ทรรศนะคาทอลิกต่อบัญญัติสิบประการ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

บทความนี้เกี่ยวข้องกับ
บัญญัติ 10 ประการ
บัญญัติสิบประการภาษาฮีบรู
บทบัญญัติ
เราคือยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า
ห้ามมีพระเจ้าอื่นใดนอกเหนือจากเรา
ห้ามทำรูปเคารพสำหรับตน
ห้ามใช้พระนามพระเจ้าของเจ้าไปในทางที่ผิด
จงระลึกถึงวันสะบาโต
จงให้เกียรติแก่บิดามารดาของเจ้า
ห้ามฆ่าคน
ห้ามล่วงประเวณีผัวเมียเขา
ห้ามลักขโมย
ห้ามเป็นพยานเท็จใส่ร้ายเพื่อนบ้าน
ห้าม​โลภ​
บทความที่เกี่ยวข้อง
แผ่นศิลาพระโอวาท
ถ้อย‍คำ​แห่ง​พันธ‌สัญญา
หีบแห่งพันธสัญญา
ทรรศนะคาทอลิกต่อบัญญัติสิบประการ
พระ‍บัญญัติ​ข้อ​ที่​สำคัญ​ที่​สุด

บทความนี้เกี่ยวข้องกับ
ศาสนาคริสต์

Symbol สถานีย่อย

Red Cross of Christianity.png
พระเจ้า
ตรีเอกภาพ :
พระบิดา (พระยาห์เวห์) • พระบุตร (พระเยซู) • พระวิญญาณบริสุทธิ์
ความเชื่อ
พระคริสต์เทววิทยาการตกในบาปความรอดหลักข้อเชื่อของอัครทูตบัญญัติสิบประการบัญญัติเอกพระมหาบัญชา
คัมภีร์
คัมภีร์ไบเบิล :
ภาคพันธสัญญาเดิมภาคพันธสัญญาใหม่ (พระวรสาร)
ประวัติ
ประวัติยุคแรกสภาสังคายนาสากลมหาศาสนเภทสงครามครูเสดการปฏิรูปศาสนา
อัครทูต
ซีโมนเปโตรอันดรูว์ยากอบบุตรเศเบดียอห์นฟีลิปบารโธโลมิวโธมัสมัทธิวยากอบบุตรอัลเฟอัสยูดาซีโมนเศโลเทยูดาสมัทธีอัสเปาโลบารนาบัสยากอบ
นิกาย
ตะวันตก :
โรมันคาทอลิกโปรเตสแตนต์ (เพนเทคอสต์เพรสไบทีเรียนเมทอดิสต์ลูเทอแรนแบปทิสต์ปฏิรูปอนาแบปทิสต์แองกลิคันแอดเวนทิสต์)
ตะวันออก :
ออเรียนทัลออร์ทอดอกซ์อีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์
อตรีเอกภาพนิยม :
พยานพระยะโฮวามอรมอน
พิธีกรรม
พิธีบัพติศมาพิธีมหาสนิทศักดิ์สิทธิ์
สังคมศาสนาคริสต์
โบสถ์คริสต์ปฏิทินวันสำคัญ (สะบาโตอีสเตอร์คริสต์มาส) • บุคคลนักบุญศิลปะสัญลักษณ์ธง
ดูเพิ่มเติม
ศาสนาคริสต์ในประเทศไทย
คำศัพท์ศาสนาคริสต์
หมวดหมู่ ดูหมวดหมู่

ทรรศนะคาทอลิกต่อบัญญัติสิบประการ (อังกฤษ: Catholic doctrine regarding the Ten Commandments) เป็นการกำหนดบัญญัติสิบประการโดยพระสันตปาปา เพื่อเป็นแนวทางให้กับคริสต์ศาสนิกชนนิกายโรมันคาทอลิกทั่วโลก[1] โดยการกำหนดรูปแบบข้อบัญญัตินี้เรียกว่า คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก ซึ่งถือตามฉบับนักบุญออกัสติน[2] ใช้ในนิกายโรมันคาทอลิกทั่วโลก

บทบัญญัติ 10 ประการ ของ นิกายโรมันคาทอลิก[แก้]

เราคือองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่าน

  1. จงนมัสการ องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าองค์เดียวของท่าน
  2. อย่าออกพระนามพระเจ้าโดยไม่สมเหตุ
  3. อย่าลืมฉลองวันพระเจ้าเป็นวันศักดิ์สิทธิ์
  4. จงนับถือบิดามารดา
  5. อย่าฆ่าคน
  6. อย่าผิดประเวณี
  7. อย่าลักขโมย
  8. อย่าพูดเท็จใส่ร้ายผู้อื่น
  9. อย่าปลงใจผิดประเวณี
  10. อย่ามักได้ทรัพย์สินของผู้อื่น

ข้อแตกต่างจากนิกายอื่น ๆ[แก้]

ห้ามทำรูปเคารพสำหรับตน[แก้]

เนื่องจากนิกายโรมันคาทอลิกมีรูปปั้นพระเยซู แม่พระ และนักบุญ เป็นจำนวนมาก เมื่อครั้งเกิดการปฏิรูปศาสนาช่วงการแตกแยกออกเป็นนิกายโปรเตสแตนต์ (ค.ศ. 1517-1648) พระศาสนคาทอลิกได้จัดเรียงบทบัญญัติ 10 ประการใหม่ ตามที่นักบุญออกัสตินแห่งฮิปโปใช้เมื่อช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 4 โดยนำข้อห้ามทำรูปเคารพสำหรับตน จากเดิมเป็นบัญญัติข้อที่ 2 ไปรวมและต่อท้ายจากข้อที่ 1 และไม่แสดงข้อความ[3][4] เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการตอบคำถามที่ว่า นิกายโรมันคาทอลิกมีรูปเคารพมากมาย แต่พระสันตปาปาระบุว่าเป็นเพียงรูปปั้นเพื่อการระลึกถึงเท่านั้น และยังให้ความเห็นอีกว่า การห้ามมีพระเจ้าอื่นใดนอกเหนือจากพระยาห์เวห์ก็เป็นกฎที่ห้ามสร้างรูปเคารพอยู่แล้ว แต่ศาสนิกคณะอื่น ๆ เช่น ศาสนายูดาห์ ศาสนาคริสต์ (นิกายอีสเทิร์นออร์โธด็อกซ์) , (นิกายโปรเตสแตนต์) และศาสนาอิสลาม ให้ความเห็นว่าเป็นรูปเคารพที่องค์พระผู้เป็นเจ้าห้ามสร้างไว้ แต่พระศาสนจักรพยายามหลีกเลี่ยงการตอบคำถามนี้ต่อสาธารณะชนและกล่าวว่าผู้ที่ไม่เห็นด้วยก็เป็นฝ่ายโปรเตสแตน์ ซึ่งแปลว่าคัดค้าน และการที่ไม่แสดงข้อความนี้ ทำให้ ศาสนาคริสต์ฝ่ายโปรเตสแตนต์ (คริสตจักรลูเทอแรน) ตัดข้อ"ห้ามทำรูปเคารพสำหรับตน"ออกไปในที่สุด ซึ่งในคริสตจักรลูเทอแรนนี้ ปัจจุบันไม่มีข้อห้ามทำรูปเคารพสำหรับตนอีกด้วย ในภายหลังคริสตจักรแองกลิคันจึงใช้บัญญัติ 10 ประการตามพระศาสนจักร

ในศาสนายูดาห์ ซึ่งเดิมโมเสสได้รับแผ่นศิลาพระโอวาทจากพระยาห์เวห์บนภูเขาซีนาย โดยหลักฐานใหม่ค้นพบว่า ตามความจริงแล้วแผ่นศิลาได้กำหนดข้อบัญญัติ 10 ประการนี้เป็นรายบรรทัด ซึ่งเป็นสารบบบัญญัติที่พบได้ในแบบนิกายโปรเตสแตนต์ นิกายออร์ทอดอกซ์ และศาสนายูดาห์ใช้ในปัจจุบัน จึงสรุปได้ว่า ศาสนายูดาห์ ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก (สมัยก่อนการปฏิรูปศาสนา) และศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ (ส่วนใหญ่) เรียงสารบบข้อบทบัญญัติเป็นแบบเดียวกัน[5] คือแบบเซปตัวจินต์ แต่เมื่อมีการปฏิรูปศาสนาฝ่ายโปรเตสแตนต์ จึงทำให้นิกายโรมันคาทอลิก โยกย้ายพระบัญญัติใหม่ตามรูปแบบของนักบุญออกัสตินแห่งฮิปโป เพื่อให้เกิดความแตกต่างและเป็นผลจากการเมืองศาสนาในกรุงโรมสมัยนั้น

การค้นพบซากเมือง Dura-Europos synagogue นอกจากจะมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์แล้ว ยังมีความสำคัญทางศาสนาอย่างมาก เพราะการค้นพบศาลาธรรมของศาสนายูดาห์ที่คาดอายุว่าอยู่ในช่วง ค.ศ.200 ที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ พบว่าปรากฏภาพจิตรกรรมบรรยายเรื่องราวในพันธสัญญาเดิม ทั้งโมเสส เอสเธอร์ อยู่รอบศาลาธรรมและแท่นบูชา อันเป็นการสะท้อนให้เห้นมุมมองของคำว่า "รูปเคารพ" ในทัศนะชาวยิวโบราณนั้น ไม่ใช่การห้ามมีรูปภาพทางศาสนาทุกชนิดอยู่ในวิหารหรือศาลาธรรมเหมือนกับศาสนาอิสลาม ที่อนุญาติเฉพาะการมีตัวหนังสือเท่านั้น

ห้ามโลภ[แก้]

พระบัญญัติรูปแบบของนักบุญออกัสตินแห่งฮิปโป ข้อ "อย่าปลงใจผิดประเวณีและอย่ามักได้ทรัพย์สินของผู้อื่น" แต่เดิมถูกรวมไว้ในข้อ 10 คือ"ห้าม​โลภ​" แต่เมื่อมีการย้ายข้อ "ห้ามทำรูปเคารพสำหรับตน" ไปข้อ 1 ทำให้เกิดช่วงว่างที่ทำให้บัญญัติ 10 ประการไม่ครบ 10 ข้อ เหลือเพียง 9 ข้อ แต่ด้วยทั่วโลกได้รู้จักบัญญัติ 10 ประการก่อนแล้วและเกรงว่าทั่วโลกจะไม่ให้การยอมรับ จึงจำเป็นต้องแยกข้อ "ห้ามโลภ" ออกเป็นสองข้อ และเลื่อนข้อจากเดิม 3-9 ไปเป็นข้อ 2-8 และระบุข้อ 9 ว่า "อย่าปลงใจผิดประเวณี" และข้อ 10 ว่า "อย่ามักได้ทรัพย์สินของผู้อื่น"[6][7] โดยนักบุญออกัสตินให้ความเห็นว่า ความโลภแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือโลภในของของเพื่อนบ้าน เช่น ภรรยา และโลภในสิ่งที่เป็นสิ่งของหรือทรัพย์ของเพื่อนบ้าน เช่น บ้านเรือน ทาส โค ลา สิ่งของต่าง ๆ โดยรูปแบบคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิกอ้างอิงตามรูปแบบของนักบุญออกัสตินแห่งฮิปโปและในหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติ จึงทำให้เกิดความแตกต่างไปจากรูปแบบเซปตัวจินต์ที่อ้างอิงตามแผ่นศิลาพระโอวาทของโมเสสและในหนังสืออพยพ และเมื่อมีการแปลมาเป็นภาษาไทยจึงเปลี่ยนบริบทจาก ห้ามโลภ เป็น อย่าปลงใจและอย่ามักได้

อ้างอิง[แก้]

  1. อพยพ 20, พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม, คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม แผนกพระคัมภีร์
  2. Catechism of the Catholic Church, Can. 2066
  3. หนังสืออพยพ 20:3, คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม แผนกพระคัมภีร์
  4. หนังสือเฉลยธรรมบัญญัติ 5:7, คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม แผนกพระคัมภีร์
  5. ประวัติความเป็นมาของบัญญัติสิบประการ, เรื่องของศาสนายูดาย(ยิว)ที่ชาวโลกควรรู้
  6. หนังสืออพยพ 20:17, คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม แผนกพระคัมภีร์
  7. หนังสือเฉลยธรรมบัญญัติ 5:21, คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม แผนกพระคัมภีร์