ประเทศเอธิโอเปีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเอธิโอเปีย
የኢትዮጵያ ፌዴራላዊ ዲሞክራሲያዊ ሪፐብሊክ (อัมฮารา)
ธงชาติ
คำขวัญไม่มี
เพลงชาติMarch Forward, Dear Mother Ethiopia: เดินก้าวไปข้างหน้า เอธิโอเปียที่รัก
เมืองหลวง
(และเมืองใหญ่สุด)
แอดดิสอาบาบา
9°1′N 38°44′E / 9.017°N 38.733°E / 9.017; 38.733
ภาษาทางการ ภาษาอัมฮารา
การปกครอง สาธารณรัฐ
 -  ประธานาธิบดี กีร์มา โวลเด-กีออร์กิส
 -  นายกรัฐมนตรี Haile Mariam Desalegne
การก่อตั้ง
 -  อาณาจักรดั้งเดิม 980 ปีก่อนคริสต์ศักราช 
 -  รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน พ.ศ. 2534 (ค.ศ. 1991) 
พื้นที่
 -  รวม 1,127,127 ตร.กม. (อันดับที่ 16)
435,186 ตร.ไมล์ 
 -  แหล่งน้ำ (%) 0.7
ประชากร
 -  2554 (ประเมิน) 82,101,998 คน[1] (อันดับที่ 14)
 -  2550 (สำมะโน) 73,918,505 คน 
 -  ความหนาแน่น 74 คน/ตร.กม. (อันดับที่ 123)
194 คน/ตร.ไมล์
จีดีพี (อำนาจซื้อ) 2553 (ประมาณ)
 -  รวม 86.123 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ[2] 
 -  ต่อหัว 1,015 ดอลลาร์สหรัฐ[2] 
จีดีพี (ราคาตลาด) 2553 (ประมาณ)
 -  รวม 29.717 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ[2] 
 -  ต่อหัว 350 ดอลลาร์สหรัฐ[2] 
จีนี (2542–2543) 30 (กลาง
HDI (2553) 0.328 (ต่ำ) (อันดับที่ 157)
สกุลเงิน เบอร์ (ETB)
เขตเวลา EAT (UTC+3)
 -  (DST) ไม่ใช้ (UTC+3)
ระบบจราจร ขวามือ
โดเมนบนสุด .et
รหัสโทรศัพท์ 251

เอธิโอเปีย (อังกฤษ: Ethiopia; อัมฮารา: ኢትዮጵያ) หรือชื่อทางการคือ สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเอธิโอเปีย (Federal Democratic Republic of Ethiopia; อัมฮารา: የኢትዮጵያ ፌዴራላዊ ዲሞክራሲያዊ ሪፐብሊክ) เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลที่ตั้งอยู่ในส่วนแหลมของทวีปแอฟริกา (Horn of Africa) เป็นหนึ่งในชาติที่มีประวัติศาสตร์อันต่อเนื่องยาวนานที่สุดบนทวีปนี้ ในฐานะชาติอิสระ เอธิโอเปียเป็นประเทศเดียวในแอฟริกาที่ยังคงเอกราชระหว่างยุคล่าอาณานิคมในแอฟริกา (Scramble for Africa) และยังคงเอกราชไว้จนถึง พ.ศ. 2479 ซึ่งกองทัพอิตาลีเข้ายึดครองประเทศนี้ กองทัพอังกฤษและเอธิโอเปียปราบกองทัพอิตาลีในพ.ศ. 2484 แต่เอธิโอเปียไม่ได้รับเอกราชใหม่จนถึงการลงนามในสนธิสัญญาระหว่างอังกฤษกับเอธิโอเปีย (Anglo-Ethiopian Agreement) เมื่อธันวาคม พ.ศ. 2487

ประวัติศาสตร์[แก้]

เอธิโอเปียเป็นดินแดนที่ได้รับอารยธรรมจากอียิปต์และกรีกตั้งแต่สมัยโบราณ อิตาลีโจมตีเอธิโอเปียเมื่อ พ.ศ. 2479 และเข้าครอบครองได้สำเร็จใน พ.ศ. 2484 จักรพรรดิองค์สุดท้ายของเอธิโอเปีย เฮลี เซลาสซีที่ 1 เป็นผู้จัดตั้งระบบรัฐสภาเมื่อ พ.ศ. 2474

ตั้งแต่ พ.ศ. 2515 เกิดความแห้งแล้งอย่างต่อเนื่องจนเกิดความวุ่นวายภายในประเทศ จักรพรรดิเซลาสซีสละราชบัลลังก์เมื่อ พ.ศ. 2517 เปลี่ยนการปกครองเป็นระบอบสาธารณรัฐเมื่อ พ.ศ. 2518 นอกจากนั้นยังเกิดสงครามภายในระหว่างกลุ่มการเมืองและเผ่าต่าง ๆ ที่ได้รับการสนับสนุนจากซูดานและโซมาเลีย พ.ศ. 2521 เอธิโอเปียได้รับความช่วยเหลือจากสหภาพโซเวียตจนรบชนะทหารโซมาเลีย และมีการลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพระหว่างกันเมื่อ พ.ศ. 2531

การเมือง[แก้]

เอธิโอปียปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบสหพันธรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุข แบ่งการปกครองเป็น 9รัฐ และ2เขตเป็นการปกครองพิเศษ ได้แก่ แอดดิสอาบาบาและเขตปกครองพิเศษ ดิเรดาวา แม้เดิมเอธิโอเปียระบอบกษัตริย์ ในปี 2517 มีการปฏิวัติรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลและโค่นล้มระบอบกษัตริย์ในปีต่อมาจากนั้นได้ปกครองประเทศด้วยสังคมนิยมและเปลี่ยนเป็นประชาธิปไตยในปี พศ 2534 แต่อย่างนั้นก็ยังเกิดความวุ่นวายทางการเมืองอยู่เสมอ โดยรัฐบาลถูกกล่าวหาจากฝ่ายค้านว่าทุจริตการเลือกตั้ง

  • ฝ่ายบริหารได้แก่
  • ประธานาธิบดี เป็นประมุขประเทศมาจากการเลือกตั้งโดยสภาผู้แทนราษฏร มีวาระการดำรงตำแหน่ง 6ปี
  • นายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้ารัฐบาล มาจากการเสนอชื่อของพรรครัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
  • ฝ่ายนิติบัญญัติประกอบด้วย2สภา ได้แก่
  • สภาแห่งสหพันธรัฐมีลักษณะเดียวกับวุฒิสภา มี 112ที่นั่ง
  • สภาผู้แทนราษฏร มี 547ที่นั่ง

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

ประเทศเอธิโอเปียแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 9 เขตบริหาร (administrative countries-kililoch) แบ่งย่อยออกมาเป็น 68 เขต และ 2 นครอิสระ (chartered cities-astedader akababiwoch) ได้แก่

สภาพทางภูมิศาสตร์[แก้]

มีสภาพเป็นหุบเขาสูงชันและที่ราบสูง

เศรษฐกิจ[แก้]

เศรษฐกิจเอธิโอเปียยังพึ่งพารายได้จากภาคกสิกรรมเป็นหลัก แม้รัฐบาลจะได้ปฏิรูปที่ดินเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร แต่เท่าที่ผ่านมายังไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากขาดการวางแผนที่ดี และการเพาะปลูกยังพึ่งพาแหล่งน้ำฝนตามธรรมชาติอยู่เกือบทั้งหมด มีปัญหาการชลประทานรวมทั้งวิธีการเพาะปลูกที่ล้าสมัย ในขณะเดียวกันภาคบริการของเอธิโอเปียก็เติบโตอย่างรวดเร็วจนกระทั่งปัจจุบันมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 40 ของรายได้ประชาชาติ โดยภาคส่วนที่มีอัตราการเติบโตสูงได้แก่การบริการที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว การก่อสร้างที่อยู่อาศัยและการคมนาคม รัฐบาลเอธิโอเปียมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว เนื่องจากมีแหล่งท่องเที่ยวมากมายทั้งสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งสัตว์ป่า แต่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเอธิโอเปียยังไม่มีการบริหารจัดการที่ดีเท่าใดนัก และยังล้าหลังเคนยาอยู่มาก ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเอธิโอเปียประมาณปีละ 2 แสนคน

นับตั้งแต่ปี 2534 เป็นต้นมา รัฐบาลได้ดำเนินนโยบายเศรษฐกิจแบบเสรีโดยอิงแนวทางของธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ภายใต้กรอบนโยบาย Sustainable Development and Poverty Reduction Programme (SDPRP) ตามเงื่อนไขของ IMF และประเทศผู้บริจาคต่างๆ ซึ่งถือได้ว่าประสบผลสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่เป็นที่พอใจของนักลงทุน และบรรดาประเทศผู้บริจาคต่างๆ เนื่องจากการปฏิรูปเศรษฐกิจนำไปสู่ระบบเสรีเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป การแปรรูปรัฐวิสาหกิจยังมีน้อย และโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เช่น ถนน และระบบสาธารณูปโภค ยังไม่เอื้อต่อการลงทุนขนาดใหญ่

ความสำเร็จของการปฏิรูปเศรษฐกิจของเอธิโอเปียขึ้นอยู่กับความช่วยเหลือที่ได้รับจากประเทศผู้บริจาคเป็นสำคัญ ซึ่งในช่วงเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา ได้มีหลายเหตุการณ์ที่ทำให้ประเทศผู้บริจาคมีความห่วงกังวล เช่น การปราบปรามผู้ประท้วงฝ่ายค้านอย่างรุนแรง สงครามกับกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงในโซมาเลีย และปัญหาชายแดนกับเอริเทรีย นอกจากนี้ กลุ่มกบฏ Ogaden National Liberation Front (ONLF) ยังได้โจมตีฐานขุดเจาะน้ำมันของจีนที่เมือง Ogaden เมื่อเดือนเมษายน 2550 ทำให้ผู้ลงทุนต่างชาติในเอธิโอเปียขาดความมั่นใจ ทั้งนี้ นักวิเคราะห์คาดว่า เศรษฐกิจเอธิโอเปียจะเติบโตในอัตราร้อยละ 7.5 ในปี 2550-2551 มีบริษัทต่างชาติใหม่ๆ เข้าไปลงทุนในเอธิโอเปีย เช่น Starbucks รวมทั้งการลงทุนการผลิตพลังงานชีวภาพก็เพิ่มขึ้นด้วย



ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP)

103.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2555)

GDP รายหัว (GDP per Capita)

1,200 ดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2553)

อัตราการเติบโตของ GDP 7% (ค่าประมาณพ.ศ. 2555) GDP แยกตามภาคการผลิต

ภาคการเกษตร 46.6% ภาคอุตสาหกรรม 14.6% ภาคการบริการ 38.8% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2555) อัตราการว่างงาน

ไม่มีข้อมูล

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

21.7% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2555)

หนี้สาธารณะ

44.4% จาก GDP (ค่าประมาณ พ.ศ. 2555)

ผลผลิตทางการเกษตร

ธัญพืช ถั่ว กาแฟ เมล็ดน้ำมัน ฝ้าย น้ำตาลก้อน มันสำปะหลัง ต้นแกต ดอกไม้สด หนังสัตว์ โค กระบือ แกะ แพะ ปลา

อุตสาหกรรม

อาหาร เครื่องดื่ม สิ่งทอ หนัง เคมีภัณฑ์ การผลิตโลหะ ซีเมนต์

ดุลบัญชีเดินสะพัด

-2.95 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2555)

มูลค่าการส่งออก

3.163 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2555)

สินค้าส่งออกที่สำคัญ

กาแฟ ต้นแกต ทอง ผลิตภัณฑ์จากหนัง สิ่งมีชีวิต และต้นน้ำมัน

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก) ที่สำคัญ

จีน 12.2% เยอรมัน 14.2% เบลเยี่ยม 7.8% ซาอุดิอาระเบีย 6.8% สหรัฐอเมริกา 6.3% อิตาลี 5.1% (พ.ศ. 2554)

มูลค่าการนำเข้า

10.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2555)

สินค้านำเข้าที่สำคัญ

อาหารและสิ่งมีชีวิต ปิโตรเลียมและผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม เคมีภัณฑ์ เครื่องจักร เครื่องยนต์ยานพาหนะ ธัญพืช และสิ่งทอ

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า) ที่สำคัญ

จีน 9.9% สหรัฐอเมริกา 7.6% ซาอุดาระเบีย 10% อินเดีย 4.6% (พ.ศ. 2554)

สกุลเงิน

เอธิโอเปีย เบีย (Ethiopian Birr)

สัญลักษณ์เงิน

ETB

อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา

(ตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราได้ที่นี่)

ประชากร[แก้]

กลุ่มชาติพันธุ์[แก้]

และชาติพันธุ์อื่น ๆ อีกร้อยละ 11[3][4]

ศาสนา[แก้]

จากการสำรวจสำมะโนประชากรปี พ.ศ. 2550 พบว่าชาวเอธิโอเปียร้อยละ 62.8 นับถือศาสนาคริสต์ (ในจำนวนนี้เป็นผู้นับถือนิกายเอธิโอเปียนคอปติกออร์ทอดอกซ์ร้อยละ 43.5 และนิกายอื่น ๆ ร้อยละ 19.3), ร้อยละ 33.9 นับถือศาสนาอิสลาม, ร้อยละ 2.6 นับถือความเชื่อดั้งเดิม และร้อยละ 0.6 นับถือศาสนาอื่น ๆ [3]

วัฒนธรรม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Ethiopia". The World Factbook. CIA. สืบค้นเมื่อ 18 January 2013. 
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 "Ethiopia". International Monetary Fund. สืบค้นเมื่อ 2011-04-21. 
  3. 3.0 3.1 Berhanu Abegaz, Ethiopia: A Model Nation of MinoritiesPDF (51.7 KB) . Retrieved 6 April 2006.
  4. Embassy of Ethiopia, Washington, DC. Retrieved 6 April 2006.