ซาโตชิ ทาจิริ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ซะโตะชิ ทะจิริ)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ซาโตชิ ทาจิริ
ชื่อจริง田尻 智
เกิด28 สิงหาคม ค.ศ. 1965 (54 ปี)
เซตางายะ, โตเกียว
สัญชาติญี่ปุ่น
จบจากวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งชาติโตเกียว
อาชีพนักออกแบบวิดีโอเกม
ปีปฏิบัติงาน1989-ปัจจุบัน
นายจ้างเกมฟรีก
มีชื่อเสียงจากสร้างแฟรนไชส์โปเกมอน
ผลงานเด่นโปเกมอน; เมนเดลพาเลซ; พัลส์แมน
บ้านเดิมมาจิดะ, โตเกียว

ซาโตชิ ทาจิริ (ญี่ปุ่น: 田尻 智 โรมาจิSatoshi Tajiri เกิด 28 สิงหาคม ค.ศ. 1965[1]) เป็นนักออกแบบวิดีโอเกมชาวญี่ปุ่น รู้จักกันดีที่สุดในฐานะผู้สร้างแฟรนไชส์โปเกมอน และเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทพัฒนาวิดีโอเกม เกมฟรีก ทาจิริ เป็นผู้ชื่นชอบเกมอาเขต เขาได้เขียนและปรับปรุงแฟนซีนเกี่ยวกับวิดีโอเกมชื่อ เกมฟรีก ร่วมกับ เค็น ซุงิโมริ ก่อนพัฒนาเป็นการก่อตั้งบริษัทในชื่อเดียวกัน ทาจิริกล่าวว่าการเชื่อมต่อเกมบอยสองเครื่องด้วยสายเคเบิลบันดาลใจให้เขาสร้างเกมที่เกิดจากการสะสมแมลง ซึ่งเป็นการสะสมและกิจกรรมที่เป็นเพื่อน ๆ ของเขาในวัยเด็ก เกมใช้เวลา 6 ปีพัฒนาจนเสร็จสมบูรณ์ เกิดเป็นเกมโปเกมอนภาคเรดและโปเกมอนภาคกรีน และนำไปสู่แฟรนไชส์ระดับหลายพันล้านที่ช่วยประคับประคองเครื่องเล่นเกมมือถือของบริษัทนินเทนโดไว้ได้ ทาจิริยังคงเป็นผู้บริหารแฟรนไชส์โปเกมอนจนถึงช่วงพัฒนาเกมโปเกมอนภาครูบีและแซฟไฟร์ หลังจากนั้นเขาเปลี่ยนมาทำหน้าที่ผู้ควบคุมการผลิตอย่างง่ายแทน

ทาจิริยังทำงานให้โครงการอื่น ๆ เช่น มาริโอภาคแยก และเดอะเลเจนด์ออฟเซลดา ด้วย ผลงานของเขาทำให้ได้รับเกียรติมากมายจากเพื่อน ๆ

ชีวิตช่วงต้น[แก้]

ทาจิริเกิดวันที่ 28 สิงหาคม ค.ศ. 1965 ในโตเกียว เป็นบุตรของพนักงานขายรถยนต์นิสสัน และแม่บ้าน[2] ทาจิริเติบโตในเมืองมาจิดะ โตเกียว ซึ่งขณะนั้นยังเป็นเมืองที่ได้รับการดูแลดีและมีบรรยากาศแบบชนบท[3] เมื่อยังเด็ก ทาจิริชอบสะสมแมลงเป็นงานอดิเรก และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เขาทำงานวิดีโอเกม[4] เด็กคนอื่น ๆ เรียกเขาว่า "ดร.บั๊ก" (Dr.Bug)[3] และเขาต้องการเป็นนักกีฏวิทยา[2] ขณะที่พื้นที่เมืองของญี่ปุ่นแผ่ขยายกว้างขึ้น และพื้นดินถูกถางออก ที่อยู่อาศัยของแมลงจึงหายไป ทาจิริอยากให้เกมของเขาทำให้เด็กได้จับและสะสมสิ่งมีชีวิตที่เขาเคยมี[4] ตัวละครซาโตชิหรือแอช เคตชัม คือทาจิริในร่างเด็ก[3]

เขารู้สึกหลงใหลเกมตู้ขณะยังเป็นวัยรุ่น แม้ว่าพ่อแม่ของเขาคิดว่าเขาจะใช้เวลาว่างเป็นเด็กเกเร[2] เขาชอบเล่นเกมสเปซอินเวเดอส์ของไทโตะ ซึ่งพาให้เขาหลงใหลวิดีโอเกมอื่น ๆ ไปด้วย[3] ในที่สุดเขาเริ่มสนใจพยายามวางแผนทำเกมของตนเอง เขาถอดชิ้นส่วนของเกมแฟมิคอมออกเพื่อดูการทำงานภายใน และชนะการประกวดแนวคิดทำวิดีโอเกมที่สนับสนุนโดยเซก้า[3]

เนื่องจากความหลงใหลในเกม ทาจิริหนีเรียนบ่อยครั้งและเกือบเรียนไม่จบไฮสกูล ทำให้พ่อแม่ของเขาที่รู้สึกว่าเขาละทิ้งอนาคตของเขา รู้สึกสับสนและผิดหวัง พ่อของเขาพยายามหางานให้เขาทำที่บริษัทไฟฟ้า โตเกียวอิเล็กทริกเพาเวอร์คอมพานี แต่ทาจิริปฏิเสธตำแหน่งดังกล่าว[2] เขาเรียนชดเชยและในที่สุดก็ได้รับเกียรติบัตรจากไฮสกูล[5] ทาจิริไม่ได้เข้าเรียนระดับวิทยาลัยแต่เข้าเรียนโปรแกรมเทคนิคระยะเวลา 2 ปีที่วิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งชาติโตเกียว เอกวิชาอิเล็กทรอนิกส์และวิทยาการคอมพิวเตอร์[2]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Satoshi Tajiri Biography". IGN. News Corporation. 2010. สืบค้นเมื่อ 27 January 2010.
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 2.4 Chua-Eoan, Howard; Tim Larimer (14 November 1999). "Beware of the Pokemania". Time. New York City: Time Inc. สืบค้นเมื่อ 28 January 2010.
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 3.4 Larimer, Tim (22 November 1999). "The Ultimate Game Freak". Time. New York City: Time Inc. 154 (20). สืบค้นเมื่อ 27 January 2010.
  4. 4.0 4.1 "Top 100 Game Creators of All Time". IGN. News Corporation. 2009. สืบค้นเมื่อ 27 January 2010.
  5. Morrison, Don (22 November 1999). "To Our Readers". Time. New York City: Time Inc. 154 (20): 2–3. สืบค้นเมื่อ 27 January 2010.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]