ปราสาทตาเมือนธม
| ปราสาทตาเมือนธม | |
|---|---|
| ศาสนา | |
| ศาสนา | ศาสนาฮินดู |
| เทพ | พระศิวะ |
| ที่ตั้ง | |
| ที่ตั้ง | สุรินทร์, ประเทศไทย |
| ประเทศ | ไทย |
| พิกัดภูมิศาสตร์ | 14°20′57″N 103°16′00″E / 14.349246°N 103.266582°E |
| สถาปัตยกรรม | |
| ประเภท | เขมร |
| ผู้สร้าง | พระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 |
| เสร็จสมบูรณ์ | คริสต์ศตวรรษที่ 11[1] |
ปราสาทตาเมือนธม หรือ ปราสาทตามานธุม (เขมร: ប្រាសាទតាមាន់ធំ) ตั้งอยู่ในช่องเขาตาเมือน (หรือช่องเขาตาเมียง) เทือกเขาพนมดงรัก ในเขตบ้านหนองคันนาสามัคคี หมู่ 8 ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เป็นปราสาทขนาดใหญ่ที่สุดในอุทยานประวัติศาสตร์กลุ่มปราสาทตาเมือน ซึ่งประกอบด้วยปราสาทหินสามหลังเรียงลำดับจากขนาดใหญ่ไปขนาดเล็ก คือ ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด และปราสาทตาเมือน
ปราสาทตาเมือนธม เป็นปราสาทขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่ม (ธม เป็นภาษาเขมร แปลว่า ใหญ่) ตัวปราสาทอยู่บนเนินเขาสร้างคร่อมโขดหินธรรมชาติที่ศักดิ์สิทธิ์ในรูปของสยัมภูศิวลึงค์ และเป็นที่สำหรับประกอบพิธีกรรม
ตัวปราสาทตาเมือนธม หันหน้าไปทางทิศใต้ ผิดแผกจากแห่งอื่นซึ่งมักจะหันหน้าไปทางทิศตะวันออก รับกับเส้นทางที่มาจากเขมรต่ำผ่านมาทางช่องทางตาเมือนนี้
ปราสาทตาเมือนธมประกอบด้วยปราสาทประธาน มีอาคารอื่น คือปรางค์ก่อด้วยหินทรายสองหลัง อยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และตะวันตกเฉียงเหนือของปราสาทประธาน มีบรรณาลัยศิลาแลงสองหลัง และนอกระเบียงคดทางทิศเหนือ มีสระน้ำขนาดเล็กสองสระ
ปราสาทตาเมือนธมขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 52 หน้า 3712 วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478[2]
ข้อมูล
[แก้]กลุ่มปราสาทตาเมือน ตั้งอยู่ที่บ้านหนองคันนาสามัคคี ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ตามรายทางสู่เมืองพระนครของขอม ในอดีตยังไม่มีความรับรู้ในเรื่องพรหมแดนต่างประเทศ มีแต่เพียงแนวทิวเขาพนมดงรัก เป็นพรหมแดนธรรมชาติที่กั้นผู้คนสองดินแดนไว้ คนโบราณมีการ ใช้เส้นทางผ่าช่องเขาที่มีอยู่ตลอดแนว ในบางช่องเขามีการสร้างปราสาทหินขนาดเล็ก เช่น ช่องไชตะกูมีปราสาทแบแบก แต่สำหรับที่ช่องตาเมือนหรือตาเมียงนี้มีลักษณะพิเศษคือ มีปราสาทหินสามหลังอยู่ใกล้ๆกัน เรียงลำดับจากขนาดใหญ่ไปขนาดเล็ก เรียกว่ากลุ่มปราสาทตาเมือน โดยปราสาทแต่ละหลังมีขนาดและประโยชน์ที่ใช้สอยแตกต่างกันไป
ปราสาทตาเมือนธม เป็นปราสาทขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่ม ตัวปราสาทอยู่บนเนินเขาสร้างคร่อมโขดหินธรรมชาติที่ศักดิ์สิทธิ์ในรูปของสยัมภูศิวลึงค์ และเป็นที่สำหรับประกอบพิธีกรรม อยู่ใกล้ดินแดนเขมรมากที่สุด ปราสาทแห่งนี้หันหน้าไปทางทิศใต้ ผิดแผกจากแห่งอื่นซึ่งมักจะหันหน้าไปทางทิศตะวันออก คงจะรับกับเส้นทางที่มาจากเขมรต่ำผ่านมาทางช่องทางตาเมือนนี้ ปราสาทตาเมือนธม ซึ่งแปลตรงกับภาษาเขมรว่า ใหญ่ นอกจากนี้ยังมีอาคารอื่น คือปรางค์ก่อด้วยหินทรายสองหลัง อยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และตะวันตกเฉียงเหนือของปราสาทประธาน บรรณาลัยศิลาแลงสองหลัง และนอกระเบียงคดทางทิศเหนือมีสระน้ำขนาดเล็กสองสระ
เนื่องจากปราสาทแห่งนี้อยู่ใกล้เขตชายแดน การเที่ยวชมจึงควรอยู่เฉพาะภายในเขตปราสาทเท่านั้น ไม่ควรเดินออกไปไกลจากแนวต้นไม้รอบปราสาทเพราะพื้นที่นี้ยังไม่ปลอดภัยนัก
ปราสาทตาเมือนโต๊ด อยู่ห่างจากปราสาทตาเมือนธม ประมาณ 750 เมตร ก่อด้วยศิลาแลง มีกำแพงล้อมรอบและมีสระน้ำขนาดเล็กอยู่ทางทิศเหนือหนึ่งสระ โดยเชื่อว่าปราสาทแห่งนี้เป็นอโรคยาศาล รักษาพยาบาลของชุมชนหรือตามรายทางที่เป็นเส้นทางคมนาคม ซึ่งนิยมสร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7
ปราสาทตาเมือน(บายกรีม)อย่ห่างจากปราสาทตาเมือนโต๊ด ประมาณ 390 เมตร เป็นปราสาทที่เล็กที่สุด ก่อด้วยศิลาแลง มีลักษณะเป็นห้องยาว เชื่อว่าเป็นธรรมศาลา คือที่พักสำหรับคนเดินทาง
กลุ่มปราสาทตาเมือนนี้นับได้ว่าเป็นกลุ่มปราสาทที่มีความสมบูรณ์ในด้านของการอำนวยประโยชน์ แก่ผู้คนที่ใช้เส้นทางผ่านช่องเขา ซึ่งไม่ปรากฏในถิ่นอื่น การที่มีกลุ่มปราสาทตาเมือนตั้งอยู่ในบริเวณนี้เป็นประจักษ์พยานที่แสดงให้เห็นว่า ในอดีตเส้นทางช่องเขาตาเมือนนี้คงจะมีชุมชนหรือเป็นเส้นทางผ่านช่องเขาสำคัญของภูมิภาค
ความสับสน
[แก้]เนื่องจากความคล้ายคลึงกันของปราสาทในกลุ่มตาเมือนบริเวณดังกล่าว เรียงลำดับจากขนาดใหญ่ไปขนาดเล็ก คือ ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด และปราสาทตาเมือน[3]
ทำให้ปราสาทตาเมือนธมกับปราสาทตาเมือน ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นแห่งเดียวกัน เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงชื่อปราสาทตาเมือนที่อยู่ทางตอนเหนือให้เป็นปราสาทตาเมือนธม ซึ่งปราสาทตาเมือนเป็นปราสาทที่เล็กที่สุด และเปลี่ยนชื่อปราสาทตาเมือนธม เป็นปราสาทตาเมือนแมว[3] กระทั่งมีการแก้ไขกลับคืนทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าปราสาทตาเมือนธมลึกเข้าไปในเขตกัมพูชาจากการย้ายหมุด[4] ซึ่งอันที่จริงเกิดจากการแสดงผลของเส้นเขตแดนที่คลาดเคลื่อนทำให้เกิดความเข้าใจผิดและสับสน[3]
การเข้าชม
[แก้]เนื่องจากกลุ่มปราสาทนี้ตั้งอยู่ในเขตชายแดนประเทศไทย ทำให้การเข้าถึงตัวปราสาทเข้าได้เฉพาะฝั่งไทยเท่านั้น ส่วนฝั่งกัมพูชาอาจเข้าถึงได้ยากเพราะทางหลวงเก่าถูกป่าไม้กลืนกินหมดแล้ว ในช่วงวิกฤตการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา พ.ศ. 2551–2554 ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การถือครองปราสาทพระวิหาร การปะทะริมชายแดนขยายไปถึงตาเมือน ทำให้ต้องหยุดเข้าชมวิหารชั่วคราว หลังจากนั้นแรงกดดันมีมากขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางไปไกลกว่าทางเข้าหลักทางใต้เพียงไม่กี่เมตร โดยมีตำรวจตระเวนชายแดนประจำการตรงนี้[5]
นับตั้งแต่ พ.ศ. 2553 ทางเข้าปราสาทฝั่งกัมพูชาเริ่มง่ายขึ้นเพราะมีการพัฒนาถนนแล้ว ซึ่งสร้างขึ้นใน พ.ศ. 2552 แล้วเปิดใช้งานใน พ.ศ. 2553 โดยเป็นถนนลูกรังสีแดงที่มีความยาว 24 กิโลเมตร (แต่ไม่นานมานี้ได้พัฒนาเป็นถนนยางมะตอย) และถนนคอนกรีตขึ้นเขา 500 เมตร ผู้เข้าชมควรจอดรถในบริเวณใกล้เนินเขา เพราะพื้นที่บางส่วนชันเกิน เมื่อถึงยอดเขา นักท่องเที่ยวสามารถชมทิวทัศน์ของทิวเขาพนมดงรักพร้อมกับต้นไม้ใหญ่และดอกไม้ป่า[6]
เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2568 ทหารกัมพูชาบุกรุกเข้ามาเพื่อจะยึดปราสาทตาเมืองธม แต่ถูกทหารไทยขับไล่ออกจากพื้นที่เนื่องจากเป็นการบุกรุกดินแดนของประเทศไทย ทางทหารกัมพูชาได้ใช้ปืนใหญ่ทำลายปราสาทจนได้รับความเสียหาย
ภาพ
[แก้]ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- ↑ Uchida, Etsuo; Ito, K.; Shimizu, N. (2010). "Provenance of the Sandstone Used in the Construction of the Khmer Monuments in Thailand". Archaeometry. 52 (4): 550–574. doi:10.1111/j.1475-4754.2009.00505.x. สืบค้นเมื่อ 11 November 2015.
- ↑ "ภาคผนวก ง ทะเบียนโบราณสถานทั่วราชอาณาจักร" (PDF). กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย. p. 305.
- 1 2 3 "งามไส้ เพจดังเผย "มือปริศนา" แอบเปลี่ยนชื่อ "ปราสาทตาเมือนธม" เป็น "ตาเมือนแมว" ใน Google Maps แล้วปักหมุดให้อยู่ฝั่งเขมร". mgronline.com. 2025-05-30. สืบค้นเมื่อ 2025-07-02.
- ↑ "มือดีย้ายหมุด ปราสาทตาเมือนธม ใน Google Map จากฝั่งไทยไปอยู่กัมพูชา กองทัพบกแจงแล้ว". www.thairath.co.th. 2025-07-02. สืบค้นเมื่อ 2025-07-02.
- ↑ Panchali, Saikia (August 2012). "The Dispute over Preah Vihear: Seen Problems, Unseen Stakes" (PDF). IPCS Special Report. Institute of Peace and Conflict Studies. 129. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 4 March 2016. สืบค้นเมื่อ 11 November 2015.
- ↑ "ប្រាសាទតាមាន់ធំ និង តាក្របី ក្នុងសភាពស្ងប់ស្ងាត់|Cambodia News | Khmer News - ពត៌មានខ្មែរ". เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2018-03-15. สืบค้นเมื่อ 2018-03-08.
อ่านเพิ่ม
[แก้]- Michael Freeman, A guide to Khmer temples in Thailand & Laos, Rivers Books, 1996 974-8900-76-2
- Michael Freeman, Palaces of the Gods: Khmer Art & Architecture in Thailand, River Books, 2001 974-8303-19-5
- Yoshiaki Ishizawa, Along The Royal Roads To Angkor, Weatherhill, 1999 083-4804-72-7
- Claude Jacques and Philippe Lafond, The Khmer Empire, River Books, 2007 974-9863-30-5
- Vittorio Roveda, Images of the gods: khmer mythology in Cambodia, Thailand and Laos, River Books, 2005 974-9863-03-8
- Betty Gosling, Origins of thai art, River Books, 2004 0-8348-0541-3
- Bruno Bruguier, Olivier Cunin, Juliette Lacroix (2015). Banteay Chhmar et les provinces occidentales. Guide archéologique du Cambodge, Tome 3, JSRC. ISBN 978-9924-900009.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- แผนที่และภาพถ่ายทางอากาศของ ปราสาทตาเมือนธม
- ภาพถ่ายดาวเทียมจากวิกิแมเปีย หรือกูเกิลแมปส์
- แผนที่จากลองดูแมป หรือเฮียวีโก
- ภาพถ่ายทางอากาศจากเทอร์ราเซิร์ฟเวอร์
