ทศางค์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
บทความนี้เกี่ยวข้องกับ
ศาสนายูดาห์

Symbol สถานีย่อย

Star of David.svg
พระเป็นเจ้า
อโดนาย (ยฮวฮ)
ศาสดา
โมเสส
คัมภีร์
คัมภีร์ทานัค (โทราห์ผู้เผยพระวจนะปรีชาญาณ) • คัมภีร์ทาลมุด
บุคคลสำคัญ
อับราฮัมอิสอัคยาโคบโมเสสอาโรนดาวิดซาโลมอนซาร่าห์รีเบคก้าราเชลลีอาห์
ประวัติ
ประวัติศาสนายูดาห์ :
วงศ์วานอิสราเอลแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ปัญหาชาวยิวเกตโตในทวีปยุโรปภายใต้การยึดครองของนาซีการต่อต้านยิว
นิกาย
ยูดาห์ออร์ทอดอกซ์ (HarediHasidicยูดาห์ออร์ทอดอกซ์ดั้งเดิม) • ยูดาห์อนุรักษนิยมยูดาห์ปฏิรูป
พิธีกรรม
สุหนัตสะบาโตปัสคาเซเดอร์
สังคมศาสนายูดาห์
ธรรมศาลายิวปฏิทินฮีบรูวันสำคัญปุโรหิต (รับบีฟาริสีสะดูสี) • ชาวยิวศิลปะสัญลักษณ์
ดูเพิ่มเติม
ศาสนายูดาห์ในประเทศไทย
อภิธานศัพท์ศาสนายูดาห์
หมวดหมู่ ดูหมวดหมู่
บทความนี้เกี่ยวข้องกับ
ศาสนาคริสต์

Symbol สถานีย่อย

Red Cross of Christianity.png
พระเจ้า
ตรีเอกภาพ :
พระบิดา (พระยาห์เวห์) • พระบุตร (พระเยซู) • พระวิญญาณบริสุทธิ์
ความเชื่อ
พระคริสต์เทววิทยาการตกในบาปความรอดหลักข้อเชื่อของอัครทูตบัญญัติสิบประการบัญญัติเอกพระมหาบัญชา
คัมภีร์
คัมภีร์ไบเบิล :
ภาคพันธสัญญาเดิมภาคพันธสัญญาใหม่ (พระวรสาร)
ประวัติ
ประวัติยุคแรกสภาสังคายนาสากลมหาศาสนเภทสงครามครูเสดการปฏิรูปศาสนา
อัครทูต
ซีโมนเปโตรอันดรูว์ยากอบบุตรเศเบดียอห์นฟีลิปบารโธโลมิวโธมัสมัทธิวยากอบบุตรอัลเฟอัสยูดาซีโมนเศโลเทยูดาสมัทธีอัสเปาโลบารนาบัสยากอบ
นิกาย
ตะวันตก :
โรมันคาทอลิกโปรเตสแตนต์ (เพนเทคอสต์เพรสไบทีเรียนเมทอดิสต์ลูเทอแรนแบปทิสต์ปฏิรูปอนาแบปทิสต์แองกลิคันแอดเวนทิสต์)
ตะวันออก :
ออเรียนทัลออร์ทอดอกซ์อีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์
อตรีเอกภาพนิยม :
พยานพระยะโฮวามอรมอน
พิธีกรรม
พิธีบัพติศมาพิธีมหาสนิทศักดิ์สิทธิ์
สังคมศาสนาคริสต์
โบสถ์คริสต์ปฏิทินวันสำคัญ (สะบาโตอีสเตอร์คริสต์มาส) • บุคคลนักบุญศิลปะสัญลักษณ์ธง
ดูเพิ่มเติม
ศาสนาคริสต์ในประเทศไทย
อภิธานศัพท์ศาสนาคริสต์
หมวดหมู่ ดูหมวดหมู่
บทความนี้เกี่ยวกับการถวายในทางศาสนายูดาห์และศาสนาคริสต์ สำหรับความหมายอื่น ดูที่ ทศางค์ (แก้ความกำกวม)

ทศางค์[1][2] หรือ สิบลด[3] (อังกฤษ: Tithe; ฮีบรู: מעשר มาเซอร์‎; กรีก: δέκατο; อาหรับ: عشر‎) ในภาษาฮีบรู หมายถึง "หนึ่งในสิบ" การถวายทศางค์ เป็นแนวความคิดที่มาจากศาสนายูดาห์ ซึ่งมีบันทึกในคัมภีร์ฮีบรูหมวดโทราห์ หรือคัมภีร์ไบเบิลภาคพันธสัญญาเดิมหมวดเบญจบรรณของศาสนาคริสต์ การถวายทศางค์เป็นกฎข้อบังคับสำหรับวงศ์วานอิสราเอลทุกคน คนอิสราเอลจะต้องถวาย 10% ของทุกสิ่งที่เขาหามาได้และเพาะปลูกได้ไว้ที่พลับพลาหรือพระวิหารของพระเจ้า[4]

พันธสัญญาเดิม[แก้]

ในบทบัญญัติของพระเจ้าคนอิสราเอลต้องถวายหนึ่งในสิบของสัตว์เลี้ยงและผลผลิตจากที่ดิน รวมทั้งรายได้ของพวกเขาแด่พระเจ้าอันเป็นที่ยอมรับว่าพระเจ้าได้ทรงอวยพรเขา[5][6][7] โดยพื้นฐานแล้วทศางค์นี้จะถูกนำไปใช้จ่ายเกี่ยวกับการนมัสการและการสนับสนุนพวกปุโรหิต พระเจ้าทรงถือว่าประชากรของพระองค์ต้องรับผิดชอบในการบริหารจัดการทรัพยากรที่พระองค์ได้ประทานแก่พวกเขาในดินแดนพระสัญญา[8]

หัวใจของทศางค์คือตระหนักว่าพระเจ้าทรงเป็นเจ้าของทุกสิ่ง[9][10][11] พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ และพวกเขาเป็นหนี้ทุกลมหายใจเข้าออกต่อพระองค์[12][13] ดังนั้น ไม่มีใครเป็นเจ้าของสิ่งที่เขามีโดยไม่ได้รับจากพระเจ้าก่อน[14] ในบทบัญญัติเรื่องทศางค์ พระเจ้าเพียงแต่ทรงบัญชาให้พวกเขาคืนสิ่งที่พระองค์ได้ประทานแก่พวกเขาก่อนสิ่งอื่นใด

พันธสัญญาใหม่[แก้]

บางคนเข้าใจว่าการถวายทศางค์ในพันธสัญญาเดิมเปรียบเสมือนการเสียภาษี เพื่อให้ปุโรหิตและคนเลวีได้มีกินมีใช้ ในพันธสัญญาใหม่ไม่มีที่ไหนสั่งหรือแม้แต่แนะนำให้คริสเตียนยอมรับกฎแห่งการถวายทศางค์อย่างเป็นทางการ นักบุญเปาโลกล่าวว่า ผู้เชื่อควรแยกรายรับไว้ส่วนหนึ่งเพื่อสนับสนุนคริสตจักร[15] ไม่มีที่ไหนในพันธสัญญาใหม่ที่บอกจำนวนเปอร์เซ็นต์ของรายได้ที่คริสเตียนจะต้องแยกไว้ แต่บอกว่าให้เป็นไปตามที่พระเจ้าได้ทรงให้ท่านจำเริญขึ้น[16] คริสตจักรยกเอาตัวเลข 10% มาจากทศางค์ในพันธสัญญาเดิมแล้วนำมาประยุกต์ว่าเป็นจำนวน “ขั้นต่ำที่แนะนำ” สำหรับคริสเตียนในการถวาย

อย่างไรก็ตามคริสเตียนไม่ควรมีความรู้สึกว่าเป็นหน้าที่ที่จะต้องถวายเสมอ เขาควรถวาย “ตามที่พระเจ้าได้ทรงให้ท่านจำเริญขึ้น” นี่หมายความว่า บางครั้งอาจมากกว่าหรือน้อยกว่าจำนวนทศางค์ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความสามารถ ความสมัครใจของเขา และตามความจำเป็นของคริสตจักร คริสเตียนทุกคนควรอธิษฐานขอสติปัญญาจากพระเจ้าว่าเขาควรถวายหรือไม่ และ/หรือเท่าไหร่[17][18]

แต่‍ละ‍คน​จง​ให้​ตาม​ที่​เขา​คิด‍หมาย​ไว้​ใน​ใจ ไม่​ใช่​ให้​ด้วย​ความ​เสีย‍ดาย ไม่​ใช่​ให้​ด้วย​ความ​จำ‍ใจ เพราะ​ว่า​พระ‍เจ้า​ทรง​รัก​คน​ที่​ให้​ด้วย​ใจ​ยินดี

2 โครินธ์ 9:7

อ้างอิง[แก้]

  1. พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011, สมาคมพระคริสตธรรมไทย
  2. พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1971, สมาคมพระคริสตธรรมไทย
  3. พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940, สมาคมพระคริสตธรรมไทย
  4. หนังสือเลวีนิติ 27:30, พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  5. หนังสือเลวีนิติ 27:30-32, พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  6. หนังสือกันดารวิถี 18:21,26, พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  7. หนังสือเฉลยธรรมบัญญัติ 14:22-29, พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  8. พระวรสารนักบุญมัทธิว 25:15, พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  9. หนังสืออพยพ 19:5, พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  10. หนังสือสดุดี 24:1, พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  11. หนังสือฮาบากุก 2:8, พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  12. หนังสือปฐมกาล 1:26-27, พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  13. หนังสือกิจการของอัครทูต 17:28, พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  14. หนังสือโยบ 1:21, พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  15. จดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวโครินธ์ ฉบับที่ 1 16:1-2, พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  16. จดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวโครินธ์ ฉบับที่ 1 16:2, พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  17. จดหมายของนักบุญยากอบ 1:5, พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  18. จดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวโครินธ์ ฉบับที่ 2 9:7, พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011