ตอลิบาน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ตอลิบาน
(طالبان)
มีส่วนร่วมในสงครามในอัฟกานิสถาน, และสงครามต่อต้านการก่อการร้าย
Flag of the Taliban
ธงของตอลิบาน
ปฏิบัติการ 2537–2539 (ทหารกองหนุน)
2539–2544 (รัฐบาล)
2547–ปัจจุบัน (ก่อการกำเริบ)
แนวคิด
กลุ่ม ชาวปาทาน[9][10]
ผู้นำ ไฮบาตุลเลาะห์ อะคุนด์ซะดะ (ผู้นำคนปัจจุบัน)
มุฮัมมัด เราะซุล (ผู้นำกลุ่มแบ่งแยก)
กองบัญชาการ
พื้นที่ปฏิบัติการ อัฟกานิสถาน และปากีสถานตะวันตกเฉียงเหนือ
กำลังพล 45,000 (2001 est.)[13]
11,000 (2008 est.)[14]
36,000 (2010 est.)[15]
60,000 (2014 est.)[16]
ถือกำเนิดที่ Students of Jamiat Ulema-e-Islam
พันธมิตร
ปรปักษ์

รัฐปรปักษ์
อัฟกานิสถาน สาธารณรัฐอิสลามอัฟกานิสถาน[19]

ปรปักษ์ที่ไม่ใช่รัฐ
องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ[20]

การสู้รบและสงคราม สงครามกลางเมืองในอัฟกานิสถาน (พ.ศ. 2535–2539)
สงครามกลางเมืองในอัฟกานิสถาน (พ.ศ. 2539–2544)
สงครามในอัฟกานิสถาน (พ.ศ. 2544–2557)
สงครามในอัฟกานิสถาน (พ.ศ. 2558–ปัจจุบัน)
เว็บไซต์ http://shahamat-english.com/

ฏอลิบาน หรือ ตอลิบาน หรือมักสะกดว่า ตาลีบัน (อังกฤษ: Taliban, อาหรับ: طالبان‎, ṭālibān หมายถึง "นักศึกษา" ในภาษาอาหรับ) เป็นกลุ่มก่อการร้ายอิสลามและกลุ่มการเมืองซึ่งปกครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศอัฟกานิสถานและเมืองหลวงกรุงคาบูลในฐานะ "รัฐอิสลามแห่งอัฟกานิสถาน" นับแต่เดือนกันยายน พ.ศ. 2539 แต่ได้รับการรับรองทางการทูตจากสามรัฐเท่านั้น ได้แก่ ประเทศปากีสถาน ซาอุดิอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

หลังเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน พ.ศ. 2544 ฏอลิบานถูกโค่นล้มโดยปฏิบัติการเสรีภาพยั่งยืน (Operation Enduring Freedom) สมาชิกส่วนใหญ่หลบหนีไปยังปากีสถานประเทศเพื่อนบ้าน ที่ซึ่งมีการรวมกลุ่มกันใหม่เป็นขบวนการกบฏเพื่อสู้รบกับสาธารณรัฐอิสลามอัฟกานิสถาน ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปลาย พ.ศ. 2544 และกองกำลังสนับสนุนด้านความมั่นคงนานาชาติ (International Security Assistance Force) นำโดยนาโต

ผู้นำฏอลิบานส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลมาจากรากฐานนิยมเดียวบัน (Deobandi fundamentalism) สมาชิกหลายคนปฏิบัติตามบรรทัดฐานทางสังคมและวัฒนธรรมที่เรียกว่า พัชตุนวาลี (Pashtunwali) ขบวนการฏอลิบานส่วนใหญ่ประกอบขึ้นจากสมาชิกชนเผ่าพัชตุน (Pashtun) ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ใหญ่ที่สุดในอัฟกานิสถาน[22] ผู้นำหลักของขบวนการฏอลิบาน คือ มุลลาห์ มุฮัมมัด โอมาร์ (Mullah Mohammad Omar)[23] ผู้บัญชาการดั้งเดิมของโอมาร์เป็น "อดีตผู้บัญชาการทหารหน่วยเล็กและครูมาดราซาห์ผสมกัน"[24]

ขณะอยู่ในอำนาจ ฏอลิบานได้บังคับใช้การตีความกฎหมายชารีอะฮ์หนึ่งในที่เข้มงวดที่สุดที่เคยมีมาในโลกมุสลิม[25] อย่างไรก็ดี ข้อวิจารณ์ส่วนใหญ่มาจากนักวิชาการมุสลิมผู้นำ[26] ฏอลิบานได้เป็นข่าวฉาวโฉ่ในระดับโลกจากการปฏิบัติต่อสตรี[27]

พันธมิตรของฏอลิบานประกอบด้วยกองทัพปากีสถาน เช่นเดียวกับกลุ่มในอาหรับและเอเชียกลาง[28][29][30] อัลกออิดะฮ์ให้การสนับสนุนฏอลิบานด้วยกลุ่มนักสู้จากประเทศอาหรับและเอเชียกลาง ในช่วงท้ายของสงคราม มีการประเมินว่ากองกำลังกว่า 45,000 คนสู้รบโดยถือข้างฏอลิบาน ขณะที่เพียง 14,000 คนถือข้างอัฟกานิสถาน[29][31] ปัจจุบัน ฏอลิบานปฏิบัติการในอัฟกานิสถานและปากีสถานตะวันออกเฉียงเหนือ เจ้าหน้าที่สหรัฐว่า หนึ่งในสำนักงานใหญ่ของฏอลิบานตั้งอยู่ในหรือใกล้กับเคว็ตตา (Quetta) ประเทศปากีสถาน[32] ฏอลิบานปฏิบัติการโจมตีต่อประชากรพลเรือน ตามรายงานของสหประชาชาติ ฏอลิบานเป็นผู้รับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของพลเรือน 2,477 คน (76% ของยอดเสียชีวิตทั้งหมด) ในช่วงครึ่งปีแรกของ พ.ศ. 2553[33]

หลังอุมัรเสียชีวิตในปี พ.ศ. 2556 อัคตาร์ มันศูรได้รับเลือกให้เป็นผู้นำจนกระทั่งเขาถูกสังหารในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2559[34] ไฮบาตุลเลาะห์ อะคุนด์ซะดะได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งผู้นำคนต่อไป[35]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 http://www.digitaljournal.com/article/347009"To rule Afghanistan and impose the groups interpretation of Islamic law which includes influences of Deobandi fundamentalism and Pashtunwali culture"Read more: http://www.digitaljournal.com/article/347009#ixzz3BqDqscCB
  2. Deobandi Islam: The Religion of the Taliban U. S. Navy Chaplain Corps, 15 October 2001
  3. name=Maley2>Maley, William (2001). Fundamentalism Reborn? Afghanistan and the Taliban. C Hurst & Co. p. 14. ISBN 978-1-85065-360-8. 
  4. http://www.oxfordislamicstudies.com/print/opr/t236/e0895"The Taliban's primary religious and ideological influence is a form of Deobandī Islam."
  5. Rashid, Taliban (2000)
  6. "Why are Customary Pashtun Laws and Ethics Causes for Concern? | Center for Strategic and International Studies". Csis.org. 2010-10-19. สืบค้นเมื่อ 2014-08-18. 
  7. "Understanding taliban through the prism of Pashtunwali code". CF2R. 2013-11-30. สืบค้นเมื่อ 2014-08-18. 
  8. "Afghan Taliban". National Counterterrorism Center. Archived from the original on May 9, 2015. สืบค้นเมื่อ 7 April 2015. 
  9. Giustozzi, Antonio (2009). Decoding the new Taliban: insights from the Afghan field. Columbia University Press. p. 249. ISBN 978-0-231-70112-9. 
  10. Clements, Frank A. (2003). Conflict in Afghanistan: An Encyclopedia (Roots of Modern Conflict). ABC-CLIO. p. 219. ISBN 978-1-85109-402-8. 
  11. "ISIS active in south Afghanistan, officials confirm for first time". 12 January 2015. สืบค้นเมื่อ 6 February 2015. 
  12. The Peshawar women fighting the Taliban: 'We cannot trust anyone' | Cities | The Guardian
  13. "Taliban and the Northern Alliance". US Gov Info. About.com. สืบค้นเมื่อ 2009-11-26. 
  14. 9/11 seven years later: US 'safe,' South Asia in turmoil "There are now some 62,000 foreign soldiers in Afghanistan, including 34,000 US troops, and some 150,000 Afghan security forces. They face an estimated 7,000 to 11,000 insurgents, according to US commanders." Retrieved 2010-08-24.
  15. Hamilton, Fiona; Coates, Sam; Savage, Michael (2010-03-03). "MajorGeneral Richard Barrons puts Taleban fighter numbers at 36000". The Times (London). 
  16. "Despite Massive Taliban Death Toll No Drop in Insurgency". Voice of America. Akmal Dawi. สืบค้นเมื่อ 2014-07-17. 
  17. Giustozzi, Antonio (2009). Decoding the new Taliban: insights from the Afghan field. Columbia University Press. p. 274. ISBN 978-0-231-70112-9. 
  18. "Pakistan militants preparing for Afghanistan civil war". Fox News. 2013-09-08. สืบค้นเมื่อ 2013-09-29. 
  19. "BBC News - Rare look at Afghan National Army's Taliban fight". Bbc.com. สืบค้นเมื่อ 2014-08-18. 
  20. "Taliban attack NATO base in Afghanistan - Central & South Asia". Al Jazeera English. สืบค้นเมื่อ 2014-08-18. 
  21. "ISIS reportedly moves into Afghanistan, is even fighting Taliban". January 2015. สืบค้นเมื่อ 2015. 
  22. "Pakistan and the Taliban: It's Complicated". Shave Magazine. 
  23. "From the article on the Taliban in Oxford Islamic Studies Online". Oxford Islamic Studies. สืบค้นเมื่อ August 27, 2010. 
  24. Goodson 2001, p. 114
  25. Rashid 2000, p. 29
  26. http://www.onislam.net/english/ask-about-islam/islam-and-the-world/politics-and-economics/166241-taliban-and-al-qaeda-true-sects-of-islam.html
  27. Dupree Hatch, Nancy. "Afghan Women under the Taliban" in Maley, William. Fundamentalism Reborn? Afghanistan and the Taliban. London: Hurst and Company, 2001, pp. 145–166.
  28. "Documents Detail Years of Pakistani Support for Taliban, Extremists". George Washington University. 2007. 
  29. 29.0 29.1 "Afghanistan resistance leader feared dead in blast". London: Ahmed Rashid in the Telegraph. September 11, 2001. 
  30. US attack on Taliban kills 23 in Pakistan, The New York Times, 2008-09-09
  31. Marcela Grad. Massoud: An Intimate Portrait of the Legendary Afghan Leader (March 1, 2009 ed.). Webster University Press. p. 310. 
  32. Gall, Carlotta (January 21, 2007). "At Border, Signs of Pakistani Role in Taliban Surge". New York Times. 
  33. "UN: Taliban Responsible for 76% of Deaths in Afghanistan". The Weekly Standard. 2010-08-10. 
  34. "Unclear whether Mullah Mansour killed in Afghanistan or Pakistan: US". สืบค้นเมื่อ 24 May 2016. 
  35. "Afghan Taliban announce successor to Mullah Mansour". BBC News. 26 May 2015. สืบค้นเมื่อ 26 May 2016. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]