พรชัย ทองบุราณ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พรชัย ทองบุราณ
Pornchai Thongburan.jpg
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อจริง พรชัย ทองบุราณ
วันเกิด 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2517 (41 ปี)
สถานที่เกิด อำเภอกุดข้าวปุ้น
จังหวัดอุบลราชธานี
รุ่น ไลท์เวลเตอร์เวท
ไลท์มิดเดิลเวท
สถิติ
ชก
ชนะ
ชนะน็อก
แพ้
เสมอ
สถิติเหรียญรางวัล
มวยสากลสมัครเล่น
ซีเกมส์
ทอง ซีเกมส์ 1997 ไลท์เวลเตอร์เวท
ทอง ซีเกมส์ 1999 ไลท์เวลเตอร์เวท
เอเชียนเกมส์
ทองแดง เอเชียนเกมส์ 1994 ไลท์เวลเตอร์เวท
โอลิมปิก
ทองแดง โอลิมปิก 2000 ไลท์มิดเดิลเวท

เรือเอก พรชัย ทองบุราณ (ชื่อเล่น: หมี, อู๊ด; เกิด 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2517 ที่อำเภอกุดข้าวปุ้น จังหวัดอุบลราชธานี เป็นอดีตนักมวยสากลสมัครเล่นเหรียญทองแดงทีมชาติไทย ในการชกโอลิมปิก 2000 ที่เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย[1]

ประวัติ[แก้]

พรชัยเป็นบุตรชายคนที่ 3 ในจำนวนบุตรทั้ง 4 คนของนายสำลีและนางบังอร ทองบุราณ และมีศักดิ์เป็นหลานชายของนายสมบูรณ์ ทองบุราณ อดีตสมาชิกวุฒิสภา จังหวัดยโสธร (สว.ยโสธร) เริ่มชกมวยครั้งแรกเมื่ออายุได้ 10 ขวบ ด้วยการหัดมวยสากลสมัครเล่นเลย ผิดกับคนอื่นที่หัดมวยไทย พรชัยหัดมวยเป็นครั้งแรกกับ จ.ส.ต.รณยุทร ยี่สันเที๊ยะ ซึ่งเป็นน้าชายของตัวเอง โดยจุดประสงค์ตอนนั้นเพื่อจะต่อยในกีฬาจังหวัด โดยพรชัยได้เป็นตัวแทนของตำบล ชกในรุ่นไม่เกิน 30 กิโลกรัม ซึ่งแม้ว่าพรชัยจะหัดชกไม่กี่เดือน และน้ำหนักตัวตอนนั้นก็เพียงแค่ 22 กิโลกรัม แต่พรชัยก็สามารถคว้าเหรียญทองมาได้ด้วยการชนะรวด 3 คน ภายในวันเดียว

จากนั้น พรชัยก็หันมาชกมวยไทยเมื่ออายุได้ 17 ปีในชื่อ "ศักดิ์กิ่งเฟื่อง ศิษย์ บ.ต." ที่จังหวัดอุบลราชธานี ในช่วงปลายปีได้โชว์ฟอร์มดีจนกระทั่งได้ถูกทาบทามให้มาชกในกรุงเทพ

ในช่วงที่ชกในกรุงเทพ พรชัยได้เปลี่ยนชื่อเป็น "รณยุทร ศิษย์พงษ์ระวี" โดยชกใน รายการนายขนมต้มที่สนามมวยเวทีลุมพินี หรือบางทีก็ย้ายไปชกที่เวทีราชดำเนินบ้าง ทว่าการชกมวยไทยของพรชัยไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

ชกมวยสากลสมัครเล่น[แก้]

ซึ่งผิดกับการชกมวยสากลสมัครเล่น พรชัยก็ยังชกอยู่อย่างต่อเนื่องโดยชกให้กับการแข่งขันกีฬาเขตให้กับจังหวัดอุบลราชธานี จนกระทั่งจบ ม.6 ก็ได้เข้าเรียนต่อในโรงเรียนจ่าทหารเรือ ในสังกัดของกองทัพเรือ โดยพรชัยก็ชกมวยสากลสมัครเล่นในนามของทีมราชนาวีมาตลอดจนได้แชมป์ประเทศไทยหลายสมัยและติดทีมชาติครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2536 ใน รายการเมเยอร์คัพ ที่ฟิลิปปินส์ ซึ่งพรชัยก็ได้เหรียญทองจนได้ไปชกใน เอเชียนเกมส์ครั้งที่ 12 ที่ฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น แม้พรชัยเป็นนักมวยหน้าใหม่ในขณะนั้น แต่ก็สามารถคว้าเหรียญทองแดงได้ในรุ่นไลท์เวลเตอร์เวท (63.5 กิโลกรัม) มาได้อย่างไม่มีใครคาดคิด

จากนั้น พรชัยก็ติดอันดับทีมชาติมาตลอด สามารถคว้าเหรียญทองได้ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่อินโดนีเซีย และที่บรูไน จนกระทั่งได้มีชื่อติดทีมชาติไปแข่งขันโอลิมปิก ที่ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ด้วยการคว้าเหรียญเงินในการแข่งขันคัดเลือกตัวในเลก 2 ที่โซล ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งในครั้งนี้พรชัยได้เปลี่ยนไปชกในรุ่นที่ใหญ่ขึ้น คือ ไลท์มิดเดิลเวท (71 กิโลกรัม)

เส้นทางการชกของพรชัยในโอลิมปิก[แก้]

  • รอบแรก ชนะคะแนน บัลซ์เซย์ คาโรลี่ (ฮังการี) 17/12
  • รอบรองชนะเลิศ แพ้คะแนน มาริน ซิมิโอน (โรมาเนีย) 16/26 (ดีกรีแชมป์โลก)

โดยในการชกครั้งนี้ ก็ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าพรชัยจะได้เหรียญรางวัลใด ๆ เช่นเดียวกับวิจารณ์ พลฤทธิ์ ที่ได้เหรียญทองไปในคราวเดียวกัน หลังการชกโอลิมปิกแล้วพรชัยก็ได้แขวนนวมไปโดยไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับวงการมวยอีกเลย โดยได้รับราชการเป็นทหารชั้นประทวนในสังกัดกองทัพเรือ และเปิดค่ายมวย พ. ทองบุราณ ที่อำเภอสัตหีบ[2] ชีวิตส่วนตัวเขาสมรสและมีบุตร[3]

อ้างอิง[แก้]

  1. "รวบแล้วหมอเสน่ห์ฆ่าข่มขืนพี่สะใภ้ ‘พรชัย ทองบุราณ’ นักมวยฮีโร่โอลิมปิก". มติชนออนไลน์. 7 มีนาคม 2556. สืบค้นเมื่อ 29 มีนาคม 2558. 
  2. "พลทหาร อดีตนักมวยค่าย "พรชัย ทองบุราณ" พลัดตกแมนชั่นดับสยอง !". ข่าวสดออนไลน์. 24 มกราคม 2556. สืบค้นเมื่อ 29 มีนาคม 2558. 
  3. แบน ท่าพระ (14 พฤษภาคม 2555). "คอลัมน์มวยสยาม: พรชัย ทองบุราณ". สยามกีฬา. สืบค้นเมื่อ 29 มีนาคม 2558.