เรโทรสเปกต์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เรโทรสเปกต์
Retrospect at VERY TV.jpg
เรโทรสเปกต์ออกรายการทางช่องเวรี่ ทีวี
ข้อมูลพื้นฐาน
แหล่งกำเนิด ไทย กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
แนวเพลง ออลเทอร์นาทิฟเมทัล, เมทัลคอร์, เฮฟวีเมทัล, ออลเทอร์นาทิฟร็อก, ป็อปร็อก
ช่วงปี พ.ศ. 2544–ปัจจุบัน
ค่ายเพลง สครีมแล็บเรคคอร์ดส (2546)
จีนี่เรคคอร์ดส (2547–ปัจจุบัน)
ส่วนเกี่ยวข้อง สวีตมัลเล็ต, ดีเซมเบอร์, ดา เอ็นโดรฟิน, แบล็คเฮด
เว็บไซต์ facebook.com/retrospectrock
สมาชิก ชนัทธา สายศิลา (แน็ป)
ธนพล ศรีกาญจนา (น็อต)
ณพวัชร คชาชีวะ (บอม)
ศุทธิพันธ์ สังข์ยุทธ (เบิร์ธ)
ศรัณย์เขษ เจริญสรรพ์ (รัน)
อดีตสมาชิก บิ๊ก

เรโทรสเปกต์ (อังกฤษ: Retrospect) เป็นวงดนตรีแนวเฮฟวีเมทัลที่นำเสนอเพลงและเสียงร้องที่หนักหน่วงผสมทำนองที่อ่อนหวาน โดยที่เป็นที่รู้จักกันดีคือนักร้องนำของวง ชนัทธา สายศิลา (แน็ป) ด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นทางด้านการแสดงสด มันส์ ดิบ เถื่อน การโซโล่กีตาร์ที่เร็ว การสแล้ปเบสแบบหนักแน่น การกระโดดลงจากเวทีมาเล่นกับคนดูอย่างบ้าคลั่ง เป็นวงที่แสดงสดได้แปลก แหวกแนว น่าสนใจ ในช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่กี่ปี พวกเขาออกผลงานมาแล้ว 3 อัลบั้ม (บนดิน) และผลงานสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 3 คือ "The Lost Souls" ได้วางแผงไปในช่วงปลายปี 2553

ประวัติ

การก่อตั้งวง

วงเรโทรสเปกต์เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2544 เริ่มจากเกม Counter-strike ที่ แน็ป (ร้องนำ) ได้พบกับ บอม (มือเบส) ในร้านเกม จนเริ่มสนิทสนมคุยกันถูกคอและพบว่าชอบตกปลาเหมือนกัน ในวันที่ไปตกปลาแน็ปได้นำวิทยุที่ใส่เทปเพลงแนวเฮฟวีเมทัลไปด้วย บอมเห็นว่าความชอบทางแนวดนตรีตรงกัน จึงชวนแน็ปก่อตั้งวงด้วยกัน โดยมีบิ๊กพี่ชายของบอมเป็นแกนหลักด้วยการทำเพลง แนวอินดัสเทรียลเมทัล และมีแน็ปเป็นผู้เขียนโปรแกรมจำลองเสียงกลองและบันทึกเสียง หลังจากนั้นบอมและน๊อตได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก สมาชิกในยุคแรกจึงมี แน็ป (กลอง, ร้องนำ) บิ๊ก (กีตาร์) บอม (เบส) และน็อต (กีตาร์) โดยตั้งชื่อวงว่า "เรโทรสเปกต์" ซึ่งเกิดจากการหาคำศัพท์ในพจนานุกรมภาษาอังกฤษแล้วเจอคำว่า "Retrospect" ซึ่งแปลว่า การหวนรำลึก, คิดถึงอดีต ซึ่งในขณะนั้นกระแสแนวดนตรีป็อป มาแรงมากครองตลาดในตอนนั้นทำให้วงรู้สึกว่าอยากจะมองสวนกระแสกลับไป ดนตรีร็อกที่มันหายไปนานในช่วงเวลานั้น จึงใช้คำว่า Retrospect เป็นชื่อวงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ดนตรีของวงช่วงแรกเป็นดนตรีแนวเมทัลคอร์ ที่ค่อนข้างหยาบกระด้างและมีกลิ่นอายของนูเมทัล ดิบและรุนแรง พวกเขาเริ่มเล่นตามงานเล็ก ๆ ต่าง ๆ ได้สักพัก จึงรับสมัครมือกลองเพิ่ม จนกระทั่งแน็ปได้พบกับเบิร์ธเพื่อนสมัยประถม ซึ่งเป็นมือกลองที่เคยประกวดที่ต่าง ๆ แน็ปจึงชวนให้สมัครเป็นมือกลอง และได้รับการคัดเลือก ต่อมาบิ๊กมือกีตาร์ผู้ก่อตั้งวงได้เดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา จึงทำให้เรโทรสเปกต์เหลือสมาชิกเพียง 4 คน

เริ่มเป็นที่รู้จัก

กลางปีพ.ศ. 2546 เรโทรสเปกต์ได้ออกอีพีชุดแรก โดยการชักชวน และแนะนำจาก สยาม ชุมทอง (ต้น ดีเซมเบอร์) โดยใช้ชื่ออัลบั้มว่า E.P. For Your Ears Only โดยทางวงแต่งคำร้อง ทำนอง เรียบเรียงเสียงประสาน ตลอดจนบันทึกเสียง ออกแบบปก แผ่นซีดี และสกรีนแผ่นเองเป็นจำนวน 150 แผ่น เริ่มวางจำหน่ายครั้งแรกที่งาน Territory Metal Fest ในงานนี้สมาชิกได้พบกับวง บิกินี่ ซึ่งเป็นที่มาของ Screamlab กลุ่มดนตรีที่มาจากการรวมตัวของวงดนตรี 4 วง ประกอบไปด้วย บิกินี่, เรโทรสเปกต์, ฮอสแทรป และ สวีตมัลเล็ต

ก้าวสู่ค่ายใหญ่

ปลายปีพ.ศ. 2546 เรโทรสเปกต์ได้รับคัดเลือกให้ไปเล่นคอนเสิร์ตในงาน Fat Festival ครั้งที่ 3 ทางวงจึงวางแผนที่จะนำอัลบั้มอีพีที่วางขายเมื่อปีที่ผ่านมามาจำหน่ายอีกครั้ง และเพิ่มเพลงพิเศษหนึ่งเพลง ใช้ชื่อว่า E.P. For Your Ears Anytime จำนวน 150 แผ่น ระหว่างที่ทางวงออกทัวร์เล่นคอนเสิร์ตในที่ต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ ก็มีค่ายเพลงมาทาบทามให้ไปร่วมเซ็นสัญญาอยู่บ้าง แต่มีเงื่อนไขว่าวงอาจต้องลดความดุดัน และความรุนแรงลง ซึ่งพวกเขาคิดว่าจะเป็นการเสียเอกลักษณ์ในการทำดนตรีของวง พวกเขาจึงตั้งใจผลิตผลงานเพลงและออกแสดงคอนเสิร์ตต่อไป และจากการแนะนำของ เต๋า นักร้องนำวง Sweet Mullet พวกเขาจึงได้พบกับพี่โน่ ดนัย ธงสินธุศักดิ์ โปรดิวเซอร์ค่ายจีนี่ เร็คคอร์ด ซึ่งทางเขากำลังมองหาวงดนตรีแนวทางใหม่ๆ และเพลงนอกกระแสหรือเรียกว่า Underground ให้ได้มีผลงานในค่ายใหญ่ จึงเริ่มทำเดโมนำเสนอต่อทางค่าย และได้เซ็นสัญญากับค่ายจีนี่เรคอร์ดส ในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เมื่อต้นปีพ.ศ. 2547 และได้ออกซิงเกิล "ไม่มีเธอ" อัลบั้มรวมศิลปินใน Showroom vol.1 ถือว่าเป็นผลงานที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ทำให้เรโทรสเปกต์เป็นที่รู้จักกันมากขึ้น จนเกิดกลุ่มแฟนคลับที่ชื่อว่า "เรโทรเลียน" (Retrorian) และเป็นเหมือนผลงานสำคัญที่ทำให้พวกเขาได้ออกอัลบั้มเดี่ยวของตัวเอง

เรโทรสเปกต์ออกอัลบั้มครั้งแรก ในชื่อ อัลบั้มว่า อันลีชท์ (Unleashed) เมื่อปี พ.ศ. 2550 ซึ่งนำดนตรีที่เรียกว่าแนวเมทัลคอร์มานำเสนอให้แก่สายตาประชาชนชาวไทยซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง เพราะถือเป็นวงเมทัลคอร์ไทยวงแรก ที่นำเอาวัฒนธรรมคอนเสิร์ต แบบที่เรียกว่า Hardcore Dancing มาเผยแพร่ ซึ่งทำให้กลุ่มแฟนเพลงของพวกเขาแพร่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว จาก Retrorian กลุ่มเล็กๆ ออกไปสู่แฟนเพลงทั่วประเทศ และหลังจากที่พวกเขาออก อัลบั้ม อันลีชท์ เพลงที่รู้จักกันดีในอัลบั้มนั้นได้แก่ "เพราะว่ารัก", "ปล่อยฉัน", "เปลือก", "ไม่มีเธอ" และ "สุดที่รัก" พวกเขาประสบความสำเร็จอย่างมาก กลายเป็นปรากฏการณ์อย่างนึงเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะเพลง "ปล่อยฉัน" บทเพลงแรกที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างรุนแรงจากแฟนเพลงที่ร่วมโหวตทำให้ ฮิตทะยานขึ้นสู่อันดับ 1 คลื่นวิทยุ Hot 91.5 และ Seeds 97.5 อย่างรวดเร็วถึง 2 ชาร์ตพร้อมกันและยาวนานติดต่อกันถึง 3 อาทิตย์รวด ด้วยค่านิยมแบบการแต่งตัวที่ทำให้เด็กวัยรุ่นในช่วงนั้นนิยมใส่เสื้อสีดำและเสื้อลายสก็อต ทำให้เสื้อลายสก็อตขาดตลาดไปพักนึงเลยทีเดียว ด้วยทรงผมที่เป็นเอกลักษณ์ แนวดนตรีที่ไม่ค่อยมีกลุ่มคนเล่นกันในวงกว้างและดูน่าสนใจ เลยทำให้มีแฟน Retrorian เป็นจำนวนมาก มีการจัดคอนเสิร์ตใหญ่ของอัลบั้มแรกในเวลาต่อมาไม่นาน กับ "Retrospect The First Concert"

MRD#2 "The Brand New Blood" เป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตที่ถือว่า เรโทรสเปกต์ เป็นศิลปินหลักในการขึ้นโชว์ ร่วมกับพี่น้องศิลปินสายเลือดใหม่อีกสี่วง สวีตมัลเล็ต, เคลียร์ และ โน มอร์ เทียร์

ระหว่างทัวร์คอนเสิร์ตไปด้วย ก็ได้แต่งเพลง ทำเพลงกันไปด้วย จนกลางปี พ.ศ. 2551 พวกเขาก็ได้ออก อัลบั้มใหม่นั้นก็คืออัลบั้ม Rise (ไรส์) และเปิดตัวอัลบั้มที่สองด้วยซิงเกิล แรกก็คือเพลง แค่นิยาย ในอัลบั้มที่สองมีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางดนตรีเพื่อให้เข้ากับคอนเซปต์ที่ทางวงตั้งใจไว้และเชื่อมโยงกับชื่ออัลบั้มที่แปลว่า "การทอแสง" เพลงที่เป็นที่นิยมในอัลบั้มนี้ได้แก่ แค่นิยาย กลับมา ร้องให้พอ ซึ่งได้มีแขกพิเศษมาร่วมงานในอัลบั้มนี้ด้วย เช่น ดา เอ็นโดรฟิน, ยอด บอดี้สแลม และ วีทรีโอ หลังจากออกอัลบั้มได้ไม่นาน กระแสตอบรับค่อนข้างดีจนได้มีโอกาสเปิดคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งที่สอง "Retrospect Rise Now!! Concert"

ต่อมากับอัลบั้ม PLAY Project พ.ศ. 2552 เป็น อัลบั้มพิเศษของทางจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ที่จัดขึ้นมาเพื่อฉลอง 25 จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ โดยอัลบั้มนี้จะอยู่ในหมวดของร็อก โดยให้แต่ละศิลปินได้เลือกเพลงเก่าของตำนานของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่มา Cover ใหม่ ให้เป็นแนวของศิลปินเอง โดยทางวงได้เลือกเพลง ละคอนฉากสุดท้าย ของ นันทิดา แก้วบัวสาย

ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเรโทรสเปกต์ก็ได้ถูกจับตามองโดยทีมงานการจัดงาน "วัคเค่น" (Wacken Open Air) หรือ "W:A" และถูกเทียบเชิญให้ไปเล่นในงาน Wacken2009 ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2552 ถือว่าเป็นอีกก้าวสำคัญในการทำให้เรโทรสเปกต์เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น มีแฟนเพลงที่เป็นชาวต่างชาติ และได้สร้างความภาคภูมิใจ นำธงชาติไทยไปโบกสะบัดอย่างสง่างามบนเวที ท่ามกลางฝูงชนที่หลั่งไหลมาจากทั่วโลก

มีนาคม พ.ศ. 2553 เรโทรสเปกต์ได้ปล่อยซิงเกิลแรกในอัลบั้มที่ 3 ออกมา "ศรัทธาแห่งรัก" ด้วยแนวเพลงที่เปลี่ยนไปอย่างมาก นำเสนอแนวเพลงร็อกแอนด์โรลในยุค 80 โดยมีเป้าหมายเพื่อต้องการนำเพลงในช่วงนั้นกลับมาให้เด็กวัยรุ่นในยุคนี้ได้รู้จักเพลงร็อกเก่าๆ กันอีกครั้ง ด้วยท่วงทำนองที่ไม่คุ้นหูเลยทำให้เป็นที่พูดถึงกันในวงกว้าง ในช่วงปลายปีเรโทรสเปกต์ได้ฤกษ์วางแผงอัลบั้มอีกครั้ง กับอัลบั้ม เดอะลอสต์โซลส์ (The Lost Souls) เพลงที่เป็นที่นิยมได้แก่ "ศรัทธาแห่งรัก", "คือเธอใช่ไหม", "รบกวนจำใส่ใจ", "ให้โลกรู้" ร่วมกับ ปู แบล็คเฮด และ "กอดตัวเอง"

สมาชิก

สมาชิกปัจจุบัน
  • ชนัทธา สายศิลา "แน็ป" – ร้องนำ (2544–ปัจจุบัน)
  • ธนพล ศรีกาญจณา "น็อต" – กีตาร์ (2544–ปัจจุบัน)
  • ณพวัชร คชาชีวะ "บอม" – เบส (2544–ปัจจุบัน)
  • ศุทธิพันธ์ สังข์ยุทธ "เบิร์ธ" – กลอง (2544–ปัจจุบัน)
  • ศรัณย์เขษ เจริญสรรพ์ "รัน" หรือ "DJ RunZeroRun" – คีย์บอร์ด, ซินธิไซเซอร์ (2558–ปัจจุบัน)
อดีตสมาชิก
  • "บิ๊ก" – กีตาร์ (2544)

ผลงาน

อีพี

E.P. For Your Ears Only (พ.ศ. 2546)

สังกัด Screamlab

  1. The Run
  2. Cold
  3. My Sleep
  4. Cannibalistic Monogamy
  5. Crossover
E.P. For Your Ears Anytime (พ.ศ. 2546)

สังกัด Screamlab

  1. The Run
  2. Cold
  3. My Sleep
  4. Cannibalistic Monogamy
  5. Crossover
  6. Eye On Me (เพิ่มพิเศษ)
  • โดยเพิ่มเพลง Eye On Me เข้าไปรวมกับอัลบั้ม E.P. For Your Ears Only

สตูดิโออัลบั้ม

Unleashed (พ.ศ. 2550)

สังกัด Genie Records GMM. (วางแผง 27/04/2550)

  1. ลุกขึ้นสู้ (Feat.Screamlab)
  2. คนบนฟ้า
  3. ปล่อยฉัน
  4. ความฝันของเรา
  5. เพราะว่ารัก
  6. ให้ฉันลืมเธอ
  7. ขอ
  8. คืนแห่งความเหงา
  9. เปลือก
  10. ไม่มีเธอ (Bonus Track จากอัลบั้ม Showroom)
  11. สุดที่รัก
  12. ปล่อยฉัน Acoustic Version (Bonus Track)

Produced by : Danai Thongsinthusak
Mixed by : Liam Laurence

Rise (พ.ศ. 2551)

สังกัด Genie Records GMM. (วางแผง 29/07/2551)

  1. แค่นิยาย
  2. สู้ต่อไป
  3. กลับมา
  4. Yes Sir!
  5. เธอคือทุกอย่าง
  6. Rise of The Moon in E minor
  7. ทางเลือกของชีวิต
  8. พรุ่งนี้ไม่สำคัญ
  9. ภาพซ้ำ
  10. แรงขับเคลื่อน
  11. ร้องให้พอ
  12. The Run
  13. ลอย

Produced by : Danai Thongsinthusak
Co-produced by : Retrospectband
Mixed by : Danai Thongsinthusak & Komkrit

The Lost Souls (พ.ศ. 2553)

สังกัด Genie Record GMM. (วางแผง 29/10/2553)

  1. ศรัทธาแห่งรัก
  2. แค่นี้ไม่ตาย
  3. เพลงของเรา
  4. ฉันยังรอ
  5. คือเธอใช่ไหม
  6. รบกวนจำใส่ใจ
  7. ให้โลกรู้ Feat. ปู Blackhead
  8. แค้น
  9. Yeah!
  10. กอดตัวเอง

อัลบั้มรวมเพลง

Showroom - Vol.1 (พ.ศ. 2547)

สังกัด Genie Records GMM. (วางแผง 25/09/2547)

  • ไม่มีเธอ (Track 10)

Produced by : Danai Thongsinthusak
Mixed by : โป โปษยะนุกูล at Polarbear Studio
Recorded at Vintage Studio

Play Project (พ.ศ. 2552)

สังกัด Genie Record GMM.

  1. ละคอนฉากสุดท้าย

ซิงเกิล

  1. เจ็บกว่าคือฉัน
  2. เจ็บปวดที่งดงาม (เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง ทองสุก 13) - โดยเป็นการนำมา Cover ใหม่ จากเพลงต้นฉบับของ ป้าง นครินทร์ กิ่งศักดิ์
  3. เหนื่อยไหมหัวใจ
  4. เหนื่อยไหมหัวใจ (Acoustic Version) feat. ว่าน วันวาน
  5. เหงายิ่งกว่าเหงา
  6. เผชิญ (Never Give Up) - เพลงพิเศษร่วมกับวง Sweet Mullet สำหรับคอนเสิร์ต RTSM VS The World
  7. เพลงของเพื่อน

คอนเสิร์ต

  • Opening Act. ในคอนเสิร์ต "BIG ASS เปิดพรหมลิขิต" ThunderDome เมืองทองธานี 17 มีนาคม 2550

เล่นเพลง เพราะว่ารัก, ปล่อยฉัน, ไม่มีเธอ

  • GUEST ในคอนเสิร์ต "Clash Army Rock Concert" Impact Arena เมืองทองธานี 21 กรกฎาคม 2550

Feat. ซากคน, ไฟรัก, วังวน

  • Retrospect The 1st Concert Moon Star Stu­dio 8 // 4 สิงหาคม 2550[1]

Special Guest - Sweet Mullet, ดา เอ็นโดรฟิน

  • Opening Act. คอนเสิร์ต "Linkin Park Live In Bangkok" ลานกลางแจ้ง Ac­tives Squart // 11 พฤศจิกายน 2550[2]
  • MRD#2 : The Brand New Blood Moon Star Stu­dio 8 // 4 พฤษภาคม 2551

ร่วมกับศิลปินอีกหลายวง Sweet Mullet, Klear, No More Tear

  • Retrospect Rise Now!! Concert Moon Star Stu­dio 8 // 25 ตุลาคม 2551[3]

Special Guest - Vietrio, ชิน ชินวุฒ, น้องภูมิ Retrorian, ดา เอ็นโดรฟิน

รายชื่อเพลง : แค่นิยาย, ความฝันของเรา, ขอ, เปลือก, ลุกขึ้นสู้, Yes Sir!, คนบนฟ้า, พรุ่งนี้ไม่สำคัญ , เพราะว่ารัก ปิดท้ายด้วย ไม่มีเธอ

  • Retrospect Bring It BLACK Concert Live House Bangkok JJ Green // 28 กันยายน 2556[5]

Opening Act. โดย Ex's & Oh's และ Hopeless

  • Genie Fest 16 ปีแห่งความร็อก (G16) //10 พฤษภาคม 2557 ที่ริมทะเลสาบเมืองทองธานี[6]
  • Heart-Town Festival 2014 เมืองไถจง ประเทศไต้หวัน // 10 สิงหาคม 2557 [7]
  • Asia Music Festival เกาะบอร์เนียว ประเทศมาเลเซีย // 4 ตุลาคม 2557[8]
  • Retrospect Live in Taiwan TADAArk ประเทศไต้หวัน // 11 ตุลาคม 2557[9]

Special Guest - Dezember, SeventyPercent (ไต้หวัน)

  • Retrospect & Sweet Mullet VS The World เมืองไทย GMM Live House @ Central World // 14 ธันวาคม 2557[10]

Special Guest - แจ๊ส ชวนชื่น, ว่าน วันวาน

นอกรอบ

สมาชิกวงเรโทรสเปกต์ แต่ละคนเคยผ่านเวทีประกวดทางดนตรีมาทั้งสิ้น...

  • บอม (เบส) และเพื่อนๆจากโรงเรียนมัธยมสาธิตวัดพระศรีฯ เคยผ่านเข้ารอบ 10 วงสุดท้าย ถึง 2 ครั้ง ใน Hot Wave Music Awards ครั้งที่ 2 และ 3 ซึ่งในขณะนั้นศึกษาอยู่ชั้น ม.2 ครั้งต่อมาก็ ม.3 ซึ่งเป็นวงอายุน้อยที่สุดในขณะนั้นจนถึงปัจจุบันที่ผ่านเข้ารอบ 10 วงสุดท้าย
  • น๊อต (กีต้าร์) พร้อมเพื่อนจากจากโรงเรียนมัธยมสาธิตวัดพระศรีฯ ก็เข้าประกวด Hot Wave Music Awards ครั้งที่ 5
  • แน็ป (นักร้อง) พร้อมเพื่อนโรงเรียนดอนเมืองทหารอากาศบำรุง ก็เคยเข้าประกวด Hot Wave Music Awards ครั้งที่ 6
  • เบิร์ท (กลอง) พร้อมเพื่อนโรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย ก็เคยเข้าประกวด Hot Wave Music Awards ครั้งที่ 7 ตามหลังแน็ปมา 1 ปี พอดิบพอดี

อ้างอิง

แหล่งข้อมูลอื่น