ราชวงศ์ชาง
ชาง | |||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ป. 1600 – 1046 ปีก่อน ค.ศ. | |||||||||||
ดินแดนสูงสุดโดยประมาณของชางในประเทศจีนปัจจุบัน | |||||||||||
| เมืองหลวง |
| ||||||||||
| ภาษาทั่วไป | ภาษาจีนเก่า | ||||||||||
| ศาสนา | ศาสนารัฐชาง | ||||||||||
| การปกครอง | ราชาธิปไตย | ||||||||||
| กษัตริย์ | |||||||||||
• ประมาณ 1600 ปีก่อน ค.ศ. | ไท่อี่ | ||||||||||
• ประมาณ 1250 – 1191 ปีก่อน ค.ศ. | อู่ติง | ||||||||||
• ประมาณ 1075 – 1046 ปีก่อน ค.ศ. | ตี้ซิน | ||||||||||
| ยุคประวัติศาสตร์ | ยุคสัมฤทธิ์ | ||||||||||
• ก่อตั้ง | ป. 1600 ปีก่อน ค.ศ. | ||||||||||
| ประมาณ 1046 ปีก่อน ค.ศ. | |||||||||||
| พื้นที่ | |||||||||||
| ประมาณ 1122 ปีก่อน ค.ศ.[1] | 1,250,000 ตารางกิโลเมตร (480,000 ตารางไมล์) | ||||||||||
| สกุลเงิน | |||||||||||
| |||||||||||
| ชาง | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
"ชาง" ในอักษรกระดูกทำนาย (บนซ้าย), อักษรสัมฤทธิ์ (บนขวา), อักษรตราประทับ (ล่างซ้าย) และอักษรทั่วไป (ล่างขวา) | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| จีน | 商 | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| พินอิน | Shāng | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| Alternative Chinese name | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| จีน | 殷 | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| พินอิน | Yīn | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
ราชวงศ์ชาง (จีน: 商朝; พินอิน: Shāngcháo) หรือ ราชวงศ์อิน (殷代; Yīn dài) เป็นราชวงศ์จีนที่ปกครองในหุบเขาแม่น้ำเหลืองในช่วงสหัสวรรษที่ 2 ก่อน ค.ศ. ตามธรรมเนียมระบุว่าปกครองต่อจากราชวงศ์เซี่ย และตามหลังด้วยราชวงศ์โจวตะวันตก บันทึกคลาสสิกของชางมาจากตำราอย่าง ชูจิง, จู๋ชูจี้เหนียน และฉื่อจี้ งานวิชาการสมัยใหม่ระบุว่าราชวงศ์นี้ปรากฏอยู่ระหว่างศตวรรษที่ 16 ถึง 11 ก่อน ค.ศ. โดยมีความเห็นพ้องกันมากกว่าเกี่ยวกับวันสิ้นสุดมากกว่าวันเริ่มต้น
ราชวงศ์ชางเป็นราชวงศ์แรกสุดในประวัติศาสตร์จีนดั้งเดิมที่ได้รับการสนับสนุนอย่างมั่นคงจากหลักฐานทางโบราณคดี แหล่งโบราณคดีอินซฺวีใกล้กับเมืองอานหยางในปัจจุบัน ตรงกับเมืองอิน เมืองหลวงสุดท้ายของราชวงศ์ชาง การขุดค้นที่อินซฺวีเปิดเผยสุสานหลวงที่สำคัญ 11 แห่ง ฐานรากของอาคารพระราชวังในอดีต และซากทั้งสัตว์และมนุษย์ที่ถูกสังเวยในพิธีกรรมของรัฐ
ราชวงศ์นี้เป็นยุคแห่งไสยศาสตร์โดยแท้ นิยมการเสี่ยงทายด้วยกระดองเต่ากันมาก จากหลักฐานที่ขุดได้ พบเป็นแผ่นจารึกตัวอักษรโบราณ และเศษกระดองเต่า มีรอยแตกอยู่ทั่วไป แสดงถึงความเชื่อในอำนาจแห่งสวรรค์ ถือว่าทุกสิ่ง สวรรค์เป็นผู้กำหนด ราชวงศ์ชางมีกษัตริย์ 30 องค์ กษัตริย์องค์สุดท้ายชื่อ พระเจ้าอินโจวหรือ โจ้ว (ติวอ๋อง) ซึ่งในประวัติศาสตร์ประณามไว้ว่า เป็นคนโหดร้ายทารุณมาก นิยมการสงคราม และหลงใหลในอิสตรี โดยเฉพาะสนมเอกชื่อ ต๋าจี หรือขันกี ซึ่งเป็นคนวิปริตผิดมนุษย์ คอยยุยงให้โจ้วฆ่าคนเป็นผักปลา สร้างสระเหล้าดงเนื้อขึ้น (เอาน้ำเหล้ามาใส่ในสระ แล้วเอาเนื้อสัตว์มาห้อยไว้ตามต้นไม้) ต่อมาโจวอู่หวัง เจ้าผู้ครองแคว้นโจวทางตะวันตก ได้ยกทัพมาปราบโจ้วอ๋อง โดยอ้างว่า ได้รับ "อาณัติ" หรือ "เทียนมิ่ง" จากสวรรค์ให้มาปราบ และได้ชัยชนะ โจ้วอ๋องจึงฆ่าตัวตายโดยกระโดดลงกองไฟ แต่จริง ๆ แล้ว นักประวัติศาสตร์ยังไม่แน่ใจนัก ว่าโจ้วอ๋องจะโหดร้ายเช่นนั้นจริงหรือไม่ เพราะไม่มีหลักฐานชัดเจน รวมทั้งเรื่องเกี่ยวกับต๋าจีด้วย
มีการค้นพบโบราณวัตถุนับหมื่นชิ้นที่ทำจากสัมฤทธิ์ หยก หิน กระดูก และเซรามิกที่อินซฺ หลักฐานที่โดดเด่นที่สุดคือ สถานที่แห่งนี้ได้ค้นพบตัวอย่างงานเขียนภาษาจีนที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยพบมา ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยข้อความทำนายโชคชะตาที่จารึกไว้บนกระดูกทำนาย ซึ่งมักจะเป็นกระดองเต่าหรือกระดูกสะบักวัว มีการค้นพบกระดูกทำนายมากกว่า 20,000 ชิ้นในช่วงการขุดค้นทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกในคริสต์ทศวรรษ 1920 และ 1930 และมีการค้นพบเพิ่มขึ้นอีกกว่าสี่เท่าตัวนับตั้งแต่นั้นมา จารึกเหล่านี้ให้ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับหลายหัวข้อ ตั้งแต่การเมือง เศรษฐกิจ และการปฏิบัติทางศาสนา ไปจนถึงศิลปะและการแพทย์ในยุคแรกเริ่มของประวัติศาสตร์จีน[2]
เรื่องราวในตอนท้ายราชวงศ์ชางนี้ ได้มีการนำไปแต่งเป็นนิยายหลายเรื่อง หนึ่งในเรื่องนั้นก็คือ "นาจา" และ "เทพประยุทธ์พิชิตฟ้า" นั่นเอง และหนังสือพงศาวดารชื่อว่า "ห้องสิน" โดยจะเน้นหนักไปทางอิทธิปาฏิหาริย์เสียมาก
บันทึกดั้งเดิม
[แก้]ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้ |
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Turchin, Peter; Adams, Jonathan M.; Hall, Thomas D. (December 2006), "East-West Orientation of Historical Empires and Modern States", Journal of World-Systems Research, 12 (2): 219–229, doi:10.5195/JWSR.2006.369, ISSN 1076-156X
- ↑ Keightley (2000).
ข้อมูล
[แก้]- ——— (2000), The Ancestral Landscape: Time, Space, and Community in Late Shang China (ca. 1200–1045 B.C.), China Research Monograph, vol. 53, Berkeley: Institute of East Asian Studies, University of California, ISBN 978-1-55729-070-0.
อ่านเพิ่ม
[แก้]- Allen, Herbert J. (1895), แปลโดย Allen, Herbert J., "Ssŭma Ch'ien's Historical Records, Chapter III – The Yin Dynasty", Journal of the Royal Asiatic Society, 27 (3): 601–615, doi:10.1017/S0035869X00145083.
- Campbell, Roderick. 2025. The Shang Economy. Cambridge University Press.
- Chang, Kwang-Chih (1980), Shang Civilization, Yale University Press, ISBN 0-300-02885-7.
- Duan, Chang-Qun; Gan, Xue-Chun; Wang, Jeanny; Chien, Paul K. (1998), "Relocation of Civilization Centers in Ancient China: Environmental Factors", Ambio, 27 (7): 572–575, JSTOR 4314793.
- "The Annals of the Bamboo Books: The Dynasty of Shang", The Chinese Classics, vol. 3, แปลโดย Legge, James, 1865, Part 1, pp. 128–141.
- Lee, Yuan-Yuan; Shen, Sin-yan (1999), Chinese Musical Instruments, Chinese Music Monograph Series, Chinese Music Society of North America Press, ISBN 1-880464-03-9.
- Shen, Sinyan (1987), "Acoustics of Ancient Chinese Bells", Scientific American, vol. 256 no. 4, p. 94, Bibcode:1987SciAm.256d.104S, doi:10.1038/scientificamerican0487-104.
- Timperley, Harold J. (1936), The Awakening of China in Archaeology; Further Discoveries in Ho-Nan Province, Royal Tombs of the Shang Dynasty, Dated Traditionally from 1766 to 1122 B.C..
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]| ก่อนหน้า | ราชวงศ์ชาง | ถัดไป | ||
|---|---|---|---|---|
| ราชวงศ์เซี่ย | ราชวงศ์ในประวัติศาสตร์จีน (ประมาณ 1600 ปี-ประมาณ 1047 ปีก่อนคริสตกาล) |
ราชวงศ์โจว |