มูฮัมหมัด ยูนูส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มูฮัมหมัด ยูนูส
মুহাম্মদ ইউনুস
2014 Woodstock 194 Muhammad Yunus.jpg
เกิด 28 มิถุนายน พ.ศ. 2483 (74 ปี)
เมืองจิตตะกอง จังหวัดเบงกอล บริติชราช
ถิ่นพำนัก ประเทศบังกลาเทศ
สัญชาติ บังกลาเทศ
อาชีพ นายธนาคาร, นักเศรษฐศาสตร์
รู้จักในสถานะ ผู้ก่อตั้งธนาคารกรามีน, ผู้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ปี พ.ศ. 2549
ศาสนา ศาสนาอิสลาม
คู่สมรส นางเวรา โฟโรสเทนโก (หย่า)
นางอัฟรอซี ยูนูส (ปัจจุบัน)
บุตร โมนิกา ยูนูส
ดีนา อัฟรอซ ยูนูส
บิดามารดา ฮาซี ดูลา เมีย เซาดาคาร์
ซูเฟีย คาตุน

มูฮัมหมัด ยูนูส (ภาษาเบงกาลี: মুহাম্মদ ইউনুস Muhammôd Iunus) เป็นนายธนาคารและนักเศรษฐศาสตร์ชาวบังกลาเทศผู้ริเริ่มและพัฒนาแนวคิด “ไมโครเครดิต” หรือ การให้กู้เงินโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยจะให้กู้แก่ผู้ประกอบการหรือชาวบ้านซึ่งยากจนเกินกว่าจะมีคุณสมบัติพอเพียงที่จะกู้เงินจากธนาคารทั่วไป นอกจากนั้น ยูนูสยังเป็นผู้ก่อตั้ง “กรามีนแบงค์” หรือ ธนาคารกรามีน อีกด้วย ทั้งยูนูสและธนาคารที่เขาก่อตั้งขึ้นได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพร่วมกันในปี พ.ศ. 2549 สำหรับ “ความพยายามในการสร้างพัฒนาการทางสังคมและเศรษฐกิจจากเบื้องล่าง” [1] ยูนูสเคยได้รับรางวัลและเกียรติคุณอื่นๆในระดับนานาชาตินอกเหนือจากนี้มาแล้วมากมาย เขาเป็นผู้แต่งหนังสือ Banker to The Poor รวมถึงเป็นผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิกรามีนอีกด้วย

วัยเยาว์และชีวิตครอบครัว[แก้]

ยูนูสถือกำเนิดเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2483 ในหมู่บ้าน บาธัว เขตจิตตะกอง บิดามีชื่อว่า ฮาซี ดูลา มีอา ชูดาการ์ และมารดาชื่อว่า ซูเฟีย คาทูน ยูนูสใช้ชีวิตวัยเด็กเล็กในหมู่บ้าน จนกระทั่งปี พ.ศ. 2490 เขาและครอบครัวจึงย้ายไปยังเมืองจิตตะกอง ที่ซึ่งบิดาของเขาเริ่มทำธุรกิจอัญมณี

ยูนูสสมรสกับนางอโฟรจี ยูนูส ซึ่งเป็นศาสตราจารย์วิชาฟิสิกส์ประจำมหาวิทยาลัยจาฮานกีรนาการ์ ทั้งสองมีบุตรสาว 2 คน คือ ดีน่า ยูนูส และ โมนิก้า ยูนูส นายยูนูสมีน้องชายชื่อ มูฮัมหมัด อิบราฮิมซึ่งเป็นศาสตราจารย์สาขาฟิสิกส์ประจำมหาวิทยาลัยธากา ขณะที่น้องชายอีกคนชื่อมูฮัมหมัด จาฮานเกียร์ เป็นพิธีกรทางโทรทัศน์ชื่อดัง

การศึกษาและอาชีพการงานช่วงต้น[แก้]

ยูนูสศึกษาที่โรงเรียนประจำหมู่บ้านในวัยเด็กเด็ก เมื่อครอบครัวของเขาย้ายไปที่จิตตะกอง จึงได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนประถมลามาบาซาร์ และชั้นมัธยม ณ โรงเรียนมัธยมจิตตะกอง เขาผ่านการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยได้เป็นลำดับที่ 16 จากนักเรียนในปากีสถานตะวันออกที่เข้าสอบทั้งหมดทั้งหมด 39,000 คน ในปีพ.ศ. 2498 ต่อมา เขาเข้าศึกษาที่วิทยาลัยจิตตะกองซึ่งเขาได้เข้าร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรมเป็นประจำ และได้รับรางวัลจากการร่วมแสดงละครอีกด้วย

ปีพ.ศ. 2501 ยูนูสเข้าศึกษาในคณะเศรษฐศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยธากา จนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในปี พ.ศ. 2503 และระดับปริญญาโทในปีพ.ศ. 2504 หลังจากนั้น จึงเข้าทำงานที่สำนักการเศรษฐศาสตร์ ซึ่งทำให้เขาได้ร่วมทำงานวิจัยทางเศรษฐศาสตร์กับศาสตราจารย์นูรุล อิสลาม และราห์มัน โสภาณในฐานะที่ปรึกษางานวิจัย[2] ต่อมาในปีพ.ศ. 2504 เขาก็เข้าเป็นอาจารย์บรรยายวิชาเศรษฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยจิตตะกง[3]. ยูนูสสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกสาขาเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลท์ ในสหรัฐอเมริกาเมื่อปีพ.ศ. 2512 หลังจากได้รับทุนการศึกษาฟุลไบรท์ ยูนูสเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์สาขาเศรษฐศาสตร์อยู่ที่มหาวิทยาลัยรัฐเทนเนสซีตอนกลางตั้งแต่ปีพ.ศ. 2512 ถึง 2515 แล้วจึงย้ายกลับมายังบังคลาเทศ และเข้าร่วมมหาวิทยาลัยจิตตะกองในฐานะศาสตราจารย์วิชาเศรษฐศาสตร์

รางวัลโนเบล[แก้]

มูฮัมหมัด ยูนูสได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพร่วมกับธนาคารกรามีนในปีพ.ศ. 2549 สำหรับ “ความพยายามในการสร้างพัฒนาการทางสังคมและเศรษฐกิจจากเบื้องล่าง” ดังคำประกาศดังนี้[4]


"คณะกรรมการรางวัลโนเบลแห่งนอร์เวย์ได้ตัดสินใจมอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพโดยแบ่งออกเป็นสองส่วนเท่าๆกัน แก่มูฮัมหมัด ยูนูส และธนาคารกรามีน สำหรับความพยายามในการสร้างพัฒนาการทางสังคมและเศรษฐกิจจากเบื้องล่าง สันติภาพอันยั่งยืนจะมิอาจบรรลุได้ เว้นแต่เพียงว่า ประชากรกลุ่มใหญ่จะสามารถหาหนทางที่จะเอาชนะความยากไร้ได้ ไมโครเครดิตเป็นหนึ่งในวิธีการนั้น นอกจากนั้น การพัฒนาจากเบื้องล่างยังทำให้ประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนก้าวหน้าขึ้นอีกด้วย"


ยูนูสกล่าวว่า เขาจะนำส่วนแบ่งรางวัลมูลค่า 1.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปสร้างบริษัทเพื่อผลิตอาหารซึ่งมีต้นทุนต่ำแต่คุณค่าทางโภชนาการสูงสำหรับคนยากจน ส่วนที่เหลือจะถูกใช้เพื่อการก่อตั้งโรงพยาบาลตาสำหรับคนยากจนในบังคลาเทศ

รางวัลที่ได้รับ[แก้]

รางวัลสำคัญๆบางส่วนซึ่งมูฮัมหมัด ยูนูสได้รับมีดังนี้

  • 2527 รางวัลรามอน แมกไซไซ (รางวัลแมกไซไซ) ประเทศฟิลิปปินส์
  • 2537 รางวัลมูลนิธิเวิลด์ฟู้ดไพรซ์
  • 2539 รางวัลไซมอน โบลิวาร์จากองค์การยูเนสโก
  • 2541 รางวัลสันติภาพซิดนีย์
  • 2547 รางวัลนวัตกรรมทางสังคมและเศรษฐกิจจากหนังสือพิมพ์ ดิ อีโคโนมิสต์
  • 2549 รางวัลแม่พระเทเรซ่า ก่อตั้งโดย คณะกรรมการรางวัลสหัสวรรษและนานาชาติแม่พระเทเรซ่า
  • 2549 รางวันสันติภาพกรุงโซล
  • 2549 รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ รับร่วมกับธนาคารกรามีน
  • และรางวัลอื่นๆรวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 62 รางวัล

นอกจากนี้ ศาสตราจารย์ยูนูส ยังได้รับปริญญาดุษฎีกิตติมศักดิ์อื่นๆอีก 27 ครั้ง และรางวัลพิเศษอีก 15 รางวัล สามารถดูรายชื่อรางวัลทั้งหมดได้ที่เว็บไซต์ของธนาคารกรามีน

อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายบิล คลินตัน เป็นผู้หนึ่งซึ่งเป็นปากเสียงสนับสนุนให้มอบรางวัลโนเบลแก่ มูฮัมหมัด ยูนูส เขาได้กล่าวเรื่องนี้ไว้ทั้งในนิตยสารโรลลิ่ง สโตนส์ และหนังสืออัตชีวประวัติ ชีวิตของข้าพเจ้า (My Life) ซึ่งเมื่อครั้งได้กล่าวปาฐกถาที่มหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนีย, เบิร์คเลย์ ในปีพ.ศ. 2545 เขากล่าวถึงนายยูนูสว่าเป็น “บุรุษผู้สมควรจะชนะรางวัลโนเบลมานานแล้ว(และ)ข้าพเจ้าจะกล่าวเช่นนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะมีการมอบรางวัลแก่เขาเสียที”

อ้างอิง[แก้]