การระบาดทั่วของไวรัสโคโรนาในประเทศอินเดีย พ.ศ. 2563

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
บทความนี้กล่าวถึงระบาดวิทยาของการระบาดทั่วของโควิด-19 ในประเทศอินเดีย สำหรับคำสั่งการกักตัวในประเทศที่ใช้อยู่ ดูที่ COVID-19 pandemic lockdown in India
การระบาดทั่วของไวรัสโคโรนาในประเทศอินเดีย พ.ศ. 2563
COVID-19 pandemic in India
India COVID-19 confirmed cases map.svg
แผนที่การระบาดในประเทศอินเดีย (ข้อมูลเมื่อ 15 กรกฎาคม 2020)
India COVID-19 deaths map.svg
แผนที่การเสียชีวิตเนื่องจากไวรัสโคโรนาในประเทศอินเดีย (ข้อมูลเมื่อ 15 กรกฎาคม 2020)
โรคโรคไวรัสโคโรนา 19
(COVID-19)
สายพันธุ์ไวรัสSARS-CoV-2
(SARS-CoV-2)[1]
สถานที่ประเทศอินเดีย
รายงานการพบโรคครั้งแรกฐฤสสูร, รัฐเกรละ[2]
วันที่30 มกราคม 2020 – ดำเนินอยู่
(5 months, 2 weeks and 1 day)[3]
ต้นกำเนิดอู่ฮั่น, มณฑลหูเป่ย์, ประเทศจีน[4]
ยืนยันป่วยสคริปต์ผิดพลาด: มอดูลคืนค่าเป็น nil มันควรจะคืนค่าเป็นตารางส่งออก[5][note 1]
หายสคริปต์ผิดพลาด: มอดูลคืนค่าเป็น nil มันควรจะคืนค่าเป็นตารางส่งออก[5][note 2]
เสียชีวิตสคริปต์ผิดพลาด: มอดูลคืนค่าเป็น nil มันควรจะคืนค่าเป็นตารางส่งออก[5][note 3]
ดินแดน28 รัฐ 7 ดินแดนสหภาพ[5]
เว็บไซต์ทางการ
mohfw.gov.in/

ผู้ป่วยแรกจากการระบาดทั่วของโควิด-19ในประเทศอินเดียนั้นมีรายงานในวันที่ 30 มกราคม 2020 โดยได้รับเชื้อมาจากประเทศจีน ข้อมูลเมื่อ 28 พฤษภาคม 2020 กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการครอบครัวได้ยืนยันผู้ติดเชื้อรวม 158,333 ราย และรักษาหายแล้ว 67,692 ราย (ในจำนวนนี้เป็นผู้อพยพ 1 คน) มียอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 4,531 รายในประเทศ[5] ประเทศอินเดียมียอดผู้ติดเชื้อยืนยันสูงเป็นอันดับที่สี่ในทวีปเอเชีย ด้วยจำนวนยอดผู้ป่วยแตะขีด 100,000 รายในวันที่ 19 พฤษภาคม 2020[8] ในขณะที่อัตราการเสียชีวิตในประเทศอินเดียนั้นค่อนข้างต่ำ อยู่ที่ 3.09% ในขณะที่ค่าเฉลี่ยโลกอยู่ที่ 6.63% (ข้อมูลวันที่ 20 พฤษภาคม 2020)[9] จำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมดของประเทศอินเดีย ครึ่งหนึ่งพบในหกเมืองสำคัญของประเทศอินเดีย ได้แก่ – มุมไบ, เดลี, อะห์มดาบาด, เจนไน, ปูเน และโกลกาตา[10] ข้อมูลในวันที่ 24 พฤษภาคม 2020 มีเพียงดินแดนสหภาพลักษทวีป เป็นเขตบริหารระดับบนแห่งเดียวที่ยังไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อ

ปัจจุบันมีการประกาษให้เป็นการระบาด (epidemic) แล้วในมากกว่า 12 รัฐและยูที ภายใต้ Epidemic Diseases Act, 1897 และสถาบันการศึกษารวมทั้งธุรกิจจำนวนมากได้ปิด ประเทศอินเดียได้จัดการยกเลิกวีซ่าท่องเที่ยวทั้งหมด ด้วยส่วนใหญ่ของผู้ติดเชื้อที่ยืนยันแล้วมีความเกี่ยวเนื่องกับประเทศอื่นนอกอินเดีย[11]

ในวันที่ 22 มีนาคม 2020 ประเทศอินเดียสั่งประกาศเคอร์ฟีว 14 ชั่วโมงโดยอาสา (voluntary public curfew) ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีนเรนทระ โมที รัฐบาลได้ประกาศปิดเมือง (lockdown) ใน 75 อำเภอ (districts) ที่มีรายงานผู้ติดเชื้อยืนยันและในเมืองสำคัญทั้งหมดของประเทศ[12][13] ต่อมาในวันที่ 24 มีนาคม นายกรัฐมนตรีจึงได้ออกประกาศปิดเมืองทั้งประเทศ (nationwide lockdown) เป็นเวลา 21 วัน ส่งผลกระทบต่อประชากรกว่า 1.3 พันล้านคนของประเทศอินเดีย[14][15] ในวันที่ 14 เมษายน นายกรัฐมนตรีได้ขยายการปิดเมืองทั้งประเทศนี้ออกไปอีกจนถึงวันที่ 3 พฤษภาคม[16] ในวันที่ 1 พฤษภาคม ได้มีขยายการปิดเมืองทั่วประเทศออกไปอีกสองสัปดาห์จนถึงวันที่ 17 พฤษภาคม[17] ในวันที่ 17 พฤษภาคม NDMA ยังคงขยายการปิดเมืองทั่วประเทศออกไปอีกจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม[18]

ไมเคิล ไรอัน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารขององค์การอนามัยโลก โปรแกรมความเร่งด่วนส่วนสุขภาพ (health emergencies programme) ระบุว่าประเทศอินเดียมี "ความพร้อมรับมือที่ล้นเหลือ" ("tremendous capacity") ต่อการจัดการกับวิกฤตไวรัสโคโรนานี้ ด้วยฐานะประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกเป็นอันดับสอง ย่อมจะมีผลกระทบใหญ่หลวงต่อความสามารถของทั้งโลกในการรับมือต่อโรคระบาดนี้[19] ในขณะที่ความเห็นบางส่วนกังวลต่อผลกระทบร้ายแรงที่จะมีต่อเศรษฐกิจจากการสั่งปิดเมืองนี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อแรงงานไม่ประจำ (informal workers), ธุรกิจขนาดเล็กและเล็กมาก (micro and small enterprises), ชาวนาชาวไร่ (farmers) และผู้ประกอบอาชีพฟรีแลนซ์ (self-employed) ผู้ถูกทิ้งไว้ขาดจากการเดินทางและการเข้าถึงตลาด[20][21]

ศูนย์ติดตามการรับมือของรัฐบาลต่อโควิด-19 มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด (The Oxford COVID-19 Government Response Tracker (OxCGRT)) ระบุไว้ในรายงานจากข้อมูลที่รวบรวมจาก 73 ประเทศ ว่ารัฐบาลอินเดียมีการรับมืออย่างเข้มงวดและฉุกละหุก (stringently) มากกว่าประเทศอื่น ๆ ในการลดการระบาด ในรายงานยังชี้ให้เห็นถึงการลงมือของรัฐบาลที่ฉับพลันทันที, การออกนโยบายฉุกเฉิน, การลงทุนในบริการสุขภาพฉุกเฉิน, มาตรการด้านการเงิน, การลงทุนในการค้นคว้าวัคซีน และการรับมือต่อเหตุการณ์อย่างทันท่วงทีตลอดเวลา (active response) รวมแล้วทำให้ประเทศอินเดียได้คะแนนไป "100" คะแนน[เต็ม]สำหรับความเข้มงวด (strictness) นี้[22][23]

หมายเหตุ[แก้]

  1. 111 confirmed cases of foreign nationals who have been tested positive in India are also included here
  2. 1 migrated case to another country is also included here
  3. 2 foreign nationals who died in India due to COVID-19 are also included here[6][7]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Coronavirus disease named Covid-19". BBC News. 11 February 2020. Archived from the original on 15 February 2020. สืบค้นเมื่อ 15 February 2020. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  2. "Kerala confirmed first novel coronavirus case in India". India Today. 30 January 2020.
  3. Reid, David (30 January 2020). "India confirms its first coronavirus case". CNBC. สืบค้นเมื่อ 28 March 2020.
  4. Sheikh, Knvul; Rabin, Roni Caryn (10 March 2020). "The Coronavirus: What Scientists Have Learned So Far". The New York Times. สืบค้นเมื่อ 24 March 2020.
  5. 5.0 5.1 5.2 5.3 5.4 "Home | Ministry of Health and Family Welfare | GOI". mohfw.gov.in. สืบค้นเมื่อ 15 กรกฎาคม 2020.
  6. "Number of Covid-19 cases in India climbs to 467, death toll rises to nine". livemint. 23 March 2020. สืบค้นเมื่อ 26 March 2020.
  7. "60-year-old Yemeni national dies due to coronavirus in Delhi". Hindustan Times. 27 March 2020. สืบค้นเมื่อ 30 March 2020.
  8. "India's case count crosses 100,000, Delhi eases restrictions: Covid-19 news today". Hindustan Times. 19 May 2020. สืบค้นเมื่อ 20 May 2020.
  9. "Coronavirus pandemic (COVID-19) in India". Our World in Data. สืบค้นเมื่อ 20 May 2020.
  10. "Infections over 1 lakh, five cities with half the cases: India's coronavirus story so far". The Week. สืบค้นเมื่อ 20 May 2020.
  11. "India Suspends All Tourist Visas Till April 15 Over Coronavirus: 10 Facts". NDTV.com. สืบค้นเมื่อ 12 March 2020.
  12. Regan, Helen; Mitra, Esha; Gupta, Swati (23 March 2020). "India places millions under lockdown to fight coronavirus". CNN.
  13. "India locks down over 100 million people amid coronavirus fears". Al Jazeera. 23 March 2020.
  14. Withnall, Adam (24 March 2020). "India to go into nationwide lockdown". The Independent.
  15. "India's Coronavirus Lockdown: What It Looks Like When India's 1.3 Billion People Stay Home". Ndtv.com. 22 February 2019. สืบค้นเมื่อ 11 April 2020.
  16. "PM Modi announces extension of lockdown till 3 May". Livemint. 14 April 2020.
  17. "Lockdown extended till 17 May: What will open, remain closed". Livemint. 1 May 2020. สืบค้นเมื่อ 14 May 2020.
  18. "Coronavirus lockdown extended till 31 May, says NDMA". livemint. 17 May 2020. สืบค้นเมื่อ 17 May 2020. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  19. "India has tremendous capacity in eradicating coronavirus pandemic: WHO". The Economic Times. 24 March 2020. สืบค้นเมื่อ 2 May 2020.
  20. "'Unprecedented crisis; do whatever it takes': Jayati Ghosh on Covid-19". Hindustan Times. 28 March 2020. สืบค้นเมื่อ 2 May 2020.
  21. Ray, Debraj; Subramanian, S.; Vandewalle, Lore (9 April 2020). "India's Lockdown". The India Forum. But in societies like India, a lockdown kill: via job loss, increased vulnerability to economic shocks, and via social stigma and misinformation. Then the objective of saving lives as a whole may or may not be achieved by a draconian lockdown.
  22. "India Corona news: India beats other nations in Covid response: Study | India News - Times of India".
  23. "India scores high on Covid-19 response tracker made by Oxford University".