อนุพันธ์อันดับสอง
| บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ |
| แคลคูลัส |
|---|

ในแคลคูลัส อนุพันธ์อันดับสอง (อังกฤษ: Second derivative) ของฟังก์ชัน f คือ อนุพันธ์ของอนุพันธ์ของ f อนุพันธ์อันดับสองสามารถกล่าวในลักษณะไม่เป็นทางการได้ว่าเป็น "อัตราการเปลี่ยนแปลงของอัตราการเปลี่ยนแปลง" ตัวอย่างเช่น อนุพันธ์อันดับสองของตำแหน่งของวัตถุเทียบกับเวลาคือความเร่งขณะหนึ่งของวัตถุ หรืออัตราที่ความเร็วของวัตถุเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา
ในสัญกรณ์ไลบ์นิซโดยที่ a คือ ความเร่ง, v คือ ความเร็ว, t คือ เวลา, x คือ ตำแหน่ง และ d คือ "เดลตา" หรือการเปลี่ยนแปลงขณะหนึ่ง นิพจน์สุดท้าย คือ อนุพันธ์อันดับสองของตำแหน่ง (x) เทียบกับเวลา
บนกราฟของฟังก์ชัน อนุพันธ์อันดับสองสอดคล้องกับความโค้ง หรือความเว้าของกราฟ กราฟของฟังก์ชันที่มีอนุพันธ์อันดับสองเป็นลบจะเว้าบนในขณะที่กราฟของฟังก์ชันที่มีอนุพันธ์อันดับสองเป็นลบจะโค้งในทิศตรงกันข้าม
กฎยกกำลังอนุพันธ์อันดับสอง
[แก้]กฎยกกำลังสำหรับอนุพันธ์อันดับหนึ่ง หากกระทำสองครั้งจะสามารถสร้างกฎยกกำลังอนุพันธ์อันดับสองได้ดังนี้
สัญกรณ์
[แก้]อนุพันธ์อันดับสองของ โดยมากจะเขียนเป็น [1][2] ซึ่งคือ
เมื่อใช้สัญกรณ์ของไลบ์นิซสำหรับอนุพันธ์ อนุพันธ์อันดับสองของตัวแปรตาม y เทียบตัวแปรอิสระ x จะเขียนได้ว่าที่มาของสัญกรณ์นี้คือ
ตัวอย่าง
[แก้]เมื่อพิจารณาฟังก์ชัน
อนุพันธ์ของ คือ ฟังก์ชัน
อนุพันธ์อันดับสองของ คือ อนุพันธ์ของ กล่าวคือ
ความสัมพันธ์กับกราฟ
[แก้]
ความเว้า
[แก้]อนุพันธ์อันดับสองของฟังก์ชัน f สามารถใช้เพื่อกำหนด ความเว้า ของกราฟของ [2] ฟังก์ชันที่มีอนุพันธ์อันดับสองเป็นบวกเรียก เว้าบน (หรือ นูน) ซึ่งมีความหมายว่าใกล้จุดที่สัมผัสกับฟังก์ชัน เส้นสัมผัสจะอยู่ใต้กราฟของฟังก์ชัน ในทำนองเดียวกัน ฟังก์ชันที่มีอนุพันธ์อันดับสองเป็นลบจะเรียกว่า เว้าล่าง (หรือ เว้า) และเส้นสัมผัสใกล้กับจุดที่สัมผัสจะอยู่เหนือกราฟของฟังก์ชัน
จุดเปลี่ยนเว้า
[แก้]ถ้าอนุพันธ์อันดับสองของฟังก์ชันเปลี่ยนเครื่องหมาย กราฟของฟังก์ชันจะเปลี่ยนจากเว้าล่างไปเป็นเว้าบนหรือกลับกัน จุดที่ทำให้เครื่องหมายเปลี่ยนนี้เรียกว่า จุดเปลี่ยนเว้า (inflection point) หากอนุพันธ์อันดับสองเป็นฟังก์ชันต่อเนื่อง แล้วอนุพันธ์อันดับสองต้องมีค่าเป็นศูนย์ที่จุดเปลี่ยนเว้าใด ๆ แม้ว่าไม่ใช่ทุกจุดที่อนุพันธ์อันดับสองเป็นศูนย์จะต้องเป็นจุดเปลี่ยนเว้าก็ตาม
การทดสอบอนุพันธ์อันดับสอง
[แก้]ความสัมพันธ์ระหว่างอนุพันธ์อันดับสองกับกราฟสามารถใช้เพื่อทดสอบว่าจุดนิ่งของฟังก์ชัน (คือ จุดที่ ) ว่าใช่ค่าสูงสุดเฉพาะที่หรือค่าต่ำสุดเฉพาะที่ไหม
- ถ้า , แล้ว มีค่าสูงสุดเฉพาะที่ที่
- ถ้า , แล้ว มีค่าต่ำสุดเฉพาะที่ที่
- ถ้า การทดสอบอนุพันธ์อันดับสองใช้ไม่ได้กับจุด นี้ อาจเป็นจุดเปลี่ยนเว้าได้
เหตุผลที่อนุพันธ์อันดับสองให้ผลลัพธ์เหล่านี้สามารถเห็นได้จากการเปรียบเทียบในชีวิตจริง พิจารณารถคันหนึ่งวิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงในตอนแรกแต่มีความเร่งเป็นลบ เห็นได้ชัดว่าตำแหน่งของรถ ณ จุดที่ความเร็วถึงศูนย์จะมีระยะทางเป็นค่าสูงสุดจากตำแหน่งเริ่มต้น หลังจากเวลานี้ ความเร็วจะกลายเป็นลบและรถจะถอยหลัง การเปรียบเทียบนี้ใช้ได้เช่นเดียวกับค่าต่ำสุด โดยทำให้รถในตอนแรกมีความเร็วเป็นลบมากแต่มีความเร่งเป็นบวกตรงกันข้ามกับกรณีของค่าสูงสุด
ลิมิต
[แก้]สามารถเขียนลิมิตเพียงลิมิตเดียวแทนอนุพันธ์อันดับสองได้ดังนี้ลิมิตนี้เรียกว่าอนุพันธ์สมมาตรอันดับสอง[3][4] อนุพันธ์สมมาตรอันดับสองอาจหาค่าได้ แม้ว่าอนุพันธ์อันดับสองโดยนิยามปกติจะหาไม่ได้ก็ตาม
นิพจน์ทางขวาสามารถเขียนเป็นผลหารเชิงผลต่างของผลหารเชิงผลต่างได้ดังนี้ลิมิตนี้สามารถมองได้เป็นรูปแบบที่ต่อเนื่องของผลต่างอันดับสองของลำดับ
อย่างไรก็ตาม การที่ลิมิตข้างต้นหาค่าได้ไม่ได้หมายว่าฟังก์ชัน นั้นมีอนุพันธ์อันดับสอง ลิมิตข้างต้นให้ความเป็นไปได้ในการคำนวณอนุพันธ์อันดับสอง แต่ไม่ใช่นิยาม ตัวอย่างค้าน เช่น ฟังก์ชันเครื่องหมาย ซึ่งนิยามว่าฟังก์ชันเครื่องหมายไม่ต่อเนื่องที่ศูนย์ ดังนั้นอนุพันธ์อันดับสองที่ หาค่าไม่ได้ แต่ลิมิตข้างต้นหาค่าได้ที่
การประมาณกำลังสอง
[แก้]เช่นเดียวกับอนุพันธ์อันดับหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการประมาณเส้นตรง อนุพันธ์อันดับสองก็เกี่ยวข้องกับการประมาณกำลังสองที่ดีที่สุดของฟังก์ชัน f เป็นฟังก์ชันกำลังสองซึ่งมีอนุพันธ์อันดับหนึ่งและสองที่เหมือนกับของ f ที่จุดหนึ่ง ๆ สูตรของการประมาณกำลังสองที่ดีที่สุดของ f รอบ ๆ จุด x = a คือการประมาณกำลังสองคือพหุนามเทย์เลอร์อันดับที่สองสำหรับฟังก์ชันที่มีจุดศูนย์กลางที่ x = a
ค่าเฉพาะและเวกเตอร์เฉพาะของอนุพันธ์อันดับสอง
[แก้]เงื่อนไขขอบจำนวนมากสามารถหาสูตรสำหรับค่าเฉพาะและเวกเตอร์เฉพาะของอนุพันธ์อันดับสองออกมาได้โดยชัดแจ้ง สมมติให้ และเงื่อนไขขอบดิริชเลต์เอกพันธ์ุ (เช่น โดยที่ v เป็นเวกเตอร์เฉพาะ) ค่าเฉพาะเป็น และเวกเตอร์เฉพาะที่สอดคล้องกัน (เรียกอีกอย่างว่า ฟังก์ชันเฉพาะ ) คือ จะได้ เมื่อ
สำหรับกรณีอื่น ๆ ที่เป็นที่รู้จัก ดูที่ค่าเฉพาะและเวกเตอร์เฉพาะของอนุพันธ์อันดับสอง
การวางนัยทั่วไปสู่มิติที่สูงขึ้น
[แก้]เมทริกซ์เฮสเซียน
[แก้]อนุพันธ์อันดับสองวางนัยทั่วไปในมิติที่สูงกว่าผ่านแนวคิดของอนุพันธ์ย่อยอันดับสอง สำหรับฟังก์ชัน f: R3 → R อนุพันธ์ย่อยอันดับสองประกอบด้วยอนุพันธ์ย่อยดังนี้
และอนุพันธ์ย่อยผสม
ในบางกรณี เช่นเมื่ออนุพันธ์อันดับสองทุกตัวเป็นฟังก์ชันต่อเนื่อง เราสามารถนำอนุพันธ์อันดับสองทั้งหมดประกอบกันเป็นเมทริกซ์สมมาตร เรียกว่า เมทริกซ์เฮสเซียน ค่าเฉพาะของเมทริกซ์นี้สามารถใช้ทดสอบอนุพันธ์อันดับสองของฟังก์ชันหลายตัวแปร (ดูเพิ่มที่ การทดสอบอนุพันธ์ย่อยอันดับสอง)
ตัวดำเนินการลาปลาส
[แก้]การวางนัยทั่วไปอีกรูปแบบหนึ่งของอนุพันธ์อันดับสอง คือ ตัวดำเนินการลาปลาส ซึ่งเป็นตัวดำเนินการดิฟเฟอเรนเชียล (หรือ ) ที่กำหนดโดย
ลาปลาเซียนของฟังก์ชันเท่ากับไดเวอร์เจนซ์ของเกรเดียนต์ และเท่ากับรอยของเมทริกซ์เฮสเซียน
ดูเพิ่ม
[แก้]- ความเชิร์ป อนุพันธ์อันดับสองของเฟสขณะหนึ่ง
- ผลต่างอันตะ ใช้ในการประมาณอนุพันธ์อันดับสอง
- การทดสอบอนุพันธ์ย่อยอันดับสอง
- ความสมมาตรของอนุพันธ์อันดับสอง
อ้างอิง
[แก้]- ↑ "Content - The second derivative". amsi.org.au. สืบค้นเมื่อ 2020-09-16.
- 1 2 "Second Derivatives". Math24 (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2020-09-16.[ลิงก์เสีย]
- ↑ A. Zygmund (2002). Trigonometric Series. Cambridge University Press. น. 22–23. ISBN 978-0-521-89053-3.
- ↑ Thomson, Brian S. (1994). Symmetric Properties of Real Functions. Marcel Dekker. น. 1. ISBN 0-8247-9230-0.
อ่านเพิ่มเติม
[แก้]สิ่งพิมพ์
[แก้]- Anton, Howard; Bivens, Irl; Davis, Stephen (กุมภาพันธ์ 2, 2005), Calculus: Early Transcendentals Single and Multivariable (พิมพ์ครั้งที่ 8th), New York: Wiley, ISBN 978-0-471-47244-5
{{citation}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - Apostol, Tom M. (มิถุนายน 1967), Calculus, Vol. 1: One-Variable Calculus with an Introduction to Linear Algebra, เล่มที่ 1 (พิมพ์ครั้งที่ 2nd), Wiley, ISBN 978-0-471-00005-1
{{citation}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - Apostol, Tom M. (มิถุนายน 1969), Calculus, Vol. 2: Multi-Variable Calculus and Linear Algebra with Applications, เล่มที่ 1 (พิมพ์ครั้งที่ 2nd), Wiley, ISBN 978-0-471-00007-5
{{citation}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - Eves, Howard (มกราคม 2, 1990), An Introduction to the History of Mathematics (พิมพ์ครั้งที่ 6th), Brooks Cole, ISBN 978-0-03-029558-4
{{citation}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - Larson, Ron; Hostetler, Robert P.; Edwards, Bruce H. (กุมภาพันธ์ 28, 2006), Calculus: Early Transcendental Functions (พิมพ์ครั้งที่ 4th), Houghton Mifflin Company, ISBN 978-0-618-60624-5
{{citation}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - Spivak, Michael (กันยายน 1994), Calculus (พิมพ์ครั้งที่ 3rd), Publish or Perish, ISBN 978-0-914098-89-8
{{citation}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - Stewart, James (ธันวาคม 24, 2002), Calculus (พิมพ์ครั้งที่ 5th), Brooks Cole, ISBN 978-0-534-39339-7
{{citation}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - Thompson, Silvanus P. (กันยายน 8, 1998), Calculus Made Easy (พิมพ์ครั้งที่ Revised, Updated, Expanded), New York: St. Martin's Press, ISBN 978-0-312-18548-0
{{citation}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
หนังสือออนไลน์
[แก้]- Crowell, Benjamin (2003), Calculus
- Garrett, Paul (2004), Notes on First-Year Calculus
- Hussain, Faraz (2006), Understanding Calculus
- Keisler, H. Jerome (2000), Elementary Calculus: An Approach Using Infinitesimals
- Mauch, Sean (2004), Unabridged Version of Sean's Applied Math Book, ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2006-04-15
- Sloughter, Dan (2000), Difference Equations to Differential Equations
- Strang, Gilbert (1991), Calculus
- Stroyan, Keith D. (1997), A Brief Introduction to Infinitesimal Calculus, ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2005-09-11
- Wikibooks, Calculus