เซก้า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เซก้า คอร์ปอเรชั่น
株式会社セガ
ประเภท บริษัทลูก ของ เซก้า แซมมี โฮลดิ้งส์
ก่อตั้งเมื่อ Standard Games (1940);[1] Service Games (May 1952)[2]
สำนักงานใหญ่ โอตะ, โตเกียว
สำนักงานสาขาต่างประเทศ:
ซานฟรานซิสโก, แคลิฟอร์เนีย, สหรัฐอเมริกา
Chiswick, London, UK
Sydney, New South Wales, Australia
บุคลากรหลัก Hajime Satomi, CEO of Sega Corp.
Hisao Oguchi, President of Sega Corp.
Naoya Tsurumi, Head of Sega's Entertainment Business
Mike Hayes, President and CEO of Sega West
Yu Suzuki
อุตสาหกรรม Video games
former video game console manufacturer
ผลิตภัณฑ์

Hedgehog Engine
Sonic the Hedgehog series
Total War series
Virtua Fighter series
Shenmue series
The House of the Dead series
Phantasy Star series
Panzer Dragoon series
Ryu Ga Gotoku series
(See complete software listing.)


SG-1000
Master System
Mega Drive/Genesis(32x,CD)
Game Gear
Nomad
Pico
Saturn
Dreamcast
รายได้ US$1.64 billion
จำนวนพนักงาน 3,127 (2009)
คำขวัญ Welcome to the next level
เว็บไซต์ Sega Corporation (Japan)
Sega of America
Sega Europe
PlaySega

เซก้า (อังกฤษ: Sega ; ญี่ปุ่น: セガ) เป็นบริษัทผลิตวิดีโอเกมทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์สัญชาติญี่ปุ่น เดิมทีเซก้าทำธุรกิจทั้งเกมคอนโซลและเกมอาเขต แต่หลังจาก ค.ศ. 2001 บริษัทได้หันมามุ่งผลิตซอฟต์แวร์เกมเพียงอย่างเดียว

สำนักงานใหญ่ของเซก้าอยู่ที่เมืองโอตะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ส่วนสำนักงานใหญ่ของเซก้าอเมริกาอยู่ที่เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เซก้ายุโรปมีสำนักงานใหญ่ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร

ประวัติ[แก้]

บริษัทเซก้าก่อตั้งในปี ค.ศ. 1940 โดยในตอนแรกใช้ชื่อบริษัทว่า แสตนดาร์ดเกมส์(ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น เซอร์วิสเกมส์) ก่อตั้งในเกาะฮาวายประเทศสหรัฐอเมริกา[3] โดยมีเป้าหมายในการผลิตเครื่องเล่นแบบหยอดเหรียญสำหรับผ่อนคลายขายให้กองทัพนำไปตั้งตามฐานทัพเพื่อให้ทหารได้หย่อนใจ ต่อมาบริษัทได้ย้ายที่ตั้งบริษัทไปตั้งที่ญี่ปุ่นในปี 1951 และจดทะเบียนในชื่อ "SErvice GAmes of Japan" ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ "เซก้า"

ในปี 1954 นักธุรกิจชาวอเมริกันผู้หนึ่งได้ก่อตั้งบริษัท "รอซเซน เอนเตอไพรซ์" ขึ้นในญี่ปุ่น โดยเป็นบริษัทส่งออกสินค้าทางศิลปะ ต่อมาทางบริษัทได้นำเข้าตู้ถ่ายรูปอัตโนมัติแบบหยอดเหรียญเข้ามาในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับความนิยมอย่างคาดไม่ถึง ตู้ถ่ายรูปแบบยอดเหรียญกลายเป้นกระแสที่นิยมอย่าสูงในญี่ปุ่น บริษัทรอซเซนจึงตัดสินใจขยายกิจการโดยเริ่มนำเข้าตู้เกมส์แบบหยอดเหรียญเข้ามาทำตลาดด้วย

ในปี 1965 บริษัทเซอร์วิสเกมส์และบริษัทรอซเซนเอนเตอไพรซ์ก็ได้ควบรวมกิจการเข้าด้วยกัน กลายเป้นบริษัทใหม่ที่ชื่อ "เซก้า" ภายในปีเดียวกัน เซก้าได้นำเกมส์จำลองการขับเรือดำน้ำออกขาย ซึ่งกลายเป็นที่นิยมไปทั่วโลก

ในปี 1969 บริษัท กัลฟ์+เวสต์เทิร์น ได้เข้าซื้อบริษัทเซก้าได้สำเร็จ แต่ได้อนุญาตให้นายรอซเซนCEOคนเก่าของเซก้ายังคงตำแหน่งCEOของเซก้าต่อไป ภายใต้การบริหารของนายรอซเซน เซก้ากลายเป็นผู้ผลิตเกมส์รายใหญ่ ผลิตเกมส์ที่ได้รับความนิยมมากมาย

ในปี 1983 ตลาดวิดีโอเกมส์ซบเซาอย่างหนัก หรือที่เรียกกันว่า "ยุคล่มสลายของวิดีโอเกมส์" เซก้าได้รับผลกระทบอย่างหนัก จนในที่สุดบริษัทกัลฟ์+เวสต์เทิร์นจึงได้ขายทรัพย์สินของเซก้าที่ตนถือครองอยู่ให้กับบริษัท"บอลลี"ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตเกมส์พินบอลชั้นนำ ส่วนทรัพย์สินของเซก้าในญี่ปุ่น นายรอซเซนอดีตCEOได้ร่วมทุนกับนายฮายาโอะ นาคายาม่า เข้าซื้อทรัพย์สินของเซก้าในญี่ปุ่น นายนาคายาม่าได้เป็นCEOคนใหม่ของเซก้า ส่วนนายรอซเซนได้เป็นหัวหน้าสาขาของเซก้าในอเมริกา

ในปี 1984 กลุ่มบริษัท CSK ได้เข้าซื้อบริษัทเซก้า และเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท "เซก้า เอนเตอไพรซ์ จำกัด" โดยมีสำนักงานใหญ่ในญี่ปุ่น มีนายอิซาโอะ โอคาวะเป็นประธานบริษัท และมีการนำหุ้นของบริษัทเซก้าเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในปี 1986

ในปี 1986 ตลาดวิดีโอเกมส์ในอเมริกาได้เริ่มฟื้นตัวขึ้น เซก้าจึงฉวยจังหวะนี้ก่อตั้งบริษัท "เซก้า ออฟ อเมริกา" ขึ้นมา และได้ผลิตเครื่องเกมส์คอนโซลเครื่องแรกของเซก้าที่ชื่อ"มาสเตอร์ซิสเต็ม"ขึ้นมาแข่งกับแฟมิคอมของบริษัทนินเทนโด ถึงแม้เซก้าจะแพ้ให้กับนินเทนโดในการขายมาสเตอร์ซิสเต็มในอเมริกาเหนือ แต่เซก้าสามารถครอบครองตลาดยุโรปและบราซิลได้สำเร็จ

เมกาไดรฟ์[แก้]

เซก้าผลิตเครื่องเกมส์ 16 บิทที่ชื่อ"เมกาไดรฟ์"(ในอเมริกาใช้ชื่อว่า"เจเนซิส")ออกวางจำหน่ายในปี 1988 เครื่องเมกาไดรฟ์นั้นมีประสิทธิภาพสูงกว่าเครื่องแฟมิคอมหลายเท่า เซก้าจึงหวังจะใช้เมกาไดรฟ์ในการตีตลาดวิดีโอเกมส์ที่นินเทนโดครอบครองอยู่ โดยใช้สโลแกนว่า "เจเนซิสทำ ในสิ่งที่นินเทนโดทำไม่ได้"(Genesis does what Nintendon't) ซึ่งต่อมาในปี 1991 เมื่อนินเทนโดนำเครื่องเกมส์รุ่นใหม่ที่ชื่อ"ซูเปอร์แฟมิคอมออกจำหน่าย จึงเกิดการแข่งขันอย่างดุเดือดระหว่างสองบริษัท จนเรียกขานกันภายหลังว่าเป็นสงครามเกมส์คอนโซลที่ดุเดือดที่สุด เพื่อแข่งกับเกมส์ชื่อดังของนินเทนโดอย่างมาริโอ เซก้าพัฒนาเกมส์ใหม่ที่มีชื่อว่า"Sonic the Hedgehog" โดยมีจุดมุ่งหมายเอาใจตลาดกลุ่มวัยรุ่น ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูเท่ห์กว่าและการดำเนินเกมส์ที่เร็วกว่าเกมส์มาริโอ ต่อมาเมื่อสื่อบันทึกรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า CD-ROM เริ่มเป้นที่นิยม เซก้าได้พัฒนาอุปกรณ์เสริมที่ชื่อ "เซก้า-CD" ซึ่งเป้นอุปกรณ์เสริมที่ทำมห้เครื่องเมกาไดรฟ์สามารถเล่นเกมส์จากแผ่นCDได้ ต่อมาในปี 1994 เครื่องเกมส์แบบ 16 บิทเริ่มจะล้าสมัย เซก้าได้พยายามยืดอายุของเครื่องเมกาไดรฟ์โดยออกอุปกรณ์ที่ชื่อ"เซก้า-32X"ออกวางจำหน่าย โดยเซก้า-32Xจะช่วยอัพเกรดให้เครื่องเมกาไดรฟ์มีประสิทธิภาพใกล้เคียงเครื่องเกมส์32บิท แต่ก็ต้องหลีกทางให้เครื่องเกมส์รุ่นใหม่อย่างเพลย์สเตชันและแซทเทิร์นในที่สุด

ความสำเร็จในอุตสหกรรมเกมส์อาเขต[แก้]

ในปี 1993 เซก้าได้นำเกมส์ต่อสู้ 3มิติ "Virtua Fighter"ออกจำหน่ายในรูปแบบของเกมส์ตู้อาเขต ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในผลงานที่ประสบความสำเร็จที่สุดของเซก้า ด้วยตู้กมส์อาเขตแบบใหม่ที่เซก้าพัฒนาขึ้น เวอร์ช่วลไฟต์เตอร์เป็นผลงานที่ล้ำหน้าในยุคนั้นในด้านกราฟิกแบบ 3มิติ ซึ่งเกมส์นี้เป็นจุดกำเนิดของเกมส์ต่อสู้แบบ 3มิติ

ต่อมาในปี 1994 เซก้าก็ได้นำเกมส์แข่งรถที่ชื่อ"เดโทน่าUSA"ออกวางตลาด ซึ่งกลายเป็นเกมส์แข่งรถแบบอาเขตที่ประสบความสำเร็จสูงสุด เป็นเกมส์แข่งรถที่ทำเงินได้มากที่สุดในยุคนั้น ในปีเดียวกันเซก้าก็ได้นำเกมส์"เวอร์ชวล คอป"และ"สตาร์ วอวร์"ออกวางตลาด ซึ่งก็ประสบความสำเร็จเช่นกัน

ในปี 1994 เซก้าได้เข้าซื้อบริษัทผลิตเกมส์พินบอล[4] และเริ่มเข้ามาลงทุนในตลาดเกมส์พินบอลในอเมริกา ซึ่งต่อมาเซก้ากลายเป็นหนึ่งในผู้ผลิตเกมส์พินบอลรายใหญ่ที่สุดในโลก

แซทเทิร์น[แก้]

เซก้านำเครื่องเกมส์รุ่นใหม่ที่ใช้CD-ROMที่ชื่อ"แซทเทิร์น"ออกวางจำหน่ายในปี 1994 โดยแข่งขันกับคู่แข่งอย่างเครื่องเพลย์สเตชันของโซนี่และนินเทนโด 64ของนินเทนโด แต่เครื่องแซทเทิร์นกลับขายไม่ค่อยดีนักในตลาดฝั่งตะวันตก เครื่องแซทเทิร์นจึงถูกเซก้าทอดทิ้งในเวลาไม่นาน แต่ในญี่ปุ่น เครื่องแซทเทิร์นประสบความสำเร็จพอสมควร จึงมีเกมส์ที่ออกวางขายเฉพาะในญี่ปุ่นออกให้กับเครื่องแซทเทิร์นจำนวนมากมาย ปี 1997 เซก้าได้ควบรวมกิจการกับบริษัทบันไดชั่วคราว แต่ไม่นานหลังจากนั้นก็แยกตัวออกมา เนื่องจาก"วัฒนธรรมในการทำงานแตกต่างกัน"[5]

ดรีมแคสต์[แก้]

ในวันที่ 9 เดือน 9 ปี ค.ศ. 1999 เซก้าได้เปิดตัวเครื่องเกมส์รุ่นใหม่ นั่นคือ "ดรีมแคสต์" ดรีมแคสต์นั้นมีราคาไม่แพงนัก ทั้งยังมีเทคโนโลยีชั้นสูงที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้สามารถเล่นเกมส์ที่มีคุณภาพสูงกว่าเกมส์ของนินเทนโด64หรือเพลย์สเตชัน พร้อมด้วยแถมโมเด็มขนาด 56K มาพร้อมกับเครื่อง ทำให้สามารถเล่นเกมส์ดรีมแคสต์ออนไลน์ผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้อีกด้วย พร้อมกันนี้ เซก้าได้พัฒนาเกมส์ที่สามารถใช้กับระบบออนไลน์นี้ เช่น เกม"แฟนตาซี สตาร์ ออนไลน์" ซึ่งเป้นเกมส์ออนไลน์บนคอนโซลเกมส์แรกของวงการ

แต่อย่างไรก็ตาม การเปิดตัวของดรีมแคสต์ในญี่ปุ่นไม่ค่อยประสบความสำเร็จนัก เนื่องจากมีจำนวนเกมส์ให้เลือกเล่นน้อย และบรรดานักเล่นเกมส์ต่างกำลังรอคอยเครื่องเพลย์สเตชัน 2ที่กำลังจะออกใหม่ ทำให้เครื่องดรีมแคสต์ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ส่วนในตลาดฝั่งตะวันตกนั้นประสบความสำเร็จเป้นที่น่าพอใจ จนได้รับการเรียกขานว่า"การเปิดตัวอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์" ในอเมริกาขายได้ถึง 5แสนเครื่องภายในอาทิตย์แรก[6] เซก้าสามารถครอบครองส่วนแบ่งการตลาดนี้ไว้ได้ในระยะเวลาหนึ่ง จนกระทั่งเครื่อง"เพลย์สเตชัน"ของโซนี่เปิดตัวในอเมริกา ซึ่งทำให้ความนิยมของดรีมแคสต์ตกต่ำลง จนสูญเสียตลาดให้กับโซนี่ในที่สุด

เครื่องดรีมแคสต์ได้สร้างนวัตถกรรมใหม่ๆหลายอย่างให้กับวงการเกมส์ เช่น การใช้กราฟิกแบบ"เซล-เชด" ระบบที่ทำให้ติดต่อกับเกมส์ผ่านทางไมโครโฟนได้ และเกมส์ชื่อดังอย่างเกมส์"เชนมู"ที่ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์เป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ดี เกมของเซก้านั้นส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้รับความสนใจจากบรรดานักเล่นเกมส์ส่วนมาก เนื่องจากบรรดานักเล่นเกมส์มัวแต่หันไปสนใจกับเครื่องเพลย์สเตชัน 2

เซก้าต้องประสบกับปัญหาหนี้สิน และการเข้ามาของเพลย์สเตชัน 2 ทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลงไปอีก เซก้าจึงตัดสินใจยุติการผลิตเครื่องดรีมแคสต์ และถอนตัวจากอุตสาหรกรรมเครื่องเกมส์คอนโซล เครื่องดรีมแควต์จึงเป็นเครื่องเกมส์คอนโซลเครื่องสุดท้ายของเซก้า

เครื่องเล่นเกมคอนโซล[แก้]

ผลิตภัณฑ์เครื่องเล่นเกมคอนโซลของเซก้า ได้แก่ SG-1000, SG-1000 Mark II, SC-3000, Sega Master System, SG-1000 Mark III, เมก้าไดรว์ (ในอเมริกาใช้ชื่อว่า Genesis) , Sega Saturn และ Sega Dreamcast

เครื่องเล่นเกมพกพา[แก้]

ผลิตภัณฑ์เครื่องเล่นเกมพกพาของเซก้า ได้แก่ เกมเกียร์ และ Sega Nomad

ซอฟต์แวร์[แก้]

เซก้ามีซีรีส์เกมที่มีชื่อเสียงหลายเกม เช่น Sonic the Hedgehog และ Virtua Fighter

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.referenceforbusiness.com/history/Ro-Sh/SEGA-Corporation.html
  2. Kent, Steven. "The Seeds of Competition". The Ultimate History of Video Games: From Pong to Pokémon and Beyond- The Story That Touched Our Lives and Changed the World (First ed.). Roseville, California: Prima Publishing. p. 305. ISBN 0-7615-3643-4. "Service Games began in 1952" 
  3. http://www.sega.com/corporate/corporatehist.php?item=corporate_history
  4. http://query.nytimes.com/gst/fullpage.html?res=9A05E4DF1E39F934A1575BC0A962958260
  5. http://www.gamespot.com/news/2466444.html
  6. http://www.vidgame.net/SEGA/DC.html

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]