ประเทศเอธิโอเปีย
| บทความนี้ไม่มีการอ้างอิงจากเอกสารอ้างอิงหรือแหล่งข้อมูล โปรดช่วยพัฒนาบทความนี้โดยเพิ่มแหล่งข้อมูลน่าเชื่อถือ เนื้อหาที่ไม่มีการอ้างอิงอาจถูกคัดค้านหรือนำออก |
| สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเอธิโอเปีย | ||||||
|---|---|---|---|---|---|---|
|
||||||
| คำขวัญ: ไม่มี | ||||||
| เพลงชาติ: March Forward, Dear Mother Ethiopia: เดินก้าวไปข้างหน้า เอธิโอเปียที่รัก |
||||||
| เมืองหลวง (และเมืองใหญ่สุด) |
แอดดิสอาบาบา 9°1′N 38°44′E / 9.017°N 38.733°E |
|||||
| ภาษาทางการ | ภาษาอัมฮารา | |||||
| การปกครอง | สาธารณรัฐ | |||||
| - | ประธานาธิบดี | กีร์มา โวลเด-กีออร์กิส | ||||
| - | นายกรัฐมนตรี | Haile Mariam Desalegne | ||||
| การก่อตั้ง | ||||||
| - | อาณาจักรดั้งเดิม | 980 ปีก่อนคริสต์ศักราช | ||||
| - | รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน | พ.ศ. 2534 (ค.ศ. 1991) | ||||
| พื้นที่ | ||||||
| - | รวม | 1,127,127 ตร.กม. (อันดับที่ 16) 435,186 ตร.ไมล์ |
||||
| - | แหล่งน้ำ (%) | 0.7 | ||||
| ประชากร | ||||||
| - | 2554 (ประเมิน) | 82,101,998 คน[1] (อันดับที่ 14) | ||||
| - | 2550 (สำมะโน) | 73,918,505 คน | ||||
| - | ความหนาแน่น | 74 คน/ตร.กม. (อันดับที่ 123) 194 คน/ตร.ไมล์ |
||||
| จีดีพี (อำนาจซื้อ) | 2553 (ประมาณ) | |||||
| - | รวม | 86.123 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ[2] | ||||
| - | ต่อหัว | 1,015 ดอลลาร์สหรัฐ[2] | ||||
| จีดีพี (ราคาตลาด) | 2553 (ประมาณ) | |||||
| - | รวม | 29.717 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ[2] | ||||
| - | ต่อหัว | 350 ดอลลาร์สหรัฐ[2] | ||||
| จีนี (2542–2543) | 30 (กลาง) | |||||
| HDI (2553) | ▲ 0.328 (ต่ำ) (อันดับที่ 157) | |||||
| สกุลเงิน | เบอร์ (ETB) |
|||||
| เขตเวลา | EAT (UTC+3) | |||||
| - | (DST) | ไม่ใช้ (UTC+3) | ||||
| ระบบจราจร | ขวามือ | |||||
| โดเมนบนสุด | .et | |||||
| รหัสโทรศัพท์ | 251 | |||||
เอธิโอเปีย (อังกฤษ: Ethiopia; อัมฮารา: ኢትዮጵያ) หรือชื่อทางการคือ สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเอธิโอเปีย (Federal Democratic Republic of Ethiopia; อัมฮารา: የኢትዮጵያ ፌዴራላዊ ዲሞክራሲያዊ ሪፐብሊክ) เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลที่ตั้งอยู่ในส่วนแหลมของทวีปแอฟริกา (Horn of Africa) เป็นหนึ่งในชาติที่มีประวัติศาสตร์อันต่อเนื่องยาวนานที่สุดบนทวีปนี้ ในฐานะชาติอิสระ เอธิโอเปียเป็นประเทศเดียวในแอฟริกาที่ยังคงเอกราชระหว่างยุคล่าอาณานิคมในแอฟริกา (Scramble for Africa) และยังคงเอกราชไว้จนถึง พ.ศ. 2479 ซึ่งกองทัพอิตาลีเข้ายึดครองประเทศนี้ กองทัพอังกฤษและเอธิโอเปียปราบกองทัพอิตาลีในพ.ศ. 2484 แต่เอธิโอเปียไม่ได้รับเอกราชใหม่จนถึงการลงนามในสนธิสัญญาระหว่างอังกฤษกับเอธิโอเปีย (Anglo-Ethiopian Agreement) เมื่อธันวาคม พ.ศ. 2487
เนื้อหา |
ประวัติศาสตร์ [แก้]
เอธิโอเปียเป็นดินแดนที่ได้รับอารยธรรมจากอียิปต์และกรีกตั้งแต่สมัยโบราณ อิตาลีโจมตีเอธิโอเปียเมื่อ พ.ศ. 2479 และเข้าครอบครองได้สำเร็จใน พ.ศ. 2484 จักรพรรดิองค์สุดท้ายของเอธิโอเปีย เฮลี เซลาสซีที่ 1 เป็นผู้จัดตั้งระบบรัฐสภาเมื่อ พ.ศ. 2474
ตั้งแต่ พ.ศ. 2515 เกิดความแห้งแล้งอย่างต่อเนื่องจนเกิดความวุ่นวายภายในประเทศ จักรพรรดิเซลาสซีสละราชบัลลังก์เมื่อ พ.ศ. 2517 เปลี่ยนการปกครองเป็นระบอบสาธารณรัฐเมื่อ พ.ศ. 2518 นอกจากนั้นยังเกิดสงครามภายในระหว่างกลุ่มการเมืองและเผ่าต่าง ๆ ที่ได้รับการสนับสนุนจากซูดานและโซมาเลีย พ.ศ. 2521 เอธิโอเปียได้รับความช่วยเหลือจากสหภาพโซเวียตจนรบชนะทหารโซมาเลีย และมีการลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพระหว่างกันเมื่อ พ.ศ. 2531
การเมือง [แก้]
เอธิโอปียปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบสหพันธรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุข แบ่งการปกครองเป็น 9รัฐ และ2เขตเป็นการปกครองพิเศษ ได้แก่ แอดดิสอาบาบาและเขตปกครองพิเศษ ดิเรดาวา แม้เดิมเอธิโอเปียระบอบกษัตริย์ ในปี 2517 มีการปฏิวัติรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลและโค่นล้มระบอบกษัตริย์ในปีต่อมาจากนั้นได้ปกครองประเทศด้วยสังคมนิยมและเปลี่ยนเป็นประชาธิปไตยในปี พศ 2534 แต่อย่างนั้นก็ยังเกิดความวุ่นวายทางการเมืองอยู่เสมอ โดยรัฐบาลถูกกล่าวหาจากฝ่ายค้านว่าทุจริตการเลือกตั้ง
- ฝ่ายบริหารได้แก่
- ประธานาธิบดี เป็นประมุขประเทศมาจากการเลือกตั้งโดยสภาผู้แทนราษฏร มีวาระการดำรงตำแหน่ง 6ปี
- นายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้ารัฐบาล มาจากการเสนอชื่อของพรรครัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
- ฝ่ายนิติบัญญัติประกอบด้วย2สภา ได้แก่
- สภาแห่งสหพันธรัฐมีลักษณะเดียวกับวุฒิสภา มี 112ที่นั่ง
- สภาผู้แทนราษฏร มี 547ที่นั่ง
การแบ่งเขตการปกครอง [แก้]
ประเทศเอธิโอเปียแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 9 เขตบริหาร (administrative countries-kililoch) แบ่งย่อยออกมาเป็น 68 เขต และ 2 นครอิสระ (chartered cities-astedader akababiwoch) ได้แก่
- แอดดิสอาบาบา
- เขตอะฟาร์
- เขตอัมฮารา
- เขตเบนิสฮันกุล-ฮามุซ
- ไดร์ดาวา
- เขตกัมเบลา
- เขตฮารารี
- เขตโอโรเมีย
- เขตโซมาลี
- เขตเซาเทิร์นเนชันเนทิแนลลิทีแอนด์พีเพิลส์
- เขตทิเกรย์
สภาพทางภูมิศาสตร์ [แก้]
มีสภาพเป็นหุบเขาสูงชันและที่ราบสูง
เศรษฐกิจ [แก้]
เอธิโอเปียเป็นประเทศด้อยพัฒนาและยากจนที่สุดอีกประเทศหนึ่งในทวีปแอฟริกาประชาชนส่วนใหญ่ยากจนมีรายได้ประชาชาติต่อหัวเพียง 210 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้นอัตตราเงินเฟ้อสูงถึงร้อยละ 17.2อีกทั้งยังมีปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสงครามกับกลุ่มหัวรุนแรงในโซมาเลียและปัญหาชายแดนกับเอริเทียที่ไม่มีแนวโน้มยุติลงได้ รายได้สำคัญสำคัญของประเทศมาจากเกษตรกรรม ที่มีสัดส่วนร้อยละ 60 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดพืชเศรษฐกิจสำคัญได้แก่ กาแฟ แต่ถึงอย่างนั้นก็ประสบปัญหาอย่างมากทั้งที่ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ พื้นที่เพาะปลูกที่มีจำนวนน้อย ระบบชลประทานที่ขาดประสิทธิภาพทำให้ต้องพึ่งน้ำตามธรรมชาติเป็นหลักและความรู้ด้านเทคโนโลยีทางการเกษตร ส่วนใหญ่จึงเป็นการเพาะปลูกแบบดั้งเดิมที่ล้าสมัย หลังจากเปลี่ยนการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตยรัฐบาลใหม่มีความพยายามในการปฏิรูปเศรษฐกิจโดยดำเนินนโยบายเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเน้นด้านการบริการที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเนื่องจากมีปัจจัยเอื้ออำนวยทั้งโบราณสถานและสัตว์ป่านานาชนิดรวมถึงการก่อสร้างและการคมนามคมทำให้มีภาคบริการที่มีสัดส่วนร้อยละ 41.2ของรายได้ประชาชาติ แต่เนื่องจากไม่มีการบริหารจัดการที่ดีทำให้การท่องเที่ยวยังไม่ดีเท่าที่ควร อีกททั้งยังล้าหลังประเทศเคนย่าที่เน้นการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติเช่นเดียวกัน ปัจจุบันรัฐบาลได้เน้นการปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ พัฒนาอุสาหกรรมการเกษตรและสร้างความมั่นคงทางอาหาร ที่เคยประสบปัญหาความอดอยากที่ทำให้ชาวเอธิโอเปียจำนวนมากเสียชีวิต
สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ ทองคำ และ ผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง ตลาดส่งออกสำคัญได้แก่ อิตาลี เยอรมนี สหรัฐอเมริกา ซาอุดิอารเบีย ญี่ปุ่นจีนเนเธอร์แลนด์ และ จิบูตี
สินค้านำเข้าสำคัญได้แก่อาหาร สัตว์ที่มีชีวิตน้ำมันผลิตภัณฑ์ปิโตรเลี่ยมเคมีภัณฑ์ พาหนะ ธัญพืชและสิ่งทอ ตลาดนำเข้าที่สำคัญได้แก่ ซาอุดิอารเบีย อิตาลี และจีน
ผลผลิตสำคัญ ได้แก่ กาแฟ ข้าวโพด ข้าวบาร์เลย์ ข้างฟ่าง อ้อย หนังสัตว์ ทองคำ โพแทชและแพลทินั่ม
ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) 29.72 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2553)
GDP รายหัว (GDP per Capita) 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2553)
GDP แยกตามภาคการผลิต ภาคการเกษตร 50% ภาคอุตสาหกรรม 11% ภาคการบริการ 39% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2553)
อัตราการว่างงาน ไม่มีข้อมูล
อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices) 8.1% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2553)
หนี้สาธารณะ 48.3% จาก GDP (ค่าประมาณ พ.ศ. 2553)
ผลผลิตทางการเกษตร ธัญพืช ถั่ว กาแฟ เมล็ดน้ำมัน ฝ้าย น้ำตาลก้อน มันสำปะหลัง ต้นแกต ดอกไม้สด หนังสัตว์ โค กระบือ แกะ แพะ ปลา
อุตสาหกรรม อาหาร เครื่องดื่ม สิ่งทอ หนัง เคมีภัณฑ์ การผลิตโลหะ ซีเมนต์
ดุลบัญชีเดินสะพัด -1.905 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2553)
มูลค่าการส่งออก 1.716 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2553)
สินค้าส่งออกที่สำคัญ กาแฟ ต้นแกต ทอง ผลิตภัณฑ์จากหนัง สิ่งมีชีวิต และต้นน้ำมัน
ประเทศคู่ค้า (ส่งออก) ที่สำคัญ จีน 13.9% เยอรมัน 10.5% เบลเยี่ยม 7.5% ซาอุดิอาระเบีย 7.1% สหรัฐอเมริกา 6.8% ซูดาน 4.6% (พ.ศ. 2553)
มูลค่าการนำเข้า 6.992 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2553)
สินค้านำเข้าที่สำคัญ อาหารและสิ่งมีชีวิต ปิโตรเลียมและผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม เคมีภัณฑ์ เครื่องจักร เครื่องยนต์ยานพาหนะ ธัญพืช และสิ่งทอ
ประเทศคู่ค้า (นำเข้า) ที่สำคัญ จีน 15.1% สหรัฐอเมริกา 9.5% ซาอุดาระเบีย 8.8% (พ.ศ. 2553)
สกุลเงิน เอธิโอเปีย เบีย (Ethiopian Birr)
สัญลักษณ์เงิน ETB
ประชากร [แก้]
กลุ่มชาติพันธุ์ [แก้]
- โอโรโม ร้อยละ 34.49
- อัมฮารา ร้อยละ 26.89
- โซมาลี ร้อยละ 6.20
- ตีเกรย์ ร้อยละ 6.07
- ซีดามา ร้อยละ 4.01
- กูราจ ร้อยละ 2.53
- โวเลย์ตา ร้อยละ 2.31
- ฮาดียา ร้อยละ 1.74
- อาฟาร์ ร้อยละ 1.73
- กาโม ร้อยละ 1.50
- เคฟฟีโช ร้อยละ 1.18
และชาติพันธุ์อื่น ๆ อีกร้อยละ 11[3][4]
ศาสนา [แก้]
จากการสำรวจสำมะโนประชากรปี พ.ศ. 2550 พบว่าชาวเอธิโอเปียร้อยละ 62.8 นับถือศาสนาคริสต์ (ในจำนวนนี้เป็นผู้นับถือนิกายเอธิโอเปียนคอปติกออร์ทอดอกซ์ร้อยละ 43.5 และนิกายอื่น ๆ ร้อยละ 19.3), ร้อยละ 33.9 นับถือศาสนาอิสลาม, ร้อยละ 2.6 นับถือความเชื่อดั้งเดิม และร้อยละ 0.6 นับถือศาสนาอื่น ๆ [3]
วัฒนธรรม [แก้]
อ้างอิง [แก้]
- ↑ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อความใดให้ไว้สำหรับอ้างอิงชื่อCSA - ↑ 2.0 2.1 2.2 2.3 "Ethiopia". International Monetary Fund. สืบค้นเมื่อ 2011-04-21.
- ↑ 3.0 3.1 Berhanu Abegaz, Ethiopia: A Model Nation of MinoritiesPDF (51.7 KB) . Retrieved 6 April 2006.
- ↑ Embassy of Ethiopia, Washington, DC. Retrieved 6 April 2006.
|
||||||||||||||||||||||||||
|
|||||