ราชวงศ์เซี่ย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เซี่ย

ประมาณ 2070 ปีก่อนคริสตกาล–ประมาณ 1600 ปีก่อนคริสตกาล
ที่ตั้งของราชวงศ์เซี่ย
ที่ตั้งของราชวงศ์เซี่ย
สถานะอาณาจักร
เมืองหลวงหยางเฉิง
ภาษาทั่วไปจีน
ศาสนา
ศาสนาพื้นบ้านจีน
การปกครองราชาธิปไตย
พระราชา 
ประวัติศาสตร์ 
• สถาปนาราชวงศ์เซี่ย โดยพระเจ้าอวี่
ประมาณ 2070 ปีก่อนคริสตกาล
• พระเจ้าฉี่ขึ้นครองราชย์
ประมาณ 2025 ก่อนคริสตกาล
• พระเจ้าเจี๋ยถูกขับออกจากราชบัลลังก์
ประมาณ 1600 ก่อนคริสตกาล
• สิ้นสุด
ประมาณ 1600 ปีก่อนคริสตกาล
สกุลเงินเบี้ย, เหรียญจีน
ก่อนหน้า
ถัดไป
ยุคห้านักปกครอง
ราชวงศ์ซาง
เซี่ย
ภาษาจีน
ฮั่นยฺหวี่พินอินXià
เขตแดนราชวงศ์เซี่ย (สีเหลือง)
ประวัติศาสตร์จีน
สมัยโบราณ
ยุคหินใหม่ ประมาณ 8500 – ประมาณ 2070 BCE
เซี่ย ประมาณ 2070 – ประมาณ 1600 BCE
ชาง ประมาณ 1600 – ประมาณ 1046 BCE
โจว ประมาณ 1046 – 256 BCE
 โจวตะวันตก
 โจวตะวันออก
   วสันตสารท
   รณรัฐ
สมัยจักรวรรดิ
ฉิน 221–207 BCE
ฮั่น 202 BCE – 220 CE
  ฮั่นตะวันตก
  ซิน
  ฮั่นตะวันออก
ยุคสามก๊ก 220–280
  เว่ย์, ฉู่ และอู๋
จิ้น 266–420
  จิ้นตะวันตก
  จิ้นตะวันออก สิบหกรัฐ
ราชวงศ์เหนือ-ใต้
420–589
สุย 581–618
ถัง 618–907
ห้าวงศ์สิบรัฐ
907–979
เหลียว
916–1125
เซี่ยตะวันตก
1038–1227
จิน
1115–1234
ซ่ง 960–1279
  ซ่งเหนือ
  ซ่งใต้
หยวน 1271–1368
หมิง 1368–1644
ชิง 1636–1912
สมัยใหม่
สาธารณรัฐจีน บนแผ่นดินใหญ่ 1912–1949
สาธารณรัฐประชาชนจีน 1949–ปัจจุบัน
สาธารณรัฐจีน ในไต้หวัน 1949–ปัจจุบัน

ราชวงศ์เซี่ย (จีน: 夏朝, พินอิน: xià cháo) เป็นราชวงศ์แรกของจีน ปกครองประเทศจีนในช่วง 2100-1600 ปีก่อนคริสตกาล มีอายุอยู่ได้ราว 500 ปี ในอดีตนักวิชาการและบุคคลโดยทั่วไปเชื่อว่าเรื่องราวของราชวงศ์เซี่ยเป็นเพียงเรื่องแต่งหรือปรัมปราที่เล่าสืบต่อกันมา แต่ปัจจุบันมีการขุดค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีที่เชื่อถือได้

ในปี ค.ศ. 1959 ได้เริ่มมีการค้นหาแหล่งที่มาของวัฒนธรรมเซี่ย โดยช่วงเวลาที่ผ่านมาได้เริ่มดำเนินการขุดค้นและตรวจสอบทางโบราณคดีรูปแบบต่าง ๆ ในพื้นที่แถบตะวันตกของเหอหนานและทิศใต้ของมณฑลซานซี เพื่อลดขอบเขตพื้นที่เป้าหมายในการค้นหาให้แคบเข้า ปัจจุบัน มีนักวิชาการจำนวนมากเห็นว่า วัฒนธรรมเอ้อหลี่โถว (二里头文化) จากหลุมขุดค้นเหยี่ยนซือเอ้อหลี่โถวและวัฒนธรรมหลงซาน (龙山文化) ในเขตตะวันตกของมณฑลเหอหนานนั้น น่าจะเป็นวัฒนธรรมในสมัยเซี่ย แต่เนื่องจากยังขาดหลักฐานทางตรงและหลักฐานที่เป็นตัวอักษร ดังนั้นปัจจุบันนี้ จึงยังคงไม่อาจระบุชัดว่าสิ่งที่ขุดค้นได้มาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมเซี่ยหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หลักฐานที่พบในวัฒนธรรมหลงซานและวัฒนธรรมเอ้อหลี่โถว ก็ทำให้มีข้อมูลมากพอที่จะช่วยเสริมความรู้ที่ขาดหายไปในช่วงเวลานี้เป็นอย่างดี

จากบันทึกของซือหม่าเซียน ทำให้นักประวัติศาสตร์จีนมักเริ่มนับราชวงศ์เซี่ยโดยเริ่มจากเซี่ยหวี่ (夏禹) หรือพระเจ้ายู้ ถึงลวี่กุ่ย (履癸) หรือเซี่ยเจี๋ย (夏桀) ในระยะเวลา 400 กว่าปี มีกษัตริย์ครองบัลลังก์ 17 พระองค์ มีการสืบทอดอำนาจถึง 14 ชั่วคน

การก่อตั้งราชวงศ์เซี่ยซึ่งมีรากฐานของอำนาจจากการยึดครองทรัพย์สินเป็นของส่วนตัว เป็นสัญญาณว่าสังคมยุคดึกดำบรรพ์ที่ทรัพย์สินเป็นของสาธารณะอันยาวนาน กำลังถูกแทนที่ด้วยสังคมแบบยึดครองทรัพย์สินส่วนตัว และนี่ก็เป็นวิวัฒนาการในประวัติศาสตร์ช่วงเวลาหนึ่ง ทว่า โดยปกติการก่อเกิดของระบบใหม่ มักต้องเผชิญกับแรงต้านจากฝ่ายอนุรักษ์ เมื่อเซี่ยฉี่ (夏启) บุตรของเซี่ยหวี่เข้ารับสืบทอดตำแหน่งของบิดา (禹) ก็ได้เชิญบรรดาหัวหน้าชนเผ่าจากดินแดนต่าง ๆ มาร่วมในงานเลี้ยง เพื่อรับรองการขึ้นสู่ตำแหน่งใหม่ของตน

กลุ่มฮู่ซื่อ (扈氏) ไม่พอใจเซี่ยฉี่ ที่ยกเลิกระบบการคัดสรรผู้มีความสามารถเพื่อดำรงตำแหน่งผู้นำที่มีอยู่เดิม จึงไม่ได้เข้าร่วมในงานเลี้ยงนั้น เซี่ยฉี่จึงยกกองทัพออกไปปราบฮู่ซื่อ โดยทำศึกกันที่กาน (甘) ฮู่ซื่อพ่ายแพ้ถูกลบชื่อออกไป ชัยชนะจากการรบครั้งนี้ ทำให้ก้าวแรกของระบบอำนาจใหม่นี้แข็งแรงขึ้น

ระบบการปกครองแบบใหม่นี้ค่อย ๆ พัฒนาขึ้น ขณะที่ผู้ปกครองคนใหม่ ต้องเผชิญปัญหาการขาดประสบการณ์ในการปกครอง รากฐานของอำนาจที่มาจากการยึดครองทรัพย์สินเป็นของส่วนตัว ในช่วงระยะของการฟูมฟักของการก้าวขึ้นสู่อำนาจที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ สภาพการขูดรีด แย่งชิง และความกระหายในการเสพสุขของผู้ปกครองก็ยังเป็นไปอย่างรุนแรง และย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงจากการแย่งชิงผลประโยชน์และอำนาจในกลุ่มผู้ปกครองด้วยกันเองได้

ดังนั้น เมื่อเซี่ยฉี่ตายลง บุตรชายของเขาทั้งห้าคนก็แย่งชิงอำนาจกัน ผลคือเมื่อไท่คัง (太康) ได้ขึ้นครองบัลลังก์ต่อจากฉี่ (ครองราชย์ 29 ปี) ก็ไม่สนใจดูแลกิจการงานเมือง เฝ้าหมกมุ่นอยู่กับสุรานารี ต่อมาจึงถูกอี้ (羿) ซึ่งเป็นผู้นำของรัฐฉง (穷氏) สบโอกาสเข้าแย่งชิงอำนาจ ภายหลังเมื่ออี้ถูกขุนนางของเขาที่ชื่อหานจั๋ว (寒浞) สังหารแล้ว เส้าคัง (少康) (ครองราชย์ 21 ปี) บุตรชายของไท่คังซึ่งหลบหนีไปรัฐโหย่วหวี (有虞氏) ได้รับความช่วยเหลือจากโหย่วหวี รวบรวมขุมกำลังเก่าของเซี่ยขึ้นใหม่ แล้วอาศัยช่วงเวลาที่ภายในของกลุ่มหานจั๋วเกิดความวุ่นวาย เข้าช่วงชิงอำนาจเพื่อกอบกู้ราชวงศ์เซี่ยกลับคืนมา

นี่คือเหตุการณ์ที่เป็นหลักหมายทางประวัติศาสตร์สมัยราชวงศ์เซี่ย ที่เรียกขานกันต่อมาว่า "ไท่คังเสียเมือง " (太康失国) "อี้ยึดครองเซี่ย" (后羿代夏) และ "เส้าคังฟื้นฟูเซี่ย" (少康中兴)

เมื่อถึงปลายราชวงศ์ ศูนย์อำนาจภายในเกิดความวุ่นวายทั้งภายในและภายนอกไม่หยุดยั้ง ข้อขัดแย้งทางชนชั้นทวีความรุนแรงมากขึ้น เมื่อเซี่ยเจี๋ย (夏桀) ได้ขึ้นครองบัลลังก์ (ช่วงก่อนคริสต์ศักราช 1,763 ปี ครองราชย์ 52 ปี) ก็ไม่คิดจะปฏิรูปแก้ไขสิ่งใด ยังคงเห่อเหิมฟุ้งเฟ้อในอำนาจ โดยสั่งให้ก่อสร้างตำหนักพระราชวัง ใช้จ่ายเงินทองฟุ่มเฟือยมากมาย มัวเมาอยู่กับสุรานารี โดยไม่สนใจใยดีต่อความทุกข์ยากของเหล่าประชาราษฎร์พากันก่นด่าประณาม เหล่าขุนนางที่จงรักภักดี กลับถูกสั่งคุมขังหรือประหารชีวิต บรรดาเจ้านายชั้นสูงต่างก็พากันเอาใจออกห่าง เซี่ยเจี๋ยจึงตกอยู่ในฐานะโดดเดี่ยว ซางทัง (商汤) ซึ่งเป็นปฐมกษัตริย์ต่อมาคือราชวงศ์ซาง เห็นเป็นโอกาสเหมาะ จึงใช้ข้ออ้างว่า "ฟ้ากำหนด" กล่าวหาว่าเซี่ยทำผิดต่อฟ้า จึงต้องถูกลงทัณฑ์ โดยขอให้ทุกคนรวมพลังกันเข้าโจมตี เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์แห่งฟ้า การศึกระหว่างซางทังและเซี่ยเจี๋ยที่หมิงเถียว (鸣条) ซางทังชนะ เจี๋ยหลบหนีไป และเสียชีวิตที่หนานเฉา ราชวงศ์เซี่ยจึงถึงกาลอวสาน

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  • Deady, Kathleen W. and Dubois, Muriel L., Ancient China. Mankato, MN: Capstone Press, 2004.
  • Lee Yuan-Yuan and Shen, Sinyan. Chinese Musical Instruments (Chinese Music Monograph Series). 1999. Chinese Music Society of North America Press. ISBN 1-880464-03-9
  • Allan, Sarah (1991), The Shape of the Turtle: Myth, Art and Cosmos in Early China (S U N Y Series in Chinese Philosophy and Culture). State University of New York Press. ISBN 978-0-7914-0459-1
  • Allan, Sarah, "Erlitou and the Formation of Chinese Civilization: Toward a New Paradigm", The Journal of Asian Studies, 66:461–496 Cambridge University Press, 2007

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ก่อนหน้า ราชวงศ์เซี่ย ถัดไป
สามราชาห้าจักรพรรดิ 2leftarrow.png ราชวงศ์ในประวัติศาสตร์จีน
(2070–1600 ปีก่อนคริสตกาล)
2rightarrow.png ราชวงศ์ชาง