อุซามะฮ์ บิน ลาดิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อุซามะฮ์ บิน ลาดิน
أسامة بن لادن
Osama bin Laden portrait.jpg
เกิด 10 มีนาคม พ.ศ. 2500
ริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย
ถึงแก่กรรม 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 (54 ปี)
แอบบอตทาบัด ประเทศปากีสถาน
องค์การ อัลกออิดะฮ์
ศาสนา ลัทธิกุทบิทซึม[1][2]
(อิสลามนิกายซุนนีย์)

อุซามะฮ์ บิน โมฮัมเหม็ด บิน อวัด บิน ลาดิน หรือ อุซามะฮ์ บิน ลาดิน (อังกฤษ: Osama bin Mohammed bin Awad bin Laden; Osama bin Laden) (10 มีนาคม พ.ศ. 2500 - 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2554[3] (54 ปี 53 วัน)) เป็นนักต่อสู้ของพวกวะฮาบีย์[ต้องการอ้างอิง] เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งและหัวหน้าอัลกออิดะฮ์ ซึ่งรับผิดชอบเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน พ.ศ. 2544 ต่อสหรัฐอเมริกา และเหตุวินาศกรรมที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากอีกหลายครั้ง เกิดในตระกูลบิน ลาดินสัญชาติซาอุดิอาระเบีย อันมั่งคั่ง

บิน ลาดินอยู่ในรายชื่อหนึ่งในสิบบุคคลที่สำนักงานสืบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (เอฟบีไอ) ต้องการตัวมากที่สุดและผู้ก่อการร้ายที่ต้องการตัวมากที่สุดจากการมีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุวางระเบิดสถานทูตสหรัฐในปี พ.ศ. 2541[4][5][6] ระหว่าง พ.ศ. 2544 ถึง 2554 บิน ลาดินเป็นเป้าหมายสำคัญของสงครามต่อต้านการก่อการร้าย ซึ่งส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิตในอิรัก อัฟกานิสถานและโซมาเลียระหว่าง 80,000 ถึง 1.2 ล้านคนระหว่างปี พ.ศ. 2544 ถึง 2550 เขาเสียชีวิตในบริเวณบ้านในแอบบอตทาบัต โดยปฏิบัติการบุกจู่โจมของหน่วยซีลสหรัฐอเมริกา

จากปี พ.ศ. 2544 จนถึง 2554 บิน ลาดินเป็นเป้าหมายหลักของสงครามต่อต้านการก่อการร้าย โดย FBI ได้ให้ค่าหัวถึง 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อตามหาเขา[7] ในวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 บิน ลาดิน ได้ถูกยิงเสียชีวิต[8] ในที่พัก ณ แอบบอตทาบัด ซึ่งเขาได้พักอยู่กับครอบครัวพื้นเมืองจากวาซิริสถาน โดยคำสั่งจาก บารัก โอบามา ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา

ชีวิตวัยเด็กและการศึกษา[แก้]

อุซามะฮ์ บิน ลา ดิน เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2500 ที่ซาอุดีอาระเบีย เป็นบุตรชายของเศรษฐี โมฮัมเหม็ด บิน อวัด บิน ลาดิน ซึ่งสนิทกับครอบครัวราชวงศ์ของซีเรีย[9] ครอบครัวของบิน ลาดินมีรายได้ 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในธุรกิจก่อสร้าง ต่อมาอุซามะฮ์ได้รับมรดกกว่า 25-30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[10]

โดยในช่วงสงครามเย็น เขาเป็นผู้ต่อต้านสหภาพโซเวียตในอัฟกานิสถาน และต่อมาเมื่อเกิดสงครามอ่าว เขาก็ได้แสดงท่าทีต่อต้านสหรัฐอเมริกา จนนำมาสู่การถอนสัญชาติ และทำให้บิน ลาดินต้องอพยพไปอยู่ที่ซูดาน และอัฟกานิสถาน ตามลำดับ

บิน ลาดินถูกเลี้ยงมาให้ศรัทธาในนิกายซุนนีศาสนาอิสลาม[11]ด ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511 ถึง 2519 เขาได้ไปโรงเรียน Al-Thager Model School[12][13] จากนั้นเค้าได้เรียนสาขาเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ ณ มหาวิทยาลัยคิงอับดัลอะซิซ[14] บางรายงานเสนอว่าเค้ายังได้วุฒิในสาขาวิศวกรรมโยธาในปี พ.ศ. 2522 อีกด้วย หรือวุฒิในการบริหารรัฐกิจในปีพ.ศ. 2524[15] อีกแหล่งข่าวบอกว่าเขาได้ออกจากมหาลัยขณะศึกษาในปีที่ 3 และไม่ได้รับวัฒิระดับมหาลัย[16] ขณะศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย ความสนใจหลักของบิน ลาดินคือศาสนา[17]

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

ในปี พ.ศ. 2517 เมื่ออายุได้ 17 ปี บิน ลาดินได้แต่งงานกับ นาจวา กาเน็ม ณ กรุงลาทาเกีย ประเทศซีเรีย[18] จนแยกทางกันในปี พ.ศ. 2544 ภรรยาคนอื่นๆของบิน ลาเดน ที่มีข้อมูลได้แก่ ชาริฟ (แต่งงานเมื่อปี พ.ศ. 2526 และแยกทางเมือประมาณช่วงปี พ.ศ. 2533) ไคเรีย (แต่งงานเมื่อปี พ.ศ. 2528) ซิฮาม ซาบา (แต่งงานเมื่อปี พ.ศ. 2530) และ อามาล อัล ซาดา (แต่งงานเมื่อปี พ.ศ. 2543) บิน ลาดินเป็นพ่อของบุตรระหว่าง 20 ถึง 26 คนจากภรรยาของเขา[19][20] โดยลูกของเขาหลายคนได้หนีไปที่ประเทศอิหร่านหลังการโจมตีในวันที่ 11 กันยายน และแม้ในปี พ.ศ. 2553 ผู้มีอำนาจในประเทศอิหร่านยังคงรายงานการเคลื่อนไหวของคนเหล่านี้อยู่ตลอด[21]

นาสเซอ อัล บาริ ซึ่งเป็นคนคุ้มกันประจำตัวของบิน ลาดินตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 ถึง ปี 2544 ได้กล่าวถึงบิน ลาดิน ในบันทึกว่า เขาเป็นคนประหยัด และเป็นพ่อที่เข้มงวด เขาชอบที่จะพาครอบครัวที่ใหญ่โตของเขาออกเดินทางไปยิงปืนและปิกนิกในทะเลทราย[22] โมฮาเหม็ด พ่อของบิน ลาดิน เสียชีวิตในปี พ.ศ. 2510 ในการตกของเครื่องบิที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย เมือคนขับเครื่องบินชาวอเมริกันของเขา จิม ฮารริงตัน[23] ตัดสินใจผิดพลาดขณะลงจอด[24] ซาเล็ม บิน ลาดิน ซึ่งเป็นพี่ชายคนโตของบิน ลาดิน ซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัวคนต่อมาได้เสียชีวิตในปี พ.ศ. 2531 ใกล้เมืองซานอันโตนิโอ รัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา ในอุบัติเหตุขณะขับเครื่องบินไปชนสายไฟ[25] FBI ได้บรรยายลักษณะของบิน ลาดิน ว่าเป็นผู้ใหญ่ที่สูงและผอม ความสูงอยู่ระหว่าง 1.93 เมตร และ 1.98 เมตร และหนักประมาณ 73 กิโลกรัม[26]

การเสียชีวิต[แก้]

2 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 บารัก โอบามา ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ออกมาแถลงยืนยันผ่านทางโทรทัศน์ว่า อุซามะฮ์ บิน ลา ดิน ได้เสียชีวิตลงแล้ว จากการปฏิบัติการพิเศษของหน่วยซีล (SEAL) อย่างไรก็ตาม การเสียชีวิตของ อุซามะฮ์ บิน ลา ดิน ได้สร้างความสงสัยให้กับผู้คนจำนวนมากว่าเสียชีวิตจริงหรือไม่ เพราะทางการสหรัฐอเมริกายังไม่เปิดเผยภาพศพ เนื่องจากทางการสหรัฐฯ เกรงว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง

อ้างอิง[แก้]

  1. Osama Bin Laden (2007) Suzanne J. Murdico
  2. Armstrong, Karen. The label of Catholic terror was never used about the IRA. guardian.co.uk
  3. "Al-Qaeda leader Osama Bin Laden dead - Obama". 2011-05-02. สืบค้นเมื่อ 2011-05-02. 
  4. "FBI Ten Most Wanted Fugitives". FBI.gov. Archived from the original on January 3, 2008. สืบค้นเมื่อ May 26, 2010. 
  5. Dan Eggen (August 28, 2006). "Bin Laden, Most Wanted For Embassy Bombings?". The Washington Post. สืบค้นเมื่อ May 26, 2010. 
  6. "'Most wanted terrorists' list released". CNN. October 10, 2001. สืบค้นเมื่อ April 3, 2011. 
  7. "Fbi – Usama Bin Laden". Fbi.gov. August 7, 1998. Retrieved May 15, 2011.
  8. "The Navy SEAL Who Shot Bin Laden Is: Rob O'Neill From Butte Montana"Soldier of Fortune Magazine. November 6, 2015. Archived from the original on December 3, 2014. Retrieved July 8, 2015.
  9. David Johnson. "Osama bin Laden infoplease". Infoplease. Archived from the original on January 20, 2008. Retrieved May 26, 2010.
  10. "Osama bin Laden"The Economist, May 5, 2011, p. 93.
  11. Beyer, Lisa (September 24, 2001). "The Most Wanted Man in the World"Time. Retrieved May 26, 2010.
  12. Bergen 2006, pp. 52
  13. Steve Coll (December 12, 2005). "Letter From Jedda: Young Osama- How he learned radicalism, and may have seen America"The New Yorker. Retrieved May 26,2010.
  14. Messages to the World: The Statements of Osama bin Laden, Verso, 2005, p. xii.
  15. "A Biography of Osama Bin Laden". PBS Frontline. Retrieved May 26, 2010.
  16. Gunaratna, Rohan (2003). Inside Al Qaeda (3rd ed.). Berkley Books. p. 22. ISBN 0-231-12692-1.
  17. Wright 2006, pp. 79
  18. Michael Slackman (November 13, 2001). "Osama Kin Wait and Worry"Los Angeles Times. Retrieved May 26, 2010.
  19. "Osama's Women". CNN. March 12, 2002. Retrieved May 26, 2010.
  20. Amy Zalman, PhD. "Profile: Osama bin Laden". About.com. Retrieved May 26, 2010.
  21. "Osama bin Laden's family 'stranded' in Iran, son says"The Telegraph. July 19, 2010.
  22. Al-Bahri, Nasser, Guarding bin Laden: My Life in al-Qaeda. pp. 150–160. Thin Man Press. London. ISBN 9780956247360
  23. ABC News. "Blood Brothers: Could Osama Have Been Tamed?"ABC News.
  24. "Interview with US Author Steve Coll: 'Osama bin Laden is Planning Something for the US Election'"Der Spiegel. Retrieved January 26, 2011
  25. Best of the Web: Osama's Brother Died in San Antonio, Red Velvet Onion Rings|WOAI: San Antonio News
  26. Wright 2006, pp. 83
คุณสามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับ อุซามะฮ์ บิน ลาดิน ได้โดยค้นหาจาก
โครงการพี่น้องของวิกิพีเดีย :
Wiktionary-logo-th.png หาความหมาย จากวิกิพจนานุกรม
Wikibooks-logo.svg หนังสือ จากวิกิตำรา
Wikiquote-logo.svg คำคม จากวิกิคำคม
Wikisource-logo.svg ข้อมูลต้นฉบับ จากวิกิซอร์ซ
Commons-logo.svg ภาพและสื่อ จากคอมมอนส์
Wikinews-logo.svg เนื้อหาข่าว จากวิกิข่าว
Wikiversity-logo-en.svg แหล่งเรียนรู้ จากวิกิวิทยาลัย