สงครามเวียดนาม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก สงครามเวียตนาม)
สงครามเวียดนาม
เป็นส่วนหนึ่งของ สงครามเย็น
UH-1combatmission1970.jpg
เฮลิคอปเตอร์ UH-1 ของสหรัฐบินเหนือเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงในปี พ.ศ. 2513
วันที่ 1 พฤศจิกายน 2498 – 30 เมษายน 2518
(19 ปี 179 วัน)
สถานที่ เวียดนามใต้ เวียดนามเหนือ กัมพูชา และลาว
ผลลัพธ์ ชัยชนะของเวียดนามเหนือ
  • การถอนกำลังสหรัฐจากอินโดจีน
  • เวียดนามใต้ถูกผนวกรวมกับเวียดนามเหนือเป็นสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
  • รัฐบาลคอมมิวนิสต์ยึดอำนาจในเวียดนามใต้ กัมพูชาและลาว
คู่ขัดแย้ง
ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
กำลังพลสูญเสีย
  • ประเทศเวียดนามใต้ เวียดนามใต้
  • พลเรือนตาย 361,000[6]-720,000 คน;[6] ทหารตาย: 220,357 (ประเมินต่ำสุด)[7] – 316,000 นาย (ประเมินสูงสุด);[6] บาดเจ็บ 1,170,000 คน
  • สหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกา
  • ตาย 58,220 นาย;[A 1] บาดเจ็บ 303,644 นาย[A 1]
  • เกาหลีใต้ เกาหลีใต้
  • ตาย 5,099 นาย; บาดเจ็บ 10,962 นาย; สูญหาย 4 นาย
  • ออสเตรเลีย ออสเตรเลีย
  • ตาย 500 นาย; บาดเจ็บ 3,129 นาย[8]
  • นิวซีแลนด์ นิวซีแลนด์
  • ตาย 37 นาย; บาดเจ็บ 187 นาย[9]
  • ไทย ไทย
  • ตาย 351 นาย; บาดเจ็บ 1,358 นาย[10]
  • ลาว ราชอาณาจักรลาว
  • ตาย 30,000 คน, บาดเจ็บไม่ทราบจำนวน[11]
  • รวมยอดผู้ตาย: 676,585 – 1,035,585
    รวมยอดผู้บาดเจ็บ: ~1,490,000+
  • ประเทศเวียดนามเหนือรัฐบาลปฏิวัติเฉพาะกาลสาธารณรัฐเวียดนามใต้ เวียดนามเหนือ, เวียดกง
  • พลเรือนตาย 50,000[6]-182,000 คน[12] ทหารตายหรือสูญหาย 533,000 – 1,489,000 นาย;[6] บาดเจ็บ 600,000+ นาย[13]
  • ประเทศจีน จีน
  • ตาย 1,446 นาย; บาดเจ็บ 4,200 นาย
  • สหภาพโซเวียต สหภาพโซเวียต
  • ตาย 16 นาย[14]
  • รวมยอดผู้ตาย: 584,462-1,672,462
    รวมยอดผู้บาดเจ็บ: ~604,200+
  • พลเรือนเวียดนามตาย: 411,000[6] – 2,000,000[15]
  • พลเรือนกัมพูชาตาย: 200,000 – 300,000*[16][17][18]
  • พลเรือนลาวตาย: 20,000 – 200,000*
  • รวมยอดพลเรือนตาย: 631,000 – 2,500,000[19]
  • รวมยอดทั้งหมด: 1,481,047 - 4,008,047
  • * กำกับตัวเลขโดยประมาณ

สงครามเวียดนาม เป็นข้อพิพาททางทหารยุคสงครามเย็นในประเทศเวียดนาม ลาวและกัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498[A 2] กระทั่งกรุงไซ่ง่อนแตกเมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2518 สงครามเวียดนามนี้เกิดขึ้นหลังสงครามอินโดจีนครั้งที่หนึ่ง และมีเวียดนามเหนือซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรคอมมิวนิสต์เป็นคู่สงครามฝ่ายหนึ่ง กับรัฐบาลเวียดนามใต้ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากประเทศที่ต่อต้านคอมมิวนิสต์อื่น ๆ เป็นคู่สงครามอีกฝ่ายหนึ่ง[24] เวียดกง (หรือ แนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติ) เป็นแนวร่วมประชาชนคอมมิวนิสต์เวียดนามใต้ที่ติดอาวุธเบาซึ่งได้รับการสั่งการจากเวียดนามเหนือ สู้รบในสงครามกองโจรต่อกำลังต่อต้านคอมมิวนิสต์ในภูมิภาคเป็นส่วนใหญ่ กองทัพประชาชนเวียดนาม (กองทัพเวียดนามเหนือ) ต่อสู้ในสงครามตามแบบมากกว่า และบางครั้งส่งหน่วยขนาดใหญ่เข้าสู่ยุทธการ กำลังสหรัฐอเมริกาและเวียดนามใต้อาศัยความได้เปรียบทางอากาศและอำนาจการยิงที่เหนือกว่าเพื่อดำเนินปฏิบัติการค้นหาและทำลาย ซึ่งรวมถึงกำลังภาคพื้นดิน ปืนใหญ่และการโจมตีทางอากาศ

รัฐบาลสหรัฐมองว่าการเข้ามามีส่วนในสงครามเป็นหนทางป้องกันการยึดเวียดนามใต้ของคอมมิวนิสต์อันเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การจำกัดการขยายตัวของลัทธิที่ไม่พึงปรารถนา (containment) ที่ใหญ่กว่า รัฐบาลเวียดนามเหนือและเวียดกงมองข้อพิพาทนี้เป็นสงครามอาณานิคม ซึ่งเริ่มต้นสู้กับฝรั่งเศส โดยได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ แล้วต่อมาสู้กับเวียดนามใต้ ซึ่งถูกมองว่าเป็นรัฐหุ่นเชิดของสหรัฐ[25] ที่ปรึกษาทางทหารชาวอเมริกันมาถึงอินโดจีนขณะนั้นเริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2493 การเข้ามามีส่วนของสหรัฐเพิ่มขึ้นในช่วงต้นคริสต์ทศวรรษ 1960 โดยมีระดับทหารเพิ่มเป็นสามเท่าใน พ.ศ. 2494 และเพิ่มอีกสามเท่าในปีต่อมา[26] หน่วยรบของสหรัฐถูกจัดวางเริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2498 ปฏิบัติการเกิดขึ้นข้ามพรมแดนระหว่างประเทศ โดยลาวและกัมพูชาถูกทิ้งระเบิดอย่างหนัก การเข้ามามีส่วนในสงครามของสหรัฐถึงขีดสุดใน พ.ศ. 2511 ขณะเดียวกับการรุกตรุษญวน หลังจากนี้ กำลังภาคพื้นดินของสหรัฐค่อย ๆ ถูกถอนออก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายที่เรียกว่า การแผลงเป็นเวียดนาม (Vietnamization) แม้จะมีการลงนามในข้อตกลงสันติภาพปารีสโดยภาคีทุกฝ่ายเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2516 แล้ว แต่การสู้รบยังคงดำเนินต่อไป

การมีส่วนร่วมทางทหารของสหรัฐยุติลงเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2516 อันเป็นผลมาจากคำแปรญัตติเคส–เชิร์ช (Case–Church Amendment) ที่ผ่านโดยรัฐสภาสหรัฐ[27] การยึดกรุงไซ่ง่อนโดยกองทัพประชาชนเวียดนามในเดือนเมษายน พ.ศ. 2518 เป็นจุดสิ้นสุดของสงคราม และมีการรวมชาติเวียดนามเหนือกับเวียดนามใต้ในปีต่อมา สงครามนี้คร่าชีวิตมนุษย์ไปมหาศาล ประเมินตัวเลขทหารและพลเรือนชาวเวียดนามที่ถูกสังหารมีตั้งแต่น้อยกว่า 1 ล้านคนเล็กน้อย[28] ไปถึงกว่า 3 ล้านคน[19][29] ชาวกัมพูชาเสียชีวิตราว 2-3 แสนคน[16][17][18] ชาวลาวเสียชีวิต 20,000-200,000 คน[30][31][32][33][34][35] และทหารชาวอเมริกันเสียชีวิตในข้อพิพาทนี้ 58,220 นาย[A 1]

สาเหตุของสงครามเวียดนาม[แก้]

กำเนิดขบวนการใต้ดิน[แก้]

ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ขบวนการเวียดมินห์ ได้ถือกำเนิดขึ้น โดย โฮจิมินห์ เป็นผู้นำ ระยะแรก การดำเนินการนั้น เพียงเพื่อหวังว่าจะขับไล่ญี่ปุ่นออกจากประเทศไปเท่านั้น แต่ครั้นในปี ค.ศ. 1944 พวกเวียดมินห์ได้ตั้งกองบัญชาการกองโจรขึ้นโดยได้รับการสนับสนุนกำลังและอาวุธจากสหรัฐอเมริกา

ประกาศเอกราชในเวียดนาม[แก้]

ซึ่งการที่กลุ่มเวียดมินห์นั้นได้สั่งให้ประชาชนต่อต้านญี่ปุ่น ได้ผลดีมากในทางภาคเหนือของประเทศ จักรพรรดิเบาไต๋ได้สละตำแหน่งประมุขของประเทศแล้วจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราวขึ้น แล้วประกาศเอกราชในเวลาต่อมา ความสำเร็จในการยึดอำนาจครั้งนี้ ทำให้พวกคอมมิวนิสต์ที่ปะปนอยู่ในหมู่ชาตินิยมเวียดนามสามารถตั้งตนในหมู่คณะชั้นนำของขบวนการปฏิวัติได้อีก

ต่างชาติเข้าแทรกแซง[แก้]

ฝรั่งเศสยังมีความพยายามที่จะยึดครองเวียดนามอยู่ แต่โอกาสยังไม่อำนวยเพราะขาดกำลังทหารและพาหนะลำเลียง แต่เวียดนามก็ยังคงตกอยู่ในสภาพดังเดิม เพราะมหาอำนาจฝ่ายพันธมิตรผู้ชนะสงครามได้เข้ามายึดครองแทน โดยมีอังกฤษเข้ายึดครองภาคใต้ของเวียดนาม จีนคณะชาติยึดครองทางภาคเหนือของเวียดนาม ชาวเมืองต่างไม่พอใจในการกระทำของอังกฤษ นายพลเกรซี่ย์ ผู้บัญชาการกองทัพอังกฤษในเวียดนาม ได้ประกาศกฎอัยการศึกในเขตที่ยึดครอง สำหรับฝรั่งเศสมีทหารจำนวนเล็กน้อยได้มาถึงไซง่อนแล้ว ไปยึดตึกที่ทำการของรัฐบาล รื้อฟื้นอำนาจของฝรั่งเศสใหม่

ขบวนการผู้รักชาติ[แก้]

โฮจิมินห์เริ่มเล็งเห็นถึงความเสียเปรียบ พยายามที่จะเอาชนะฝรั่งเศส ซึ่งกระทำได้ก็โดยการรวบรวมชาวเวียดนามที่มีหัวชาตินิยมไปเป็นพวก และเพื่อเป็นการปกปิดการหนุนหลังคอมมิวนิสต์ พร้อมกับแสดงให้ประชาชนเห็นว่าเป็น ขบวนการผู้รักชาติ โดยสั่งยุบพรรคคอมมิวนิสต์อย่างเปิดเผย และจัดตั้ง แนวแห่งชาติ ขึ้นแทน ส่วนพรรคคอมมิวนิสต์นั้นได้กลายเป็นองค์กรใต้ดิน ดำเนินการอย่างลับๆต่อมาเป็นเวลานาน

ข้อตกลงระหว่างจีนคณะชาติกับฝรั่งเศส[แก้]

ภาคเหนือของเวียดนาม เป็นที่มั่นของขบวนการเวียดมินห์แต่มีกองทัพจีนคณะชาติอยู่ ฝรั่งเศสอยากให้จีนคณะชาติถอนตัวไปเพื่อจะได้ปราบพวกเวียดมินห์ และยึดภาคเหนือคืนได้สะดวกขึ้น ดังนั้นในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1946 ฝรั่งเศสจึงได้ตกลงกับเจียงไคเซ็ค ยอมยกเลิกสิทธพิเศษในจีนเพื่อแลกกับการถอนทหารจีนออกไปจากภาคเหนือของเวียดนาม โฮจิมินห์พอเข้าใจถึงผลจากข้อตกลงนี้ ดังนั้นเพื่อไม่ให้ต้องปะทะกับฝรั่งเศสและจีน จึงต้องยอมให้ฝรั่งเศสยึดที่มั่นบางแห่งในภาคกลางและภาคเหนือ เพราะขณะนี้ โฮจิมินห์ ยังไม่พร้อมที่จะรบหรือต่อต้านกับชาติใดๆทั้งสิ้น

พยายามแสวงหาสันติภาพ[แก้]

ฝรั่งเศสและเวียดมินห์ต่างก็พยายามจะตกลงกันโดยสันติวิธีโดยโฮจิมินห์ยอมให้ฝรั่งเศสเคลื่อนกำลังเข้ายังฮานอยและไฮฟอง ส่วนฝรั่งเศสก็ตอบแทนด้วยการรับปากว่าจะให้เวียดนามเป็น ประเทศเสรี แต่ผลที่ได้รับจากการตกลงดังกล่าว ได้กลายเป็นสาเหตุแห่งความยุ่งยากร้ายแรงในเวลาต่อมา กล่าวคือ การประชุมเจรจากันระหว่าง 2 ประเทศนั้นไม่ลงรอยกันมากขึ้น เพราะการประชุมส่วนใหญ่เกี่ยวกับปัญหาทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไม่ได้กล่าวถึงเสรีภาพเลย ฝรั่งเศสมุ่งที่จะยึดครองด้วยกำลังทหาร ในช่วงเวลานี้ได้เกิดเหตุร้ายในไฮฟองหลายครั้ง ฝรั่งเศสระดมยิงหมู่บ้านไฮฟองเสียหายมากมาย
ผลจากการกระทำดังกล่าว ทำให้ฝ่ายเวียดมินห์เห็นว่า การตกลงโดยสันติวิธีกับฝรั่งเศสคงไม่เป็นผล ดังนั้นจึงได้สั่งเคลื่อนกำลังพลโจมตีกองทหารฝรั่งเศสทั่วประเทศทันทีในวันที่ 19 ธันวาคม ค.ศ. 1946

ปัญหาระหว่างฝรั่งเศส - เวียดนาม[แก้]

เอกราชของเวียดมินห์ที่ชาวเวียดนามแสวงหา กลายเป็นปัญหาสำคัญทางการเมืองที่สำคัญที่สุด และเป็นผลทำให้ชาวเวียดนามที่มีหัวปานกลางที่สังกัดกลุ่มชาตินิยม ซึ่งในระยะแรกคิดจะปรองดองกับฝรั่งเศส โดยจะยอมรับการปกครองของฝรั่งเศสแบบใดแบบหนึ่ง แล้วต้องสัญญาให้เอกราชที่สมบูรณ์ในภายหลัง แต่ฝรั่งเศสไม่สนใจ จึ่งทำให้พวกชาตินิยมกลุ่มนี้พยายามจัดตั้ง แนวสหภาพชาตินิยม เมื่อเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1947 และได้กลายเป็นพลังการต่อต้านที่สำคัญในเวลาต่อมา

เชิงอรรถ[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 ตัวเลขผู้เสียชีวิตของสหรัฐ 58,220 นาย และบาดเจ็บ 303,644 นายมาจากกองวิเคราะห์สารสนเทศสถิติกระทรวงกลาโหม (SIAD) ศูนย์ข้อมูลกำลังพลกลาโหม เช่นเดียวกับจากใบแสดงความคิดเห็นจากกระทรวงทหารผ่านศึกลงวันที่เดือนพฤษภาคม 2553[36] รายงาน "กำลังพลสูญเสียในสงครามและปฏิบัติการทางทหารของอเมริกา: รายชื่อและสถิติ" (American War and Military Operations Casualties: Lists and Statistics) ของ CRS (หน่วยรัฐการการวิจัยรัฐสภา) ต่อรัฐสภา ลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553[37] และหนังสือ เวียดนามทรหด: บันทึกความทรงจำของร้อยโททหารราบ (Crucible Vietnam: Memoir of an Infantry Lieutenant)[38] บางแหล่งให้ตัวเลขเป็นอื่น (เช่น สารคดี หัวใจแห่งความมืด: พงศาวดารสงครามเวียดนาม 1945-1975 (Heart of Darkness: The Vietnam War Chronicles 1945–1975) เมื่อปี 2548/2549 ที่ถูกอ้างในบทความนี้เช่นกัน ระบุตัวเลขผู้เสียชีวิตของสหรัฐไว้ 58,159 นาย[7] และหนังสือ บุตรเวียดนาม (Vietnam Sons) เมื่อปี 2550 ระบุตัวเลข 58,226 นาย[39]
  2. เนื่องจากทหารสหรัฐเข้ามาประจำในเวียดนามเร็ว วันเริ่มต้นของสงครามเวียดนามจึงยังไม่เป็นที่ตกลงเอกฉันท์ ใน พ.ศ. 2541 หลังการทบทวนระดับสูงโดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐ และผ่านความพยายามของครอบครัวริชาร์ด บี. ฟิทซ์กิบบอน (Richard B. Fitzgibbon) วันที่เริ่มต้นสงครามเวียดนามจึงถูกเปลี่ยนเป็น 1 พฤศจิกายน 2498[20] ปัจจุบัน รายงานรัฐบาลสหรัฐอ้าง 1 พฤศจิกายน 2498 เป็นการเริ่มต้นของ "ข้อพิพาทเวียดนาม" เพราะวันนี้เป็นวันที่คณะที่ปรึกษาความร่วมมือทางทหารสหรัฐ (MAAG) ในอินโดจีน (ซึ่งประธานาธิบดีทรูแมนเป็นผู้สั่งวางกำลังในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) ถูกจัดระเบียบใหม่เป็นหน่วยที่เจาะจงประเทศ และ MAAG เวียดนามถูกก่อตั้งขึ้น[21] วันที่เริ่มต้นอื่นมีเมื่อกรุงฮานอยอนุญาตให้กำลังเวียดกงในเวียดนามใต้เริ่มต้นการก่อการกำเริบระดับต่ำในเดือนธันวาคม 2499[22] ขณะที่บางคนมองว่าเป็นวันที่ 26 กันยายน 2502 เมื่อยุทธการแรกเกิดขึ้นระหว่างกองทัพคอมมิวนิสต์และกองทัพเวียดนามใต้[23]

อ้างอิง[แก้]

  1. Larsen, Stanley R. and Collins, James L. Jr. Vietnam Studies: Allied Participation in Vietnam. Washington, DC: Department of the Army, 1985. p. 167. Spain sent a medical team to Co Gong Province in 1965.
  2. "ALLIES OF THE REPUBLIC OF VIETNAM". สืบค้นเมื่อ 24 September 2011. 
  3. http://www.svet.czsk.net/clanky/svet/koreapokusy.html czech
  4. http://www.e-polis.cz/mezinarodni-vztahy/322-bilateralni-vztahy-ceske-republiky-a-vietnamske-socialisticke-republiky.html czech
  5. "Foreign Affairs in the 1960s and 1970s". Bulgaria Country Study. Library of Congress. 1992. "Throughout the 1960s and 1970s, Bulgaria gave official military support to many national liberation causes, most notably in the Democratic Republic of Vietnam, (North Vietnam)..." 
  6. 6.0 6.1 6.2 6.3 6.4 6.5 Rummel, R.J (1997), "Table 6.1A. Vietnam Democide : Estimates, Sources, and Calculations," (GIF), Freedom, Democracy, Peace; Power, Democide, and War, University of Hawaii System 
  7. 7.0 7.1 Aaron Ulrich (editor); Edward FeuerHerd (producer and director) (2005 & 2006). Heart of Darkness: The Vietnam War Chronicles 1945–1975 (Box set, Color, Dolby, DVD-Video, Full Screen, NTSC, Dolby, Vision Software) (Documentary). Koch Vision. Event occurs at 321 minutes. ISBN 1-4172-2920-9. 
  8. http://www.awm.gov.au/encyclopedia/vietnam/statistics.asp
  9. http://www.vietnamwar.govt.nz/resources
  10. The Encyclopedia of the Vietnam War: A Political, Social, and Military History By Spencer C. Tucker "http://books.google.com.au/books?id=qh5lffww-KsC&lpg=PA53&dq=the%20encyclopedia%20of%20the%20vietnam%20war%20page%2064&pg=PA176&output=embed"
  11. "Vietnam War Casualties". Vietnamgear.com. 3 April 1995. สืบค้นเมื่อ 17 October 2009. 
  12. "Battlefield:Vietnam Timeline". Pbs.org. สืบค้นเมื่อ 31 October 2011. 
  13. Soames, John. A History of the World, Routledge, 2005.
  14. Dunnigan, James & Nofi, Albert: Dirty Little Secrets of the Vietnam War: Military Information You're Not Supposed to Know. St. Martin's Press, 2000, p. 284. ISBN 0-312-25282-X.
  15. http://www.nytimes.com/1995/04/23/world/20-years-after-victory-vietnamese-communists-ponder-how-to-celebrate.html?pagewanted=2&src=pm
  16. 16.0 16.1 Heuveline, Patrick (2001). "The Demographic Analysis of Mortality in Cambodia." In Forced Migration and Mortality, eds. Holly E. Reed and Charles B. Keely. Washington, D.C.: National Academy Press.
  17. 17.0 17.1 Marek Sliwinski, Le Génocide Khmer Rouge: Une Analyse Démographique (L'Harmattan, 1995).
  18. 18.0 18.1 Banister, Judith, and Paige Johnson (1993). "After the Nightmare: The Population of Cambodia." In Genocide and Democracy in Cambodia: The Khmer Rouge, the United Nations and the International Community, ed. Ben Kiernan. New Haven, Conn.: Yale University Southeast Asia Studies.
  19. 19.0 19.1 Shenon, Philip (23 April 1995). "20 Years After Victory, Vietnamese Communists Ponder How to Celebrate". The New York Times. สืบค้นเมื่อ 24 February 2011.  More than one of |author= และ |last= specified (help) The Vietnamese government officially claimed a rough estimate of 2 million civilian deaths, but it did not divide these deaths between North and South Vietnam.
  20. DoD 1998
  21. Lawrence 2009, p. 20
  22. James Olson and Randy Roberts, Where the Domino Fell: America and Vietnam, 1945–1990, p. 67 (New York: St. Martin's Press, 1991).
  23. Origins of the Insurgency in South Vietnam, 1954–1960, The Pentagon Papers (Gravel Edition), Volume 1, Chapter 5, (Boston: Beacon Press, 1971), Section 3, pp. 314–346; International Relations Department, Mount Holyoke College.
  24. "Vietnam War". Encyclopædia Britannica. สืบค้นเมื่อ 5 March 2008. "Meanwhile, the United States, its military demoralized and its civilian electorate deeply divided, began a process of coming to terms with defeat in its longest and most controversial war" 
  25. Digital History, Steven Mintz. "The Vietnam War". Digitalhistory.uh.edu. สืบค้นเมื่อ 31 October 2011. 
  26. Vietnam War Statistics and Facts 1, 25th Aviation Battalion website.
  27. Kolko, Gabriel Anatomy of War, pp. 457, 461 ff., ISBN 1-898876-67-3.
  28. Charles Hirschman et al., "Vietnamese Casualties During the American War: A New Estimate," Population and Development Review, December 1995.
  29. Associated Press, 3 April 1995, "Vietnam Says 1.1 Million Died Fighting For North."
  30. Warner, Roger, Shooting at the Moon, (1996), pp366, estimates 30,000 Hmong.
  31. Obermeyer, "Fifty years of violent war deaths from Vietnam to Bosnia", British Medical Journal, 2008, estimates 60,000 total.
  32. T. Lomperis, From People's War to People's Rule, (1996), estimates 35,000 total.
  33. Small, Melvin & Joel David Singer, Resort to Arms: International and Civil Wars 1816–1980, (1982), estimates 20,000 total.
  34. Taylor, Charles Lewis, The World Handbook of Political and Social Indicators, estimates 20,000 total.
  35. Stuart-Fox, Martin, A History of Laos, estimates 200,000 by 1973.
  36. America's Wars (รายงาน). Department of Veterans Affairs. 26 February 2010. http://www1.va.gov/opa/publications/factsheets/fs_americas_wars.pdf. 
  37. Anne Leland; Mari–Jana "M-J" Oboroceanu (26 February 2010). American War and Military Operations: Casualties: Lists and Statistics (รายงาน). Congressional Research Service. http://www.fas.org/sgp/crs/natsec/RL32492.pdf. 
  38. Lawrence 2009, pp. 65, 107, 154, 217
  39. Kueter, Dale. Vietnam Sons: For Some, the War Never Ended. AuthorHouse (21 March 2007). ISBN 978-1425969318

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]