาวได้เข้าร่วมแข่งขันในรายการไทยไฟต์ ที่ประเทศไทย ในรุ่น 70 กิโลกรัม[4] ซึ่งได้เป็นแชมป์ของการแข่งขัน[5]

บัวขาวเข้าแข่งขันไทยไฟต์อีกครั้งในวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2555 ซึ่งจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี โดยครั้งนี้ได้พบกับเมาโร เซียรา ซึ่งเป็นนักมวยไทยชาวอิตาลี และบัวขาวเป็นฝ่ายชนะน็อค[6]

นอกเหนือจากกีฬาชกมวยแล้ว บัวขาวยังเล่นฟุตบอลอาชีพในไทยลีก ดิวิชั่น 2 ให้กับสโมสรฟุตบอลอาร์แบคในฤดูกาล 2014 ในตำแหน่งศูนย์หน้า[7]

ปัจจุบันบัวขาวยังรับราชการทหารที่โรงเรียนกำลังสำรอง หน่วยบัญชาการรักษาดินแดนและจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต

ประวัติ[แก้]

สมบัติ บัญชาเมฆ หรือบัวขาว เกิดและเริ่มชีวิตอาชีพมวยไทย ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ที่อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ จากนั้น เขาได้เข้ากรุงเทพมาสังกัดค่ายมวย ป.ประมุข เมื่ออายุ 15 ปี บัวขาวได้รับเข็มขัดแชมป์มาครองเป็นจำนวนมากภายหลังเริ่มอาชีพมวยไทยที่กรุงเทพ ได้แชมป์เวทีมวยสยามอ้อมน้อย รุ่นเฟเธอร์เวท แชมป์ประเทศไทยรุ่นเฟเธอร์เวท และแชมป์ที่เวทีมวยสยามอ้อมน้อยอีกครั้ง ในรุ่นไลท์เวท ในปี พ.ศ. 2545 บัวขาวชนะเลิศมวยไทยมาราธอนโตโยต้า รุ่น 140 ปอนด์ ที่สนามมวยเวทีลุมพินี ชนะโคบายาชินักชกชาวญี่ปุ่น[8]

พ.ศ. 2547 บัวขาวชนะเลิศรายการ เค-วัน เวิลด์แมกซ์ 2004 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยชนะ จอห์น เวย์น พาร์ นักมวยไทยชาวออสเตรเลีย โคะฮิรุมาคิ ทากะยูกิ และมาซาโตะแชมป์เก่าชาวญี่ปุ่น[8] และในปีต่อมา บัวขาวเกือบที่จะรักษาแชมป์รายการ เค-วัน ได้ โดยแพ้คะแนน แอนดี้ ซาวเวอร์ ในนัดชิงชนะเลิศอย่างน่ากังขา[1]

พ.ศ. 2549 บัวขาวเข้าชิงชนะเลิศรายการ เค-วัน เวิลด์แมกซ์ ได้ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 และเป็นแชมป์ได้อีกครั้ง[8] โดยเป็นนักมวยคนแรกในรายการนี้ที่ชนะเลิศสองสมัย

พ.ศ. 2550 บัวขาวเข้าแข่งขันรายการ เค-วัน เวิลด์แมกซ์ ในวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2550 บัวขาวสามารถผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้ายโดยชนะคะแนน ไนกีย์ "เดอะ เนเจอรัล" โฮลต์ซเคน นักมวยชาวฮอลแลนด์

พ.ศ. 2551 บัวขาวเข้าแข่งขันรายการ เค-วัน เวิลด์แมกซ์ โดยบัวขาวแพ้น็อกให้กับ โยชิฮิโร ซาโตะ นักมวยชาวญี่ปุ่น แฟนมวยบางส่วนกังขาว่ามีการล้มมวยหรือไม่ แต่พิจารณาแล้วพบว่าบัวขาวแพ้น็อกจริง ๆ ด้วยเข่าของซาโตะทำให้จุกและโดนหมัดฮุคเข้ากกหูสลบคาเวที นับเป็นความเสียใจของผู้ชมชาวไทยครั้งหนึ่ง

พ.ศ. 2552 บัวขาวเข้าแข่งขันรายการ เค-วัน เวิลด์แมกซ์ โดยคราวนี้สามารถเข้าถึงรอบ 4 คนสุดท้าย แต่ต้องมาแพ้คะแนนให้แอนดี้ ซาวเวอร์ คู่ปรับเก่าอย่างน่ากังขาอีกหน บัวขาวถึงกับออกมาให้สัมภาษณ์ว่าอยากให้กรรมการชี้แจงผลการตัดสิน แฟนมวยเควันต่างพากันเห็นใจบัวขาวโดยมีหลักฐานคือผลโหวตนักสู้เค-วันแม็กซ์ของปีนี้ บัวขาวได้เป็นอันดับ 2 ด้อยกว่าเพียงจอร์จิโอ เปโตรเซียน ผู้เป็นแชมป์รายการเควันปีนี้เท่านั้น

พ.ศ. 2554 บัวขาวได้เข้าแข่งขันในรายการไทยไฟท์ โดยเป็นฝ่ายชนะน็อค ไมเคิล พิซิเทโล่ ซึ่งเป็นนักมวยไทยชาวฝรั่งเศสในรอบรองชนะเลิศ และได้พบกับแฟร้งค์ จอร์จี้ จากประเทศออสเตรเลียในรอบชิงชนะเลิศที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ในวันที่ 18 ธันวาคม ของปีเดียวกันนี้[9] ซึ่งบัวขาวเป็นฝ่ายชนะ และครองแชมป์ในการแข่งขันครั้งนี้[5]

พ.ศ. 2555 บัวขาวตกเป็นข่าวฮือฮาเมื่อได้หายตัวออกจากค่ายอย่างเป็นปริศนา หลังจากนั้นไม่นาน บัวขาวก็ได้ปรากฏตัวพร้อมเผยว่า ที่ต้องหนีออกจากค่ายเนื่องจากไม่พอใจในหลาย ๆ อย่าง และต้องการเป็นอิสระ ซึ่งทางค่าย ป.ประมุขก็ได้เผยว่า หากบัวขาวขึ้นชกต่อไป จะถือว่าผิดสัญญาตามกฎหมาย และจะทำการฟ้องร้อง แต่ในในวันที่ 17 เมษายน บัวขาวได้ขึ้นชกในรายการไทยไฟท์ ในนัดเปิดรายการ ที่แหลมบาลีฮาย พัทยา ในรุ่น 70 กิโลกรัม ในฐานะแชมป์เก่า เป็นฝ่ายเอาชนะน็อก รัสเต็ม ซารีปอฟ นักมวยชาวรัสเซียไปได้ในยกที่ 2 ซึ่งหลังการชก บัวขาวเปิดเผยว่า ตนขึ้นชกโดยไม่กลัวว่าจะผิดกฎหมาย แม้จะต้องติดคุกก็ตาม [10] ปัจจุบัน ทำค่ายมวยที่บ้านเกิดบ้านสองหนอง อำเภอสำโรงทาบจ.สุรินทร์ "ค่ายบัญชาเมฆ"เพื่อให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้มีโอกาสศึกษาศิลปะแม่ไม้มวยไทย

การหายตัวไปใน พ.ศ. 2555[แก้]

ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2555 บัวขาวได้หายตัวไปอย่างลึกลับ และไม่สามารถติดต่อได้[11][12] โดยทางฝ่ายจัดการได้ยกเลิกแผนการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ตลอดจนแผนการแข่งขันที่จะจัดขึ้นทั้งในประเทศฝรั่งเศส และอังกฤษ[1][13] โดยมีการกล่าวถึงการหายตัวของบัวขาวในสื่อมวลชนหลายแห่ง ทั้งในและนอกประเทศไทย[14][15] และในที่สุด บัวขาวก็ได้เปิดเผยตัว โดยให้สัมภาษณ์ว่า ที่หายตัวนั้นไปไม่ได้เป็นอารมณ์ชั่ววูบ แต่ตัดสินใจอย่างดีแล้ว เนื่องจากไม่พอใจในเรื่องส่วนแบ่งค่าตัวของตัวเอง และนักมวยรุ่นน้องในค่าย[16]

ที่สุดในวันที่ 17 เมษายน ปีเดียวกัน บัวขาวได้ขึ้นชกในรายการไทยไฟท์ ที่แหลมบาลีฮาย พัทยา ในรุ่น 70 กิโลกรัม ในฐานะแชมป์เก่า และถือเป็นนักมวยแทน ไทรโยค พุ่มพันธุ์ม่วง ที่พักผ่อนไม่เกิน 21 วัน ตามพระราชบัญญัติกีฬามวย โดยเป็นฝ่ายเอาชนะน็อก รัสเต็ม ซารีปอฟ นักมวยชาวรัสเซียไปได้ในยกที่ 2 ซึ่งหลังการชก บัวขาวเปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ตนขึ้นชกโดยไม่กลัวว่าจะผิดกฎหมาย แม้จะต้องติดคุกก็ตาม เพราะก่อนหน้านั้นทางค่าย ป.ประมุข ได้เปิดเผยสัญญาว่า หากบัวขาวขึ้นชกในรายการนี้โดยที่ไม่สังกัดค่ายจะถือว่าผิดกฎหมาย และจะทำการฟ้องร้อง[17]

บัวขาว ได้ร่วมกับ ดี พุฒหอม (ครูมวยคนแรก) และ ทอง บุรากร (เทรนเนอร์คนแรก) เปิดค่ายฝึกสอนมวยไทย ที่จังหวัดสุรินทร์ โดยใช้ชื่อค่าย "บัวขาว" หรือ "บัญชาเมฆ" เป็นชื่อชั่วคราว[18] ก่อนที่จะเซ็นสัญญาร่วมกับค่ายมวย ป.ประมุขอีกครั้งเป็นระยะเวลา 5 ปี[2]

โปรโมเตอร์[แก้]

บัวขาว ได้เป็นโปรโมเตอร์จัดการแข่งขันชกมวยเองเมื่อปี พ.ศ. 2556 ในรายการ "แม็กซ์เวิลด์แชมเปี้ยน 2013" ที่สนามสุรินทร์ภักดี จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นรายการการแข่งขันมวยไทยในระดับนานาชาติ ในแบบทัวร์นาเมนต์ โดยการแข่งขันเริ่มขึ้นในวันที่ 6 พฤษภาคม ปีเดียวกัน[19]

รับราชการทหาร[แก้]

บัวขาว บัญชาเมฆ หรือนายสมบัติ บัญชาเมฆ ได้เข้ารายงานตัวที่ โรงเรียนนายสิบทหารบก ค่ายธนะรัชต์ ศูนย์การทหารราบ ปราณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2557 เพื่อเป็นทหาร โดยได้รับตำแหน่งแรกเป็นรองผู้บังคับหมู่ หมวดบริการ กองร้อยบริการ กองบริการ โรงเรียนการกำลังสำรอง ศูนย์การกำลังสำรอง (รอง ผบ.หมู่ มว.บร.ร้อย.บร.กบร.รร.กสร.ศสร.)

ค่ายมวยบัญชาเมฆ[แก้]

บัวขาวก่อตั้ง "ค่ายมวยบัญชาเมฆ" ซึ่งมีนักมวยไทยที่มีชื่อเสียงอีก 2 คน คือ ซุปเปอร์บอน บัญชาเมฆ และ นารูโตะ บัญชาเมฆ

เกียรติประวัติ[แก้]

  • แชมป์ประเทศไทย รุ่นเฟเธอร์เวท (ที่สนามมวยลุมพินี) ปี 2544
  • แชมป์ K-1 World MAX champion ปี 2004 และ 2006 เข้าชิงรอบสุดท้ายถึง 5 ครั้ง ได้แชมป์ 2 สมัย
  • แชมป์ 2010 Shoot Boxing S-Cup World champion ปี 2553 คนไทยคนแรก และคนเดียวในประเทศไทย
  • แชมป์ สภามวยไทยโลก ในพระบรมราชูปถัมภ์ WMC World champion ปี 2549, 2552, 2554, 2557
  • แชมป์ สภามวยโลก WBC Muaythai Diamond World Championship ปี 2557
  • แชมป์ ไหว้ครูมวยไทยสวยงาม สนามมวยลุมพินี ปี 2545
  • ถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แชมป์มวยไทยไฟท์ ปี 2554, 2555
  • ถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รางวัลนักกีฬาอาชีพดีเด่น ปี 2555
  • ถ้วยพระราชทาน กษัตริย์อัลแบร์ตที่ 2 แห่งโมนาโค แชมป์ "มอนติคาโล ไฟต์ติง มาสเตอร์" ปี 2557

ปริญญากิตติมศักดิ์[แก้]

  • รับพระราชาทานปริญญาบัตรวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (ปริญญาโท) สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปี 2556
  • รับพระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (ปริญญาเอก) สาขาวิชายุทธศาสตร์ การพัฒนาภูมิภาค (กลุ่มการศึกษาและจัดการภูมิปัญญา) มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ปี 2557

สถิติการแข่งขัน[แก้]

สถิติการแข่งขัน

คำอธิบาย:       ชนะ       แพ้       เสมอ/ถอนสิทธิ์       หมายเหตุ

ผลงานเพลง[แก้]

เพลงประกอบโฆษณา[แก้]

ผลงานภาพยนตร์[แก้]

ผลงานละคร[แก้]

ผลงานพิธีกร[แก้]

  • 2560 คุยเช้าSHOW ช่องวัน ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 07.00 - 08.00 น. (เริ่ม 4 กรกฎาคม 2560)

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 ปูมเข้ม 'บัวขาว' 'แบล๊กโกลด์' มวยโลก. หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน. ปีที่ 35 ฉบับที่ 12420. วันอาทิตย์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2555. ISSN 1686-8188. หน้า 13
  2. 2.0 2.1 2.2 ซีรีส์จบ!แก๊-บัวขาวแฮบปี้เคลียร์ลงตัว
  3. ซามูไรอโยธยา (2010)
  4. น็อกเอาต์ฉบับมวยสยาม. ปีที่ 23 ฉบับที่ 1981. วันที่ 5-11 ตุลาคม 2554. ISSN 15135438. หน้า 11
  5. 5.0 5.1 บัวขาว ป.ประมุข และ เข้ม ศิษย์สองพี่น้อง คว้าแชมป์ไทย ไฟต์ 2011
  6. มวยสยามรายวัน. ปีที่ 20 ฉบับที่ 6995. วันพุธที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2555. หน้า 6
  7. กองหลังสะดุ้ง!บัวขาวเปิดตัวค้าแข้งอาร์แบค โพสต์ทูเดย์, 16 กุมภาพันธ์ 2557
  8. 8.0 8.1 8.2 เปิดประวัติ บัวขาว ป.ประมุข. มติชนสุดสัปดาห์. ปีที่ 32 ฉบับที่ 1648. วันที่ 16-22 มีนาคม พ.ศ. 2555. ISSN 1686-8196. หน้า 96
  9. มวยสยามรายวัน. ปีที่ 19 ฉบับที่ 6664. วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554. หน้า 6
  10. หน้า 19 เดลินิวส์ฉบับที่ 22,833: วันพุธที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2555
  11. "Missing fighter Buakaw 'worn out'". Bangkok Post. March 9, 2012. สืบค้นเมื่อ March 9, 2012. Italic or bold markup not allowed in: |publisher= (help)
  12. "Boxer Buakaw goes missing". The Nation. March 9, 2012. สืบค้นเมื่อ March 9, 2012. Italic or bold markup not allowed in: |publisher= (help)
  13. คมชัดลึก. ปีที่ 11 ฉบับที่ 3794. วันเสาร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2555. หน้า 23-24
  14. หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน. ปีที่ 35 ฉบับที่ 12419. วันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555. ISSN 1686-8188. หน้า 12
  15. คมชัดลึก. ปีที่ 11 ฉบับที่ 3795. วันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555. หน้า 31
  16. "บัวขาว" โผล่!เคืองค่าย ขอพักใจไม่มีกำหนด จากผู้จัดการออนไลน์
  17. หน้า 19 เดลินิวส์ฉบับที่ 22,833: วันพุธที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2555
  18. หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน. ปีที่ 35 ฉบับที่ 12430. วันพฤหัสบดีที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2555. ISSN 1686-8188. หน้า 15
  19. 'บัวขาว'ประเดิม, หน้า 21-21, 38. ไทยรัฐ: ปีที่ 34 ฉบับที่ 20177. ศุกร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2556
  20. http://www.wmcmuaythai.org/html/09_3006_01.html

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]