โบอิง 787 ดรีมไลเนอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โบอิง 787 ดรีมไลเนอร์
บทบาท อากาศยานแบบลำตัวกว้าง
สัญชาติ สหรัฐอเมริกา
บริษัทผู้ผลิต เครื่องบินพาณิชย์โบอิง
บินครั้งแรก 15 ธันวาคม พ.ศ. 2552
สถานะ ในประจำการ
ช่วงการผลิต พ.ศ. 2550–ปัจจุบัน
จำนวนที่ผลิต 304 ลำ (เมื่อ ก.ค. 2558)
มูลค่า 787-8: 211.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2013)[1]
787-9: 249.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2013)[1]
787-10: 288.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2013)[1]
ออลนิปปอนแอร์เวย์ โบอิ้ง 787-8

โบอิง 787 ดรีมไลเนอร์ เป็นเครื่องบินโดยสารเจ็ตขนาดกลางลำตัวกว้างพิสัยไกล แบบใช้เครื่องยนต์คู่ ออกแบบโดยฝ่ายผลิตเครื่องบินพาณิชย์โบอิง รองรับผู้โดยสารได้ลำละ 210 ถึง 290 คน ขึ้นอยู่กับรุ่น โบอิ้งแถลงว่า เครื่องบินดังกล่าวเป็นเครื่องบินโดยสารที่ประหยัดเชื้อเพลิงที่สุดของบริษัท และเป็นเครื่องบินโดยสารสำคัญแบบแรกของโลกที่ใช้วัสดุผสมในการก่อสร้างเป็นส่วนใหญ่[2] โบอิง 787 บริโภคเชื้อเพลิงน้อยกว่าโบอิง 767 ที่มีขนาดเท่ากันถึง 20%[3] ลักษณะที่แตกต่างที่สุดมีทั้งที่กันลมสี่แผง เชฟรอนลดเสียงบนส่วนแยกเครื่องยนต์ (engine nacelle) และเส้นระดับเสียง (nose contour) ที่เรียบขึ้น

ชื่อเดิมของเครื่องบินที่กำหนดคือ 7E7 ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นอย่างในปัจจุบันในเดือนมกราคม พ.ศ. 2548[4] โบอิง 787 ลำแรกเผยโฉมในพิธีเปิดตัวเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ที่โรงงานประกอบเอเวอร์เร็ตต์ของโบอิง โดยที่มันได้กลายมาเป็นเครื่องบินโดยสารลำตัวกว้างที่ขายเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมียอดสั่งถึง 677 ลำ[5] จนถึงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2554 มีการสั่งซื้อโบอิง 787 จำนวน 797 ลำ เข้ามาจากผู้ให้บริการสายการบิน 57 ราย[6]

การพัฒนาและการผลิตโบอิง 787 เกี่ยวข้องกับความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตวัตถุดิบหลายรายทั่วโลก การประกอบขั้นสุดท้ายประกอบขึ้นที่โรงงานเอเวอร์เร็ตต์โบอิงในเอเวอร์เร็ตต์ รัฐวอชิงตัน เครื่องบินจะยังมีการประกอบขึ้นที่โรงงานแห่งใหม่ในนอร์ทชาลสตัน รัฐเซาท์แคโรไลนา โรงงานทั้งสองจะส่งมองเครื่อง 787 ให้แก่ผู้ให้บริการเครื่องบินโดยสาร โครงการดังกล่าวต้องล่าช้าออกไปหลายครั้ง จากที่เคยวางแผนจะให้บริการตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2551 การขึ้นบินครั้งแรกของเครื่องมีขึ้นเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2552 และสิ้นสุดการทดสอบการบินในกลาง พ.ศ. 2554 เอกสารรับรองของสำนักงานควบคุมความปลอดภัยการบินแห่งยุโรปสุดท้ายได้รับในปลายเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2554 และโมเดลแรกถูกส่งมอบในปลายเดือนกันยายน พ.ศ. 2554 และเข้าให้บริการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2554[7]

ข้อมูลเบื้องต้น[แก้]

ในช่วงแรกนั้น โบอิง ต้องการจะพัฒนาเครื่องบินุร่นใหม่เพื่อทดแทน 767 ที่มียอดสั่งซื้อชะลอตัวลง เพื่อจะแข่งขันกับเครื่องบินแอร์บัส เอ 330-200 แต่ใช้เชื้อเพลิงในปริมาณที่เท่ากับ 767 และ เอ330 แต่ภายหลังเหตุการณ์วินาศกรรม 11 กันยายน พ.ศ. 2544และวิกฤติราคาน้ำมัน ทำให้ไม่เป็นที่ตอบรับมากนัก โบอิงจึงปรับเปลี่ยนโครงการมาพัฒนาเครื่องบินโดยสารโดยนำเครื่องเทคโนโลยีที่ได้จากการพัฒนาเครื่องบินความเร็วเหนือเสียงมาใช้แทน และใช้ชื่อว่า 7E7 (มีรหัสระหว่างการพัฒนาว่า Y2 ในโครงการโบอิงเยลโลสโตนโปรเจกต์)

จนในวันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2548 โบอิงได้เปลี่ยนชื่อรุ่นมาเป็น 787 และได้เปิดเผยแบบขั้นสุดท้ายในวันที่ 26 เมษายน ในปีเดียวกัน โดยโบอิงจะผลิตออกมา 3 รุ่น คือ

  • 787-8 พิสัยบินระยะใกล้ (4,650 - 5,650 กิโลเมตร) เพื่อทดแทนรุ่น 757-300, 767-200 และ-300 โดยมีลักษณะของปลายปีกเครื่องบินที่แตกแต่างจากรุ่นอื่น และมีออลนิปปอนแอร์เวย์เป็นสายการบินส่งมอบรายแรก[8] และเจแปนแอร์ไลน์เป็นลูกค้าอีกหนึ่งราย[9]
  • 787-9 เป็นรุ่นที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของ 787 มีพิสัยบินระยะไกล (14,800 - 15,750) เพื่อทดแทนรุ่น โบอิง 767-200ER และ โบอิง 767-300ER และจะเป็นรุ่นแรกของ 787 ที่จะเริ่มให้บริการในปีพ.ศ. 2551
  • 787-10 มีพิสัยบินระยะไกล (14,800 - 15,750 กิโลเมตร) เป็นรุ่นที่ขยายลำตัวให้ยาวขึ้นจาก 787-8 เพื่อทดแทนรุ่น โบอิง 767-400ER โดยมีแอร์นิวซีแลนด์ เป็นสายการบินส่งมอบรายแรก


รุ่น[แก้]

โบอิง 787-8 ของธอมป์สันแอร์เวย์ ที่ท่าอากาศยานแฮนโนเวอร์เมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2013
โบอิง 787-9 เผยโฉมครั้งแรกในการบินพาณิชย์กับแอร์นิวซีแลนด์ โดยกำลังลดระดับลงสู่ท่าอากาศยานเพิร์ธเป็นครั้งแรก

เครื่องบินดรีมไลเนอร์รุ่น 787-8 ซึ่งเป็นรุ่นที่สั้นที่สุดได้เริ่มทำการบินครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม ค.ศ. 2009 และรุ่น 787-9 ซึ่งมีพิสัยการบินไกลกว่าเมื่อเดือนกันยายน ค.ศ. 2013 ส่วนรุ่นที่สามารถบินได้ไกลที่สุดคือ 787-10 โดยยังไม่ได้เริ่มทำการบิน

787-8[แก้]

เครื่องบินรุ่น 787-8 ซึ่งเป็นรุ่นแรกที่เริ่มทำการบินตั้งแต่ปีค.ศ. 2011 นั้นสามารถจุผู้โดยสารได้ 242 คน โดยมีพิสัยบินที่ 7,355 ไมล์ทะเล (13,621 กิโลเมตร) เพื่อใช้มาทดแทนรุ่น 767-200ER และ 767-300ER รวมถึงเพื่อใช้ทำการบินแบบไม่หยุดพักโดยไม่ต้องใช้เครื่องบินที่ใหญ่เกินกว่าความสามารถทางการตลาด เครื่องบินรุ่น 787-8 มีสัดส่วนการผลิตถึง 33% (ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม ค.ศ. 2017) โดยได้ทำการส่งมอบแล้ว 348 ลำ

787-9[แก้]

เครื่องบินรุ่น 787-9 ได้มีการเพิ่มความยาวจากรุ่น 787-8 ถึง 20 ฟุต (6.1 เมตร) และความแข็งแรงของตัวเครื่อง โดยมีน้ำหนักบรรทุกสูงสุดถึง 54,500 ปอนด์ (24,700 กก.) โดยสามารถจุผู้โดยสารได้ถึง 280 คน สำหรับการแบ่งชั้นโดยสารแบบสามชั้นโดยสาร โดยมีพิสัยบินไกลถึง 7,635 ไมล์ทะเล (14,140 กิโลเมตร) โดยมีจุดประสงค์เพื่อทดแทนรุ่น 767-400ER และแข่งขันกับแอร์บัส เอ 330 รวมทั้งเพื่อทำการบินระยะไกลแบบไม่ต้องหยุดพัก

ในปีค.ศ. 2005 ได้มีการวางแผนไว้ว่าจะสามารถเริ่มให้บริการได้ในปีค.ศ. 2010 โดยการสรุปการตกแต่งภายในของสายการบินได้เสร็จสิ้นลงเมื่อ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2010 และได้เริ่มต้นมีการส่งมอบขึ้นในปีค.ศ. 2014

เครื่องบินต้นแบบของรุ่น 787-9 ได้ทำการขึ้นบินทดสอบครั้งแรกเมื่อ 17 กันยายน ค.ศ. 2013 และได้ถูกนำมาจัดแสดงก่อนการส่งมอบในงานฟาร์นโบโรแอร์โชว์ในปค.ศ. 2014 ต่อมาเมื่อ 8 กรกฎาคม ค.ศ. 2014 แอร์นิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นสายการบินปฐมฤกษ์สำหรับเครื่องบินรุ่นนี้ ได้ทำการบินครั้งแรกในพิธีส่งมอบจากสนามบินเพนฟีล โดยเป็นเครื่องบินรุ่นพิเศษตัวถังสีดำ โดยแอร์นิวซีแลนด์ได้เริ่มใช้บินเพื่อการพาณิชย์เป็นครั้งแรกจากออกแลนด์ไปยังซิดนีย์ในวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 2014

สายการบินออล นิปปอน แอร์เวย์ ได้เริ่มทำการบินเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ค.ศ. 2014 ยูไนเต็ด แอร์ไลน์จะเริ่มทำการบินแบบต่อเนื่องจากลอสแอนเจลิสถึงเมลเบิร์นในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2014 แอร์ไชน่าเริ่มทำการบินระหว่างปักกิ่งถึงเฉิงตูในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2016 โดย ณ เดือนตุลาคม ค.ศ.​ 2017 54% ของเครื่องบินรุ่นโบอิง 787 เป็นรุ่น 787-9 โดยมีการส่งมอบไปแล้วกว่า 265 ลำ

787-10[แก้]

งานเปิดตัวโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 17 ก.พ. ค.ศ. 2017

ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2005 โบอิงได้เริ่มทำโครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายขีดความสามารถในการบรรทุกของรุ่น 787-9 จากเดิมคือ 290 คน เป็น 310 คน จากผลักดันของสายการบินที่สนใจคือ เอมิเรตส์ และควอนตัส โดยจะเรียกเป็นชื่อรุ่นว่า 787-10 ซึ่งจะสามารถเทียบได้กับเครื่องบินรุ่นแอร์บัส เอ 350-900 และโบอิง 777-200ER[10] โดยต่อมาได้มีการพูดคุยกันระหว่างสายการบินกับโบอิงจนถึงราวต้นปีค.ศ. 2006[11] ได้มีการเปิดเผยว่าจะมีการพัฒนาเครื่องบินรุ่นนี้เนื่องจากมีสายการบินอื่นที่ให้ความสนใจตามเอมิเรตส์[12]

ต่อมาเมื่อ 30 พฤษภาคม ค.ศ. 2013 สิงค์โปร์แอร์ไลน์ได้ตกลงเป็นสายการบินปฐมฤกษ์โดยตกลงสั่งซื้อเป็นจำนวน 30 ลำ โดยคาดว่าจะส่งมอบได้ราวปีค.ศ. 2018-2019[13][14] และเมื่อ 18 มิถุนายน ค.ศ. 2013 โบอิงได้ทำการเปิดตัวเครื่องบินรุ่น 787-10 อย่างเป็นทางการที่งานปารีสแอร์โชว์ โดยมีคำสั่งซื้อถึง 102 ลำ (แอร์ลีสคอร์เปอเรชั่น 30 ลำ สิงคโปร์แอร์ไลน์ 30 ลำ ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ 20 ลำ บริติชแอร์เวย์ 12 ลำ และจีอีแคปิตอล เอวิเอชันเซอร์วิส 10 ลำ)[15]

เครื่องบินรุ่น 787-10 ได้ถูกออกแบบมาเพื่อทดแทนโบอิง 777-200ER แอร์บัส เอ 330 และแอร์บัส เอ 340 โดยจะแข่งขันโดยตรงกับรุ่นเอ 350-900 โดยโบอิงกล่าวว่าสามารถประหยัดเชื้อเพลิงได้ดีกว่าในระยะบินที่ใกล้[16] โดยรุ่น 787-10 จะมีความยาว 224 ฟุต (68 เมตร) โดยจุผู้โดยสารได้ถึง 330 คนในการจัดที่นั่งแบบสองชั้นโดยสาร และมีพิสัยบินที่ 6,430 ไมล์ทะเล (11,910 กิโลเมตร)[17]

ภายในงานดูไบแอร์โชว์ 2017 ได้มีคำสั่งซื้อ 787-10 ถึง 171 ลำ โดยเอมิเรตส์ได้สั่งซื้อจำนวน 40 ลำ โดยมีทั้งรุ่นที่ให้บริการสองชั้นโดยสาร และสามชั้นโดยสาร ซึ่งสามารถจุผู้โดยสารได้ตั้งแต่ 240-300 คน โดยคาดว่าจะส่งมอบได้ในปีค.ศ. 2022

ข้อมูลจำเพาะ[แก้]

Diagrams of outlines of three different aircraft imposed over one another.
เปรียบเทียบขนาดของดรีมไลเนอร์กับโบอิงรุ่นอื่นๆ; 787-8 (เส้นทึบสีดำ) กับ 777-300 (เทา), 767-300 (ฟ้า), และ 737-800 (น้ำเงิน).
รุ่น Boeing 787-8 Dreamliner
จำนวนนักบิน สอง
ความจุผู้โดยสาร 242 - 381
ความยาว 56.72 เมตร (186 ฟุต 1 นิ้ว)
ความกว้างของปีก 60.1 เมตร (197 ฟุต 3 นิ้ว)
ความสูง 16.92 เมตร (55 ฟุต 6 นิ้ว)
ความจุห้องสินค้า 137 ลบ.ม.
น้ำหนักบรรทุกเปล่า 118,000 กก.
(259,500 ปอนด์)
น้ำหนักสูงสุดขณะทะยานขึ้น 228,000 กก.
(502,500 ปอนด์)
ความเร็วปกติ 0.85 มัค (913 กม./ชั่วโมง ที่ความสูง 35,000 ฟุต)[18][19][20]
ความเร็วสูงสุด 0.90 มัค (954 กม./ชั่วโมง ที่ความสูง 35,000 ฟุต)
พิสัยบิน เมื่อบรรทุกเต็มลำ 14,500 กม.
ความจุเชื้อเพลิงสูงสุด 126,210 ลิตร
เพดานบิน 13,100 เมตร (43,000 ฟุต)
เครื่องยนต์ (2×) General Electric GEnx-1B หรือ Rolls-Royce Trent 1000
แรงผลักดันสูงสุด 280 กิโลนิวตัน

คำสั่งซื้อและการส่งมอบ[แก้]

สถิติรายปี[แก้]

โบอิง 787 ของ ล็อตโปแลนด์ เป็น 787 ลำแรกของสายการบินของยุโรป[21]
โบอิง 787-8 ลำแรกของ แอร์ แคนาดา
โบอิง 787-8 ของ Aeromexico ที่ ปารีส
คำสั่งซื้อและส่งมอบ โบอิง 787 แบ่งตามรุ่น
คำสั่งซื้อรวม ส่งมอบรวม
787-8 435 293
787-9 546 87
787-10 162
รวม 1,143 380
คำสั่งซื้อและการส่งมอบ โบอิง 787 แบ่งตามปี
2004 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2012 2013 2014 2015 2016 รวม
คำสั่งซื้อ 56 235 157 369 93 -59 -4 13 -12 182 41 71 1 1,143
ส่งมอบ 787-8 3 46 65 104 71 4 293
787-9 10 64 13 87
787-10
รวม 3 46 65 114 135 17 380

คำสั่งซื้อและการส่งมอบ โบอิง 787 (ยอดสะสมรายปี):

สั่งซื้อ

ส่งมอบ

ข้อมูลเมื่อ กุมภาพันธ์ 2016[6][22][23][24][25]

แบ่งตามสายการบิน[แก้]

แผนภูมิสีฟ้าคือยอดสั่งซื้อ และสีเขียวคือจำนวนที่ส่งมอบแล้ว


ข้อมูล ณ 29 กุมภาพันธ์ 2016.[6][22]

เครื่องบินที่ใกล้เคียงกัน[แก้]

รุ่นที่ใกล้เคียงกัน[แก้]

เครื่องบินที่คล้ายกัน[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 "Boeing Commercial Airplanes prices". Boeing. สืบค้นเมื่อ August 15, 2013. 
  2. Norris, G.; Thomas, G.; Wagner, M. and Forbes Smith, C. (2005). Boeing 787 Dreamliner – Flying Redefined. Aerospace Technical Publications International. ISBN 0-9752341-2-9. 
  3. "Commercial Airplanes – 787 Dreamliner – Background" (Press release). Boeing. สืบค้นเมื่อ December 14, 2010. 
  4. "Boeing Gives the 7E7 Dreamliner a Model Designation" (Press release). Boeing. January 28, 2005. สืบค้นเมื่อ June 14, 2011. 
  5. "Boeing Celebrates the Premiere of the 787 Dreamliner" (Press release). Boeing. July 8, 2007. สืบค้นเมื่อ January 21, 2011. 
  6. 6.0 6.1 6.2 "787 Model Orders and Deliveries summary". Boeing. June 2011. สืบค้นเมื่อ July 25, 2011.  อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่สมเหตุสมผล มีนิยามชื่อ "787_O_D_summ" หลายครั้งด้วยเนื้อหาต่างกัน
  7. Tim Kelly (October 26, 2011). "Dreamliner carries its first passengers and Boeing's hopes". Reuters. สืบค้นเมื่อ October 28, 2011. 
  8. ออลนิปปอนแอร์เวย์สั่งซื้อเครื่องบินโบอิง 787-3 จำนวน 30 ลำ
  9. โบอิงและเจแปนแอร์ไลน์แถลงข่าวการสั่งซื้อเครื่องบินโบอิง 787
  10. James Wallace (December 21, 2005). "Everett work force for 787 pegged at 1,000". Seattle Post-Intelligencer. 
  11. Baseler, Randy (February 8, 2006). "Dash 10". Boeing Blog. 
  12. Lunsford, J. Lynn (March 28, 2006). "Boeing to Offer Larger Version of 787 Dreamliner". The Wall Street Journal. 
  13. Kaminski-Morrow, David (May 30, 2013). "Singapore to launch 787-10X with order for 30". Flight International. 
  14. Flynn, David (May 30, 2013). "Singapore Airlines signs up for Boeing's 787-10X Dreamliner". Australian Business Traveller. 
  15. "Boeing Launches 787-10 Dreamliner". Boeing. June 18, 2013. 
  16. "Air Lease’s Hazy Says Boeing 787-10 Beats Airbus on Fuel". Bloomberg. June 18, 2013. 
  17. "787-10 Fact Sheet". Boeing. July 2015. 
  18. ข้อมูล โบอิง 787-3 ดรีมไลน์เนอร์
  19. ข้อมูล โบอิง 787-8 ดรีมไลน์เนอร์
  20. ข้อมูล โบอิง 787-9 ดรีมไลน์เนอร์
  21. "European safety agency to ground 787 in line with FAA". Reuters. January 16, 2013. สืบค้นเมื่อ August 21, 2013. 
  22. 22.0 22.1 "Recent Orders". The Boeing Company. February 29, 2016. สืบค้นเมื่อ March 4, 2016. 
  23. "Annual Orders Summary". The Boeing Company. February 29, 2016. สืบค้นเมื่อ March 4, 2016. 
  24. "Current Year Deliveries". Boeing. February 29, 2016. สืบค้นเมื่อ March 4, 2016. 
  25. "Orders and Deliveries search page". Boeing. February 29, 2016. สืบค้นเมื่อ March 4, 2016. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]