โปเกมอน ไดมอนด์และเพิร์ล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
โปเกมอนภาคไดมอนด์'
โปเกมอนภาคเพิร์ล
PokemonDiamondBox.jpg
กล่องเกมโปเกมอนภาคไดมอนด์สำหรับอเมริกาเหนือ แสดงภาพโปเกมอนในตำนาน ดีอัลกา กล่องเกมโปเกมอนภาคเพิร์ล แสดงภาพโปเกมอนในตำนาน พัลเกีย
ผู้พัฒนา เกมฟรีก
ผู้จัดจำหน่าย เดอะโปเกมอนคอมพานี
กำกับ จุนิชิ มะสุดะ
อำนวยการผลิต ฮิโระยุกิ จินไน
ฮิโตะชิ ยะมะกะมิ
กะกุจิ โนะโมะโตะ
ฮิโระอะกิ สึรุ
ศิลปิน เค็น ซุงิโมะริ
เขียนบท โทะชิโนะบุ มะสึมิยะ
ฮิโตะมิ ซะโตะ
อะกิฮิโตะ โทะมิซะวะ
ซุงุรุ นะกะสึอิ
แต่งเพลง โกะ อิชิโนะเสะ
จุนิชิ มะสุดะ
ฮิโตะมิ ซะโตะ
โมะริกะสุ อะโอะกิ
ชุด โปเกมอน
เครื่องเล่น นินเท็นโด ดีเอส
วางจำหน่าย JP 20060928กันยายน 28, 2006
NA 20070422เมษายน 22, 2007
AU 20070621มิถุนายน 21, 2007
EU 20070727กรกฎาคม 27, 2007
KOR 20080214กุมภาพันธ์ 14, 2008
แนว วิดีโอเกมเล่นตามบทบาท
รูปแบบ ผู้เล่นคนเดียว, ผู้เล่นหลายคน, ออนไลน์ผู้เล่นหลายคน

โปเกมอนภาคไดมอนด์ และภาคเพิร์ล (ญี่ปุ่น: Pokémon Diamond Version and Pearl Version ポケットモンスター ダイヤモンド&パール Poketto Monsutā Daiyamondo & Pāru, "Pocket Monsters: Diamond & Pearl") เป็นเกมสวมบทบาทพัฒนาโดยเกมฟรีกและจำหน่ายโดยนินเท็นโด สำหรับเครื่องเล่นนินเท็นโด ดีเอส เมื่อรวมกับเกมภาคทำใหม่ โปเกมอนแพลทินัม เกมโปเกมอนสามภาคนี้เป็นเกมที่ห้าและเป็นเจเนอเรชันที่สี่ของเกมชุดโปเกมอน เกมออกจำหน่ายครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 28 กันยายน ค.ศ. 2006 ต่อมาจำหน่ายในอเมริกาเหนือ ออสเตรเลีย และยุโรปตลอดปี ค.ศ. 2007

เช่นเดียวกับเกมภาคเก่า ภาคไดมอนด์และเพิร์ลเป็นการเดินทางของโปเกมอนเทรนเนอร์อายุน้อยที่ฝึกฝนและต่อสู้กับโปเกมอน และต้องขัดขวางองค์กรอาชญากรรมด้วย เกมเพิ่มคุณสมบัติใหม่มากมาย เช่น การเล่นบนอินเทอร์เน็ตผ่านการเชื่อมต่อวายฟายของนินเท็นโด และระบบการต่อสู้ที่เปลี่ยนไป และการประกวดโปเกมอน รวมถึงโปเกมอนสายพันธุใหม่ 107 ตัว เกมทั้งสองภาคเป็นอิสระต่อกัน แต่มีเนื้อเรื่องเหมือนกัน และสามารถเล่นแยกกันได้ โดยจำเป็นต้องแลกเปลี่ยนโปเกมอนข้ามภาคกันเพื่อเติมเต็มโปเกเดกซ์

มีการประกาศเรื่องการพัฒนาเกมภาคไดมอนด์และเพิร์ลในงานประชุมสื่อนินเท็นโดในไตรมาสที่สี่ของ ค.ศ. 2004 เกมถูกออกแบบให้มีคุณสมบัติเข้ากับเครื่องดีเอส มีการคาดการณ์ว่าจะออกจำหน่ายในญี่ปุ่นใน ค.ศ. 2005 แต่ถูกเลื่อนออกไปเป็น ค.ศ. 2006 ในการส่งเสริมเกม นินเท็นโดขายเครื่องเล่นนินเท็นโด ดีเอส ไลต์ รุ่นจำกัดในญี่ปุ่น และจัดงานสังสรรค์เฉลิมฉลองการวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือ

เกมได้รับการตอบรับทั่วไปเป็นที่ชื่นชอบ นักวิจารณ์ส่วนใหญ่ยกย่องการเพิ่มคุณสมบัติวายฟาย และรู้สึกว่าแม้ว่าการเล่นไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก แต่ก็ดึงดูดใจ นักวิจารณ์แบ่งกันวิจารณ์เรื่องกราฟิก และตำหนิเรื่องของเสียงว่าดั้งเดิมเกินไป เกมประสบความสำเร็จมากกว่าภาคที่ทำลงเกมบอยแอ็ดวานซ์ ทำยอดขายได้ 18 ล้านหน่วยทั่วโลก ภาคไดมอนด์และเพิร์ลขายได้มากกว่าภาครูบีและแซฟไฟร์อย่างน้อย 2 ล้านหน่วย และมากกว่าภาคไฟร์เรดและลีฟกรีนอย่างน้อย 6 ล้านหน่วย และขายได้มากกว่าภาคแบล็กและไวต์ ภาคต่อมา มากกว่า 2 ล้านหน่วย

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]