ขบวนการไซออนิสต์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ธีโอดอร์ เฮิร์ซล์ ผู้นำลัทธิไซออน

ขบวนการไซออนิสต์ (อังกฤษ: Zionism) เป็นชื่อเรียกขบวนการคืนสู่มาตุภูมิประวัติศาสตร์ในดินแดนปาเลสไตน์ดั้งเดิม (The Eretz Israel) ของชนชาติยิว หลังถูกชาวอียิปต์ขับกระจัดกระจายนานนับศควรรษ ชาวยิวเชื่อว่า เมื่อใดที่ชาวยิวย้ายกลับมาครอบครองถิ่นเดิม จะเกิดความเจริญรุ่งเรืองดังที่เกิดแล้วสมัยกษัตริย์เดวิด ด้วยเจตนาที่จะรื้อฟื้นสิ่งที่พวกเขาคิดว่า เป็นแผ่นดินที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้เป็นการเฉพาะแก่พวกยิว ความเชื่อนี้ทำให้เกิดการรณรงค์เผยแพร่ความคิดที่เรียก "ไซออนิสต์" ขบวนการไซออนิสต์ยุคใหม่เริ่มเมื่อปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 โดยธีโอดอร์ เฮิร์ซล์ (Theodore Herzl) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาแผนการทางการเมืองเพื่อให้บรรลุถึงความเป็นรัฐอิสระเหนืออาณาเขตที่ชาวปาเลสไตน์ครอบครอง

เขาได้ก่อความหวังให้คนรุ่นใหม่ หรือ ยิวรุ่นใหม่ เพื่อรวบรวม และ อพยพชาวยิวไปยังดินแดนหนึ่ง และทำสัญญากับมหาอำนาจในยุโรปเพื่อประกันสิทธิในดินแดนนั้น รวมทั้งต้องมีองค์กรที่ตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุนการอพยพ และ ตั้งถิ่นฐานใหม่นี้ด้วย ความคิดนี้ได้รับการสนับสนุนเพิ่มขึ้นเป็นลำดับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง วัตถุประสงค์และเป้าหมายนี้ได้รับการสนับสนุนโดยปฏิญญาบอลโฟร์ (Balfour Declaration) ในปี พ.ศ. 2460 โดยเงื่อนไขว่าต้องไม่ทำให้ประชาชนที่ไม่ใช่ชาวยิวในอาณาบริเวณนั้นเสียสิทธิ

ภาพรวม[แก้]

ดูบทความหลักที่: ประเภทของไซออนิสต์

ความเชื่อ[แก้]

สำหรับบทความหลักในหมวดหมู่นี้ ดูที่ ภาษายิดดิช, ภาษาลาดิโน และ Hebraization of surnames

ภูมิหลัง[แก้]

ประชากรปาเลสไตน์ จำแนกตามศาสนาต่างๆ[1]
ปี มุสลิม ชาวยิว คริสต์เตียน อื่นๆ รวม
1922 486,177 (74.91%) 83,790 (12.91%) 71,464 (11.01%) 7,617 (1.17%) 649,048
1931 493,147 (64.32%) 174,606 (22.77%) 88,907 (11.60%) 10,101 (1.32%) 766,761
1941 906,551 (59.68%) 474,102 (31.21%) 125,413 (8.26%) 12,881 (0.85%) 1,518,947
1946 1,076,783 (58.34%) 608,225 (32.96%) 145,063 (7.86%) 15,488 (0.84%) 1,845,559

ค.ศ.1770 นักลงทุนข้ามชาติได้ร่วมประชุมก่อตั้งมูลนิธิโรดเชิลด์ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ที่เมืองแฟรงค์เฟิรต์ ประเทศเยอรมัน และ มอบหมายให้ยิวคนหนึ่งชื่อ อาดัม ไวซ์เฮอวิท ร่างบันทึกข้อสนธิสัญญา ของนักปราชญ์อาวุโสแห่งไซออน ให้เป็นปัจจุบัน อาดัมได้ร่างบันทึกข้อสนธิสัญญาดังกล่าวอย่างสมบูรณ์เมื่อปี ค.ศ. 1776 เนื้อหาหลักที่ได้รับการบรรจุในแผนนี้คือ ทำลายระบอบการเมืองและคำสอนศาสนาที่มีอยู่ เพื่อเปิดทางให้กับยิวในการครอบครองโลก เผยแพร่แนวคิดของยิวที่มีการบิดเบือนแทนที่ความเชื่อทางศาสนา ยุแหย่ประชาคมโลกให้เกิดความหวาดระแวง บาดหมางและปะทุสงครามระหว่างกัน ปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความขัดแย้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง ดินแดน เผ่าพันธุ์ ความเชื่อและแนวคิดระหว่างคนในชาติ เพื่อให้เกิดความขัดแย้งตลอดเวลา และเป็นโอกาสให้แก่ยิวในการควบคุมสถานการณ์และเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้อย่างเต็มที่

ค.ศ. 1776 ได้จัดตั้งองค์กรรัศมีแห่งพระเจ้า โดยสามารถรวบรวมบุคคลที่มีชื่อเสียงจากทุกสาขาอาชีพไม่ว่าด้านศิลปะ ภาษา การศึกษา นักวิชาการ เศรษฐศาสตร์ นักธุรกิจจำนวนเกือบ 2,000 คน พร้อมกำหนดมาตรการสำคัญที่จะต้องยึดเป็นแนวปฏิบัติ ได้แก่

1. ใช้อำนาจเงินและสตรีในการควบคุมผู้มีอิทธิพลและผู้มีตำแหน่งบทบาทสำคัญในทุกระดับชั้นของสังคม ไม่ว่าจะเป็นองค์กรภาครัฐ เอกชนหรือประชาสังคมก็ตาม ทั้งนี้เพื่อผลประโยชน์ขององค์กร

2. สมาชิกที่เป็นนักวิชาการและอยู่ในแวดวงทางการศึกษา จะต้องให้ความสำคัญกับนักศึกษาที่เรียนดี หรือมาจากครอบครัวชนชั้นสูง เพื่อสร้างเป็นทายาทในการเผยแพร่แนวคิดขององค์กร ทั้งนี้ด้วยการให้ทุนการศึกษาและสนับสนุนด้านการเรียนของพวกเขาอย่างเต็มที่

3. ต้องผลักดันบุคคลที่ยอมสวามิภักดิ์ต่อแนวคิดนี้ให้เป็นผู้นำรัฐบาลหรือเป็นหัวหน้าส่วนราชการ โดยมีองค์กรนี้เป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลัง ทั้งนี้เพื่อจะได้ปฏิบัตแผนการณ์ขององค์กรได้อย่างคล่องตัว และมีประสิทธิภาพสูงสุด

4. สมาชิกทุกคนต้องพยายามเข้าไปมีบทบาทด้านหนังสือพิมพ์และสื่อประชาสัมพันธ์ทุกแขนง เพื่อสามารถเผยแพร่แนวคิดและชี้นำมวลชนตามความต้องการขององค์กร

หลังจากนั้นองค์กรนี้ ได้เข้าไปซึมซับในองค์กรต่างๆ ทั่วโลกในรูปแบบและชื่ออันหลากหลาย จนกระทั่งเกิดการปฏิวัติฝรั่งเศส ค.ศ. 1798 เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ระหว่างปี ค.ศ. 1914 ถึง ค.ศ. 1918 และ สงครามโลกครั้งที่ 2 ค.ศ. 1930 ถึง ค.ศ. 1945

หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองเมื่อ ค.ศ. 1948 สหประชาชาติสนับสนุนการจัดตั้งรัฐอิสระของชาวยิวอย่างเป็นทางการ จนถึงบัดนี้ขบวนการรวบรวมชาวยิวที่ถูกขับพลัดถิ่นแต่โบราณให้กลับถิ่นเดิมก็ยังดำเนินไปอย่างเดิม มีชาวยิวที่ไปตั้งถิ่นฐานอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกอพยพกลับสู่ดินแดนปาเลสไตน์อย่างไม่ขาดสาย ขบวนการไซออนิสต์ได้รับการต่อต้านอย่างรุนแรงจากชาวปาเลสไตน์และประเทศอาหรับ

ขบวนการไซออนิสต์ได้ทำการกำหนดยุทธศาสตร์ขององค์กร เพื่อนำไปสู่เป้าหมายเอาไว้อย่างชัดเจน อันประกอบไปด้วย แผน 3 ขั้น คือ

1. ก่อนตั้งรัฐอิสราเอลในปาเลสไตน์

2. ระหว่างตั้งรัฐอิสราเอลในปาเลสไตน์

3. หลังตั้งรัฐอิสราเอลในปาเลสไตน์

และพวกเขาก็ได้เดินตามแผนที่ได้วางเอาไว้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน โดยใช้คนที่มีศักยภาพ เพื่อการนำไปสู่เป้าหมายสูงสุด นั่นคือ

การนำเอาเยาวชนที่มีศักยภาพ เข้าสู่ระบบการศึกษาที่มีคุณภาพให้มากที่สุด ส่งเสริมให้เข้าศึกษาในสถาบันชั้นนำของโลก ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เป็นต้น

หลังจบการศึกษา ก็จะผลักดันให้คนเหล่านี้ เข้าทำงานในสถานประกอบการณ์ระดับโลก ที่ควบคุมด้านการเมือง เศรษฐกิจ และ สังคม ในทุกภูมิภาคของโลก ไม่ว่าจะเป็นสถานบันการเงินของโลก หน่วยงานความมั่นคงอย่าง สำนักงานสอบสวนกลาง (FBI), สำนักข่าวกรองกลาง (CIA) หรือแม้แต่สหประชาชาติ หลังจากนั้นก็จะใช้สายงานที่ตนเองนั้นรับผิดชอบสร้างอิทธิพล ต่อประเทศต่าง ๆ สร้างเครือข่ายมหาอำนาจ อย่างเป็นกระบวนการเป็นระบบ มากยิ่งขึ้น และสิ่งดังกล่าวจะถูกสร้างขึ้นมารุ่นต่อรุ่น จวบจนถึงปัจจุบันนี้

นอกจากนั้นแล้วองค์กรแห่งนี้จะเข้าไปจัดการ ควบคุมกระบวนการทางการเงิน การธนาคาร และการคลังของโลก แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็น ธนาคารระหว่างประเทศเพื่อการฟื้นฟูบูรณะและการพัฒนา หรือ ธนาคารโลก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ล้วนแล้วแต่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของกลุ่มไซออนิสต์ สิ่งดังกล่าวไม่ได้เพียงเพื่อการกล่าวอ้างเลื่อนลอย อาทิเช่น จอร์จ โซรอส ที่เรียกกันว่าพ่อมดทางการเงิน ก็เป็นยิวเชื้อสายฮังการีโดยแท้ หรือแม้แต่ อลัน กรีนสแปน อดีตผู้ว่าการธนาคารชาติสหรัฐฯ ก็เป็นชาวยิว เช่นเดียวกัน

นอกจากนั้นแล้ว ไซออนิสต์ ยังมีองค์กรแบบเปิดเผย และ องค์กรลับในการจัดการ ทุกอย่างเป็นกระบวนการ มีสื่อที่อยู่ในมือเพื่อสร้างภาพ สร้างกระบวนการรับรู้ โฆษณาชวนเชื่ออย่างเป็นกระบวนการ สื่อในตะวันตกหลายสำนัก อยู่ภายใต้กระบวนการ และ ทุนของชาวยิว แทบทั้งสิ้น

ดังนั้นจากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่า แท้ที่จริงแล้ว ในทุกยุคทุกสมัย ของรัฐบาลสหรัฐฯ นั้นอยู่ภายใต้การควบคุมของขบวนการไซออนิสต์ เพื่อที่จะเดินหน้าสู่เป้าหมายคือการสถาปนาประเทศอิสราเอล ให้สำเร็จ และเมื่อนั้น ขบวนการไซออนิสต์ ก็จะครองโลก ตามแผนที่วางเอาไว้ และ ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไม อิสราเอลถึงพยายามผลักดันให้ผู้นำสหรัฐฯ แก้ไขข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน และ ที่สำคัญประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ก็เห็นดีเห็นงามที่จะทำตามด้วย ก็เนื่องจากมีขบวนการไซออนิสต์ บงการรัฐบาลสหรัฐอเมริกา

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

Explanatory notes

Citations

  1. unispal (September 3, 1947). "UNSCOP Report to the General Assembly, Volume 1, Chapter II, Par. A., 12 (doc.nr. A/364)". United Nations Special Committee on Palestine. Archived from the original on January 16, 2013. สืบค้นเมื่อ May 2, 2012.

บรรณานุกรม

ข้อมูลปฐมภูมิ
  • Herzl, Theodor. A Jewish state: an attempt at a modern solution of the Jewish question (1896) full text online
  • Herzl, Theodor. Theodor Herzl: Excerpts from His Diaries (2006) excerpt and text search
ข้อมูลทุติยภูมิ

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

  • วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ Zionism