ข้ามไปเนื้อหา

โปเกมอน รูบี และ แซฟไฟร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
  • โปเกมอน รูบี
  • โปเกมอน แซฟไฟร์
นักพัฒนาเกมฟรีก
ผู้จัดจำหน่าย
ผู้กำกับจุนอิจิ มาซูดะ
โปรดิวเซอร์
  • ฮิโรยุกิ จินนาอิ
  • ทาเคฮิโระ อิซุชิ
  • ฮิโรอะกิ สึรุ
นักออกแบบชิเงะกิ โมริโมโตะ
จุนอิจิ มาซูดะ
ชิเงะรุ โอโมริ
นักเขียนโปรแกรมเทตสึยะ วาตานาเบะ
ศิลปินเค็ง ซูงิโมริ
นักเขียน
  • โทชิโนบุ มัตสึมิยะ
  • อะกิฮิโตะ โทมิซาวะ
ผู้ประพันธ์เพลง
ชุดเกมโปเกมอน
แพลตฟอร์มเกมบอยอัดวานซ์
วันวางจำหน่าย
แนวเกมวิดีโอเกมสวมบทบาท
โหมดการเล่นเล่นคนเดียว และเล่นหลายคน ด้วยลิงก์เคเบิล

โปเกมอน รูบี[a] และโปเกมอน แซฟไฟร์[b] เป็นวิดีโอเกมแนวสวมบทบาท พัฒนาโดยเกมฟรีก และจัดจำหน่ายโดยบริษัทโปเกมอนร่วมกับนินเท็นโด สำหรับเครื่องเกมบอยอัดวานซ์ วางจำหน่ายครั้งแรกในปี 2002 ถือเป็นภาคแรกของเกมโปเกมอนเจเนอเรชันที่สาม หรือ "อัดวานซ์เจเนอเรชัน" นี่ยังเป็นครั้งแรกที่บริษัทโปเกมอนมีบทบาทด้านการจัดจำหน่าย หลังจากนินเท็นโดดูแลเพียงรายเดียวมาโดยตลอด เกมวางจำหน่ายครั้งแรกในญี่ปุ่นช่วงปลายปี 2002 และออกจำหน่ายทั่วโลกในปี 2003 ต่อมามีภาคเสริม โปเกมอน เอเมอรัลด์ วางจำหน่ายในอีกสองปีถัดมา ภายหลังยังมีการสร้างเกมฉบับรีเมกชื่อว่า โปเกมอน โอเมการูบี และ โปเกมอน อัลฟาแซฟไฟร์ สำหรับเครื่องนินเท็นโด 3ดีเอส ออกวางจำหน่ายทั่วโลกในเดือนพฤศจิกายน ปี 2014 ครบรอบ 12 ปีของภาคต้นฉบับ ยกเว้นยุโรปที่วางจำหน่ายช้ากว่าหนึ่งสัปดาห์

รูปแบบการเล่นของเกมยังคงใกล้เคียงกับภาคก่อน ผู้เล่นบังคับตัวละครหลักจากมุมมองด้านบน โดยใช้ระบบควบคุมแบบเดียวกัน เป้าหมายหลักคือการจับโปเกมอนให้ครบทุกชนิดในเกม รวมถึงเอาชนะสี่จตุรเทพและแชมเปียนของลีกโปเกมอน พร้อมเนื้อเรื่องย่อยที่ให้ตัวละครหลักเผชิญหน้ากับองค์กรอาชญากรรมที่ต้องการครอบงำภูมิภาค ภาคนี้เพิ่มระบบใหม่หลายอย่าง เช่น การต่อสู้แบบคู่ ความสามารถประจำตัวโปเกมอน การประกวดโปเกมอน และโปเกมอนใหม่อีก 135 ชนิด[1][2][3] ด้วยศักยภาพของเครื่องเกมบอยอัดวานซ์ ผู้เล่นสามารถเชื่อมต่อพร้อมกันได้สูงสุด 4 คน จากเดิมเพียง 2 คน และยังเชื่อมต่อกับอี-รีดเดอร์ หรือเกมโปเกมอนภาคอื่นในเจเนอเรชันที่สามได้อีกด้วย

โปเกมอน รูบี และ แซฟไฟร์ ได้รับคำวิจารณ์ในเชิงบวกเป็นส่วนใหญ่ นักวิจารณ์ชื่นชมระบบใหม่และการออกแบบโปเกมอนรุ่นนี้ แม้จะมีความเห็นหลากหลายเกี่ยวกับรูปแบบการเล่นและกราฟิก โดยประเด็นวิจารณ์หลักคือ "เกมเปลี่ยนแปลงจากภาคก่อนค่อนข้างน้อย" แม้มีข้อสังเกตดังกล่าว เกมทั้งสองภาคยังประสบความสำเร็จทางการค้า มียอดขายรวมกว่า 16.22 ล้านชุด กลายเป็นเกมที่ขายดีที่สุดบนเครื่องเกมบอยอัดวานซ์ แต่ยังทำยอดขายน้อยกว่าภาคก่อน ได้แก่ เรด และ บลู ที่ทำได้เกือบ 31 ล้านชุดทั่วโลก และภาคโกลด์ และ ซิลเวอร์ ที่ขายได้กว่า 23.10 ล้านชุด

ระบบเกม

[แก้]

กลไกพื้นฐานของภาครูบี และ แซฟไฟร์ ยังคงคล้ายกับภาคก่อน เกมนำเสนอในมุมมองบุคคลที่สามจากด้านบน และแบ่งเป็นหน้าจอหลัก 3 ส่วน ได้แก่ แผนที่หลักสำหรับเดินทาง หน้าจอต่อสู้กับโปเกมอน และเมนูจัดการทีมโปเกมอน ไอเทม และการตั้งค่า ผู้เล่นเริ่มด้วยโปเกมอนเพียงหนึ่งตัว และจับโปเกมอนตัวอื่นได้โดยใช้โปเกบอล รวมถึงสามารถใช้โปเกมอนของตนต่อสู้กับโปเกมอนตัวอื่นได้ เมื่อพบโปเกมอนป่าหรือถูกเทรนเนอร์ท้าสู้ เกมจะเปลี่ยนเข้าสู่การต่อสู้แบบผลัดกันเล่น[4] ผู้เล่นเลือกคำสั่งได้ 4 แบบ ได้แก่ ใช้ท่าโจมตี ใช้ไอเทม สลับโปเกมอน และหนี ยกเว้นการต่อสู้กับเทรนเนอร์จะไม่สามารถหนีได้ โปเกมอนแต่ละตัวมีค่าพลังชีวิต เมื่อพลังชีวิตเหลือศูนย์จะถือว่า "หมดสติ" และต้องฟื้นฟูก่อนกลับมาต่อสู้ เมื่อชนะศัตรูจะได้รับค่าค่าประสบการณ์ และเลเวลอัปเมื่อสะสมครบตามกำหนด โปเกมอนส่วนใหญ่จะวิวัฒนาการเมื่อถึงระดับที่กำหนด[5]

นอกจากการต่อสู้แล้ว การจับโปเกมอนคือองค์ประกอบสำคัญของเกมโปเกมอน ระหว่างการต่อสู้กับโปเกมอนป่า ผู้เล่นสามารถใช้โปเกบอลเพื่อพยายามจับได้ หากจับสำเร็จ โปเกมอนจะถูกเพิ่มเข้าทีมทันที หรือถูกส่งไปยังกล่องเก็บโปเกมอนเมื่อมีครบ 6 ตัวแล้ว[6] โอกาสในการจับขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ค่าพลังชีวิตของโปเกมอนที่ยิ่งเหลือน้อยยิ่งจับง่าย สถานะผิดปกติอย่างหลับหรืออัมพาต และความสามารถของโปเกบอลที่ใช้ เช่น เกรตบอลหรืออัลตราบอล ซึ่งมีอัตราการจับสูงกว่าแบบปกติ[7] ส่วนโปเกมอนที่เป็นของเทรนเนอร์คนอื่นจะไม่สามารถจับได้ทุกกรณี

คุณสมบัติใหม่

[แก้]

การเปลี่ยนแปลงสำคัญที่สุดในระบบการต่อสู้ของโปเกมอน รูบี และ แซฟไฟร์ คือการเพิ่มการต่อสู้แบบคู่ ที่ให้ทั้งสองฝ่ายส่งโปเกมอนออกมาพร้อมกันฝั่งละสองตัว ทำให้มีท่าโจมตีบางชนิดส่งผลต่อโปเกมอนได้หลายตัวในครั้งเดียว[8] นอกจากนี้ยังมี การต่อสู้แบบทีม ซึ่งคล้ายระบบคู่ แต่แต่ละฝ่ายมีเทรนเนอร์ 2 คน ควบคุมโปเกมอนคนละหนึ่งตัว ภาคนี้ยังเพิ่มระบบใหม่อีกสองอย่าง ได้แก่ ความสามารถพิเศษ คุณสมบัติเฉพาะของแต่ละสายพันธุ์ เช่น ต้านทานท่าบางประเภท หรือเพิ่มพลังของท่าบางชนิด และนิสัยที่ส่งผลต่อค่าพลังของโปเกมอน เช่น เพิ่มพลังโจมตีแต่ลดความเร็ว[9] นอกจากนี้ยังมีค่าพลังใหม่ชื่อ คอนดิชัน ใช้สำหรับการประกวดโปเกมอน โดยโปเกมอนและท่าต่าง ๆ มีค่าคอนดิชันของตนเอง และผู้เล่นสามารถเพิ่มค่าได้ด้วยโปเกบล็อกจากผลไม้เบอร์รี[10] อีกคุณสมบัติหนึ่งที่เพิ่มเข้ามาคือ ฐานลับ ผู้เล่นสามารถเปิดพื้นที่ลับและตกแต่งได้ตามต้องการ หากเชื่อมต่อกับผู้เล่นคนอื่นก็จะสามารถต่อสู้กับเทรนเนอร์ตัวแทนของฝ่ายนั้นภายในฐานลับได้

เช่นเดียวกับ โปเกมอน โกลด์ ซิลเวอร์ และ คริสตัล ภาครูบี และ แซฟไฟร์ ใช้ระบบจับเวลาจริง ซึ่งส่งผลต่อเหตุการณ์ภายในเกม เช่น การขึ้น-ลงของระดับน้ำทะเล และการเติบโตของต้นเบอร์รี อย่างไรก็ตาม ภาคนี้ตัดระบบกลางวัน–กลางคืนออกไป ด้วยความแตกต่างด้านเทคโนโลยีระหว่างสายเชื่อมต่อของเกมบอยรุ่นเดิมกับเกมบอยอัดวานซ์ ทำให้ภาครูบีและแซฟไฟร์ไม่สามารถเชื่อมต่อ ต่อสู้ หรือแลกโปเกมอนกับภาคก่อนหน้าได้[11]

การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่น

[แก้]
บัตรอีออนทิกเก็ตสามารถสแกนผ่านเครื่องอีรีดเดอร์ เพื่อให้ผู้เล่นไปจับลาทิออสหรือลาทิอัสได้ ขึ้นอยู่กับว่าเล่นเกมภาคใด

รูบี และ แซฟไฟร์ รองรับการใช้งานอีรีดเดอร์ในระดับจำกัด โดยนินเทนโดได้ออกการ์ดพิเศษชื่อแบตเทิลอีการ์ด ซึ่งเมื่อสแกนแล้วจะปลดล็อกการต่อสู้กับเทรนเนอร์พิเศษที่มีโปเกมอนซ่อนอยู่ให้พบในเกม[12] ยังมีการ์ดอีกชนิดคือ อีออนทิกเก็ต ที่รับได้ผ่านฟังก์ชันมิสเตอรีกิฟต์ หลังนำไปใช้ ผู้เล่นสามารถเดินทางไปยังสถานที่ลับชื่อ Southern Island ซึ่งจะได้พบและต่อสู้กับลาทิออสหรือลาทิอาส ตามเวอร์ชันของเกมที่เล่น[13]

รูบี และ แซฟไฟร์ สามารถเชื่อมต่อกับเกมบนเครื่องนินเท็นโด เกมคิวบ์ ได้แก่ โปเกมอน โคลอสเซียม โปเกมอน เอกซ์ดี: เกลออฟดาร์กเนส โปเกมอน บ็อกซ์: รูบี และ แซฟไฟร์ ในสองเกมแรก ผู้เล่นสามารถแลกเปลี่ยนโปเกมอนระหว่างภาคโคลอสเซียม และ เอกซ์ดี กับภาครูบี และ แซฟไฟร์ ได้เมื่อเล่นถึงจุดที่กำหนด[14] ผู้ที่สั่งจองเกมโคลอสเซียมล่วงหน้าจะได้รับจีราชี พร้อมชมตัวอย่างภาพยนตร์โปเกมอน เดอะมูฟวี่ ตอน คำอธิษฐานแห่งดวงดาว ส่วนโปเกมอน บ็อกซ์ ใช้จัดเก็บและจัดการโปเกมอนบนเครื่องเกมคิวบ์เพื่อประหยัดพื้นที่ในเกมหลัก[15] นอกจากนี้ ในเวอร์ชันยุโรปของเกมโปเกมอน แชนแนล ผู้เล่นยังสามารถรับจีราชีได้ในบางช่วงของเกม และโอนมายังภาครูบี และ แซฟไฟร์ ได้เช่นกัน

โครงเรื่อง

[แก้]

ฉาก

[แก้]
เกาะคีวชู ประเทศญี่ปุ่น

เหตุการณ์ในโปเกมอน รูบี และ แซฟไฟร์ ดำเนินในภูมิภาคโฮเอ็น ซึ่งตั้งอยู่ไกลจากคันโตและโจโตะในภาคก่อน ภูมิภาคนี้ออกแบบโดยอ้างอิงเกาะคีวชูของประเทศญี่ปุ่น แต่ถูกหมุนทิศประมาณ 90 องศาเพื่อให้เกิด "สมดุลในการเล่น" ตามแนวคิดของจุนอิจิ มาซูดะ[16] โฮเอ็นมีลักษณะคล้ายคีวชู คือประกอบด้วยเกาะจำนวนมาก และมีพื้นที่ทางทะเลกว้างขวาง บางส่วนผู้เล่นสามารถดำน้ำลงไปสำรวจพื้นที่ลับใต้ทะเลได้

เนื้อเรื่อง

[แก้]

เช่นเดียวกับเกมโปเกมอนภาคอื่น ๆ โปเกมอน รูบี และ แซฟไฟร์ มีรูปแบบการเล่นแบบเส้นตรง โดยเหตุการณ์หลักดำเนินตามลำดับที่กำหนด[17] ตัวละครหลักคือ ยูกิหรือเบรนแดน และฮารุกะหรือเมย์ ซึ่งเพิ่งย้ายมาอยู่ที่เมืองมิชิโระ ตอนเริ่มเกม ผู้เล่นต้องเลือกโปเกมอนเริ่มต้นหนึ่งในสามตัว — คิโมริ อาจาโม หรือมิสุโกโร — เพื่อช่วยศาสตราจารย์โอดามากิ หรือศาสตราจารย์เบิร์ช จากการถูกโปจิเอนาโจมตี เมื่อช่วยได้สำเร็จ ผู้เล่นจะได้รับโปเกมอนตัวนั้นเป็นโปเกมอนเริ่มต้น ระหว่างการเดินทาง ผู้เล่นจะพบกับยูกิหรือฮารุกะ ซึ่งเป็นลูกของศาสตราจารย์โอดามากิ ทำหน้าที่เป็น "คู่แข่ง" ที่จะมาท้าสู้เป็นช่วง ๆ[18] เป้าหมายหลักของเกมมีสองอย่างคือ เอาชนะหัวหน้ายิมทั้งแปดเพื่อไปสู่สี่จตุรเทพและแชมเปียนแห่งลีกโฮเอ็น และเก็บข้อมูลโปเกมอนให้ครบโปเกเดกซ์ โดยจับ วิวัฒนาการ และแลกเปลี่ยนให้ครบ 202 ชนิดในภาครูบีและแซฟไฟร์ หากต้องการครบทั้ง 386 ชนิด ต้องแลกจากภาคโปเกมอน ไฟร์เรด และ ลีฟกรีน หรือเกมคิวบ์อย่างโปเกมอน เอกซ์ดี: เกลออฟดาร์กเนส และโปเกมอน โคลอสเซียม[19]

นอกจากภารกิจหลักแล้ว ยังมีภารกิจย่อยที่ให้ผู้เล่นช่วยเหลือ NPC ด้วยการหาของหรือทำตามคำขอ เนื้อเรื่องย่อยที่สำคัญที่สุดคือการเผชิญหน้ากับองค์กรอาชญากรรม แก๊งแม็กมาและแก๊งอควา ในภาครูบี ตัวร้ายคือแก๊งแม็กมา ซึ่งต้องการใช้โปเกมอนในตำนาน กราดอน เพื่อทำให้มหาสมุทรแห้งและเพิ่มพื้นที่แผ่นดิน ในภาคแซฟไฟร์ ตัวร้ายคือแก๊งอควา ซึ่งต้องการใช้โปเกมอนในตำนาน ไคโอกา เพื่อให้น้ำท่วมแผ่นดินและเพิ่มพื้นที่ทะเล[20] ก่อนสู้กับยิมลีดเดอร์คนที่แปด ผู้เล่นจะต้องปะทะกับหัวหน้าทั้งสองทีม ซึ่งพยายามปลุกโปเกมอนในตำนานด้วยอัญมณีลึกลับ แต่กลับทำให้มัน คลั่ง และเปลี่ยนสภาพอากาศทั้งภูมิภาค แห้งแล้งในภาครูบี และฝนตกหนักในภาคแซฟไฟร์ จนผู้เล่นต้องหยุดยั้งโดยการจับหรือเอาชนะ[21] อีกหนึ่งตัวละครสำคัญคือ เซนริ หรือนอร์แมน พ่อของตัวละครหลัก และเป็นหนึ่งในยิมลีดเดอร์ ภาคนี้ยังแนะนำ มิตสึรุ หรือวอลลี เด็กชายสุขภาพอ่อนแอที่ผู้เล่นช่วยจับโปเกมอนตัวแรกให้ ระหว่างเกมเขาจะค่อย ๆ แข็งแรงขึ้นและพัฒนาฝีมือ จนกลายเป็นเทรนเนอร์คนสุดท้ายที่ผู้เล่นต้องสู้ก่อนเข้าสู่การประลองกับสี่จตุรเทพ

การพัฒนา

[แก้]
จุนอิจิ มาซูดะ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนา

โปเกมอน รูบี และ แซฟไฟร์ พัฒนาโดยเกมฟรีกและนินเท็นโด ภายใต้การกำกับของจุนอิจิ มาซูดะ งานออกแบบศิลปะยังคงนำโดยเค็ง ซูงิโมริ แต่ภาคนี้เป็นครั้งแรกที่เขาไม่ได้วาดภาพทั้งหมดด้วยตนเอง[22] เมื่อถูกถามถึงแนวคิดการออกแบบโปเกมอนรุ่นใหม่ ซูงิโมริอธิบายว่า ทีมงานได้แรงบันดาลใจจากประสบการณ์วัยเด็ก โดยเฉพาะธรรมชาติ สัตว์ และสื่อต่าง ๆ ซึ่งการสังเกตแมลงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการออกแบบโปเกมอน "เรามักเริ่มจากการเลือกแมลงชนิดหนึ่ง แล้วเติมองค์ประกอบให้ดูเป็นโปเกมอนมากขึ้น เช่น เพิ่มส่วนแข็งหรือโลหะ เพื่อให้เข้ากับโปเกมอนประเภทเหล็ก" เขากล่าวถึงกระบวนการสร้างสรรค์[23]

ด้วยศักยภาพกราฟิกของเกมบอยอัดวานซ์ รองรับกราฟิกที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม รูบี และ แซฟไฟร์ จึงเป็นภาคแรกที่รองรับการเชื่อมต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลพร้อมกันได้ถึง 4 คน จากเดิมเพียง 2 คน อย่างไรก็ตาม ทีมพัฒนาเลือกใช้เอนจินกราฟิกแบบพื้นฐานเพื่อให้เกมเล่นง่ายและไม่ซับซ้อน เป้าหมายคือให้ผู้เล่นทุกวัยเข้าถึงได้ จึงออกแบบให้เด็กเล่นได้สะดวก พร้อมเพิ่มคุณสมบัติใหม่เพื่อดึงดูดผู้เล่นรุ่นเก่ากลับมา[23]

มาซูดะระบุว่าหลักคิดสำคัญของเกมโปเกมอนทุกภาคคือการสื่อสารระหว่างผู้เล่น ซึ่งสะท้อนผ่านระบบแลกเปลี่ยนโปเกมอนและการต่อสู้กันเอง เมื่อมีการถามถึงแนวคิดของระบบใหม่อย่างการต่อสู้แบบคู่ ทีมพัฒนาอธิบายว่า แกนหลักของเกมยังคงเป็นการต่อสู้แบบตัวต่อตัว ระบบคู่ถูกเพิ่มเข้ามาเพื่อสร้างความท้าทายใหม่เท่านั้น ทั้งยังเสริมว่าหากผู้เล่นตอบรับดี ระบบนี้อาจถูกใช้มากขึ้นในภาคถัดไป[23]

โปเกมอน รูบี และ แซฟไฟร์ เป็นภาคแรกที่ไม่ได้รวมโปเกมอนจากทุกเจเนอเรชันก่อนหน้าเข้าไว้ทั้งหมด เค็ง ซูงิโมริอธิบายว่า ทีมพัฒนาเลือกใช้โปเกมอนรุ่นใหม่ทั้งหมด ร่วมกับบางส่วนจากรุ่นก่อน เพื่อรักษาสมดุลระหว่างความสดใหม่และความคุ้นเคย เมื่อถูกถามถึงคุณสมบัติที่ไม่สามารถใส่ได้เพราะข้อจำกัดด้านเทคนิค จุนอิจิ มาสึดะเผยว่า เขาเคยตั้งใจให้โปเกมอนแต่ละตัวมีเสียงร้องหลายแบบตามอารมณ์ แต่ต้องตัดออกเนื่องจากข้อจำกัดของเครื่องเกมบอยอัดวานซ์[23]

เสียง

[แก้]
ซาวด์แทร็กประกอบเกมโปเกมอน รูบี และ แซฟไฟร์
สตูดิโออัลบั้มโดย
จุนอิจิ มาซูดะ, โก อิชิโนเสะ และ โมริคาซุ อาโอกิ
วางตลาด26 เมษายน 2003
แนวเพลงดนตรีในวิดีโอเกม, ซาวด์แทร็ก, เสียง
ค่ายเพลงมีเดียแฟกทอรี
โปรดิวเซอร์ไม่ทราบ

เสียงในภาครูบี และ แซฟไฟร์ ประกอบด้วยดนตรีและเอฟเฟกต์เสียงเท่านั้น บทสนทนาทั้งหมดแสดงด้วยตัวอักษร ไม่มีเสียงพากย์ ดนตรีแต่งโดย จุนอิจิ มาซูดะ โก อิชิโนเสะ และโมริคาซุ อาโอกิ โดยเป็นดนตรีบรรเลงทั้งหมด ยกเว้นสองเพลงที่มีเสียงร้องคือ "ทริกมาสเตอร์" และ "สเลตพอร์ตซิตี" อัลบั้มเพลงประกอบวางจำหน่ายในญี่ปุ่นเมื่อ 26 เมษายน ค.ศ. 2003 ภายใต้สังกัดมีเดียแฟกทอรี และติดอันดับที่ 297 บนชาร์ตออริคอนหนึ่งสัปดาห์[24] มาซูดะแต่งเพลงฉากต่อสู้ อิชิโนเสะแต่งเพลงประจำเมือง เส้นทาง เสียงระบบ และเสียงตอน "พบโปเกมอน" ส่วนอาโอกิรับผิดชอบเพลงที่เหลือทั้งหมด

ดนตรีภาคนี้โดดเด่นด้วยการใช้เสียงทรัมเป็ตเป็นหลัก[25] และเสริมด้วยเครื่องดนตรีอย่างเฟรนช์ฮอร์น วงเครื่องสาย และเปียโนอย่างชัดเจน

การจำหน่าย

[แก้]

โปเกมอน รูบี และ แซฟไฟร์ วางจำหน่ายในญี่ปุ่นในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2002[26] ตามด้วยอเมริกาเหนือวันที่ 19 มีนาคม 2003[27] ออสเตรเลียวันที่ 3 เมษายน 2003[28][26] และยุโรปวันที่ 25 กรกฎาคม 2003[26] แม้นินเท็นโดจะไม่ได้ส่งเสริมเกมในงานอี3 2002[29][30] แต่ได้จัดแคมเปญโฆษณาในสหรัฐอเมริกา มูลค่าราว 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 2003[31] ก่อนหน้านั้นในเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม 2002 เกมได้รับการส่งเสริมผ่านงานโปเกมอนเฟสตา 2002 ทัวร์ทั่วญี่ปุ่น พร้อมของรางวัลพิเศษสำหรับผู้ที่สั่งจองล่วงหน้า[32] นินเท็นโดยังจัดประกวดให้แฟน ๆ ส่งวิดีโอร้องเพลงธีมโปเกมอนแบบแต่งเนื้อเอง โดยรางวัลใหญ่คือรถพีที ครูสเซอร์ลายลูเกีย[33][34] ในปีเดียวกัน มีการจัดกิจกรรมอีออนทิกเก็ตซัมเมอร์ทัวร์ ที่ร้านทอยส์ "อาร์" อัส 125 สาขาทั่วสหรัฐอเมริกา ระหว่าง 19 กรกฎาคม – 1 กันยายน ซึ่งผู้เล่นสามารถรับการ์ดอีออนทิกเก็ตอีการ์ดได้ในร้าน[13][35] นินเท็นโดยังออกโฆษณาโทรทัศน์สองชุดชื่อ "Faces" แสดงภาพโปเกมอนคู่กับคนที่มีหน้าคล้าย และ "Names" เป็นคลิปคนตะโกนชื่อโปเกมอน เพื่อเน้นว่าเกมมีโปเกมอนใหม่กว่า 100 ชนิด[31] รวมถึงร่วมมือกับแบรนด์เครื่องดื่ม วิมโต เพื่อส่งเสริมเกมในสหราชอาณาจักรอีกด้วย[36]

โปเกมอน เอเมอรัลด์

[แก้]

โปเกมอน เอเมอรัลด์[c] เป็นภาคที่สามต่อจากโปเกมอน รูบี และ แซฟไฟร์ พัฒนาโดยเกมฟรีก และจัดจำหน่ายโดยบริษัทโปเกมอนร่วมกับนินเท็นโด สำหรับเครื่องเกมบอยอัดวานซ์ วางจำหน่ายครั้งแรกในญี่ปุ่นปี 2004 และในระดับนานาชาติปี 2005[37] ตัวเกมได้รับเสียงวิจารณ์เชิงบวกโดยทั่วไป[38] และมียอดขายรวมถึงสิ้นปีงบประมาณ 2007 อยู่ที่ประมาณ 6.32 ล้านชุด[39]

การตอบรับ

[แก้]

คำวิจารณ์

[แก้]
การตอบรับ
คะแนนรวม
ผู้รวมคะแนน
เกมแรงกิงส์84% (55 reviews)[40][41]
เมทาคริติก82% (33 reviews)[42][43]
คะแนนปฏิทรรศน์
สิ่งพิมพ์เผยแพร่คะแนน
1อัป.คอมB−[44]
คอมพิวเตอร์แอนด์วิดีโอเกมส์9/10[45]
ยูโรเกมเมอร์7/10[46]
แฟมิซือ34/40[47]
เกมสปอต8.1/10 (รูบี)[48]
เกมโซน9.5/10 (รูบี)[49]
ไอจีเอ็น9.5/10 (รูบี)[50]

เกมได้รับเสียงวิจารณ์เชิงบวกเป็นส่วนใหญ่ ไอจีเอ็นให้คะแนน 9.5/10 พร้อมรางวัลเอดิเดอส์ชอยส์อะวอร์ด และในปี 2007 จัดให้เป็นหนึ่งใน 10 เกมที่ดีที่สุดบนเกมบอยอัดวานซ์[51] เกมโซนให้คะแนน 9.5/10 และมอบรางวัลเกมโดดเด่น[49] เกมโปร ให้เต็ม 5 ดาว และเลือกเป็นเอดิเดอส์ชอยส์[52] คอมพิวเตอร์แอนด์วิดีโอเกม.คอม ให้ 9/10 เกมสปอตให้ 8.1/10[45] และเลือกเป็นเกมยอดเยี่ยมประจำเดือนมีนาคม 2003 บนเกมบอยอัดวานซ์[53] อย่างไรก็ตาม บางสื่อให้คะแนนต่ำกว่า เช่น ยูโรเกมเมอร์ ให้ 7/10 และวันอัป.คอม ให้เกรด B− สะท้อนว่าความเห็นต่อเกมยังคงหลากหลาย[44][46]

นักวิจารณ์มีความเห็นต่างเกี่ยวกับระบบการเล่นและกราฟิก ไอจีเอ็นชื่นชม "การออกแบบที่ลึกซึ้ง" และมองว่าการเพิ่มการต่อสู้แบบคู่ช่วยเพิ่มมิติด้านกลยุทธ์ เกมโปรเห็นว่าระบบนี้ "เพิ่มความท้าทาย" และทำให้การต่อสู้ยาก ๆ "มีชั้นเชิงมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เกมควรเป็น"[52] คอมพิวเตอร์แอนด์วิดีโอเกม.คอม ระบุว่าระบบการเล่น "น่าติดตามและเล่นเพลินอย่างมาก"[45] เกมโซนเห็นว่าระบบเกมได้รับการปรับปรุงให้ "ลื่นไหลและท้าทายกว่าเดิม"[49] ในทางกลับกัน เกมสปอตวิจารณ์ว่าเกม "ง่ายเกินไปตั้งแต่ต้นจนจบ" และ "ไม่ท้าทายมากนัก"[48] ยูโรเกมเมอร์เห็นว่าระบบการเล่น "น่าเบื่อเร็ว"[46] ส่วนวันอัป.คอม มองว่าเกม "เดินตามสูตรเดิม" และระบบการต่อสู้แบบคู่ถูก "ใช้น้อยเกินไป"[44]

คอมพิวเตอร์แอนด์วิดีโอเกม.คอม ชื่นชมกราฟิกของเกมว่า "สวยงามน่าทึ่ง"[45] แต่สื่ออื่นให้ความเห็นแตกต่างกัน เกมโปรมองว่ากราฟิก "แค่ดูดีขึ้นเล็กน้อย" จากเกมบนเกมบอยคัลเลอร์[52] เกมโซนระบุว่าเกม "ยังใช้แอนิเมชันและดีไซน์ตัวละครแบบพื้นฐานเหมือนยุคเกมบอยรุ่นแรก"[49] ไอจีเอ็นและวันอัป.คอมเห็นว่ากราฟิก "อัปเกรดเพียงเล็กน้อย"[44][54] ยูโรเกมเมอร์ระบุว่ากราฟิก "อยู่ในระดับพอใช้"[46] ด้านเสียง เพลงและเอฟเฟกต์ได้รับคำชมโดยรวม เกมโซน และ เกมสปอต เห็นว่าเพลงประกอบ "ติดหู"เกมโซน ให้คะแนนเสียง 8/10 พร้อมกล่าวว่า "บางช่วงอาจน่ารำคาญ แต่โดยรวมดีมาก ถึงขั้นทำให้เผลอฮัมตาม แม้ไม่ได้เล่นเกม" ข้อวิจารณ์เพิ่มเติม ได้แก่ การตัดระบบกลางวัน–กลางคืนออก และไม่สามารถนำโปเกมอนจากภาคก่อนมาใช้ได้[54]

ยอดขาย

[แก้]

โปเกมอน รูบี และ แซฟไฟร์ เป็นเกมที่ถูกคาดหวังอย่างมากก่อนวางจำหน่าย[55][56] ในประเทศญี่ปุ่น เกมทั้งสองขายได้ 1.25 ล้านชุดภายใน 4 วันแรก และกลายเป็นเกมที่ขายดีที่สุดในช่วงเทศกาลปลายปี 2002[57] ภายใน 6 สัปดาห์ ยอดขายรวมเพิ่มเป็นราว 4.4 ล้านชุด[58] อีกทั้งยังเป็นเกมแรกที่ทำยอดขายเกิน 2 ล้านชุดในญี่ปุ่น นับตั้งแต่ไฟนอลแฟนตาซี X (2001) และเป็นเกมพกพาเกมแรกที่ทำได้ตั้งแต่ ยูกิโอ! ดูลมอนสเตอส์ 4 (2000)[59][d]

ในอเมริกาเหนือ โปเกมอน รูบี และ แซฟไฟร์ มียอดขายกว่า 2.2 ล้านชุดภายในเดือนเมษายน 2003 เพียงไม่ถึงหนึ่งเดือนหลังวางจำหน่าย[58] ในสหรัฐอเมริกา เกมทั้งสองติดอันดับ เกมขายดีอันดับ 2 และ 3 ของปี 2003 ตามลำดับ[60][61][62] และยังประสบความสำเร็จอย่างมากในยุโรปด้วย[63] โดยก่อนเกมวางจำหน่าย ร้านค้าหลายแห่งนำตลับจากสหรัฐเข้ามาจำหน่ายล่วงหน้าเพราะความต้องการสูง[64][65] เมื่อวางขายอย่างเป็นทางการ เกมทำยอดได้กว่า 500,000 ชุดในสุดสัปดาห์แรก และเพิ่มเป็น 1.5 ล้านชุดภายใน 8 สัปดาห์[66][67] กลายเป็นเกมขายดีอันดับสองของฤดูกาลปลายปี 2002[68] ในงาน อี3 2003 ซาโตรุ อิวาตะ ยังยกเกมนี้เป็นตัวอย่างของ "ความสำเร็จอันโดดเด่นของเครื่องเกมบอยอัดวานซ์" ในขณะนั้น[69]

ยอดขายรวมของ โปเกมอน รูบี และ แซฟไฟร์ ทั่วโลกอยู่ที่ราว 16.22 ล้านชุด (ข้อมูลปี 2023) ทำให้เป็นเกมที่ขายดีที่สุดบนเครื่องเกมบอยอัดวานซ์[70][71] อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ระบุว่าในช่วงนั้น เด็กจำนวนมากหันไปสนใจแฟรนไชส์ เกมกลคนอัจฉริยะ ส่งผลให้ความนิยมของโปเกมอนลดลงก่อนเกมจะวางจำหน่ายในอเมริกา[72][73][74][75][76] ยอดขายของสองภาคนี้จึงต่ำกว่าภาคก่อนอย่างเห็นได้ชัด โดยโปเกมอน เรด และ บลู มียอดขายเกือบ 31 ล้านชุดทั่วโลก[77] และโกลด์ และ ซิลเวอร์ มากกว่า 23 ล้านชุด[78][79]

รางวัล

[แก้]
ปีรางวัลสาขาผลรางวัล
2003 โกลเดนจอยสติกอะวอดส์ เกมแฮนด์เฮลด์แห่งปี เสนอชื่อเข้าชิง
2004 อินเตอร์แอ็กทีฟอะชีฟเมนต์อะวอดส์ เกมแฮนด์เฮลด์แห่งปี เสนอชื่อเข้าชิง
บริติชอะคาเดมีเกมส์อะวอดส์ เกมสำหรับเด็ก เสนอชื่อเข้าชิง
เกมสำหรับเกมบอยอัดวานซ์ เสนอชื่อเข้าชิง

สิ่งสืบทอด

[แก้]

โปเกมอน โอเมการูบี[e] และ โปเกมอน อัลฟาแซฟไฟร์[f] เป็นเกมรีเมกฉบับปรับปรุงของโปเกมอน รูบี และ แซฟไฟร์ พัฒนาโดยเกมฟรีก และจัดจำหน่ายโดยนินเท็นโด สำหรับเครื่องนินเท็นโด 3ดีเอส เกมทั้งสองวางจำหน่ายทั่วโลกเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2014 ครบรอบ 12 ปีของภาคต้นฉบับ ส่วนเวอร์ชันยุโรปออกวางจำหน่ายในสัปดาห์ถัดมา[80][81]

เกมที่เกี่ยวข้อง

[แก้]

โปเกมอนบ็อกซ์: รูบี และ แซฟไฟร์

[แก้]

โปเกมอนบ็อกซ์: รูบี และ แซฟไฟร์[g] หรือเรียกสั้น ๆ ว่า โปเกมอนบ็อกซ์[h] เป็นเกมภาคเสริมบนเครื่องเกมคิวบ์ มาพร้อมสายเชื่อมต่อ เกมคิวบ์ – เกมบอยอัดวานซ์ลิงก์เคเบิล และเมมโมรีการ์ด 59[82] เกมออกวางจำหน่ายในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2003 และในอเมริกาเหนือวันที่ 12 กรกฎาคม 2004 โดยจำหน่ายเฉพาะที่โปเกมอนเซ็นเตอร์นครนิวยอร์ก และร้านออนไลน์ของศูนย์เท่านั้น[82] แต่ปัจจุบันไม่มีจำหน่ายแล้ว ในบางประเทศของยุโรป เกมถูกเปลี่ยนชื่อเป็น โปเกมอน เมมโมรีเมจิก เนื่องจากปัญหาการแปลภาษา[83] และผู้เล่นยุโรปสามารถรับเกมได้ผ่านโปรแกรมสะสมแต้มของนินเท็นโดยุโรป หรือจากชุด โปเกมอน โคลอสเซียม เมกาแพ็กเท่านั้น[84]

เกมทำหน้าที่เป็นระบบจัดเก็บข้อมูลสำหรับเกมโปเกมอนบนเครื่องเกมบอยอัดวานซ์ โดยผู้เล่นสามารถโอนและเก็บโปเกมอนจากเกมรูบี แซฟไฟร์ เอเมอรัลด์ ไฟร์เรด และลีฟกรีน ลงในเมมโมรีการ์ดของเกมคิวบ์ ได้[85][86] เมื่อเชื่อมต่อแล้ว ผู้เล่นสามารถจัดการ จัดเรียง หรือผสมพันธุ์โปเกมอนบนเครื่องเกมคิวบ์โดยตรง รวมถึงรับโปเกมอนพิเศษบางชนิดที่มีเฉพาะในเกมนี้ เกมยังรองรับการเล่นภาครูบี และ แซฟไฟร์ บนจอทีวีผ่านสายเชื่อมต่อเกมคิวบ์–เกมบอยอัดวานซ์ พร้อมตัวเลือกเสริม เช่น การบันทึกภาพจับหน้าจอ[87] และโหมด Showcase สำหรับสร้างและจัดแสดงโมเดลโปเกมอน[88]

นินเท็นโดกล่าวถึงเกมว่าเป็น "ซอฟต์แวร์โปเกมอนที่พิเศษที่สุดเท่าที่เคยมีสำหรับแฟนในอเมริกาเหนือ"[89] แต่โดยภาพรวมถูกมองว่า เกมนี้ถูกมองว่า "ไม่จำเป็นนัก" โดยมีคะแนนเฉลี่ยเพียง 50% บนเกมแรงกิงส์จากหนึ่งคำวิจารณ์[90] เครก แฮร์ริส จากไอจีเอ็น ให้คะแนน 5.0/10 พร้อมคำว่า "Meh" เขาชื่นชมอินเทอร์เฟซที่ช่วยให้จัดการโปเกมอนได้สะดวกกว่าเกมบอยอัดวานซ์ และชอบคุณสมบัติอีมูเลเตอร์ที่ทำให้เล่นภาครูบี และ แซฟไฟร์ บนเกมคิวบ์ได้ อีกทั้งมองว่าคุ้มค่าพอสมควรเพราะมีสายเชื่อมต่อและเมมโมรีการ์ดแถมมาให้ อย่างไรก็ตาม เขาวิจารณ์ว่าโหมด Showcase "ไม่จำเป็นและไม่เข้ากับตัวเกมเลย" และโดยรวม "เกมไม่มีอะไรให้ทำมากนัก" สรุปว่าเป็นผลงานที่ "ทำมาเฉพาะสำหรับแฟนโปเกมอนตัวจริง และต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะหลายชิ้นจึงจะใช้งานได้"[88] เว็บไซต์ออลเกม ให้คะแนน 3.5 จาก 5 ดาว[89]

อ้างอิง

[แก้]
  1. Leane, Rob (มิถุนายน 21, 2019). "How Pokemon Ruby and Sapphire Saved Poke-Mania". Den of Geek (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มกราคม 12, 2021. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 7, 2023.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  2. "Pokémon Ruby/Sapphire are still the series' most groundbreaking titles, 20 years on". GAMINGbible (ภาษาอังกฤษ). พฤศจิกายน 7, 2022. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ พฤศจิกายน 2, 2023. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 19, 2023.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  3. Rochlin, Jason (พฤศจิกายน 21, 2022). "Pokemon Ruby and Sapphire Marked Evolutions for the Series that Continue 20 Years Later". Game Rant (ภาษาอังกฤษ). ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ กันยายน 20, 2023. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 19, 2023.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  4. Harris, Craig (มีนาคม 17, 2003). "Pokemon: Ruby Version". IGN. News Corporation. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ สิงหาคม 22, 2011. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 2, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  5. Pokémon Sapphire Version instruction booklet, p. 35
  6. Pokémon Sapphire Version instruction booklet, p. 37
  7. Pokémon Sapphire Version instruction booklet, p. 32
  8. Hollinger, p.3
  9. Hollinger, p.6
  10. Hollinger, p.76
  11. Pokémon Sapphire Version instruction booklet, p. 50.
  12. Harris, Craig (กันยายน 12, 2003). "Pokemon Battle-e Cards". IGN. News Corporation. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ กันยายน 26, 2011. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 3, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  13. 1 2 "The Pokémon Ruby & Sapphire "EON Ticket" Summer Tour is coming to Toys 'R Us!". Pokemon-games.com. Nintendo. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ สิงหาคม 19, 2007. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 18, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  14. "Pokemon Colosseum Linkup Revealed". IGN. News Corporation. ตุลาคม 15, 2003. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 13, 2011. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 17, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  15. Harris, Craig (กรกฎาคม 3, 2004). "Pokemon Box: Ruby & Sapphire". IGN. News Corporation. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ ธันวาคม 5, 2011. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 17, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  16. "Hidden Power of Masuda". Game Freak. กันยายน 9, 2004. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มีนาคม 11, 2012. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 2, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  17. Hollinger, p.12
  18. "Walkthrough: Badge #1". IGN. News Corporation. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ กรกฎาคม 9, 2008. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 2, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  19. "Guides: Pokemon Ruby/Sapphire Guide (GBA) Walkthrough: Pokemon League Championship". IGN. News Corporation. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ สิงหาคม 20, 2011. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 2, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  20. "Walkthrough: Badge #2". IGN. News Corporation. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ กรกฎาคม 6, 2008. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 2, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  21. Hollinger, pp. 61–62
  22. "Pokemon Ruby Version Info". GameFAQs. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ สิงหาคม 5, 2011. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 18, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  23. 1 2 3 4 Masuda, Junichi; Morimoto, Shigeki; Sugimori, Ken (พฤษภาคม 30, 2003). "Nintendo Interviews: Game Freak on Pokemon!". Computer and Video Games (สัมภาษณ์). สัมภาษณ์โดย Stuart Bishop. Future plc. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ กุมภาพันธ์ 11, 2007. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 18, 2008.{{cite interview}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  24. "Pokemon Ruby & Sapphire Super Complete Music" (ภาษาญี่ปุ่น). Oricon. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ ตุลาคม 18, 2012. สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 26, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  25. "The Internet Reacts To The New Pokémon Remakes". Kotaku. พฤษภาคม 8, 2014. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ มิถุนายน 1, 2016. สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 9, 2016.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  26. 1 2 3 "Pokemon Ruby Version for Game Boy". GameSpot. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มีนาคม 6, 2007. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 22, 2009.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  27. "Pokémon Ruby Version and Pokémon Sapphire Version". Pokemon.com. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ พฤษภาคม 27, 2018. สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 27, 2018.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  28. Kosmina, Ben. "Pokémon Ruby/Sapphire Australian Release Date". Nintendo World Report. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มกราคม 31, 2021. สืบค้นเมื่อ มกราคม 15, 2003.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  29. "Preview: Pokemon: Ruby and Sapphire Versions". GamePro. IDG Entertainment. กรกฎาคม 15, 2002. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ เมษายน 14, 2009. สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 30, 2008.{{cite magazine}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  30. Villoria, Gerald. "E3 2002: Pokemon GBA details confirmed". GameSpot. Red Ventures. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มกราคม 29, 2021. สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 6, 2002.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  31. 1 2 Elkin, Tobi (มีนาคม 2003). "Pokemon grows up with its demographic; Nintendo puts $7 mil behind latest versions". Advertising Age, Bnet. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ มกราคม 12, 2009. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 17, 2008.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  32. Lake, Max (มิถุนายน 25, 2002). "It's Pokemon Festa 2002!". Nintendo World Report. NINWR, LLC. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ สิงหาคม 1, 2021. สืบค้นเมื่อ เมษายน 4, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  33. Harris, Craig (มีนาคม 12, 2003). "Pokemon Hit the Road". IGN. News Corporation. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ มกราคม 17, 2008. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 18, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  34. Harris, Craig (กุมภาพันธ์ 11, 2003). "Pokemon Pre-Sell Goodies". IGN. News Corporation. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ สิงหาคม 8, 2011. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 18, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  35. Harris, Craig (สิงหาคม 29, 2003). "Nintendo Celebrates Pokemoniversary". IGN. News Corporation. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 13, 2011. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 18, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  36. "Nintendo teams up with Vimto for new Pokemon games". Brand Republic. Haymarket Group. มิถุนายน 24, 2003. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ เมษายน 16, 2009. สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 2, 2008.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  37. "Pokemon Emerald Info". GameFAQs. CBS Interactive. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ สิงหาคม 9, 2011. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 2, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  38. "Pokemon Emerald Version". Metacritic. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มกราคม 6, 2021. สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 2, 2013.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  39. "Million-Seller Titles of NINTENDO Products" (PDF). Nintendo Co. Ltd. ข้อมูลเก่า (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ กันยายน 27, 2007. สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 2, 2013.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  40. "Pokemon Ruby Version Reviews". GameRankings. CBS Interactive. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ สิงหาคม 6, 2013. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 2, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  41. "Pokemon Sapphire Version Reviews". GameRankings. CBS Interactive. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ พฤษภาคม 13, 2013. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 2, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  42. "Pokemon Sapphire Reviews". Metacritic. CBS Interactive. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ พฤษภาคม 4, 2008. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 17, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  43. "Pokemon Ruby Reviews". Metacritic. CBS Interactive. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ พฤษภาคม 4, 2008. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 17, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  44. 1 2 3 4 "Pokemon Ruby and Sapphire Review". 1UP.com. Ziff Davis Media. มกราคม 1, 2000. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ มิถุนายน 29, 2011. สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 26, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  45. 1 2 3 4 Sutton, Maura (พฤษภาคม 8, 2003). "Review: Pokémon Ruby & Sapphire". ComputerAndVideoGames.com. Future Publishing. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ เมษายน 16, 2009. สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 13, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  46. 1 2 3 4 Taylor, Martin (กันยายน 8, 2003). "Pokemon Ruby & Sapphire Review". Eurogamer. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ สิงหาคม 4, 2013. สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 13, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  47. ゲームボーイアドバンス - ポケットモンスター ルビー・サファイア. Weekly Famitsu. No. 915 Pt.2. Pg.120. June 30, 2006.
  48. 1 2 Kasavin, Greg (มีนาคม 18, 2003). "Pokemon Ruby Version". GameSpot. CBS Interactive. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ ตุลาคม 8, 2022. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 17, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  49. 1 2 3 4 Bedigian, Louis (มีนาคม 24, 2008). "Pokemon Ruby Review". GameZone. Gamezone Online. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ พฤศจิกายน 4, 2008. สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 13, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  50. "IGN: Pokemon Ruby Version". IGN. News Corporation. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ กรกฎาคม 18, 2013. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 13, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  51. Harris, Craig (มีนาคม 16, 2007). "Top 25 Game Boy Advance Games of All Time". IGN. News Corporation. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ สิงหาคม 27, 2011. สืบค้นเมื่อ มีนาคม 18, 2007.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  52. 1 2 3 "Review: Pokemon: Ruby and Sapphire Versions". GamePro. IDG Entertainment. มีนาคม 17, 2003. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 11, 2008. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 17, 2008.{{cite magazine}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  53. The Editors of GameSpot (เมษายน 5, 2003). "GameSpot's Month in Review: March 2003". GameSpot. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ มกราคม 23, 2005.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  54. 1 2 Harris, Craig (มีนาคม 17, 2003). "IGN: Pokemon Ruby Version Review". IGN. News Corporation. น. 3. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ พฤศจิกายน 16, 2013. สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 26, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  55. "Japan Catches A Light Case of Pokemania". GamePro. IDG Entertainment. ธันวาคม 21, 2002. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ เมษายน 14, 2009. สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 2, 2008.{{cite magazine}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  56. "America Braces for Next Huge Pokemon Wave; Pokemon Ruby, Pokemon Sapphire for Game Boy Advance Give New Game-Play and Learning Experience". AccessMyLibrary (ข่าวประชาสัมพันธ์). Business Wire. มีนาคม 17, 2003. สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 30, 2008.{{cite press release}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) CS1 maint: deprecated archival service (ลิงก์)
  57. "EU Wraps Up Microsoft Inquiry". Wired. Condé Nast Publications. ธันวาคม 19, 2002. สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 30, 2008.{{cite magazine}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) CS1 maint: deprecated archival service (ลิงก์)
  58. 1 2 "Nintendo Makes Money". IGN. News Corporation. เมษายน 4, 2003. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ มิถุนายน 18, 2004. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 17, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  59. "Top 30 Japanese Video Games 12/08/02". GamePro. IDG Entertainment. ธันวาคม 18, 2002. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ เมษายน 14, 2009. สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 30, 2008.{{cite magazine}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  60. Riley, David M. "The NPD Group Reports Annual 2003 U.S. Video Game Industry Driven By Console Software Sales". The NPD Group, Inc. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ กุมภาพันธ์ 9, 2004. สืบค้นเมื่อ มกราคม 24, 2004.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  61. "2003's top video games". AccessMyLibrary. The Charlotte Observer. Knight-Ridder/Tribune. มีนาคม 9, 2004. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ มกราคม 12, 2009. สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 30, 2008.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  62. "Financial Review" (PDF). www.nintendo.co.jp/. มีนาคม 2003. ข้อมูลเก่า (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ พฤศจิกายน 28, 2023. สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 2, 2023.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  63. "FROM THE MIND OF A JAPANESE SCHOOL BOY TO THE BIGGEST GAME FRANCHISE OF ALL TIME!". GamesIndustry.biz (ภาษาอังกฤษ). มีนาคม 27, 2006. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ พฤศจิกายน 2, 2023. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 8, 2023.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  64. "Importers warned over GBA Pokemon titles". The Register. Situation Publishing Ltd. เมษายน 28, 2003. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ ตุลาคม 3, 2012. สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 30, 2008.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  65. Fahey, Rob (กรกฎาคม 29, 2003). "UK Charts: Market boosted massively as Pokemon storms UK retail". GamesIndustry.biz (ภาษาอังกฤษ). ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ พฤศจิกายน 2, 2023. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 8, 2023.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  66. Harris, Craig (ตุลาคม 27, 2003). "Pokemon Super Packs". IGN (ภาษาอังกฤษ). ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ พฤศจิกายน 5, 2021. สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 5, 2021.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  67. Fahey, Rob (กรกฎาคม 31, 2003). "Pokemon sells half a million in Europe". GamesIndustry.biz (ภาษาอังกฤษ). ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ กันยายน 28, 2023. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 8, 2023.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  68. "Game Boy Advance shipments hit 10 million in Europe". GamePro. IDG Entertainment. ธันวาคม 9, 2003. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ เมษายน 14, 2009. สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 30, 2008.{{cite magazine}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  69. Doree, Adam (พฤษภาคม 13, 2003). "E3 2003: Nintendo Conference Report". Kikizo. Superglobal Ltd. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 10, 2021. สืบค้นเมื่อ เมษายน 4, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  70. Harris, Golin (ตุลาคม 15, 2013). "Pokémon X and Pokémon Y Sell More Than 4 Million Units Worldwide in First Two Days". Business Wire. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มกราคม 26, 2019. สืบค้นเมื่อ มกราคม 25, 2019.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  71. Rose, Mike (ตุลาคม 15, 2013). "Pokemon X & Y sell 4M copies in first weekend". Gamasutra. Think Services. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ ตุลาคม 19, 2013. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 16, 2013.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  72. Chronis, George T. (กุมภาพันธ์ 24, 2003). "Pokemon pundits see luster fading: new games seen a solid, no record breakers". AccessMyLibrary. Video Business. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ มกราคม 12, 2009. สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 30, 2008.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  73. Finney, Daniel P. (กรกฎาคม 13, 2003). "Made in Japan, Played in U.S.A.: Yu-Gi-Oh! Is the Latest Big Draw". Washington Post (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). ISSN 0190-8286. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 19, 2023.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  74. "CNN.com - Yu-Gi-Oh: An animation sensation - Jun. 27, 2003". www.cnn.com. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ สิงหาคม 17, 2024. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 19, 2023.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  75. "Yu-Gi-Oh is the next Pokemon for 4Kids Entertainment. - Dec. 4, 2002". money.cnn.com. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ พฤศจิกายน 2, 2023. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 19, 2023.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  76. "Bye-bye Pokemon, Yu-Gi-Oh! is here". Baltimore Sun. กุมภาพันธ์ 23, 2003. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ พฤศจิกายน 2, 2023. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 23, 2023.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  77. Safier, Joshua; Nakaya, Sumie (กุมภาพันธ์ 7, 2000). "Pokemania: Secrets Behind the International Phenomenon" (PDF). Columbia Business School. doi:10.7916/D8V12CPD. hdl:10022/AC:P:28. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 5, 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  78. "Japan Platinum Chart Games". The Magic Box. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ สิงหาคม 1, 2019. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 5, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  79. "US Platinum Chart Games". The Magic Box. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ พฤษภาคม 9, 2008. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 5, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  80. "Pokémon Omega Ruby and Pokémon Alpha Sapphire". Nintendo. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ ธันวาคม 19, 2019. สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 7, 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  81. Watts, Steve (พฤษภาคม 7, 2014). "Pokemon: Omega Ruby and Alpha Sapphire announced". Shacknews LTD. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ พฤษภาคม 11, 2014. สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 7, 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  82. 1 2 Harris, Craig (กรกฎาคม 20, 2004). "IGN: Pokemon Box: Ruby and Sapphire Preview". IGN. News Corporation. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ เมษายน 3, 2012. สืบค้นเมื่อ กันยายน 28, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  83. Tim (กันยายน 28, 2008). "N-Europe: News: Pokémon Name Change". N-Europe. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ กันยายน 25, 2011. สืบค้นเมื่อ กุมภาพันธ์ 15, 2009.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  84. Boyd, Ashley (พฤษภาคม 15, 2004). "N-Europe: News: Pokémon Box Gets Starring Role". N-Europe. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ ตุลาคม 2, 2011. สืบค้นเมื่อ กันยายน 28, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  85. "Pokémon Box E3 2003 Preshow Report". GameSpot (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 29, 2022. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 29, 2022.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  86. "Pokémon Box Ruby and Sapphire Impressions". GameSpot (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 29, 2022. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 29, 2022.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  87. "Pokémon Box Ruby and Sapphire Impressions". GameSpot. CBS Interactive. กรกฎาคม 10, 2003. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ พฤศจิกายน 6, 2012. สืบค้นเมื่อ กันยายน 28, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  88. 1 2 Harris, Craig (กรกฎาคม 23, 2004). "IGN: Pokemon Box: Ruby and Sapphire Review". IGN. News Corporation. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ ธันวาคม 5, 2011. สืบค้นเมื่อ กันยายน 28, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  89. 1 2 Marriott, Scott Alan. "Pokémon Box > Overview". Allgame. Macrovision Corporation. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ มกราคม 2, 2010. สืบค้นเมื่อ กันยายน 28, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  90. "Pokemon Box: Ruby and Sapphire Reviews". GameRankings. CBS Interactive. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ ตุลาคม 11, 2012. สืบค้นเมื่อ กันยายน 28, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]
  1. ポケットモンスター ルビー Poketto Monsutā Rubī, lit. "Pocket Monsters: Ruby"
  2. ポケットモンスター サファイア Poketto Monsutā Safaia, lit. "Pocket Monsters: Sapphire"
  3. ポケットモンスター エメラルド Poketto Monsutā Emerarudo, lit. "Pocket Monsters: Emerald"
  4. หากนับทั้งสองเกมเป็นหนึ่ง
  5. ポケットモンスター オメガルビー Poketto Monsutā Omega Rubī, "Pocket Monsters: Omega Ruby"
  6. ポケットモンスター アルファサファイア Poketto Monsutā Arufa Safaia, "Pocket Monsters: Alpha Sapphire"
  7. ポケモンボックス ルビー&サファイア Pokemon Bokkusu Rubī & Safaia
  8. ポケモンボックス Pokemon Bokkusu
อ้างอิงผิดพลาด: มีป้ายระบุ <ref> สำหรับกลุ่มชื่อ "lower-alpha" แต่ไม่พบป้ายระบุ <references group="lower-alpha"/> ที่สอดคล้องกัน