โปเกมอน โกลด์ และ ซิลเวอร์
| |
|---|---|
| ไฟล์:Pokémon box art - Gold Version.png | |
| นักพัฒนา | เกมฟรีก |
| ผู้จัดจำหน่าย | นินเท็นโด |
| ผู้กำกับ | ซาโตชิ ทาจิริ |
| โปรดิวเซอร์ |
|
| นักออกแบบ |
|
| นักเขียนโปรแกรม | ชิเงะกิ โมริโมโตะ |
| ศิลปิน | เค็ง ซูงิโมริ |
| นักเขียน |
|
| ผู้ประพันธ์เพลง |
|
| ชุดเกม | โปเกมอน |
| แพลตฟอร์ม | |
| วันวางจำหน่าย |
|
| แนวเกม | วิดีโอเกมเล่นตามบทบาท |
| โหมดการเล่น | ผู้เล่นคนเดียว, ผู้เล่นหลายคน |
โปเกมอน โกลด์[a] และโปเกมอน ซิลเวอร์[b] เป็นวิดีโอเกมแนวสวมบทบาท พัฒนาโดยบริษัทเกมฟรีก และจัดจำหน่ายโดยนินเท็นโด สำหรับเครื่องเกมบอยคัลเลอร์ เป็นภาคแรกของซีรีส์โปเกมอนเจเนอเรชันที่สอง วางจำหน่ายครั้งแรกในญี่ปุ่นปี 1999 ก่อนจะออกในออสเตรเลียและอเมริกาเหนือในปี 2000 และยุโรปในปี 2001
เกมทั้งสองแนะนำโปเกมอนสายพันธุ์ใหม่ 100 ชนิด ผู้เล่นจะออกเดินทางเพื่อก้าวขึ้นเป็นสุดยอดเทรนเนอร์โปเกมอนแม้ทั้งสองภาคจะมีเนื้อเรื่องหลักเหมือนกันเกือบทั้งหมด แต่สามารถเล่นแยกกันได้ อย่างไรก็ตาม หากต้องการเติมเต็มโปเกเดกซ์ให้ครบ ผู้เล่นจำเป็นต้องแลกเปลี่ยนโปเกมอน ระหว่างสองภาคนี้ รวมถึงกับภาคก่อนหน้า ภูมิภาคใหม่ที่ปรากฏในเกมคือ โจโตะ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นฉากหลักในเนื้อเรื่องส่วนโจโตะในอนิเมะโปเกมอน นอกจากนี้ยังมีภาคเสริม โปเกมอน คริสตัล ออกตามมาในปี 2001
โปเกมอน โกลด์ และ ซิลเวอร์ ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากจากนักวิจารณ์ทันทีที่วางจำหน่าย หลายสื่อยกให้เป็นหนึ่งในเกมที่ดีที่สุดของซีรีส์[2][3][4][5] และเป็นหนึ่งในเกมที่ทรงอิทธิพลที่สุดของยุคเครื่องเกมรุ่นที่ห้า[6] ทั้งสองภาคสานต่อความสำเร็จของโปเกมอน เรด และ บลู พร้อมผลักดันให้โปเกมอนเติบโตเป็นแฟรนไชส์ระดับพันล้านดอลลาร์ ยอดขายของเกมทั้งสองเกือบเทียบเท่ากับภาคเรด และ บลู โดยภายในปี 2010 มียอดจำหน่ายรวมกว่า 23 ล้านชุด ทำให้เป็นเกมที่ขายดีที่สุดบนเครื่องเกมบอยคัลเลอร์ และเป็นอันดับสามของตระกูลเกมบอยทั้งหมด[7]
ในปี 2009 เพื่อฉลองครบรอบ 10 ปี ได้มีการออกภาครีเมกในชื่อโปเกมอน ฮาร์ตโกลด์ และ โซลซิลเวอร์ สำหรับเครื่องนินเท็นโด ดีเอส
ระบบเกม
[แก้]เช่นเดียวกับภาคก่อนหน้า โปเกมอน โกลด์ และ ซิลเวอร์ ใช้มุมมองแบบบุคคลที่สามจากด้านบน ผู้เล่นควบคุมตัวละครหลักสำรวจโลกแฟนตาซีของโปเกมอนโดยตรง พร้อมโต้ตอบกับวัตถุและผู้คนได้ ระหว่างการเดินทาง ผู้เล่นจะพบพื้นที่หลากหลาย เช่น ทุ่งหญ้า ป่า ถ้ำ และทะเล ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของโปเกมอนสายพันธุ์ต่าง ๆ เมื่อสุ่มพบโปเกมอน เกมจะเปลี่ยนเข้าสู่ฉากต่อสู้แบบเทิร์นเบส โดยโปเกมอนของผู้เล่นจะต่อสู้กับโปเกมอนที่พบ[8]
เป้าหมายหลักของเกมมีสองส่วน คือ ดำเนินตามเนื้อเรื่องเพื่อเอาชนะสี่จตุรเทพและแชมป์เปี้ยน วาตารุ หรือแลนซ์ เพื่อก้าวขึ้นเป็นแชมป์เปี้ยนคนใหม่[9] และเก็บข้อมูลโปเกมอนให้ครบโปเกเดกซ์ ผ่านการจับ วิวัฒนาการ และแลกเปลี่ยนโปเกมอนให้ครบทั้ง 251 ชนิด หัวใจสำคัญของเกมคือการพัฒนาและฝึกฝนโปเกมอนของผู้เล่น ผ่านการต่อสู้กับโปเกมอนตัวอื่น ทั้งในธรรมชาติและจากเทรนเนอร์คนอื่น ระบบนี้อาศัยกลไกการสะสมค่าประสบการณ์ เพื่อเพิ่มเลเวล ส่งผลต่อค่าสถานะการต่อสู้ และปลดล็อกท่าต่อสู้ใหม่ ๆ ให้โปเกมอนเรียนรู้ได้[10]
ระบบใหม่
[แก้]แม้ว่า โปเกมอน โกลด์ และ ซิลเวอร์ จะคงกลไกหลักของการจับ ต่อสู้ และวิวัฒนาการโปเกมอนเหมือนภาคเรด และ บลู แต่ได้เพิ่มคุณสมบัติใหม่หลายอย่างเข้ามา หนึ่งในจุดเด่นคือ ระบบเวลาแบบเรียลไทม์ ซึ่งใช้นาฬิกาภายในเกมเพื่อติดตามเวลาและวันในสัปดาห์ เหตุการณ์บางอย่าง เช่น การปรากฏตัวของโปเกมอนบางชนิด จะขึ้นอยู่กับช่วงเวลาในเกมด้วย[8] เกมนี้ยังเพิ่ม ไอเท็มใหม่ ๆ โดยเฉพาะระบบให้โปเกมอนถือไอเท็ม เพื่อใช้ประโยชน์ระหว่างต่อสู้ หนึ่งในไอเท็มใหม่คือ ผลไม้เบอร์รี่ ที่ช่วยฟื้นพลังหรือรักษาสถานะผิดปกติ รวมถึงไอเทมอื่น ๆ จะช่วย ที่เพิ่มความสามารถระหว่างการต่อสู้ อีกทั้งยังมีโปเกบอลแบบพิเศษหลายประเภท เพื่อให้การจับโปเกมอนในสถานการณ์ต่าง ๆ ง่ายขึ้น[11] อีกคุณสมบัติสำคัญคือ โปเกเกียร์[c] ซึ่งทำหน้าที่เป็นนาฬิกา แผนที่ วิทยุ และโทรศัพท์ในเครื่องเดียว ผู้เล่นสามารถโทรหาตัวละครที่เคยแลกเบอร์ไว้ได้ เทรนเนอร์บางคนอาจโทรมาท้าต่อสู้อีกครั้ง ขณะที่บางคนจะโทรมาแจ้งข่าวเกี่ยวกับโปเกมอนหายากที่ปรากฏในพื้นที่ต่าง ๆ[12]
เกมนี้ได้แนะนำโปเกมอนในตำนานชนิดใหม่ 3 ตัว ได้แก่ ไรโค, เอนเท, และ ซุยคูน ซึ่งจะเร่ร่อนไปทั่วภูมิภาคโจโตะ โดยระบบนี้เรียกว่า โรมมิงโปเกมอน[13] ผู้เล่นสามารถติดตามตำแหน่งของพวกมันได้จากฟังก์ชันถิ่นที่อยู่ในโปเกเดกซ์หลังจากพบครั้งแรก โปเกมอนเหล่านี้จะพยายามหนีทุกครั้งที่ต่อสู้ แต่จะคงค่าพลังชีวิตที่เสียไปไว้ อีกหนึ่งคุณสมบัติสำคัญคือการปรากฏของโปเกมอนสีแตกต่าง หรือโปเกมอนที่มีสีแตกต่างจากปกติ ซึ่งมีโอกาสปรากฏเพียงประมาณ 1 ใน 8,192 ครั้ง ในเกมรุ่นก่อนถึงภาค โปเกมอน X และ Y[14]
เกมยังเพิ่ม ประเภทโปเกมอนใหม่ 2 ประเภท ได้แก่ เหล็ก ซึ่งมีค่าป้องกันสูง ทนต่อท่าหลายประเภท และไม่ถูกโจมตีโดยท่าประเภทพิษ และความมืด ซึ่งไม่ถูกท่าประเภทพลังจิตเล่นงาน และสามารถโจมตีโปเกมอนประเภทพลังจิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเพิ่มทั้งสองประเภทนี้ช่วยปรับสมดุลของเกม และแก้จุดอ่อนของระบบต่อสู้ที่ภาคก่อนยังไม่มี[15] นอกจากนี้ยังมีการเพิ่ม ท่าต่อสู้ใหม่ ๆ หลายท่า แต่โปเกมอนที่เรียนรู้ท่าเหล่านี้จะไม่สามารถแลกกลับไปยังเกมรุ่นแรกได้ เพื่อแก้ปัญหานี้ เกมจึงเพิ่มตัวละครลบท่า (Move Deleter) ที่สามารถลบท่าที่โปเกมอนรู้ได้ การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้านระบบอีกอย่างคือการ แยกค่าสถานะ "Special" ออกเป็นสองค่า ได้แก่ โจมตีพิเศษ (Special Attack) และป้องกันพิเศษ (Special Defense) ซึ่งช่วยเพิ่มมิติของกลยุทธ์การต่อสู้ในเกม[10]
เกมภาคนี้ได้เพิ่มระบบใหม่ที่เรียกว่า การเพาะพันธุ์โปเกมอน ซึ่งเป็นครั้งแรกในซีรีส์ โดยโปเกมอนแต่ละตัวจะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเพาะพันธุ์หนึ่งหรือสองกลุ่ม หากผู้เล่นนำโปเกมอนเพศผู้และเพศเมียที่อยู่ในกลุ่มเพาะพันธุ์เดียวกันอย่างน้อยหนึ่งกลุ่มไปฝากไว้ที่ศูนย์รับเลี้ยงโปเกมอน (Daycare) ทั้งคู่มีโอกาสที่จะออกไข่โปเกมอน ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปจะฟักเป็นโปเกมอนตัวเล็กา โปเกมอนเมตามอนมีความพิเศษตรงที่สามารถผสมพันธุ์ได้กับโปเกมอนเกือบทุกชนิด ยกเว้นโปเกมอนในกลุ่มไม่พบไข่ แม้โปเกมอนตัวอื่นจะเป็นเพศผู้ก็ตาม[16] โปเกมอนที่ฟักจากไข่จะสืบสายพันธุ์จากแม่ และจะสามารถรับท่าต่อสู้บางท่าจากพ่อได้ อย่างไรก็ตาม โปเกมอนในตำนาน และโปเกมอนมายา รวมถึงบางสายพันธุ์อื่น ๆ จะไม่สามารถเพาะพันธุ์ได้[17]
โครงเรื่อง
[แก้]ฉากท้องเรื่อง
[แก้]
โปเกมอน โกลด์ และ ซิลเวอร์ มีฉากหลังอยู่ในภูมิภาคโจโตะ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของภูมิภาคคันโต (จากเกมภาคเรด และ บลู) เหตุการณ์ในเกมเกิดขึ้นหลังจากภาคก่อนประมาณสามปี การออกแบบภูมิภาคโจโตะได้รับแรงบันดาลใจจากภูมิภาคคันไซ และโทไกของประเทศญี่ปุ่น โดยมีองค์ประกอบแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม เช่น วัด ศาลเจ้า และสถาปัตยกรรมโบราณ ปรากฏอยู่มากมายทั่วภูมิภาคนี้[18]
เนื้อเรื่อง
[แก้]เช่นเดียวกับภาคก่อน ผู้เล่นจะได้รับโปเกมอนตัวแรกจากศาสตราจารย์ประจำภูมิภาคชื่อ ศาสตราจารย์อุตสึงิ หรือเอล์ม โดยสามารถเลือกได้จากสามตัวคือจิโกริตา, ฮิโนอาราชิ, และวานิโนโกะ จากนั้นผู้เล่นจะออกเดินทางเพื่อสะสมเข็มกลัดยิม 8 แห่ง ในภูมิภาคโจโตะ และต่อสู้กับสี่จตุรเทพ รวมถึงแชมป์เปี้ยนแห่งโจโตะลีก เพื่อก้าวขึ้นเป็นโปเกมอนมาสเตอร์[15] คู่แข่งของผู้เล่นคือเด็กชายปริศนาที่ขโมยโปเกมอนอีกหนึ่งตัวจากศาสตราจารย์อุตสึงิ และจะปรากฏตัวมาท้าสู้เป็นระยะ เพื่อทดสอบความแข็งแกร่งของผู้เล่น[12] ระหว่างทาง ผู้เล่นยังต้องเผชิญกับองค์กรวายร้าย แก๊งร็อกเก็ต ที่กลับมารวมตัวอีกครั้งเพื่อค้นหาผู้นำคนเดิม ซาคากิ หรือจิโอวานนี และฟื้นฟูชื่อเสียงขององค์กร[19] เมื่อผู้เล่นสามารถทำลายแผนการของแก๊งร็อกเก็ต เอาชนะสี่จตุรเทพ และแชมเปียนแห่งโจโตะได้สำเร็จ หลังจากนั้น จะสามารถเดินทางไปยังภูมิภาคคันโตเพื่อท้าดวลกับเหล่าหัวหน้ายิมของที่นั่น พร้อมค้นพบการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดสามปีหลังเหตุการณ์ภาคก่อน เช่น เกาะกุเร็น หรือเกาะซินนาบาร์ที่ถูกภูเขาไฟระเบิดจนเหลือเพียงโปเกมอนเซ็นเตอร์[20] หลังจากเอาชนะหัวหน้ายิมทั้งหมดในคันโต ผู้เล่นจะสามารถเข้าสู่พื้นที่อันตรายชื่อภูเขาชิโรกาเนะ หรือภูเขาซิลเวอร์ ซึ่งเป็นที่อยู่ของโปเกมอนที่แข็งแกร่งมาก และในส่วนลึกสุดของถ้ำแห่งนั้น ผู้เล่นจะได้พบกับเรด ตัวเอกจากภาคเรด, กรีน, บลู และเยลโลว์ ผู้เป็นแชมเปียนแห่งคันโต เพื่อเผชิญกับการต่อสู้สุดท้ายที่ยากที่สุดในเกม[21]
การพัฒนา
[แก้]โปเกมอน โกลด์ และ ซิลเวอร์ ถูกเปิดตัวต่อสาธารณะครั้งแรกในงานนินเท็นโดสเปซเวิลด์ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 1997 ที่ประเทศญี่ปุ่น และกลายเป็นหนึ่งในบูธที่ได้รับความนิยมสูงสุดในงานครั้งนั้นในงานครั้งนั้น ต่างจากโปเกมอน เยลโลว์ ซึ่งเป็นเพียงการอัปเกรดจากภาคเรด และ บลู มีประกาศว่าเกมภาคใหม่นี้จะเป็นการพัฒนาแบบเต็มรูปแบบ โดยมีทั้งเนื้อเรื่องใหม่ โลกใหม่ และโปเกมอนสายพันธุ์ใหม่จำนวนมาก เกมทั้งสองภาคถูกออกแบบมาสำหรับเครื่องเกมบอยคัลเลอร์ ซึ่งรองรับการแสดงผลแบบสีเต็มรูปแบบ และมีสไปรต์ตัวละครที่ละเอียดขึ้น นอกจากนี้ยังได้เพิ่มคุณสมบัติใหม่หลายอย่าง เช่น ระบบเพาะพันธุ์โปเกมอน ระบบถือไอเท็ม อุปกรณ์อเนกประสงค์โปเกเกียร์ ระบบนาฬิกาภายในแบบเรียลไทม์ และความสามารถในการเชื่อมต่อกับเกมภาครุ่นก่อนเพื่อแลกโปเกมอนได้[22]
ระหว่างการให้สัมภาษณ์กับเอบีซีนิวส์ สึเนะคาซุ อิชิฮาระ ประธานของบริษัทครีเอเชอส์อิงก์ เล่าถึงกระบวนการระดมความคิดในการสร้างโปเกมอนสายพันธุ์ใหม่ โดยเขากล่าวว่า "ไอเดียของโปเกมอนแต่ละตัวมาจากจินตนาการของนักพัฒนาที่เกมฟรีก ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากประสบการณ์ในวัยเด็กของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นจากการอ่านมังงะ เหตุการณ์น่ากลัวที่เคยพบ การจับแมลง และกิจกรรมอื่น ๆ ตอนเป็นเด็ก จากประสบการณ์เหล่านั้นจึงกลายมาเป็นแนวคิดในการสร้างโปเกมอน"[23] ในทำนองเดียวกับโปเกมอนลับอย่างมิวจากภาคเรด และ บลู ภาคโกลด์ และ ซิลเวอร์ ก็ได้เพิ่มโปเกมอนพิเศษชื่อว่าเซเลบีเข้ามาเช่นกัน โดยสามารถได้รับเฉพาะผ่านกิจกรรมพิเศษของนินเท็นโดเท่านั้น การจัดอีเวนต์อย่างเป็นทางการครั้งแรกเกิดขึ้นในงานนินเท็นโดสเปซเวิลด์ 2000 ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 100,000 คน ที่จะได้รับโปเกมอนหายากตัวนี้ ผู้เล่นต้องส่งไปรษณียบัตรเข้าร่วมการจับสลากชิงสิทธิ์หนึ่งใน 100,000 ใบรับรองเซเลบี ซึ่งใช้เป็นบัตรผ่านในการเข้าร่วมงานและรับโปเกมอนตัวนี้[24]
อิชิฮาระเปิดเผยว่า การพัฒนาภาคโกลด์ และ ซิลเวอร์ เริ่มต้นขึ้นทันทีหลังจากที่โปเกมอน เรด และ กรีน วางจำหน่ายในญี่ปุ่น เดิมมีแผนจะออกในปี 1998 เพื่อให้สอดคล้องกับช่วงจบของอนิเมะซีซันแรก แต่กระบวนการพัฒนาประสบปัญหา รวมถึงการที่ทีมเกมฟรีกต้องแบ่งเวลาไปทำเกมโปเกมอน สเตเดียม และงานแปลเกมภาครุ่นแรกเป็นภาษาต่างประเทศ ส่งผลให้โครงการต้องเลื่อนออกไป โดยช่วงเวลาดังกล่าวถูกแทนที่ด้วยการออกเกมโปเกมอน เยลโลว์ แทน ชิเงะกิ โมริโมโตะ หนึ่งในโปรแกรมเมอร์ของทีม กล่าวว่าหนึ่งในสาเหตุที่การพัฒนาใช้เวลานานถึงสามปีครึ่ง คือทีมมีโปรแกรมเมอร์เพียงสี่คนเท่านั้น ขณะเดียวกัน ซาโตรุ อิวาตะ ซึ่งในขณะนั้นเป็นประธานของบริษัทฮาลลาบอราทอรี และต่อมาจะกลายเป็น CEO ของนินเท็นโด ได้เข้ามาช่วยทีมพัฒนาโดยสร้าง เครื่องมือบีบอัดโค้ดกราฟิกของโปเกมอน เพื่อให้เกมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพบนเครื่องเกมบอย[25]
ในส่วนของดนตรี เกมได้จุนอิจิ มาซูดะมารับหน้าที่ประพันธ์ เขาใช้คอมพิวเตอร์อามิกา ในการแต่งเพลง จากนั้นแปลงไฟล์เป็นข้อมูลมีดี (MIDI) และนำกลับมาแปลงอีกครั้งเพื่อให้สามารถใช้งานได้บนเครื่องเกมบอยคัลเลอร์[26]
เนื้อหาที่ถูกตัดออก
[แก้]ในปี 2018 มีการค้นพบไฟล์รอมของเดโมเกมภาษาญี่ปุ่น ในช่วงต้นของการพัฒนา ซึ่งเคยถูกนำมาโชว์ในงานนินเท็นโดสเปซเวิลด์ 1997 โดยไฟล์ที่พบมีทั้งหมดสี่เวอร์ชัน ได้แก่ สองเวอร์ชันดีบัก และอีกสองเวอร์ชันที่ถูกดัดแปลงให้สามารถเล่นได้บนเครื่องเกมบอยปกติและบนโปรแกรมจำลองส่วนใหญ่[27] ก่อนหน้านั้น ไฟล์รอมเหล่านี้มีเพียงข่าวลือว่ามีอยู่จริง จนกระทั่งมีผู้ไม่ทราบชื่ออัปโหลดไฟล์ขึ้นบนเซิร์ฟเวอร์ดิสคอร์ดของกลุ่ม "Pokémon Reverse Engineering Tools" (PRET) ในเดือนพฤษภาคมปีเดียวกัน[28] หลังจากนั้นไฟล์ถูกส่งต่อให้สมาชิกของเว็บไซต์เดอะคัตติงรูมฟลอร์ ซึ่งได้ทำการวิเคราะห์และแปลข้อมูลภายในรอม พร้อมจัดทำสเปรดชีตที่รวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่ค้นพบ เช่น รายชื่อโปเกมอน ท่าต่อสู้ ไอเท็ม ตัวละครที่ผู้เล่นไม่ได้ควบคุม แผนที่ และเพลงประกอบ ไฟล์รอมชุดนี้ถูกเผยแพร่ครั้งแรกโดยไม่เปิดเผยชื่อผู้ปล่อยบนบอร์ด /vp/ ของเว็บไซต์โฟร์แชน ในเดือนพฤษภาคม[29] ก่อนที่เดอะคัตติงรูมฟลอร์จะเปิดเผยเวอร์ชันอย่างเป็นทางการในวันเดียวกัน เดโมดังกล่าวมีแผนที่โลกที่ใหญ่กว่าเวอร์ชันสุดท้าย โดยอิงจากหมู่เกาะญี่ปุ่นทั้งหมด ต่างจากเกมจริงที่อ้างอิงเพียงภูมิภาคคันไซ และยังมีดีไซน์โปเกมอนกว่า 100 แบบ ที่ถูกเปลี่ยนหรือตัดออกจากเกมเต็ม[27]
ในเดือนพฤษภาคม ปี 2018 อัตสึโกะ นิชิดะ ศิลปินผู้ออกแบบโปเกมอน เปิดเผยว่าโปเกมอนยอดนิยมอย่างพิคาชู เดิมทีถูกวางแผนให้มีวิวัฒนาการขั้นที่สามชื่อว่า "โกโรชู"[30] นอกจากนี้ ซาโตชิ ทาจิริ ผู้สร้างซีรีส์โปเกมอน ยังเปิดเผยดีไซน์โปเกมอนที่ไม่ได้ถูกนำมาใช้จำนวน 4 แบบ ซึ่งเดิมตั้งใจจะใส่ไว้ในเกมโปเกมอนภาคต้นฉบับด้วย[31]
แม้ว่าการตัดเนื้อหาบางส่วนออกจะเป็นเรื่องปกติในการพัฒนาเกม แต่ว่าปริมาณของเนื้อหาที่ถูกตัดออกจากเดโมโกลด์ และ ซิลเวอร์ นั้นถูกอธิบายว่า "มีมากอย่างท่วมท้น" แมตทิว เบิร์ด จากเว็บไซต์เดนออฟกีก เขียนว่า โปเกมอนหลายตัวที่ถูกตัดออกไปนั้นมีการออกแบบไว้อย่างละเอียด ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เกมฟรีกอาจตัดสินใจนำออกในช่วงทดสอบเกม เนื่องจากปัญหาด้านสมดุลของเกม[32]
การวางจำหน่าย
[แก้]
ในเดือนกันยายน ปี 1999 มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่าเกมโปเกมอน โกลด์ และ ซิลเวอร์ จะวางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 21 พฤศจิกายน 1999 ส่วนกำหนดวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือคาดไว้ราวเดือนกันยายน 2000[33] พร้อมกันนั้นนินเท็นโด ยังได้ประกาศเปิดตัวอุปกรณ์พกพา พ็อกเก็ตพิคาชู คัลเลอร์ ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงดิจิทัลแบบสีเต็มรูปแบบ รุ่นต่อจากเครื่องพ็อกเก็ตพิคาชูเดิมที่ออกในปีก่อน โดยอุปกรณ์นี้สามารถเชื่อมต่อกับเกมโกลด์ และซิลเวอร์ เพื่อโอนสกุลเงินในเกมที่เรียกว่า "แต้มวัตต์" ระหว่างกันได้ เครื่อง พ็อกเก็ตพิคาชู คัลเลอร์ มีกำหนดวางจำหน่ายในญี่ปุ่นวันเดียวกับเกม คือวันที่ 21 พฤศจิกายน 1999[34] นอกจากนี้ยังมี สายเชื่อมต่อเกมลิงก์เคเบิลรุ่นพิเศษลายพิคาชู ที่ได้รับลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการจากนินเท็นโด และพัฒนาโดยบริษัทเคมโกะ วางจำหน่ายในวันที่ 18 พฤศจิกายน 1999 ก่อนเกมออกไม่กี่วัน สายรุ่นนี้ทำงานเหมือนเกมลิงก์เคเบิลปกติ แต่มีสายสีเหลืองสด พร้อมตุ๊กตาพิคาชูที่ปลายด้านหนึ่ง และลูกโปเกบอลที่ปลายอีกด้านหนึ่ง[35]
เนื่องจากคาดการณ์ว่าเกมจะมียอดขายสูงมากนินเท็นโด จึงตั้งเป้าการผลิตล็อตแรกในญี่ปุ่นไว้ถึง 3 ล้านตลับ และคาดว่ายอดขายรวมภายในประเทศจะทะลุ 8 ล้านชุด[36] อย่างไรก็ตาม บริษัทต้องลดจำนวนการผลิตล็อตแรกลงครึ่งหนึ่ง หลังเกิดแผ่นดินไหวในไต้หวัน ซึ่งนินเท็นโด อ้างว่าเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อโรงงานผลิตตลับเกมที่ใช้ในกระบวนการผลิต[37] ถึงกระนั้น ก็มีการตั้งข้อสงสัยว่านินเท็นโด อาจใช้เหตุแผ่นดินไหวเป็นข้ออ้าง เพื่อจำกัดจำนวนสินค้าในตลาด และกระตุ้นความต้องการให้สูงขึ้นแทน
ก่อนการวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือ โปเกมอน โกลด์ และ ซิลเวอร์ ถูกนำไปจัดแสดงให้ผู้เข้าชมได้ทดลองเล่นในงานแสดงของเล่นนานาชาติอเมริกา 2000 ในนครนิวยอร์ก[38] ในการส่งเสริมเกมเพิ่มเติมนินเท็นโดได้ดัดแปลงรถไครสเลอร์ พีที ครูเซอร์ จำนวน 5 คันให้มีรูปลักษณ์คล้ายโปเกมอนในตำนาน ลูเกีย โดยติดตั้งครีบและหางไว้ด้านหลังรถ พร้อมตกแต่งด้วยโลโก้และภาพจากแฟรนไชส์โปเกมอน รถเหล่านี้ถูกขับไปทั่วสหรัฐฯ เพื่อจัดกิจกรรมให้แฟน ๆ ได้ทดลองเล่นเกม เช่นโปเกมอน พัซเซิลลีก, เฮย์ยู, พิคาชู!, และโปเกมอน โกลด์ และ ซิลเวอร์ ผ่านทีวีและเครื่องเล่นเกมที่ติดตั้งอยู่ภายในรถ[39] ในขณะเดียวกัน ซีรีส์อนิเมะภาคใหม่ชื่อโปเกมอน จีเอส ซึ่งอ้างอิงจากเกมภาคนี้ ก็ถูกประกาศให้ออกอากาศในช่วงฤดูใบไม้ร่วงทางช่องคิดส์ ดับเบิลยูบี[40] โดยยังคงมีตัวเอก ซาโตชิ หรือแอช เคตชัม ออกเดินทางผจญภัยในภูมิภาคใหม่ที่มีโปเกมอนสายพันธุ์แตกต่างจากภาคก่อน[41] นอกจากนี้นินเท็นโด ยังเก็บชื่อภาษาอังกฤษของโปเกมอนใหม่ทั้ง 100 ตัวไว้เป็นความลับ และค่อย ๆ เปิดเผยชื่ออย่างเป็นทางการเป็นระยะ ผ่านโดเมนเว็บไซต์ pokemongold.com และ pokemonsilver.com ที่จดทะเบียนขึ้นโดยเฉพาะ[42] โปเกมอนที่เปิดเผยชื่อในช่วงแรกได้แก่ จิโกริตา, ลูเกีย, โฮโอ, โทเกปี, โฮโฮ, และ มาริล[43]
ในเดือนกันยายน ปี 1999 บริษัทนินเท็นโด ได้ประกาศว่าเกมโปเกมอน โกลด์ และ ซิลเวอร์ จะวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือช่วงเดือนกันยายน 2000[44] ต่อมาในเดือนพฤษภาคม ปี 2000 ได้มีการยืนยันวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการเป็นวันที่ 16 ตุลาคม 2000[45] แต่ภายหลังถูกเลื่อนขึ้นมาเป็นวันที่ 15 ตุลาคม[1][46][47][48] ในอเมริกาเหนือนินเท็นโด เปิดให้สั่งจองล่วงหน้าในเดือนสิงหาคม[49] โดยมีของแถมเป็นแผ่นซีดีรอมพิเศษ ซึ่งภายในประกอบด้วยคลิปและเพลงจากภาพยนตร์โปเกมอน เดอะมูฟวี่ ตอน ลูเกีย จ้าวแห่งทะเลลึก ภาพจับหน้าจอจากเกมโกลด์ และ ซิลเวอร์ ภาพพื้นหลังเดสก์ท็อปลายโปเกมอน คูปองส่วนลดสำหรับคู่มือเกมจากนินเท็นโดเพาเวอร์ และเกร็ดความรู้เกี่ยวกับโปเกมอน[46] ยอดสั่งจองล่วงหน้าทำสถิติสูงสุดในขณะนั้น โดยมียอดรวมกว่า 600,000 ชุดภายในสองเดือน เทียบกับเพียง 150,000 ชุด ของภาคโปเกมอน เยลโลว์[49] เมื่อใกล้ถึงวันวางจำหน่ายและร้านค้าปลีกเริ่มได้รับสินค้า บางร้าน เช่น อิเล็กทรอนิกส์บูทีกตัดสินใจวางจำหน่ายทันทีที่ได้รับเกม โดยเริ่มจากการส่งมอบให้ผู้ที่จองไว้ก่อน และขายส่วนที่เหลือให้ลูกค้าทั่วไป ส่งผลให้มีรายงานว่าเกมถูกวางจำหน่ายเร็วสุดตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2000[50][51]
โปเกมอนโกลด์ และ ซิลเวอร์ วางจำหน่ายในประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2000[52] และในยุโรปเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2001[53]
สำหรับการทำการตลาดในสหรัฐอเมริกานินเท็นโด ใช้งบประมาณระหว่าง 12–14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อส่งเสริมเกมทั้งสองภาค[54]
การตอบรับ
[แก้]| Reception | ||||||||||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ||||||||||||||||||||||
โปเกมอน โกลด์ และ ซิลเวอร์ ได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลามจากนักวิจารณ์ หลายสื่อยกย่องว่าความยาวของเกมที่มากขึ้นและคุณสมบัติใหม่ ๆ ที่เพิ่มเข้ามา ทำให้ภาคต่อนี้ยังคงน่าสนใจไม่แพ้เกมต้นฉบับ เครก แฮร์ริส จากเว็บไซต์ไอจีเอ็น ให้คะแนนเต็ม 10 จาก 10 พร้อมกล่าวว่า "แม้เกมภาคแรกจะยอดเยี่ยมแค่ไหน แต่โปเกมอน โกลด์ และ ซิลเวอร์ ก็เหนือชั้นกว่าในด้านระบบการเล่น คุณสมบัติ และลูกเล่นใหม่ ๆ มีรายละเอียดเล็ก ๆ มากมายจนแทบจะนับไม่หมด"[8] ด้านแฟรงก์ โพโว จากเกมสปอต ชื่นชมระบบนาฬิกาภายในเกมว่าเป็นคุณสมบัติที่สร้างความแตกต่างอย่างแท้จริง โดยเขาเขียนว่า "สิ่งที่เพิ่มเข้ามาครั้งใหญ่ในโปเกมอน จีเอส คือองค์ประกอบของเวลา... แม้อาจดูเหมือนลูกเล่น แต่การมีนาฬิกาในเกมช่วยเพิ่มความหลากหลายให้การเล่นอย่างมาก" เขาให้คะแนนเกมนี้ 8.8 จาก 10 และจัดอันดับว่าเป็นเกมระดับ "ยอดเยี่ยม"[16] ขณะเดียวกัน นิตยสารนินเท็นโดเพาเวอร์ ได้จัดให้โปเกมอน โกลด์ และ ซิลเวอร์ อยู่ในอันดับที่ 6 ของเกมยอดเยี่ยมที่สุดบนเครื่องเกมบอย / เกมบอยคัลเลอร์ โดยให้เหตุผลว่าเกมมีโปเกมอนใหม่ คุณสมบัติใหม่ และกราฟิกสีเต็มรูปแบบที่สวยงาม[61]
โดยภาพรวม โปเกมอน โกลด์ และ ซิลเวอร์ ถูกยกย่องว่าเป็นภาคต่อที่แข็งแกร่ง และสามารถสร้างความประทับใจให้ผู้เล่นได้อย่างกว้างขวาง เครก แฮร์ริส จากไอจีเอ็นกล่าวไว้ว่า "หลังจากเล่นไปหลายสิบชั่วโมง ผมแทบจะหาจุดบกพร่องของโปเกมอน โกลด์ และ ซิลเวอร์ ไม่ได้เลย นินเท็นโดและเกมฟรีกได้ปรับปรุงจากต้นฉบับอย่างชาญฉลาด และสร้างภาคต่อที่ทั้งยาว ท้าทาย และสนุกอย่างมหาศาล มีเหตุผลที่ทำให้โปเกมอนเป็นซีรีส์ยอดนิยม และภาค โกลด์ กับ ซิลเวอร์ จะช่วยผลักดันแฟรนไชส์นี้ให้ก้าวต่อไปในศตวรรษที่ 21 อย่างแน่นอน"[8]
ยอดขาย
[แก้]โปเกมอน โกลด์ และ ซิลเวอร์ สานต่อความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของโปเกมอน เรด และ บลู และกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ซีรีส์โปเกมอนเติบโตจนกลายเป็นแฟรนไชส์มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์[62] ในวันแรกที่วางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น เกมทั้งสองมียอดขายรวมกว่า 1,425,768 ชุด[63] และภายในเดือนเมษายน ปี 2000 มียอดขายสะสมในญี่ปุ่นประมาณ 6.5 ล้านชุด โดยภาคซิลเวอร์ ได้รับความนิยมมากกว่าเล็กน้อย มียอดขายแซงภาคโกลด์ไปประมาณ 100,000 ชุด[64]
ในสหรัฐอเมริกา โปเกมอน โกลด์ และ ซิลเวอร์ ทำยอดจองล่วงหน้าทะลุ 1 ล้านชุด เพียงสามสัปดาห์ก่อนวางจำหน่าย[65] ในสัปดาห์แรกหลังออกวางขาย เกมทั้งสองภาคทำยอดขายรวมกว่า 1.4 ล้านชุด แซงสถิติเดิมของโปเกมอน เยลโลว์ ที่เคยทำไว้ราว 600,000 ชุด กลายเป็นเกมที่ขายเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ขณะนั้น[66][67] ความสำเร็จทางการค้านี้ถือว่าไม่เกินความคาดหมาย โดยปีเตอร์ เมน รองประธานบริหารฝ่ายการขายและการตลาดของนินเท็นโด กล่าวว่า "ไม่มีข้อสงสัยใด ๆ เด็ก ๆ ชื่นชอบการเล่นโปเกมอนอย่างมาก ในปี 2000 เกมที่ขายดีที่สุดบนเครื่องคอนโซลคือโปเกมอน สเตเดียม สำหรับนินเท็นโด 64 ส่วนเกมพกพาที่ขายดีที่สุดคือ โปเกมอน เยลโลว์ สำหรับเกมบอยคัลเลอร์ แต่โปเกมอน โกลด์ และ ซิลเวอร์ จะสามารถทำยอดขายแซงเกมเหล่านั้นได้แน่นอน เราคาดว่าจะขายได้รวมกว่า 10 ล้านชุดภายในเวลาไม่ถึง 6 เดือน"[68] ภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังวางจำหน่าย เกมทั้งสองภาคมียอดขายในสหรัฐอเมริการวมกว่า 2.9 ล้านชุด[69]
ในประเทศเยอรมนี โปเกมอน โกลด์ และ ซิลเวอร์ ได้รับรางวัลแพลตินัมสองรางวัลจากสมาคม Verband der Unterhaltungssoftware Deutschland (VUD) สำหรับยอดขายที่ทะลุ 800,000 ชุด ภายในปี 2002[70] ส่วนในสหราชอาณาจักร ทั้งสองภาคได้รับรางวัลแพลตินัมสองรางวัลเช่นกัน จากยอดขายที่เกิน 600,000 ชุด[71] ภายในปี 2010 เกมทั้งสองภาคมียอดขายทั่วโลกมากกว่า 23 ล้านชุด[72]
สิ่งสืบทอด
[แก้]รีเมก
[แก้]โปเกมอน ฮาร์ตโกลด์[d] และ โปเกมอน โซลซิลเวอร์[e] เป็นเกมรีเมกแบบปรับปรุงจากโปเกมอน โกลด์ และ ซิลเวอร์ พัฒนาโดยบริษัทเกมฟรีก และจัดจำหน่ายโดยบริษัทโปเกมอน ร่วมกับนินเท็นโด สำหรับเครื่องนินเท็นโด ดีเอส[73] เกมทั้งสองวางจำหน่ายครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2009[74] และต่อมาวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือ ออสเตรเลีย และ ยุโรป ในเดือนมีนาคม 2010[75][76]
ชิเงะกิ โมริโมโตะ ผู้กำกับของเกมตั้งเป้าที่จะสร้างภาครีเมกที่เคารพความทรงจำของผู้เล่นจากภาคดั้งเดิม ขณะเดียวกันก็ทำให้ผู้เล่นรุ่นใหม่รู้สึกว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ทันสมัยและน่าตื่นเต้น[77] ภาคฮาร์ตโกลด์ และ โซลซิลเวอร์ ได้รับเสียงชื่นชมอย่างกว้างขวาง จนกลายเป็นหนึ่งในเกมที่ได้คะแนนรีวิวสูงสุดบนเครื่องนินเท็นโด ดีเอส ตามเว็บไซต์เมทาคริติก[78] ในด้านยอดขาย เกมทั้งสองภาคมียอดจำหน่ายรวมกว่า 10 ล้านชุดภายในเดือนกรกฎาคม 2010 ส่งผลให้เป็นหนึ่งในเกมที่ขายดีที่สุดตลอดกาลของเครื่องนินเท็นโด ดีเอส[79]
หมายเหตุ
[แก้]- ↑ ポケットモンスター 金 Poketto Monsutā Kin, "Pocket Monsters: Gold"
- ↑ ポケットモンスター 銀 Poketto Monsutā Gin, "Pocket Monsters: Silver"
- ↑ Pokégear (ポケギア Pokegia)
- ↑ ポケットモンスター ハートゴールド Poketto Monsutā Hātogōrudo, "Pocket Monsters: HeartGold"
- ↑ ポケットモンスター ソウルシルバー Poketto Monsutā Sōrushirubā, "Pocket Monsters: SoulSilver"
อ้างอิง
[แก้]- 1 2 "Pokémon Gold Version & Silver Version: Catch 'Em Both". Nintendo Power. ฉบับที่ 136. Nintendo of America. กันยายน 2000. น. 14 – โดยทาง Archive.org.
The new adventures of the Gold and Silver versions of Pokémon will commence on October 15th when the games are released in North America.
{{cite magazine}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Ranking six generations of Pokémon games from worst to best". VentureBeat. 2016-02-27. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2017-07-28. สืบค้นเมื่อ 2017-09-06.
- ↑ "Every Pokemon Generation Ranked". Game Rant (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 2016-06-10. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2017-09-06. สืบค้นเมื่อ 2017-09-06.
- ↑ Becker, Matt (2017-09-27). "Why Pokemon Gold and Silver are the best games in the series". FanSided. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-06-07. สืบค้นเมื่อ 2017-09-27.
- ↑ Deitsch, Dakota (2020-12-27). "Pokémon Gold and Silver: The Best Pokémon Entry". Never Ending Realm (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2020-12-27. สืบค้นเมื่อ 2024-12-13.
- ↑ Madsen, Hayes (2024-11-25). "25 Years Ago, Pokémon Set The Gold Standard For RPG Sequels". Inverse. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2024-11-26. สืบค้นเมื่อ 2024-12-13.
- ↑ Terry, Paul (2016). Top 10 of Everything 2017. London, England: Hachette UK. น. 115. ISBN 978-0600633747. OCLC 1063533806.
- 1 2 3 4 5 Harris, Craig (2000-10-16). "Pokemon Gold Version Review". IGN. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-08-12. สืบค้นเมื่อ 2008-06-28.
- ↑ "Pokemon Gold and Silver Strategy Guide (page 10)". IGN. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-08-27. สืบค้นเมื่อ 2008-06-28.
- 1 2 "Pokemon Gold and Silver Strategy Guide basics". IGN. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2013-01-04. สืบค้นเมื่อ 2008-06-28.
- ↑ "Pokemon Gold and Silver Strategy Guide items". IGN. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-03-09. สืบค้นเมื่อ 2008-06-30.
- 1 2 "Pokemon Gold and Silver Strategy Guide (page 1)". IGN. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-08-26. สืบค้นเมื่อ 2008-07-06.
- ↑ "Pokemon Old and Silver Strategy Guide (page 5)". IGN. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-03-09. สืบค้นเมื่อ 2008-06-30.
- ↑ Gudmundson, Carolyn (2007-09-20). "Shiny Pokemon Guide". GamesRadar+. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-10-05. สืบค้นเมื่อ 2008-06-30.
- 1 2 3 Povo, Frank (2000-02-03). "Pokemon Gold for Game Boy Color Review (page 1)". GameSpot. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2008-12-11. สืบค้นเมื่อ 2008-06-28.
- 1 2 Povo, Frank (2000-02-03). "Pokemon Gold for Game Boy Color Review (page 2)". GameSpot. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2009-05-12. สืบค้นเมื่อ 2008-06-30.
- ↑ "Pokemon Gold and Silver Strategy Guide breeding". IGN. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-03-09. สืบค้นเมื่อ 2008-07-06.
- ↑ McEvoy, Sophie (กุมภาพันธ์ 9, 2023). "7 Generation 2 Pokemon Locations Based On Real Places". Game Rant. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 1, 2023. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 15, 2023.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Pokemon Gold and Silver Strategy Guide (page 3)". IGN. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-03-09. สืบค้นเมื่อ 2008-06-30.
- ↑ "Cinnabar Island (paragraph 14)". Bulbapedia. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 9, 2023. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 9, 2023.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Pokemon Gold and Silver Strategy Guide (page 14)". IGN. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-03-17. สืบค้นเมื่อ 2008-06-28.
- ↑ IGN Staff (1999-08-27). "Eye on Pokemon Gold and Silver". IGN. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-08-19. สืบค้นเมื่อ 2009-07-25.
- ↑ IGN Staff (2000-02-09). "ABC News Pokémon Chat Transcript". IGN. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-03-05. สืบค้นเมื่อ 2009-07-26.
- ↑ IGN Staff (2000-06-16). "Serebii, I Choose You!". IGN. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-08-19. สืบค้นเมื่อ 2009-08-02.
- ↑ "Iwata Asks: Pokémon HeartGold and SoulSilver". Nintendo. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2015-07-25. สืบค้นเมื่อ 2019-01-02.
- ↑ "Hidden Power of Masuda". Game Freak. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 23 พฤศจิกายน 2013. สืบค้นเมื่อ 2015-10-10.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 Patino, Martin (2018-06-01). "Leaked Pokemon Gold and Silver Beta Demos Show Features Cut From Final Games". GameRevolution. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 15 มกราคม 2021. สืบค้นเมื่อ 2020-12-19.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Jones, Camden (2018-08-01). "How Hackers Are Preserving Gaming History". Game Informer. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 4 ธันวาคม 2020. สืบค้นเมื่อ 19 ธันวาคม 2020.
{{cite magazine}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ archive (2018-05-31). "Spaceworld '97 GS Demo Drop Thread 4". Nyafuu. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2021-06-03. สืบค้นเมื่อ 2021-05-02.
- ↑ Sato (2018-05-03). "Pikachu Originally Had A Second Evolution Called 'Gorochu' With Large Fangs And Two Horns". Siliconera. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2019-10-21. สืบค้นเมื่อ 2020-12-19.
- ↑ Watts, Steve (2018-06-01). "Old Pokemon Demo Reveals New Unused Designs". GameSpot. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-02-06. สืบค้นเมื่อ 2020-12-19.
- ↑ Byrd, Matthew (2018-06-04). "Pokemon: The Gold and Silver Pokemon We Almost Got". Den of Geek. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2018-10-12. สืบค้นเมื่อ 2020-12-19.
- ↑ IGN Staff (1999-09-10). "Gold and Silver Get a Date". IGN. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-06-13. สืบค้นเมื่อ 2009-07-25.
- ↑ IGN Staff (1999-10-15). "The Pocket Pikachu Color". IGN. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2009-03-21. สืบค้นเมื่อ 2009-07-25.
- ↑ IGN Staff (1999-10-26). "The Pikachu Link". IGN. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-06-13. สืบค้นเมื่อ 2009-07-25.
- ↑ IGN Staff (1999-10-04). "Prepping the Pokémon". IGN. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-08-19. สืบค้นเมื่อ 2009-07-25.
- ↑ IGN Staff (1999-10-28). "Quake Causes Pokémon Shortage". IGN. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2004-04-15. สืบค้นเมื่อ 2009-07-26.
- ↑ IGN Staff (2000-02-09). "Pokémon 2000 at the Toy Fair". IGN. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-08-19. สืบค้นเมื่อ 2009-08-02.
- ↑ IGN Staff (2000-09-21). "Lugia Visits IGNpocket". IGN. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-08-19. สืบค้นเมื่อ 2009-08-08.
- ↑ "All-New "Pokemon GS," Plus New Series "Jackie Chan Adventures", "X-Men Evolution" and "Static Shock!" Highlight New Saturday Morning Schedule for Ratings King Kids' WB!" (ข่าวประชาสัมพันธ์). New York, New York: Warner Bros. เมษายน 4, 2000. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ พฤษภาคม 9, 2024. สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 8, 2024.
{{cite press release}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ IGN Staff (2000-04-05). "Pokémon GS to hit Kids' WB". IGN. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2011-06-10. สืบค้นเมื่อ 2009-08-02.
- ↑ IGN Staff (2000-09-20). "Pokémon Gold and Silver Sites Live". IGN. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-08-19. สืบค้นเมื่อ 2009-08-02.
- ↑ IGN Staff (2000-05-11). "Pokémon Names Will Come". IGN. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-08-19. สืบค้นเมื่อ 2009-08-02.
- ↑ IGN Staff (11 กันยายน 1999). "Gold and Silver Get a Date". IGN (ภาษาอังกฤษ). ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ ตุลาคม 25, 2023. สืบค้นเมื่อ 6 ธันวาคม 2023.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ IGN Staff (2000-05-08). "Pokémon Gold and Silver Release Date". IGN. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-08-19. สืบค้นเมื่อ 2009-08-08.
- 1 2 "Catch 'Em All and Catch 'Em Early!". Pokémon World - News. Nintendo. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 18 ตุลาคม 2000.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Pokémon Gold and Silver Unveiled at Nation's Largest Gold Reserve". Pokémon World - News. Nintendo. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 19 ตุลาคม 2000.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Pokemon Gold/Silver review". IGN. 16 ตุลาคม 2000. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 9 พฤศจิกายน 2000.
Release October 15, 2000
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 Harris, Craig (2000-08-29). "Huge Pokémon Numbers". IGN. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-08-19. สืบค้นเมื่อ 2009-08-08.
- ↑ Harris, Craig (2000-10-11). "Pokémon Gold/Silver Out Early". IGN. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-06-13. สืบค้นเมื่อ 2009-08-08.
- ↑ Holmes, Paul (ธันวาคม 19, 2001). "Pokemon Gold and Silver Launch Event". PRovoke Media. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2020-08-14. สืบค้นเมื่อ 2024-12-13.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Bulbapedia. "Bulbapedia Pokemon Gold Release Dates". สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 6, 2024.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Pokemon Gold for Game Boy Color". GameSpot. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2009-08-25. สืบค้นเมื่อ 2009-08-09.
- ↑ Gaudiosi, Peyton (สิงหาคม 25, 2000). "Nintendo unveils GameCube". Video Business. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ ตุลาคม 18, 2000. สืบค้นเมื่อ กุมภาพันธ์ 26, 2025.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Pokemon โกลด์ Reviews". GameRankings. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2012-10-02. สืบค้นเมื่อ 2008-07-05.
- ↑ "Pokémon ซิลเวอร์ Reviews". GameRankings. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2019-12-09.
- ↑ "Playground Game Reviews: Pokémon ซิลเวอร์". The Electric Playground Network. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2001-02-17.
- ↑ ゲームボーイ - ポケットモンスター 金・銀 [Gameboy - Pokemon โกลด์ and ซิลเวอร์]. Famitsu (ภาษาญี่ปุ่น). ฉบับที่ 915 Pt.2. Enterbrain. 2006-06-30. น. 109.
- ↑ "Pokémon โกลด์ and ซิลเวอร์ Review". Nintendo Life. 2017-09-27. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2018-12-05. สืบค้นเมื่อ 2018-12-04.
- ↑ "Pokémon โกลด์ & ซิลเวอร์ Version". Nintendo Power. ฉบับที่ 137. ตุลาคม 2000. น. 115 – โดยทาง Archive.org.
{{cite magazine}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Nintendo Power – The 20th Anniversary Issue!". Nintendo Power. เล่มที่ 231 ฉบับที่ 231. San Francisco, California: Future US. สิงหาคม 2008. น. 72.
{{cite magazine}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Pokemon Franchise Approaches 150 Million Games Sold". Nintendo. PR Newswire. 2005-10-04. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-09-10. สืบค้นเมื่อ 2016-10-19.
- ↑ "Japan's Top 10". IGN. 1999-12-03. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-10-31. สืบค้นเมื่อ 2021-10-31.
- ↑ IGN Staff (2000-04-03). "The Poke-Phenomenon Continues". IGN. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-06-13. สืบค้นเมื่อ 2009-08-02.
- ↑ "Nintendo in the House". IGN. 2000-09-29. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-10-30. สืบค้นเมื่อ 2021-10-30.
- ↑ IGN Staff (2000-10-23). "Pokémon Goes Platinum". IGN. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-09-26. สืบค้นเมื่อ 2009-08-08.
- ↑ Trueman, Doug (2006-05-17). "Pokémon Sets Sales Record, Again". GameSpot. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2018-08-28. สืบค้นเมื่อ 2023-03-31.
- ↑ Satterfield, Shane (2006-05-17). "Pokémon Gold and Silver to Break Records". GameSpot. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2023-04-03. สืบค้นเมื่อ 2023-03-31.
- ↑ "Nintendo Assumes Sales Stranglehold". GameSpot. 2000-11-30. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-10-31. สืบค้นเมื่อ 2021-10-31.
- ↑ "DOPPEL-PLATIN-Award: Nintendo". Verband der Unterhaltungssoftware Deutschland (VUD). ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2002-12-21. สืบค้นเมื่อ 2021-10-26.
- ↑ "ELSPA Sales Awards: Platinum". Entertainment and Leisure Software Publishers Association. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2010-06-17. สืบค้นเมื่อ 2017-05-02.
- ↑ Ashcraft, Brian (2009-05-07). "Pokemon Gold And Silver Getting DS Remakes". Kotaku. G/O Media. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2010-05-29. สืบค้นเมื่อ 2011-08-06.
- ↑ Meunier, Nathan (2010-04-13). "Pokemon HeartGold / SoulSilver Review". GameSpot. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2017-09-24. สืบค้นเมื่อ 2017-09-24.
- ↑ Ashcraft, Brian (2009-06-26). "Pokemon Heart Gold/Soul Silver Dated For Japan". Kotaku. G/O Media. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2017-09-25. สืบค้นเมื่อ 2017-09-24.
- ↑ Sinclair, Brendan (2010-03-15). "Shippin' Out March 14–20: God of War III, Command & Conquer 4". GameSpot. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2017-09-25. สืบค้นเมื่อ 2017-09-24.
- ↑ Kozanecki, James (2010-03-22). "AU Shippin' Out March 22–26: Red Steel 2". GameSpot. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2017-09-24. สืบค้นเมื่อ 2017-09-24.
- ↑ "5. We Were Greedy With The Features • Iwata Asks - Pokémon HeartGold Version & SoulSilver Version". Nintendo UK. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2023-01-17. สืบค้นเมื่อ 2017-09-24.
- ↑ "Best DS Video Game of All Time". Metacritic. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2017-09-12. สืบค้นเมื่อ 2017-09-24.
- ↑ East, Thomas (2010-07-29). "Pokémon HeartGold/SoulSilver hits 10 million sales". Official Nintendo Magazine. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2010-08-01. สืบค้นเมื่อ 2017-09-24.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- เว็บไซต์ทางการ (US)
- เว็บไซต์ทางการ (ในภาษาญี่ปุ่น)
- วิดีโอเกมโปเกมอน
- เกมสำหรับเกมบอยคัลเลอร์
- เกมจากค่ายเกมฟรีก
- วิดีโอเกมเล่นตามบทบาท
- วิดีโอเกมที่ออกวางจำหน่ายในปี พ.ศ. 2542
- วิดีโอเกมที่ออกวางจำหน่ายในปี พ.ศ. 2543
- วิดีโอเกมที่พัฒนาขึ้นในประเทศญี่ปุ่น
- วิดีโอเกมแบบผู้เล่นหลายคนและผู้เล่นคนเดียว
- วิดีโอเกมที่มีฉากในประเทศญี่ปุ่น
- ผลงานโดยซาโตชิ ทาจิริ
- วิดีโอเกมภาคต่อ