สงครามกัมพูชา–เวียดนาม
| สงครามกัมพูชา–เวียดนาม | |||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เป็นส่วนหนึ่งของ สงครามอินโดจีนครั้งที่สาม, สงครามอินโดจีน, สงครามเย็น | |||||||
|
|||||||
| คู่ขัดแย้ง | |||||||
ได้รับการสนับสนุนโดย: |
CGDK:
|
||||||
| ผู้บังคับบัญชา | |||||||
| กำลัง | |||||||
| ทหารเวียดนาม 150,000-200,000 นาย[note 1] | 2522: 73,000[1] 2532: 30,000[note 2] |
||||||
| กำลังพลสูญเสีย | |||||||
| 2522–2532: เสียชีวิต 15,000 นาย ได้รับบาดเจ็บ 30,000 นาย[2] |
2522: เสียชีวิต 15,000 นาย[3] | ||||||
สงครามกัมพูชา-เวียดนามเป็นความขัดแย้งด้วยอาวุธระหว่างสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและกัมพูชาประชาธิปไตย สงครามเริ่มขึ้นด้วยการปะทะอันห่างไกลตามพรมแดนทางบกและทางทะเลของเวียดนามและกัมพูชาระหว่าง พ.ศ. 2518 ถึง 2520 ซึ่งบางครั้งเกี่ยวข้องกับหน่วยขนาดกองพล วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2521 เวียดนามเริ่มปฏิบัติการรุกรานกัมพูชาเต็มขั้นและยึดครองประเทศได้หลังเขมรแดงถูกขับลงจากอำนาจ
ระหว่างสงครามเวียดนาม คอมมิวนิสต์เวียดนามและเขมรแดงจัดตั้งพันธมิตรเพื่อสู้รบกับรัฐบาลซึ่งมีสหรัฐอเมริกาหนุนหลังในประเทศของตน แม้แสดงท่าทีร่วมมืออย่างเปิดเผยกับเวียดนาม แต่ผู้นำเขมรแดงเกรงว่าคอมมิวนิสต์เวียดนากำลังวางแผนจัดตั้งสหพันธ์อินโดจีนโดยมีเวียดนามเป็นกำลังครอบงำในภูมิภาค เพื่อชิงตัดหน้าความพยายามของเวียดนามในการครอบงำพวกตน ผู้นำเขมรแดงจึงเริ่มกวาดล้างกำลังพลที่ได้รับการฝึกจากเวียดนามในกองทหารของตนเองเมื่อรัฐบาลลอน นอลยอมแพ้ใน พ.ศ. 2518 จากนั้น ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2518 กัมพูชาประชาธิปไตยซึ่งเพิ่งก่อตั้งขึ้นใหม่โดยมีเขมรแดงบงการนั้น เริ่มทำสงครามกับเวียดนาม ซึ่งเริ่มขึ้นจากการโจมตีเกาะฟูก๊วก (Phu Quoc) ของเวียดนาม แม้การสู้รบเกิดขึ้นระหว่างสองประเทศ แต่ผู้นำของเวียดนามที่เพิ่งรวมชาติใหม่ ๆ กับกัมพูชานั้นได้แลกเปลี่ยนทางการทูตสาธารณะหลายครั้งตลอด พ.ศ. 2519 เพื่อเน้นความสัมพันธ์อันแนบแน่นที่สมมติว่าเป็นจริงระหว่างกัน อย่างไรก็ดี เบื้องหลังฉากนั้น ผู้นำกัมพูชายังคงกลัวสิ่งที่พวกเขารับรู้ว่าเป็นการขยายตัวของเวียดนาม เมื่อเป็นเช่นนั้น ในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2520 พวกเขาจึงเริ่มการโจมตีทางทหารครั้งใหญ่ต่อเวียดนามอีกครั้งหนึ่ง โดยตื่นตระหนกต่อการโจมตีของกัมพูชา เวียดนามเริ่มการตีแก้แค้นเมื่อปลาย พ.ศ. 2520 ในความพยายามบีบให้รัฐบาลกัมพูชาเจรจา ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2521 ทหารเวียดนามถอนออกไปเพราะเป้าหมายทางการเมืองไม่บรรลุผล
การสู้รบขนาดเล็กดำเนินไประหว่างสองประเทศตลอด พ.ศ. 2521 เมื่อจีนพยายามไกล่เกลี่ยการเจรจาสันติภาพระหว่างทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ดี ไม่มีประเทศใดบรรลุการประนีประนอมที่ยอมรับได้ที่โต๊ะเจรจา จนถึงปลาย พ.ศ. 2521 ผู้นำเวียดนามตัดสินใจถอดรัฐบาลกัมพูชาประชาธิปไตยที่มีเขมรแดงบงการอยู่ โดยมองว่าเขมรแดงอิงจีนและเป็นปรปักษ์ต่อเวียดนามเกินไป วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2521 ทหารเวียดนาม 150,000 นายรุกรานกัมพูชาประชาธิปไตยและชนะกองทัพปฏิวัติกัมพูชาได้ในเวลาเพียงสองสัปดาห์ วันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2522 สาธารณรัฐประชาชนกัมพูชานิยมเวียดนาม ถูกจัดตั้งขึ้นในกรุงพนมเปญ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการยึดครองของเวียดนามนานสิบปี ระหว่างช่วงนั้น กัมพูชาประชาธิปไตยของเขมรแดงยังได้รับการรับรองโดยสหประชาชาติเป็นรัฐบาลโดยชอบธรรมของกัมพูชา เพราะกลุ่มต่อต้านติดอาวุธหลายกลุ่มมีการจัดตั้งขึ้นเพื่อสู้รบกับการยึดครองของเวียดนาม หลังฉาก นายกรัฐมนตรีฮุน เซนแห่งรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนกัมพูชาเลียบเคียงฝ่ายต่าง ๆ ของรัฐบาลผสมกัมพูชาประชาธิปไตยเพื่อเริ่มการเจรจาสันติภาพ ภายใต้แรงกดดันทางการทูตและเศรษฐกิจอย่างหนักจากประชาคมนานาชาติ รัฐบาลเวียดนามจึงเริ่มนำการปฏิรูปนโยบายเศรษฐกิจและต่างประเทศหลายอย่างมาใช้ ซึ่งนำไปสู่การถอนตัวออกจากกัมพูชาในเดือนกันยายน พ.ศ. 2532
ที่การประชุมไม่เป็นทางการจาการ์ตาครั้งที่สามใน พ.ศ. 2533 ภายใต้แผนสันติภาพกัมพูชาซึ่งออสเตรเลียเป็นผู้สนับสนุน ผู้แทนจากรัฐบาลผสมกัมพูชาประชาธิปไตยและสาธารณรัฐประชาชนกัมพูชาตกลงจะจัดการแบ่งอำนาจกันโดยจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติขึ้น เรียกว่า สภาแห่งชาติสูงสุด บทบาทของสภาแห่งชาติสูงสุด คือ เป็นตัวแทนอธิปไตยของกัมพูชาในเวทีระหว่างประเทศ ขณะที่องค์กรบริหารชั่วคราวแห่งสหประชาชาติในกัมพูชาได้รับมอบหมายให้ดูแลนโยบายภายในประเทศของกัมพูชากระทั่งรัฐบาลกัมพูชาได้รับเลือกตั้งผ่านกระบวนการอันเป็นประชาธิปไตยอย่างสันติ เส้นทางสู่สันติภาพของกัมพูชานั้นพิสูจน์แล้วว่ายากยิ่ง เพราะผู้นำเขมรแดงตัดสินใจไม่เข้าร่วมการเลือกตั้งเป็นการทั่วไป แต่หันไปเลือกขัดขวางกระบวนการเลือกตั้งโดยโจมตีทางทหารต่อเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพของสหประชาชาติและสังหารผู้อพยพเชื้อชาติเวียดนาม ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2536 ขบวนการฟุนซินเปค (FUNCINPEC) ของเจ้าสีหนุชนะพรรคประชาชนกัมพูชา หรืออดีตพรรคปฏิวัติประชาชนกัมพูชา ในการเลือกตั้งเป็นการทั่วไป อย่างไรก็ดี ผู้นำพรรคประชาชนกัมพูชาปฏิเสธยอมรับความพ่ายแพ้และพวกเขาประกาศให้จังหวัดทางตะวันออกของกัมพูชา ที่ซึ่งเป็นฐานเสียงส่วนใหญ่ของพรรค แยกตัวออกจากกัมพูชา เพื่อหลีกเลี่ยงผลเช่นนั้น เจ้านโรดม สีหนุ ผู้นำพรรคฟุนซินเปคตกลงจัดตั้งรัฐบาลผสมกับพรรคประชาชนกัมพูชา ไม่นานจากนั้น ได้มีการฟื้นฟูราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ และเขมรแดงถูกประกาศว่าผิดกฎหมายโดยรัฐบาลกัมพูชาที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่นี้
[แก้] เชิงอรรถ
- ^ จากกำลังรุกรานเดิม 150,000 นาย ทหารเวียดนามประเมินว่าได้เพิ่มขึ้นสูงสุดราว 200,000 นายกระทั่งเวียดนามถอนกำลังฝ่ายเดียวใน พ.ศ. 2535. Thayer, p. 10
- ^ จนถึง พ.ศ. 2532 เขมรแดงเป็นกำลังรบใหญ่สุดในบรรดาสามฝ่ายซึ่งประกอบขึ้นเป็นรัฐบาลผสมกัมพูชาประชาธิปไตย โดย KPNLF มีทหารน้อยกว่า 10,000 นาย และ FUNCINPEC มีทหาร 2,000 นาย
[แก้] อ้างอิง