ข้ามไปเนื้อหา

ปราสาทตาควาย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ปราสาทตาควาย
ศาสนา
ศาสนาศาสนาฮินดู
เทพพระศิวะ
ที่ตั้ง
ที่ตั้งชายแดนไทย–กัมพูชา
ประเทศไทย
ปราสาทตาควายตั้งอยู่ในจังหวัดสุรินทร์
ปราสาทตาควาย
ที่ตั้งในจังหวัดสุรินทร์
ปราสาทตาควายตั้งอยู่ในประเทศไทย
ปราสาทตาควาย
ปราสาทตาควาย (ประเทศไทย)
ปราสาทตาควายตั้งอยู่ในประเทศกัมพูชา
ปราสาทตาควาย
ปราสาทตาควาย (ประเทศกัมพูชา)
พิกัดภูมิศาสตร์14°21′10″N 103°22′24″E / 14.35278°N 103.37333°E / 14.35278; 103.37333[1]
สถาปัตยกรรม
ประเภทเขมร
เสร็จสมบูรณ์คริสต์ศตวรรษที่ 11

ปราสาทตาควาย, ปราสาทตาวาย หรือในภาษาเขมรเรียกว่า ปราสาทตากรอเบย (เขมร: ប្រាសាទ​តា​ក្របី​ บฺราสาท​ตา​กฺรบี​) ตั้งอยู่บริเวณช่องตาควาย ในเขตบ้านไทยนิยมพัฒนา หมู่ 17 ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เป็นปราสาทหินศิลาแลง ตั้งทางด้านทิศตะวันออกของปราสาทตาเมือนธมที่อยู่ห่างไปประมาณ 12 กิโลเมตร

นักประวัติศาสตร์คาดการณ์จากรูปทรงของตัวปราสาท ว่าปราสาทนี้น่าจะสร้างในช่วงปลายสมัยนครวัด ต่อตอนต้นสมัยบายน ระหว่างรัชกาลพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ถึงพระเจ้าชัยวรมันที่ 7[2] ศาสนสถานถูกสร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 11 เพื่ออุทิศแด่พระศิวะและกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมใกล้ชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา[3][4]

ลักษณะ

[แก้]

ปราสาทตาควายตั้งอยู่บนสันเขาห่างจากหน้าผาสูงของเทือกเขาพนมดงรักประมาณ 10 เมตร เป็นปราสาทจตุรมุข ตั้งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ผังของปราสาทเป็นรูปกากบาท ส่วนฐานต่ำ ส่วนล่างสุดก่อด้วยศิลาแลง ส่วนบนก่อด้วยศิลาทรายทั้งหมด หลังคาห้องครรภคฤหะ ก่อเป็นทรงพุ่มยอดปรางค์ ซ้อนลดหลั่นกันขึ้นไป 5 ชั้น ส่วนหลังคามุขก่อเป็นรูปประทุน จรดหน้าบันทั้ง 4 ด้าน ภายในห้องมีประติมากรรม ลักษณะคล้ายสวายยัมภูวลึงค์ 1 ชิ้น

ที่ตั้ง

[แก้]

ปราสาทนี้ตั้งอยู่บนทิวเขาพนมดงรัก ตรงชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของเมืองสำโรง 57 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปเมืองสำโรงผ่านทางหลวงหมายเลข 56 และถนนคอนกรีตบนภูเขาที่มีเส้นทางไปยังโบราณสถาน

ชาวกัมพูชาอ้างสิทธิ์ว่าปราสาทนี้ตั้งอยู่ในเขตหมู่บ้านแฌร์สลับ (Chher Slap) คุ้มโคกขปัวส์ (Kouk Khpos) อำเภอบ็อนเตียย์อ็อมปึล จังหวัดอุดรมีชัย[ต้องการอ้างอิง] ส่วนฝั่งไทยตั้งอยู่ในบ้านไทยนิยมพัฒนา หมู่ 17 ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ตั้งอยู่ทางตะวันออกของปราสาทตาเมือนธมประมาณ 12 กิโลเมตร[5][6]

ประวัติ

[แก้]

ช่วงต้น

[แก้]

ตามรูปแบบสถาปัตยกรรม ปราสาทนี้สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 12 หรือ 13 ในรูปแบบสถาปัตยกรรมบายน แม้เชื่อกันว่าการก่อสร้างเริ่มขึ้นในคริสต์ศวรรษที่ 11 ปราสาทนี้ตั้งอยู่บนทิวเขาพนมดงรัก และปัจจุบันล้อมรอบด้วยป่า[7]

ข้อพิพาทชายแดน

[แก้]

การเป็นเจ้าของปราสาทอยู่ในกรณีพิพาทชายแดนไทย–กัมพูชา เคยมีการโจมตีของทหารใกล้ปราสาทใน พ.ศ. 2551 ถึง 2554[8][9]

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 มีรายงานว่ากองทัพกัมพูชาเข้ายึดปราสาทนี้[10] สามวันต่อมาในวันที่ 27 กรกฎาคม ทั้งสองประเทศอ้างอธิปไตยเหนือพื้นที่นี้[11] ต่อมาในวันที่ 30 กรกฎาคม โฆษกกองทัพไทยยอมรับว่ากองทัพกัมพูชาได้เข้าควบคุมพื้นที่ปราสาทนี้หลังเกิดการปะทะกัน[12]

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 15 ธันวาคมปีเดียวกัน ทางไทยสามารถยึดปราสาทคืนมาได้ และมีแผนที่จะบูรณะปราสาทในอนาคตหลังข้อพิพาทชายแดนระหว่างไทย–กัมพูชาได้รับการแก้ไขแล้ว[13][14][15]

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "Google Earth". 8 September 2010. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 8 September 2010. สืบค้นเมื่อ 25 November 2018.
  2. ปราสาทตาควาย เก็บถาวร 2010-05-14 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน โครงการแผนที่วัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ชายแดนไทย-กัมพูชา มหาวิทยาลัยมหิดล
  3. "Archived copy". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2018-03-15. สืบค้นเมื่อ 2020-05-10.{{cite web}}: CS1 maint: archived copy as title (ลิงก์)
  4. "ប្រាសាទតាក្របីនិងតាមាន់ទាក់ទាញទេសចរ". Radio Free Asia. สืบค้นเมื่อ 25 November 2018.
  5. Yasothara Siriphaprapagon, Ph.D, Suriya Klangrit, Kroekwut Kanthiang, Ph.D., Titima Mechang, and Phra Athilan Praat Sitthisi (2022). "A study of Archaeological Groups that Play a role in the way of Territorial Communities Between the Kingdom of Thailand and the Kingdom of Cambodia". ASEAN Journal of Religious and Cultural Research (ภาษาอังกฤษ). 5 (2): 24. สืบค้นเมื่อ 19 December 2025.{{cite journal}}: CS1 maint: multiple names: authors list (ลิงก์)
  6. "ประวัติ "ปราสาทตาควาย" อยู่ที่ไหน เป็นของใคร จุดปะทะเดือดชายแดนไทย-กัมพูชา". ไทยรัฐ. 29 July 2025. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 18 December 2025. สืบค้นเมื่อ 16 November 2025.
  7. កែវ, និមល (8 February 2012). "ប្រាសាទ តាក្របី និង តាមាន់ ទាក់ទាញ ទេសចរ" [Ta Krabei and Ta Moan temples attract tourists]. Radio Free Asia. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 18 December 2025. สืบค้นเมื่อ 25 November 2018.
  8. Chhay, Channyda (22 April 2011). "New fighting at border". The Phnom Penh Post (ภาษาอังกฤษ). Reuters. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 27 July 2025. สืบค้นเมื่อ 16 March 2018.
  9. Pavin Chachavalpongpun (2013). "Thai-Cambodian Conflict: The Failure of ASEAN's Dispute Settlement Mechanism" (PDF). Asian Journal of Peacebuilding (ภาษาอังกฤษ). 1 (1): 65-86. doi:10.18588/201305.000005. สืบค้นเมื่อ 19 December 2025.
  10. "Ministry of National Defense Spokesperson: Ta Krabey Temple, Mom Bei Area, Ta Moan Thom Temple successfully occupied by Cambodian army". Khmer Times (ภาษาอังกฤษ). 24 July 2025. สืบค้นเมื่อ 18 December 2025.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  11. Sopha, Mao (24 July 2025). "អ្នកនាំពាក្យអះអាងថា កងទ័ពកម្ពុជា វ៉ៃយកប្រាសាទតាមាន់តូច-តាមាន់ធំ-តាក្របី និងតំបន់មុំបី មកកាន់កាប់ទាំងស្រុងហើយ" [The military spokesman claims that the Cambodian army has completely captured the Ta Moan Thom-Ta Krabey temples and the Mom Bei area]. SBM Press (ภาษาเขมร). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 26 July 2025. สืบค้นเมื่อ 18 December 2025.
  12. ""วินธัย" รับไทยยึดตัวปราสาทตาควายไม่ได้ แต่ครองพื้นที่ยุทธศาสตร์ได้มากกว่าเดิม-ด้าน ทภ.2 แจงทั้งสองฝ่ายคุมคนละด้านห่างกัน 50 เมตร". MGR Online. 31 July 2025. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 7 October 2025. สืบค้นเมื่อ 18 December 2025.
  13. Jahner, Björn (16 December 2025). "Thailand erobert Tempel Ta Khwai zurück" [Thailand recaptures Ta Khwai temple]. Der Farang (ภาษาเยอรมัน). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 18 December 2025. สืบค้นเมื่อ 16 November 2025.
  14. Hoài, Linh (16 December 2025). "Thái Lan tuyên bố giao tranh với Campuchia sẽ không kéo dài" [Thailand declares that fighting with Cambodia will not last long]. VietNamNet (ภาษาเวียดนาม). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 18 December 2025. สืบค้นเมื่อ 16 November 2025.
  15. "戰事升級 泰軍空襲柬2彈藥庫" [The conflict escalates as Thai forces bomb two Cambodian ammunition depots]. TCN (ภาษาจีน). 16 December 2025. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 18 December 2025. สืบค้นเมื่อ 16 November 2025.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]