อาคม เฉ่งไล่

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อาคม เฉ่งไล่
อาคม เฉ่งไล่.jpg
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อจริง อาคม เฉ่งไล่
วันเกิด 11 มิถุนายน พ.ศ. 2513 (43 ปี)
สถานที่เกิด อำเภอเมือง จังหวัดตรัง
รุ่น ไลท์เวท
เวลเตอร์เวท
ผู้จัดการ พ.ต.ท.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว
(มวยไทย)
สถิติ
ชก
ชนะ
ชนะน็อก
แพ้
เสมอ
สถิติเหรียญรางวัล
มวยสากลสมัครเล่น
โอลิมปิกฤดูร้อน
ทองแดง บาร์เซโลน่า 1992 เวลเตอร์เวท
เอเชียนเกมส์
เงิน ฮิโรชิมา 1994 เวลเตอร์เวท

อาคม เฉ่งไล่ เกิดเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2513 ที่ ตำบลนาท่ามใต้ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง เป็นบุตรของนายแวก และนางชีพ เฉ่งไล่ การศึกษา เริ่มเรียนชั้นประถมศึกษา ที่โรงเรียนวัดศรีสุวรรณาราม ก่อนมาศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษา ที่โรงเรียนวิเชียรมาตุ และจบการศึกษาระดับปริญญาตรีที่สถาบันราชภัฏจันทรเกษม

อาคมเป็นคนที่ชอบเล่นฟุตบอลมากกว่าชกมวย แต่เริ่มต้นการชกมวยจากการที่ได้ดูพี่ชายซ้อมมวย ขณะฝนตก ไม่สามารถเตะฟุตบอลได้ เมื่อหัวหน้าค่ายเห็นจึงจับมาลองชก และหลังจากฝึกได้ไม่นาน จึงขึ้นชื่อในชื่อ "อิสระ เกียรติอินทรีดำ" และเอาชนะได้ พร้อมรับค่าตัวครั้งแรก 50 บาท เมื่ออายุได้ 12 ขวบ จากนั้นจึงตระเวนชกไปทั่วภาคใต้ ก่อนที่จะเข้าสู่กรุงเทพ โดยได้อยู่กับค่ายศักดิ์กรีรินทร์ ของ พ.ต.ท.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว (ยศในขณะนั้น) และเปลี่ยนชื่อมาเป็น "อิสระ ศักดิ์กรีรินทร์" จนได้เป็นแชมป์ไลท์เวท ของสนามมวยเวทีลุมพินี โดยได้รับค่าตัวสูงสุด 1.2 แสนบาท ในการชกกับ ราม่อน แด็กเกอร์ นักมวยหมัดหนักชาวเนเธอร์แลนด์ เจ้าของฉายา "ไอ้กังหันลมนรก" และเป็นฝ่ายเอาชนะคะแนนราม่อน แด็กเกอร์ ไปได้ขาดลอย

หลังจากนั้นจึงได้เปลี่ยนมาชกมวยสากลสมัครเล่นเมื่อไม่มีคู่ชกในแบบมวยไทยแล้ว สามารถคว้าเหรียญทองมาได้จากการแข่งขันกีฬาแห่งชาติที่จังหวัดอยุธยา ในปี พ.ศ. 2534

จนกระทั่งได้ติดทีมชาติได้เป็นตัวแทนในรุ่นเวลเตอร์เวท แข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่บาร์เซโลน่า ประเทศสเปน โดยอาคมเป็นฝ่ายแพ้ ไมเคิล คาร์รูท นักมวยชาวไอร์แลนด์ 11-4 หมัด ไปในรอบรองชนะเลิศ (ก่อนการชกอาคมได้โกนศีรษะเพื่อแก้บน) ได้ครองเหรียญทองแดง และคาร์รูทก็ได้เหรียญทองในที่สุด ซึ่งอาคมเป็นนักกีฬาไทยเพียงคนเดียวที่ได้เหรียญรางวัลจากการแข่งขันโอลิมปิกครั้งนี้

หลังจากนั้น อาคมก็ยังมิได้แขวนนวม ยังคงชกมวยสากลสมัครเล่นในนามทีมชาติต่อไป โดยได้ร่วมแข่งในรายการมวยสากลสมัครเล่นชิงแชมป์โลก ที่กรุงเทพ ในปี พ.ศ. 2537 แต่แพ้ RSC. (Referee Stop Contest) ไปอย่างหมดรูป แต่ก่อนแขวนนวมก็ยังได้ติดทีมชาติไปชกในเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 12 ที่ฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น ได้เหรียญเงินมาเป็นรายการสุดท้าย จึงได้แขวนนวมไปในที่สุด

ปัจจุบัน อาคมมีกิจการส่วนตัว คือ เปิดร้านอาหารที่จังหวัดตรังบ้านเกิด ร่วมกับพี่ชายและภรรยา โดยอาคมจะทำหน้าที่จ่ายตลาดเอง และบางครั้งจะขึ้นเวทีร้องเพลงลูกทุ่งให้แก่ลูกค้าฟังด้วยตนเองอีกด้วย[1][2]

อ้างอิง[แก้]