โปเกมอน รูบีและแซฟไฟร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
โปเกมอน รูบี
โปเกมอน แซฟไฟร์
Pokemon Ruby NA.jpg
กล่องเกมโปเกมอนภาครูบี แสดงภาพโปเกมอนในตำนาน กราวดอน โปเกมอนภาคแซฟไฟร์ แสดงภาพโปเกมอนในตำนาน ไคโอกา
ผู้พัฒนาเกมฟรีก
ผู้จัดจำหน่ายบริษัท โปเกมอน จำกัด
นินเท็นโด
กำกับจุนอิจิ มาสึดะ
ซาโตชิ ทาจิริ
อำนวยการผลิตฮิโรยูกิ จินไน
ทาเกฮิโระ อิซูชิ
ฮิโรอากิ ทสึรุ
ศิลปินเค็น ซุงิโมริ
เขียนบทโทชิโนบุ มัตสึมิยะ
อากิฮิโตะ โตมิซาวา
แต่งเพลงโก อิจิโนเซะ
โมริคาชุ อาโอกิ
จุนอิจิ มาสึดะ
ชุดโปเกมอน
เครื่องเล่นเกมบอยอัดวานซ์
วางจำหน่าย
  • JP: 21 พฤศจิกายน 2545[1]
  • NA: 19 มีนาคม 2546[1]
  • AU: 3 เมษายน 2546[1]
  • EU: 25 กรกฎาคม 2546[1]
แนววิดีโอเกมสวมบทบาท
รูปแบบเล่นคนเดียว, เล่นหลายคน

โปเกมอนภาครูบีและภาคแซฟไฟร์ (ญี่ปุ่น: ポケットモンスター ルビー&サファイア โรมาจิPoketto Monsutā Rubī & Safaia; อังกฤษ: Pokémon Ruby Version and Sapphire Version) เป็นเกมลำดับที่สามในวิดีโอเกมชุดโปเกมอน พัฒนาโดยบริษัทเกมฟรีก จำหน่ายโดยบริษัท โปเกมอน จำกัดและนินเท็นโด สำหรับเครื่องเล่นเกมบอยอัดวานซ์ เกมออกจำหน่ายครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นในปลายปี ค.ศ. 2002 และต่างประเทศใน ค.ศ. 2003 โปเกมอนภาคเอเมอรัลด์ เป็นเกมภาคพิเศษ ออกจำหน่ายใน 2 ปีหลังของแต่ละภูมิภาค เกมโปเกมอนสามเกมนี้ (โปเกมอนภาครูบี แซฟไฟร์ และเอเมอรัลด์) เป็นเกมโปเกมอนรุ่นที่สาม หรือเรียกว่า "อัดวานซ์เจนเนอเรชัน" (advanced generation) โปเกมอนภาคทำใหม่ ชื่อภาคโอเมการูบีและแอลฟาแซฟไฟร์ ออกจำหน่ายสำหรับเครื่องนินเท็นโด 3ดีเอส ทั่วโลกในวันที่ 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 2014 หลังจำหน่ายภาครูบีและแซฟไฟร์ 2 ปีพอดี ยกเว้นในยุโรป ที่ออกจำหน่ายวันที่ 28 พฤศจิกายน ค.ศ. 2014[2]

การเล่นของเกมส่วนใหญ่ไม่เปลี่ยนแปลงจากเกมภาคก่อนหน้า เนื้อเรื่องเกิดขึ้นที่ภูมิภาคโฮเอน ยึดตามเกาะคีวชูของประเทศญี่ปุ่น ผู้เล่นจะได้ควบคุมตัวละครหลักจากมุมมองเหนือศีรษะ และการบังคับส่วนใหญ่เหมือนกับเกมภาคก่อนหน้า จุดประสงค์ของเกมคือจับโปเกมอนทุกคนและเอาชนะจตุรเทพทั้งสี่ (Elite Four) (กลุ่มของโปเกมอนเทรนเนอร์) และเช่นเดียวกัน เนื้อเรื่องย่อยของเกมจะเกี่ยวข้องกับตัวละครหลักเอาชนะองค์กรอาชญากรรมที่พยายามครอบครองภูมิภาค คุณสมบัติใหม่ เช่น การต่อสู้แบบสองต่อสอง (double battle) และความสามารถพิเศษของโปเกมอน และโปเกมอนสายพันธุ์ใหม่ 135 ชนิดเพิ่มเข้ามา เนื่องจากเครื่องเล่นเกมบอยแอดวานซ์มีประสิทธิภาพมากกว่าเครื่องเล่นเก่า ผู้เล่นสามารถเชื่อมต่อพร้อมกัน 4 คนแทนที่เคยจำกัดไว้ที่ 2 คน นอกจากนี้ เกมยังสามารถเชื่อมต่อกับอีรีดเดอร์หรือเกมโปเกมอนในแอดวานซ์เจนเนอเรชันเกมอื่น ๆ ได้

ภาครูบีและแซฟไฟร์ได้รับการตอบรับส่วนใหญ่ในด้านดี แม้ว่านักวิจารณ์จะถูกแบ่งกันประเมินเกมกันคนละส่วน โดยเฉพาะการเล่นและกราฟิก ข้อตำหนิส่วนใหญ่คือการเล่นที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากภาคก่อนหน้ามากนัก ความนิยมของเกมโปเกมอนเริ่มลดลงในขณะนั้น และยอดขายของเกมทำได้น้อยกว่าเจนเนอเรชันเก่า อย่างไรก็ตาม เกมยังคงประสบความสำเร็จ ตามข้อมูลของไอจีเอ็น เกมทำยอดขายได้ 16 ล้านหน่วย ถือเป็นเกมที่ขายดีที่สุดบนเครื่องเล่นเกมบอยแอดวานซ์

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 "Pokemon Ruby Version for Game Boy". GameSpot. สืบค้นเมื่อ June 22, 2009.
  2. "Pokémon Omega Ruby and Pokémon Alpha Sapphire". May 7, 2014. สืบค้นเมื่อ May 7, 2014.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]