สงครามกัมพูชา–เวียดนาม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สงครามกัมพูชา–เวียดนาม
เป็นส่วนหนึ่งของ สงครามอินโดจีนครั้งที่สาม, สงครามอินโดจีน, สงครามเย็น
วันที่ พฤษภาคม 2518 - กันยายน 2522
การสู้รบขนาดใหญ่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 25 ธันวาคม 2521 และ 7 มกราคม
(กองทัพเวียดนามรุกรานกัมพูชาประชาธิปไตยกระทั่งพนมเปญแตก)
สถานที่ กัมพูชา, ทางใต้ของเวียดนาม, ทางตะวันออกของไทย
ผลลัพธ์ ชัยชนะทางทหารของเวียดนาม
คู่ขัดแย้ง
ธงชาติของเวียดนาม เวียดนาม
ธงชาติของกัมพูชา KUFNS
ธงชาติของกัมพูชา สาธารณรัฐประชาชนกัมพูชา(หลัง 10 มกราคม 2522)
ได้รับการสนับสนุนโดย:
Flag of the Soviet Union สหภาพโซเวียต
ธงชาติของกัมพูชา กัมพูชาประชาธิปไตย
CGDK:

ธงชาติของไทย ไทย
ได้รับการสนับสนุนโดย:
Flag of the People's Republic of China จีน
Flag of the United States สหรัฐอเมริกา

ผู้บังคับบัญชา
ธงชาติของเวียดนาม Le Duc Anh
ธงชาติของกัมพูชา เฮง สัมริน
ธงชาติของกัมพูชา ฮุน เซน
ธงชาติของกัมพูชา พล พต
ธงชาติของกัมพูชา เขียว สัมพันธ์
ธงชาติของกัมพูชา ซอน ซาน
ธงชาติของกัมพูชา นโรดม สีหนุ
กำลัง
ทหารเวียดนาม 150,000-200,000 นาย[note 1] 2522: 73,000[1]
2532: 30,000[note 2]
กำลังพลสูญเสีย
2522–2532:
เสียชีวิต 15,000 นาย
ได้รับบาดเจ็บ 30,000 นาย[2]
2522: เสียชีวิต 15,000 นาย[3]

สงครามกัมพูชา-เวียดนามเป็นความขัดแย้งด้วยอาวุธระหว่างสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและกัมพูชาประชาธิปไตย สงครามเริ่มขึ้นด้วยการปะทะอันห่างไกลตามพรมแดนทางบกและทางทะเลของเวียดนามและกัมพูชาระหว่าง พ.ศ. 2518 ถึง 2520 ซึ่งบางครั้งเกี่ยวข้องกับหน่วยขนาดกองพล วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2521 เวียดนามเริ่มปฏิบัติการรุกรานกัมพูชาเต็มขั้นและยึดครองประเทศได้หลังเขมรแดงถูกขับลงจากอำนาจ

ระหว่างสงครามเวียดนาม คอมมิวนิสต์เวียดนามและเขมรแดงจัดตั้งพันธมิตรเพื่อสู้รบกับรัฐบาลซึ่งมีสหรัฐอเมริกาหนุนหลังในประเทศของตน แม้แสดงท่าทีร่วมมืออย่างเปิดเผยกับเวียดนาม แต่ผู้นำเขมรแดงเกรงว่าคอมมิวนิสต์เวียดนากำลังวางแผนจัดตั้งสหพันธ์อินโดจีนโดยมีเวียดนามเป็นกำลังครอบงำในภูมิภาค เพื่อชิงตัดหน้าความพยายามของเวียดนามในการครอบงำพวกตน ผู้นำเขมรแดงจึงเริ่มกวาดล้างกำลังพลที่ได้รับการฝึกจากเวียดนามในกองทหารของตนเองเมื่อรัฐบาลลอน นอลยอมแพ้ใน พ.ศ. 2518 จากนั้น ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2518 กัมพูชาประชาธิปไตยซึ่งเพิ่งก่อตั้งขึ้นใหม่โดยมีเขมรแดงบงการนั้น เริ่มทำสงครามกับเวียดนาม ซึ่งเริ่มขึ้นจากการโจมตีเกาะฟูก๊วก (Phu Quoc) ของเวียดนาม แม้การสู้รบเกิดขึ้นระหว่างสองประเทศ แต่ผู้นำของเวียดนามที่เพิ่งรวมชาติใหม่ ๆ กับกัมพูชานั้นได้แลกเปลี่ยนทางการทูตสาธารณะหลายครั้งตลอด พ.ศ. 2519 เพื่อเน้นความสัมพันธ์อันแนบแน่นที่สมมติว่าเป็นจริงระหว่างกัน อย่างไรก็ดี เบื้องหลังฉากนั้น ผู้นำกัมพูชายังคงกลัวสิ่งที่พวกเขารับรู้ว่าเป็นการขยายตัวของเวียดนาม เมื่อเป็นเช่นนั้น ในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2520 พวกเขาจึงเริ่มการโจมตีทางทหารครั้งใหญ่ต่อเวียดนามอีกครั้งหนึ่ง โดยตื่นตระหนกต่อการโจมตีของกัมพูชา เวียดนามเริ่มการตีแก้แค้นเมื่อปลาย พ.ศ. 2520 ในความพยายามบีบให้รัฐบาลกัมพูชาเจรจา ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2521 ทหารเวียดนามถอนออกไปเพราะเป้าหมายทางการเมืองไม่บรรลุผล

การสู้รบขนาดเล็กดำเนินไประหว่างสองประเทศตลอด พ.ศ. 2521 เมื่อจีนพยายามไกล่เกลี่ยการเจรจาสันติภาพระหว่างทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ดี ไม่มีประเทศใดบรรลุการประนีประนอมที่ยอมรับได้ที่โต๊ะเจรจา จนถึงปลาย พ.ศ. 2521 ผู้นำเวียดนามตัดสินใจถอดรัฐบาลกัมพูชาประชาธิปไตยที่มีเขมรแดงบงการอยู่ โดยมองว่าเขมรแดงอิงจีนและเป็นปรปักษ์ต่อเวียดนามเกินไป วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2521 ทหารเวียดนาม 150,000 นายรุกรานกัมพูชาประชาธิปไตยและชนะกองทัพปฏิวัติกัมพูชาได้ในเวลาเพียงสองสัปดาห์ วันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2522 สาธารณรัฐประชาชนกัมพูชานิยมเวียดนาม ถูกจัดตั้งขึ้นในกรุงพนมเปญ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการยึดครองของเวียดนามนานสิบปี ระหว่างช่วงนั้น กัมพูชาประชาธิปไตยของเขมรแดงยังได้รับการรับรองโดยสหประชาชาติเป็นรัฐบาลโดยชอบธรรมของกัมพูชา เพราะกลุ่มต่อต้านติดอาวุธหลายกลุ่มมีการจัดตั้งขึ้นเพื่อสู้รบกับการยึดครองของเวียดนาม หลังฉาก นายกรัฐมนตรีฮุน เซนแห่งรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนกัมพูชาเลียบเคียงฝ่ายต่าง ๆ ของรัฐบาลผสมกัมพูชาประชาธิปไตยเพื่อเริ่มการเจรจาสันติภาพ ภายใต้แรงกดดันทางการทูตและเศรษฐกิจอย่างหนักจากประชาคมนานาชาติ รัฐบาลเวียดนามจึงเริ่มนำการปฏิรูปนโยบายเศรษฐกิจและต่างประเทศหลายอย่างมาใช้ ซึ่งนำไปสู่การถอนตัวออกจากกัมพูชาในเดือนกันยายน พ.ศ. 2532

ที่การประชุมไม่เป็นทางการจาการ์ตาครั้งที่สามใน พ.ศ. 2533 ภายใต้แผนสันติภาพกัมพูชาซึ่งออสเตรเลียเป็นผู้สนับสนุน ผู้แทนจากรัฐบาลผสมกัมพูชาประชาธิปไตยและสาธารณรัฐประชาชนกัมพูชาตกลงจะจัดการแบ่งอำนาจกันโดยจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติขึ้น เรียกว่า สภาแห่งชาติสูงสุด บทบาทของสภาแห่งชาติสูงสุด คือ เป็นตัวแทนอธิปไตยของกัมพูชาในเวทีระหว่างประเทศ ขณะที่องค์กรบริหารชั่วคราวแห่งสหประชาชาติในกัมพูชาได้รับมอบหมายให้ดูแลนโยบายภายในประเทศของกัมพูชากระทั่งรัฐบาลกัมพูชาได้รับเลือกตั้งผ่านกระบวนการอันเป็นประชาธิปไตยอย่างสันติ เส้นทางสู่สันติภาพของกัมพูชานั้นพิสูจน์แล้วว่ายากยิ่ง เพราะผู้นำเขมรแดงตัดสินใจไม่เข้าร่วมการเลือกตั้งเป็นการทั่วไป แต่หันไปเลือกขัดขวางกระบวนการเลือกตั้งโดยโจมตีทางทหารต่อเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพของสหประชาชาติและสังหารผู้อพยพเชื้อชาติเวียดนาม ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2536 ขบวนการฟุนซินเปค (FUNCINPEC) ของเจ้าสีหนุชนะพรรคประชาชนกัมพูชา หรืออดีตพรรคปฏิวัติประชาชนกัมพูชา ในการเลือกตั้งเป็นการทั่วไป อย่างไรก็ดี ผู้นำพรรคประชาชนกัมพูชาปฏิเสธยอมรับความพ่ายแพ้และพวกเขาประกาศให้จังหวัดทางตะวันออกของกัมพูชา ที่ซึ่งเป็นฐานเสียงส่วนใหญ่ของพรรค แยกตัวออกจากกัมพูชา เพื่อหลีกเลี่ยงผลเช่นนั้น เจ้านโรดม สีหนุ ผู้นำพรรคฟุนซินเปคตกลงจัดตั้งรัฐบาลผสมกับพรรคประชาชนกัมพูชา ไม่นานจากนั้น ได้มีการฟื้นฟูราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ และเขมรแดงถูกประกาศว่าผิดกฎหมายโดยรัฐบาลกัมพูชาที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่นี้

[แก้] เชิงอรรถ

  1. ^ จากกำลังรุกรานเดิม 150,000 นาย ทหารเวียดนามประเมินว่าได้เพิ่มขึ้นสูงสุดราว 200,000 นายกระทั่งเวียดนามถอนกำลังฝ่ายเดียวใน พ.ศ. 2535. Thayer, p. 10
  2. ^ จนถึง พ.ศ. 2532 เขมรแดงเป็นกำลังรบใหญ่สุดในบรรดาสามฝ่ายซึ่งประกอบขึ้นเป็นรัฐบาลผสมกัมพูชาประชาธิปไตย โดย KPNLF มีทหารน้อยกว่า 10,000 นาย และ FUNCINPEC มีทหาร 2,000 นาย

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ Morris, p. 103
  2. ^ Thayer, 10
  3. ^ Khoo, p. 127