รับบี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ราไบโมเช ไฟน์สไตน์ผู้นำคนสำคัญของศาสนายูดาห์ออร์ทอดอกซ์ของครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 20
บทความนี้เกี่ยวข้องกับ
ศาสนายูดาห์

Symbol สถานีย่อย

Star of David.svg
พระเป็นเจ้า
อโดนาย (ยฮวฮ)
ศาสดา
โมเสส
คัมภีร์
คัมภีร์ทานัค (โทราห์Nevi'imKetuvim) • คัมภีร์ทาลมุด
บุคคลสำคัญ
อับราฮัมอิสอัคยาโคบโมเสสอาโรนดาวิดซาโลมอนซาร่าห์รีเบคก้าราเชลลีอาห์
ประวัติ
ประวัติศาสนายูดาห์ :
วงศ์วานอิสราเอลแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ปัญหาชาวยิวเกตโตในทวีปยุโรปภายใต้การยึดครองของนาซีการต่อต้านยิว
นิกาย
ยูดาห์ออร์ทอดอกซ์ (HarediHasidicยูดาห์ออร์ทอดอกซ์ดั้งเดิม) • ยูดาห์อนุรักษนิยมยูดาห์ปฏิรูป
พิธีกรรม
สะบาโตปัสคาเซเดอร์
สังคมศาสนายูดาห์
สุเหร่ายิวปฏิทินฮีบรูปุโรหิต (รับบีฟาริสีสะดูสี) • ชาวยิวศิลปะสัญลักษณ์
ดูเพิ่มเติม
ศาสนายูดาห์ในประเทศไทย
อภิธานศัพท์ศาสนายูดาห์
Category ดูหมวดหมู่

รับบี[1] (ฮีบรู: רבรับบี; อังกฤษ: Rabbi /ˈræb/) เป็นภาษาฮิบรูแปลว่า “อาจารย์” เป็นคำที่ใช้ในศาสนายูดาห์ที่หมายถึงผู้สอนศาสนา

คำว่า “rabbi” มีรากมาจากภาษาฮิบรูว่า “רַב” หรือ “rav” ที่ในคัมภีร์ฮีบรูหมายความว่า “ยิ่งใหญ่” หรือ “เป็นที่เคารพ” คำนี้มีรากมาจากรากภาษากลุ่มเซมิติก R-B-B เทียบเท่ากับภาษาอาหรับ “ربّ” หรือ “rabb” ที่แปลว่า “lord” (ที่โดยทั่วไปเป็นการเอ่ยถึงพระเจ้าทางโลกด้วย เพื่อเป็นการแสดงความนับถือบางครั้งรับบีผู้มีชื่อเสียงก็จะเรียกกันว่า “The Rav.”

รับบีไม่ใช่งานอาชีพตามคัมภีร์โทราห์ ฉะนั้นจึงไม่มีการใช้ตำแหน่งที่เกี่ยวข้องเช่น “Rabban” “Ribbi” หรือ “Rab” เพื่อกล่าวถึงนักปราชญ์ในบาบิโลเนียหรือในอิสราเอล[2] แม้แต่ศาสดาผู้มีความสำคัญในพระคัมภีร์ก็ยังไม่เรียกว่ารับบี แต่เรียกว่า “ฮักไก” ตำแหน่ง “รับบัน” หรือ “รับบี” เริ่มใช้กันเป็นครั้งแรกในคัมภีร์ฮีบรูในมิชนาห์ (ราว 200 ปีก่อนคริสต์ศักราช) คำนี้ใช้เป็นครั้งแรกสำหรับรับบันกามาลิเอลผู้อาวุโส (Rabban Gamaliel the elder), ราบันซิเมอันลูกชาย และโยฮานัน เบน ซัคไค ซึ่งต่างก็เป็นประธานสภาซันเฮดริน[3] คำนี้ในภาษากรีกพบในพระวรสารนักบุญมัทธิว พระวรสารนักบุญมาระโก และพระวรสารนักบุญยอห์นในพันธสัญญาใหม่เมื่อกล่าวถึงพระเยซู.[4]

การพัฒนาความคิดเกี่ยวกับรับบีเริ่มขึ้นในสมัยฟาริสีและทาลมุด เมื่อปรจารย์มาประชุมกันเพื่อร่างกฎเกี่ยวกับศาสนายูดาห์ทั้งทางภาษาเขียนและภาษาพูด ในคริสต์ศตวรรษที่ผ่านมา หน้าที่ของรับบีก็ยิ่งเพิ่มความมีอิทธิพลมากขึ้น ที่ทำให้เกิดคำใหม่ๆ เช่น “รับบีแท่นเทศน์” (pulpit rabbi) และในคริสต์ศตวรรษที่ 19 หน้าที่ของราไบก็รวมการเทศนา, การให้คำปรึกษา และ การเป็นผู้แทนชองประชาคมในโลกภายนอกก็เพิ่มความสำคัญขึ้นเป็นลำดับ

ในนิกายต่างๆ ของศาสนายูดาห์ ข้อกำหนดเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ในการแต่งตั้งรับบีก็แตกต่างกันออกไป หรือกฎที่ใครควรจะเรียกว่าเป็นรับบี

อ้างอิง[แก้]

  1. ยอห์น 1:38
  2. This is evident from the fact that Hillel I, who came from Babylon, did not have the title Rabban prefixed to his name.
  3. The title Ribbi too, came into vogue among those who received the laying on of hands at this period, as, for instance, Ribbi Zadok, Ribbi Eliezer ben Jacob, and others, and dates from the time of the disciples of Rabban Johanan ben Zakkai downward. Now the order of these titles is as follows: Ribbi is greater than Rab; Rabban again, is greater than Ribbi; while the simple name is greater than Rabban. Besides the presidents of the Sanhedrin no one is called Rabban.
  4. Englishman's Greek Concordance of the New Testament by Wigram, George V.; citing Matthew 26:25, Mark 9:5 and John 3:2 (among others)

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]