นิสสัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ไทย: บริษัท นิสสันมอเตอร์ จำกัด
อังกฤษ: Nissan Motor Co., Ltd.
ประเภท สาธารณะ (K.K.)
การซื้อขาย
ก่อตั้ง 26 ธันวาคม 1933 (1933-12-26) (84 ปีมาแล้ว) (ภายใต้นิสสันกรุ๊ป)[1][2]
ผู้ก่อตั้ง
ที่อยู่ นิชิกุ โยะโกะฮะมะ, ประเทศญี่ปุ่น่ (ลงทะเบียนอย่างเป็นทางการในคะนะงะวะ โยะโกะฮะมะ)
พื้นที่ที่ให้บริการ ทั่วโลก
บุคลากรหลัก
อุตสาหกรรม ยานยนต์
ผลิตภัณฑ์ ยานยนต์, ยานพาหนะหรู, ยานพาหนะเพื่อการพาณิชย์, เครื่องยนต์เรือ, รถยก
รายได้ Increase ¥11.38 trillion (FY2014)[4]
รายได้จากการดำเนินงาน Increase ¥589.6 พันล้าน (FY2014)[4]
กำไร Increase ¥457.6 พันล้าน (FY2014)[4]
สินทรัพย์ Increase ¥17.04 ล้านล้าน (FY2014)[4]
ทุน Increase ¥5.07 ล้านล้าน (FY2014)[4]
พนักงาน 142,925 (รวมเดือนมีนาคม 2014)[5]
บริษัทแม่ เรโนลต์ (หุ้นสามัญ 44.4%)
บริษัทลูก
บริษัทในเครือ
เว็บไซต์ www.nissan-global.com/EN/index.html

บริษัทนิสสันมอเตอร์จำกัด (อังกฤษ: Nissan Motor Company Ltd ญี่ปุ่น: 日産自動車株式会社) มักเรียกสั้น ๆ ว่า นิสสัน (/ˈnsɑːn/ หรือ UK /ˈnɪsæn/) เป็นบริษัทผลิตรถยนต์ข้ามชาติสัญชาติญี่ปุ่น มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นิชิกุ เมืองโยโกฮาม่า โดยนิสสันได้จำหน่ายรถยนต์ภายใต้ยี่ห้อนิสสัน อินฟินิทีและดัตสัน พร้อมกับรถยนต์ที่ถูกปรับแต่งสมรรถนะชื่อว่านิสโม บริษัทนิสสัน ฯ ได้เข้าร่วมกลุ่มบริษัทที่ทรงพลังของญี่ปุ่นที่ชื่อว่า ไซบัสสึ ในชื่อนิสสันกรุ๊ป

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 นิสสันเป็นส่วนหนึ่งของเรโนลต์–นิสสัน–มิตซูบิชิอัลไลแอนซ์ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนระหว่างนิสสันของญี่ปุ่น มิตซูบิชิมอเตอร์สของญี่ปุ่นและเรโนลต์ของฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2556 เรโนลต์ถือหุ้นที่สามารถออกเสียงได้ของนิสสัน 43.4% ในขณะที่นิสสันถือหุ้นที่ไม่สามารถออกเสียงได้ของเรโนลต์ 15% จาก พ.ศ. 2552 ถึง พ.ศ. 2560 คาร์ลอส กอนได้ดำรงตำแน่งซีอีโอทั้งสองบริษัท ในเดือนกุมภาพันธ์ กอนได้ประกาศลดขั้นลงจากซีอีโอในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2560 เป็นเพียงตำแหน่งประธานบริษัท[6]

ในปี พ.ศ. 2556 นิสสัน เป็นบริษัทรถยนต์รายใหญ่อันดับที่หกของโลกตามหลังโตโยต้า เจเนอรัลมอเตอร์ส โฟล์คสวาเกนกรุ๊ป ฮุนไดมอเตอร์กรุ๊ป และฟอร์ดมอเตอร์[7] หลังจากที่รวมบริษัทกันแล้วกับเรโนลต์ เรโนลต์–นิสสันจึงเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับสี่ของโลก โดยนิสสันเป็นแบรนด์รถยนต์ชั้นนำของญี่ปุ่นในประเทศจีน รัสเซียและเม็กซิโก[8]

ในปี พ.ศ. 2557 นิสสันเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ[9]

นิสสันเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดในโลก โดยมียอดขายทั่วโลกกว่า 275,000 คันในช่วงกลางเดือนธันวาคม พ.ศ. 2559[10] รถที่ขายดีที่สุดของผู้ผลิตรถยนต์รายนี้คือ นิสสัน ลีฟ ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าล้วนและเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในโลกในประวัติศาสตร์ มากกว่า 300,000 ขายทั่วโลกเมื่อวันที่มกราคม พ.ศ. 2561[11]

ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2561 ฮิโรโตะ ไซกาวะ ซีอีโอนิสสัน ประกาศว่ารถยนต์ยี่ห้ออินฟินิทีจะเป็นรถยนต์ไฮบริดหรือรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป[12]

ประวัติ[แก้]

นิสสัน โมเดล 70 Phaeton

นิสสัน ถือกำเนิดขึ้นใน พ.ศ. 2476 ในนามว่า จิโดชะเซโซ จำกัด ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่ โยโกฮามา ญี่ปุ่น โดยผลิตรถที่มียี่ห้อว่า นิสสัน (ปัจจุบัน พ.ศ. 2549 สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ กรุงโตเกียว)

ในปีถัดมา ได้จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อเป็น นิสสันมอเตอร์ จำกัด ก่อตั้งโดย โยชิซุเกะ ไอกาวา ซึ่งได้ผลิตรถบรรทุก เครื่องบิน และเครื่องยนต์ แก่ทหารญี่ปุ่นในยุคสมัยนั้น

ในปี พ.ศ. 2509 เป็นปีที่นิสสันได้รวมกิจการกับ พรินซ์ มอเตอร์ คอร์ป ของประเทศญี่ปุ่น และได้ผลิตรถยนต์อย่างจริงจัง รถสองรุ่นแรกหลังจากรวมกิจการของพรินซ์มอเตอร์ คือ นิสสัน สกายไลน์ และ นิสสัน กลอเรีย และในช่วงยุค 80 ปลาย นิสสันได้จัดตั้งยี่ห้อรถใหม่ในสหรัฐอเมริกา ในนาม อินฟินิที

ในยุค 80 กลางๆ นิสสันได้เปิดโรงงานที่ รัฐเทนเนสซี สหรัฐอเมริกา เพื่อผลิตรถบรรทุก

ต่อมาได้ไปเปิดโรงงานที่ อังกฤษ และ ออสเตรเลีย

นิสสันได้ยึดสโลแกนการที่ยึดหลักการบริการลูกค้า ซึ่งใช้ทั่วโลก นั่นคือ You come first. Feel The Beat. และ Life Together และในปัจจุบันได้ใช้สโลแกนใหม่คือ SHIFT_เดิมคือSHIFT_the futureและSHIFT_the way you move นอกจากนั้น ในปัจจุบันยังมีการสร้างภาพลักษณ์ของนิสสันให้เป็นแบรนด์ที่ผู้คนรู้จักมากขึ้น โดยใช้แนวคิดเดิมคือ SHIFT_ และปัจจุบันได้ใช้สโลแกนว่า Innovation that excites

และในอนาคต นิสสันมีแผนจะย้ายสำนักงานใหญ่ จากปัจจุบันที่อยู่ในกรุงโตเกียว โดยแผนการย้ายสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ในเมือง โยโกฮามา ญี่ปุ่น เพื่อเป็นการลดการจ่ายภาษี หากตั้งสำนักงานนอกกรุงโตเกียว

นิสสันในประเทศไทย[แก้]

นิสสันประเทศไทย ก่อตั้งโดยนายถาวร พรประภา ในกลุ่มของสยามกลการ โดยนิสสันไทยได้รับความไว้วางใจจากนิสสัน มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น เป็นผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสัน นอกประเทศญี่ปุ่นรายแรกของโลก[ต้องการอ้างอิง]

โดยนิสสันประเทศไทย เคยมีสโลแกนที่เรียกกันติดปากว่า "เพื่อนที่แสนดี" ซึ่งเป็นที่คุ้นหูสำหรับนิสสันเมืองไทย

ในปัจจุบัน นิสสันประเทศไทยบริหารในนามบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย)จำกัด หรือชื่อเดิม บริษัท สยามนิสสัน ออโตโมบิล จำกัด โดยดำเนินธุรกิจจำหน่าย ประกอบรถยนต์นิสสัน ภายใต้การบริหารของนิสสัน มอเตอร์ (ประเทศญี่ปุ่น) ซึ่งถือหุ้นใหญ่ในสยามนิสสัน

ในโอกาสที่นิสสันครบรอบ 50 ปีในไทย นิสสันได้ผลิตรถยนต์นิสสันในประเทศไทยเป็นคันที่ 1,000,000 โดยคันที่หนึ่งล้านนี้ คือ นิสสัน เซฟิโร่ (A33) นิสสันได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยใช้สอยตามพระราชอัธยาศัย

ผลิตภัณฑ์[แก้]

นิสสัน ผลิตรถยนต์และรถบรรทุก ตั้งแต่ยุค 1950 โดยนิสสัน ได้ผลิตรถรุ่นแรกๆ คือ แฟร์เลดี้ แซด, สกายไลน์ ฯลฯ

ปัจจุบัน นิสสันมีผลิตภัณฑ์ซึ่งจำหน่ายอยู่ทั่วโลกกว่า 60 โมเดล ทั้งที่เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่ายในญี่ปุ่นโดยเฉพาะ และผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายทั่วโลก

โดยนิสสันพยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวคิด SHIFT_ โดยเป็นแนวคิดซึ่งใช้กับนิสสันทั่วโลก ทั้งออกแบบโดยเน้นการพัฒนารูปลักษณ์ เทคโนโลยี ความปลอดภัย รวมถึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ผลิตภัณฑ์ในประเทศไทย[แก้]

ผลิตภัณฑ์ของนิสสันได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในประเทศไทย โดยเฉพาะรถปิคอัพ โดยรถกระบะรุ่นที่เป็นตำนานอันได้แก่รุ่นบิ๊ก เอ็ม ซึ่งยังเป็นที่กล่าวขานจนถึงทุกวันนี้ถึงความทนทาน ส่วนปัจจุบันนี้มีรถกระบะนิสสัน นาวารา 3 รุ่นย่อย คือ LE, SE และ XE รวมถึงรถยนต์นั่ง นิสสัน ทีด้า ซึ่งเป็นรถยนต์ที่จำหน่ายแทนที่นิสสัน ซันนี่ ที่จำหน่ายมาแล้วนับทศวรรษและ นิสสัน มาร์ช ซึ่งนำมาจำหน่ายและยกเลิกการจำหน่ายในปี พ.ศ. 2530(รุ่นที่ 1) และได้นำมาจำหน่ายอีกครั้งในประเทศไทยในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2553 ในรุ่นที่ 4


รุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทย[แก้]

รุ่นรถยนต์ที่เลิกผลิตหรือนำเข้าไปแล้วในประเทศไทย[แก้]

การเรียกคืนรถ[แก้]

ปี 2012 นิสสันเรียกคืนรถยนต์แฮทช์แบ็ครุ่น "มาร์ช" หรือ "ไมครา" จำนวน 498,793 คันที่จำหน่ายในญี่ปุ่น เพื่อแก้ไขปัญหาไฟท้าย ซึ่งบางครั้งไม่ติด เป็นข้อบกพร่องผลิตในโรงงานออปปามะใกล้กรุงโตเกียว ที่ผลิตระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 2545-2552 เช่นเดียวกับโรงงานในเมืองซันเดอร์แลนด์ อังกฤษ ระหว่างเดือนมิถุนายน-ธันวาคม 2550 [13]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Brief History of Nissan Motor Company". Brief History of Nissan Motor Company. Archived from the original on 9 May 2017. สืบค้นเมื่อ 6 April 2017.  Unknown parameter |df= ignored (help)
  2. "History of Nissan Motors". National Science Museum of Japan. National Museum of Nature and Science, Tokyo. สืบค้นเมื่อ 6 April 2017. 
  3. "Masujiro Hashimoto". Japan Automobile Hall of Fame. Archived from the original on 3 September 2009. สืบค้นเมื่อ 6 April 2017.  Unknown parameter |df= ignored (help)
  4. 4.0 4.1 4.2 4.3 4.4 "FY2014 Consolidated Financial Results". Nissan. 13 May 2015. สืบค้นเมื่อ 13 May 2015. 
  5. "Outline of company". June 2013. สืบค้นเมื่อ 28 January 2013. 
  6. "Carlos Ghosn, Executive Who Revived Nissan, Will Step Aside". The New York Times. 22 February 2017. สืบค้นเมื่อ 13 March 2017. 
  7. "World Motor Vehicle Production – OICA correspondents survey – World Ranking of Manufacturers – Year 2013". OICA. 2014. สืบค้นเมื่อ 29 January 2015. 
  8. "Message from CEO". Nissan. สืบค้นเมื่อ 29 January 2014. 
  9. "Who makes the most cars in North America? Who has the largest auto factory in the U.S.? Don’t be embarrassed, few get it right - DailyKanban". 27 February 2015. 
  10. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Leaf3bi
  11. "Nissan delivers its 300,000th Leaf electric car". Electrek (ใน en-US). 8 Jan 2018. สืบค้นเมื่อ 31 May 2018. 
  12. Frost, Laurence; Tajitsu, Naomi (17 January 2018). "Nissan's Infiniti vehicles to go electric". Reuters (US). สืบค้นเมื่อ 10 June 2018. 
  13. นิสสันเรียกคืนมาร์ชเกือบ5แสนคันในญี่ปุ่น.html

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]