แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเจ้าชายเลือดผสม (ภาพยนตร์)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเจ้าชายเลือดผสม
โปสเตอร์อย่างเป็นทางการของภาพยนตร์
กำกับ เดวิด เยตส์
อำนวยการสร้าง เดวิด เฮย์แมน
เดวิด แบร์รอน
เขียน จากนิยายของ เจ.เค. โรว์ลิ่ง
ผู้เขียนบท สตีฟ โคล์ฟ
นำแสดง แดเนียล แรดคลิฟฟ์
รูเพิร์ท กรินท์
เอ็มม่า วัตสัน
ไมเคิล แกมบอน
จิม บรอดเบนท์
อลัน ริคแมน
ทอม เฟลตัน
เจสซี่ เคฟ
บอนนี่ ไรท์
เฮเลน่า บอนแฮม คาร์เตอร์
ดนตรีประกอบ นิโคลาส ฮูเปอร์
กำกับภาพ บรูโน่ เดลบอนเนล
ตัดต่อ มาร์ค เดย์
จำหน่าย/เผยแพร่ วอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส
ฉาย 6 กรกฎาคม ค.ศ. 2009 (2009-07-06)
โตเกียว
15 กรกฎาคม ค.ศ. 2009 (2009-07-15)
สหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา
ความยาว 153 นาที
ประเทศ สหราชอาณาจักร
ภาษา อังกฤษ
งบประมาณ 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[1]
รายได้ 934.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ [2]
ก่อนหน้านี้ แฮร์รี่ พอตเตอร์กับภาคีนกฟีนิกซ์
ต่อจากนี้ แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูตตอนที่ 1
ข้อมูลจาก All Movie Guide
ข้อมูลจาก IMDb
ข้อมูลจากสยามโซน

แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเจ้าชายเลือดผสม (Harry Potter and the Half-Blood Prince) ภาพยนตร์ภาคที่ 6 โดยวอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส จากวรรณกรรมเยาวชน แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเจ้าชายเลือดผสม โดยมีเดวิด แบร์รอน กับไมเคิล โกลเดนเบิร์กเป็นผู้อำนวยการสร้าง และสตีฟ โคลฟเขียนบทภาพยนตร์ จากนิยายโดย เจ.เค. โรว์ลิ่ง ซึ่งตอนแรกมีโปรแกรมให้ผู้กำกับที่ชื่อ กิลเลโม เดล โทโร มาเป็นผู้กำกับ แต่ได้รับการปฏิเสธถึง 2 ครั้ง ทำให้เดวิด เยตส์ผู้กำกับคนก่อนมากำกับในภาคนี้และจะเป็นผู้กำกับในแฮร์รี่ พอตเตอร์ในภาคที่เหลือทั้งหมด

แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเจ้าชายเลือดผสมเคยมีกำหนดฉายในวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 แต่ถูกเลื่อนฉายโดยบริษัทวอร์เนอร์ บราเดอร์ส และเลื่อนไปอยู่ในวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 สร้างความไม่พอใจให้กับแฟนๆแฮร์รี่ ทั่วโลก แต่ถึงอย่างนั้นภาพยนตร์ก็ได้สร้างสถิติใหม่นั่นคือ ภาพยนตร์ที่ทำรายได้เปิดตัวสัปดาห์แรกจากรายได้ทั่วโลกสูงสุดโดยทำรายได้รวมไปกว่า 394 ล้านเหรียญและทำลายสถิติของไอ้แมงมุม 3 ที่ทำรายได้ไป 381 ล้านเหรียญ [3] และทำรายได้รวมในขณะนี้ไปที่ 932 ล้านเหรียญและยังคงทำรายได้เพิ่มต่อไป

เนื้อเรื่อง[แก้]

หลังจากโลกเวทมนตร์รับรู้ว่าลอร์ดโวลเดอมอร์ได้กลับคืนสู่โลกเวทมนตร์อีกครั้ง ผู้คนต่างหวาดกลัวและมีข่าวการหายตัวไปของผู้คนออกมาเรื่อยๆ ภาพยนตร์เปิดฉากด้วยการถล่มสะพานมิลเลนเนียมของเหล่าผู้เสพความตายและฉากลักพาตัวโอลลิแวนเดอร์จากตรอกไดแอกอนซึ่งในหนังสือมีการบรรยายไว้สั้นๆ เพียงไม่กี่บรรทัด และฉากการทำปฏิญาณไม่คืนคำของเซเวอร์รัส สเนปและนาร์ซิสซา มัลฟอย

ดัมเบิลดอร์ได้ดึงตัวแฮร์รี่จากสถานีรถไฟเซอร์ไบตันแถบชานเมืองเพื่อเดินทางไปเชื้อเชิญให้ฮอเรซ ซลักฮอร์น อดีตอาจารย์สอนวิชาปรุงยาของโรงเรียนฮอกวอตส์กลับมาสอนอีกครั้ง แต่พอทั้งคู่เดินทางไปถึงกลับพบว่าข้าวของในบ้านถูกทำลายเสียหาย ภายหลังจึงรู้ว่าเป็นฝึมือตบตาของซลักฮอร์นเอง ในตอนแรกนั้นซลักฮอร์นยังยืนยันที่จะไม่กลับ แต่เมื่อได้คุยกับแฮร์รี่เป็นเวลาสั้นๆ ในที่สุดซลักฮอร์นก็ยอมกลับไปสอน เพราะเชื่อว่าตนจะปลอดภัยกว่าเมื่ออยู่ที่ฮอกวอตส์

หลังจากนั้นแฮร์รี่ได้ย้ายไปพักที่บ้านของรอนและพบกับเฮอร์ไมโอนี่ที่บ้านโพรงกระต่าย แฮร์รี่พบว่าตนถูกสื่อต่างๆ เรียกว่า "คนที่ถูกเลือก" และรู้สึกว่าตนหลงรักจินนี่ น้องสาวของรอน วันหนึ่งแฮร์รี่และเพื่อนไปซื้อของที่ตรอกไดแอกอนและพบว่าเดรโก มัลฟอยกับแม่มีพฤติกรรมน่าสงสัยจึงได้แอบตามมัลฟอยไปที่ร้านบอร์เจ็นและเบิร์กส์ในตรอกน็อคเทิร์นและได้พบว่ามัลฟอยชี้ไปที่สิ่งหนึ่งคล้ายตู้ที่เขาอยากให้บอร์เจ็นซ่อมให้ แฮร์รี่สงสัยว่ามัลฟอยเป็นผู้เสพความตายแต่ก็ถูกรอนและเฮอร์ไมโอนี่ต่อว่าว่าแฮร์รี่คิดมากไป

เจ้าชายเลือดผสม[แก้]

ที่ฮอกวอตส์ แฮร์รี่ได้พบกับหนังสือวิชาปรุงยาของเจ้าชายเลือดผสม และพบว่าในนั้นมีวิธีการปรุงยาที่ถูกต้องและแม่นยำกว่าวิธีที่ไลเบเชียว โบเรจ ผู้แต่งเขียนไว้ แฮร์รี่จึงปรุงน้ำยาตายทั้งเป็นได้ดีที่สุดและได้รับน้ำยานำโชคเป็นรางวัล หลังจากนั้นดัมเบิลดอร์เริ่มสอนพิเศษแก่แฮร์รี่เป็นการส่วนตัวโดยให้ดูความทรงจำเกี่ยวกับโวลเดอมอร์ในวัยเด็ก ดัมเบิลดอร์ก็พร่ำบอกแฮร์รี่ว่าความทรงจำเหล่านี้จะเป็นหนทางที่แฮร์รี่สามารถหาจุดอ่อนกำจัดโวลเดอมอร์ได้

ในวันหยุดฮอกส์มี้ด แคตี้ เบลล์ นักเรียนบ้านกริฟฟินดอร์ถูกสร้อยต้องคำสาปจนหมดสติ แฮร์รี่คิดว่าเป็นฝีมือของมัลฟอย ในการแข่งขันควิดดิช รอนสามารถป้องกันประตูได้ทุกลูกทำให้กริฟฟินดอร์ชนะการแข่งขันอย่างขาดลอย คืนนั้นรอนคบกับลาเวนเดอร์ บราวน์อย่างเปิดเผยด้วยการจูบเธอ ทำให้เฮอร์ไมโอนี่เสียใจมาก ในงานเลี้ยงคริสต์มาสของซลักฮอร์น แฮร์รี่เห็นมัลฟอยพยายามที่จะแอบเข้ามาในงานแต่ถูกจับได้ หลังจากนั้นแฮร์รี่ได้ไปแอบฟังสเนปและมัลฟอยคุยกันและพบว่ามัลฟอยกำลังทำภารกิจให้ใครบางคนอยู่

บนรถไฟขากลับวันคริสต์มาส แฮร์รี่เล่าเรื่องที่ตนประสบให้รอนฟัง รอนตกใจมากและบอกแฮร์รี่ว่าบ้ามากที่สเนปจะทำปฏิญาณไม่คืนคำ หากคืนคำก็จะตายทันที ที่บ้านโพรงกระต่าย แฮร์รี่ได้ปรึกษาเรื่องนี้กับท็องส์และลูปิน ลูปินย้ำให้แฮร์รี่เชื่อใจสเนปเพราะดัมเบิลดอร์เชื่อใจเขา คืนนั้นแฮร์รี่กำลังจะได้จูบจินนี่ แต่ก็ถูกขัดจังหวะโดยเบลลาทริกซ์ เลสแตรงจ์ ผู้ที่แฮร์รี่เคียดแค้นอย่างยิ่ง กับเฟนเรีย เกรย์แบ็ก มนุษย์หมาป่าชื่อกระฉ่อน ได้บุกทำลายบ้านโพรงกระต่ายเสียยับเยิน

ความลับของซลักฮอร์น[แก้]

เมื่อกลับฮอกวอตส์ แฮร์รี่ได้เข้าไปในความทรงจำของซลักฮอร์นและพบว่าโวลเดอมอร์กำลังซักถามถึงเรื่องฮอร์ครักซ์ ซึ่งแฮร์รี่ไม่รู้จักแม้แต่น้อย แต่ความทรงจำถูกดัดแปลงเพราะซลักฮอร์นต้องการลบล้างความผิดที่เขาทำไว้ในอดีต ดัมเบิลดอร์จึงขอร้องให้แฮร์รี่ขอความทรงจำที่แท้จริงจากซลักฮอร์น แต่ครั้งแรกก็ถูกปฏิเสธเสียแล้ว วันหนึ่งแฮร์รี่เห็นรอนพร่ำเพ้อถึงโรมิลด้า เวนจึงรู้ว่ารอนถูกยาเสน่ห์จึงพารอนไปให้ซลักฮอร์นแก้พิษยาให้ แต่รอนกลับถูกยาพิษในเหล้าสมุนไพรและเกือบเอาตัวไม่รอด ระหว่างที่รอนสลบอยู่ที่ห้องพยาบาล รอนได้ละเมอถึงเฮอร์ไมโอนี่ ลาเวนเดอร์คิดว่ารอนนอกใจเธอจึงได้เลิกกับรอนโดยที่รอนไม่รู้ตัว

ไม่นานนัก แคตี้ก็กลับมา แฮร์รี่เดินเข้าไปซักถามเธอก็ตอบทันทีว่าจำคนที่สะกดใจเธอไม่ได้ ขณะนั้นมัลฟอยเดินเข้ามาพอดี เมื่อเห็นสีหน้าของแฮร์รี่และแคตี้ก็รีบแจ้นออกไปจากห้องโถงใหญ่ เข้าไปในห้องน้ำและร้องไห้ แฮร์รี่ที่ตามไปติดๆ ก็แอบฟังมัลฟอยและเดินเข้าไปโดยที่ไม่รู้ตัว มัลฟอยเห็นเขาไม่รอช้ายิงคาถาใส่ สู้กันอยู่สักพักแฮร์รี่จึงใช้คาถาเซ็กตัมเซมปร้า คาถาของเจ้าชายเลือดผสม ทำให้มัลฟอยได้รับบาดเจ็บสาหัส สเนปเข้ามาพบและช่วยรักษาแผลให้มัลฟอย แฮร์รี่รู้สึกว่าถูกสเนปอ่านใจและรู้ที่มาของคาถานั้นแล้ว จึงคิดจะนำหนังสือของเจ้าชายเลือดผสมไปซ่อนโดยจินนี่เป็นคนเอาไปซ่อนให้ในห้องต้องประสงค์ ทั้งคู่จูบกันในห้องนั้น แฮร์รี่และจินนี่จึงเริ่มคบกัน

แฮร์รี่รู้สึกดีขึ้นหลังจากการจูบ แต่เขาก็ยังเอาความทรงจำมาจากซลักฮอร์นไม่ได้ จนกระทั่งรอนแอบถองเขาจึงนึกออกว่าตนมีน้ำยานำโชคจึงได้ใช้มันและไปที่กระท่อมแฮกริด ระหว่างทางเจอซลักฮอร์น จึงได้เชิญไปกระท่อมแฮกริดด้วย เมื่อไปถึง แฮกริดกำลังจะฝังอาราก็อก แมงมุมของเขาและเพื่อนเก่าแก่ ซลักฮอร์นจึงกล่าวอวยพรและขอเก็บพิษแมงมุม เมื่อพลบค่ำแฮกริดและซลักฮอร์นดื่มสุราจนเมามาย แฮร์รี่จึงได้โอกาสขอร้องซลักฮอร์นให้มอบความทรงจำเพื่อแม่ของเขา ในที่สุดแฮร์รี่ก็ได้มันมาแล้วนำไปให้ดัมเบิลดอร์ทันที ในที่สุดก็ได้รู้ความจริงว่าโวลเดอมอร์สร้างฮอร์ครักซ์เพื่อเก็บเศษเสี้ยววิญญาณของเขาไว้ แฮร์รี่จึงสัญญากับดัมเบิลดอร์ว่าจะไปตามหาฮอร์ครักซ์ด้วยกัน

วาระสุดท้าย[แก้]

วันหนึ่งในฤดูใบไม้ผลิ ดัมเบิลดอร์นัดแฮร์รี่มาเจอบนหอดูดาว และพาแฮร์รี่ไปยังถ้ำลึกลับที่เชื่อว่าเก็บฮอร์ครักซ์ชิ้นหนึ่งไว้ ภายใต้เงื่อนไขข้อเดียวคือเขาต้องเชื่อฟังคำสั่งของดัมเบิลดอร์ทุกประการ ทั้งสองมาถึงใจกลางถ้ำที่มีทะเลสาบ ดัมเบิลดอร์เรียกเรือขึ้นมาจากน้ำ ทั้งสองมาถึงเกาะกลางทะเลสาบและพบว่าฮอร์ครักซ์ ซึ่งเป็นล็อกเกตของซัลลาซาร์ สลิธีริน นอนอยู่ก้นบึ้งของอ่างคริสตัล มีน้ำยาอยู่เต็มอ่างคอยป้องกันล็อกเกต ดัมเบิลดอร์ขอให้แฮร์รี่ตักน้ำยาให้เขาดื่มจนกว่าจะหมด ดัมเบิลดอร์ทุกข์ทรมานอย่างมาก เมื่อเสร็จสิ้นแฮร์รี่จึงพยายามตักน้ำให้ดัมเบิลดอร์ แต่อินเฟอไร ซากศพเดินได้นับร้อยผุดขึ้นจากน้ำและลากแฮร์รี่ลงสู่ก้นทะเลสาบ โชคดีที่ดัมเบิลดอร์ฟื้นสติทันและเสกวงแหวนไฟไล่อินเฟอไร ทั้งสองจึงออกมาจากถ้ำและหายตัวไปยังหอดูดาว

คืนนั้น มัลฟอยที่เพิ่งฟื้นจากบาดแผลแอบย่องออกมาจากห้องพยาบาลเงียบๆ แล้วมุ่งหน้าไปยังห้องต้องประสงค์ที่เขาขลุกอยู่ตลอดปี พาผู้เสพความตายจำนวนหนึ่งเข้ามาผ่านตู้อันตรธานที่เขาซ่อมเสร็จ เมื่อดัมเบิลดอร์กับแฮร์รี่มาถึงก็รู้สึกได้ถึงอันตราย ดัมเบิลดอร์ให้แฮร์รี่หลบอยู่ข้างล่างและถูกมัลฟอยปลดไม้กายสิทธิ์ทันทีที่แฮร์รี่ซ่อนตัวเสร็จ ซึ่งเป็นที่มาของเจ้าของไม้กายสิทธ์เอลเดอร์ ดัมเบิลดอร์พยายามโน้มน้าวมัลฟอยจนเกือบสำเร็จแล้วเมื่อผู้เสพความตายขึ้นมาถึงชั้นบนของหอ แฮร์รี่พยายามต่อสู้จากข้างล่างแต่ก็ถูกสเนปชี้ไม้ห้าม แฮร์รี่จึงได้แต่มองเหตุการณ์จากข้างล่าง ดัมเบิลดอร์อ้อนวอนสเนป สเนปจึงใช้คำสาปพิฆาต อะวาดา เคดาฟ-รา ปลิดชีวิตดัมเบิลดอร์ตกหอไป

สเนปพามัลฟอยและพวกหนีทางประตูหน้า เบลลาทริกซ์ได้เสกตรามารขึ้นฟ้า ทำลายห้องโถงใหญ่พังพินาศและเสกกระท่อมแฮกริดให้ลุกเป็นไฟ แฮร์รี่ตามมาทันและประจันหน้ากับสเนป แฮร์รี่สู้ด้วยคาถา เซ็กตัมเซ็มปร้า ของเจ้าชายเลือดผสมแต่ก็ถูกสเนปปัดได้ ก่อนจากกัน สเนปได้เปิดเผยตัวเองว่าเป็นเจ้าชายเลือดผสม แฮร์รี่กล้าดียังไงถึงใช้คาถาของเขามาฆ่าตัวเขาเอง แล้วก็หลบหนีไป แฮร์รี่มาถึงจุดที่ศพของดัมเบิลดอร์นอนอยู่ ห้อมล้อมด้วยนักเรียนและคณาจารย์ที่โศกเศร้า แฮร์รี่พบว่าฮอร์ครักซ์เป็นของปลอม ของจริงถูกช่วงชิงโดยชายชื่อ ร.อ.บ.

ในตอนจบแฮร์รี่ รอนและเฮอร์ไมโอนี่อยู่ที่หอคอย แฮร์รี่กล่าวว่าเขาจะไม่กลับมาที่นี่อีกและจะออกไปตามหาฮอร์ครักซ์ที่เหลือ รอนและเฮอร์ไมโอนี่จะไปด้วยแฮร์รี่จึงนำล็อกเก็ตของปลอมที่มีจดหมายจากบุคคลลึกลับ ร.อ.บ.ที่มีความว่าเขาได้นำล็อกเกตของจริงไปซ่อนและกำลังจะทำลายมัน สิ่งที่พวกแฮร์รี่ทำไปไม่เชิงสูญเปล่าพวกเขายังพอมีความหวัง ความหวังที่จะกำจัดโวลเดอมอร์

นักแสดง[แก้]

สถานที่ถ่ายทำ[แก้]

  1. ลีฟส์เดน สตูดิโอ, ลีฟส์เดน, เฮิร์ทฟอร์ดเชียร์, อังกฤษ, สหราชอาณาจักร
  2. คานแท็กซ์ฮิลล์, ลาค็อก, วิลท์เชียร์, อังกฤษ, สหราชอาณาจักร
  3. ถนนเชิร์ช, ลาค็อก, วิลท์เชียร์, อังกฤษ, สหราชอาณาจักร
  4. วิหารโกลฺเชสเตอร์, โกลฺเชสเตอร์, โกลฺเชสเตอร์เชียร์, อังกฤษ, สหราชอาณาจักร
  5. ลาค็อก แอบบี้, ลาค็อก, วิลท์เชียร์, อังกฤษ, สหราชอาณาจักร
  6. ถนนเวสต์, ลาค็อก, วิลท์เชียร์, อังกฤษ, สหราชอาณาจักร
  7. สะพานมิลเลนเนียม, ลอนดอน, อังกฤษ, สหราชอาณาจักร
  8. ดิ แองเจิ้ล, ลาค็อก, วิลท์เชียร์, อังกฤษ, สหราชอาณาจักร
  9. สถานีรถไฟเซอร์ไบตัน, เซอร์บิตัน, เซอร์เรย์, อังกฤษ, สหราชอาณาจักร
  10. ฟอร์ท วิลเลียม, เกลนชอร์, ฮายแลนด์, สกอตแลนด์, สหราชอาณาจักร
  11. เคป เวริธ, ซูเธอร์แลนด์, สกอตแลนด์, สหราชอาณาจักร
  12. ล็อก อาเคจ, ฮายแลนด์, สกอตแลนด์, อังกฤษ, สหราชอาณาจักร

การเพิ่มฉากใหม่ลงในเนื้อเรื่อง[แก้]

ทางเดวิด แยทส์ ออกมาให้การยืนยันแล้วว่า ในภาพยนตร์แฮรฺรี่ พอตเตอร์ภาคที่ 6 นี้จะมีการเพิ่มฉากใหม่ลงไปเพื่อความสนุกสนานตื่นเต้นยิ่งขึ้น นั่นก็คือฉากการต่อสู้ที่บ้านโพรงกระต่ายในช่วงวันหยุดคริสต์มาส ซึ่งฉากนี้ไม่ได้มีอยู่ในหนังสือ และได้รับการยืนยันและอนุมัติจาก เจ. เค. โรว์ลิ่งเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเธอก็ชมกลับมาว่าเป็นความคิดที่ดีเยี่ยม ซึ่งเป็นการบุกรุกเข้ามาในบ้านโพรงกระต่ายของพวกผู้เสพความตายและการต่อสู้ป้องกันบ้านของพวกแฮร์รี่ และบ้านถูกเผา ซึ่งทางบริษัทคาดไว้ว่าฉากนี้นั้นจะสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนๆได้อย่างมาก

ปัญหาของภาพยนตร์[แก้]

ภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเจ้าชายเลือดผสมได้ชื่อว่าเป็นภาพยนตร์ที่ประสบอุปสรรคและปัญหามากที่สุดเพราะเนื่องจากมีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นเสมอเริ่มตั้งแต่การเสียชีวิตจากการถูกแทงของโรเบิร์ต น็อกซ์นักแสดงผู้รับบทเป็น มาร์คัส เบลบี้ หน้าผับจนเสียชีวิต อีกทั้งยังการปลอมแปลงโปสเตอร์ที่อ้างว่าทางW.B.เป็นผู้ผลิตทำให้บริษัทต้องกำจัดข่าวทั้งหมด การประท้วงนักเขียนที่อเมริกา แดเนียลผู้รับบทเป็นแฮร์รี่เล่นละครเวทีเปลื้องผ้าทำให้เสียความเป็นแฮร์รี่ การเข้าฉายใกล้เคียงกันระหว่างแฮร์รี่ พอตเตอร์ (21 พฤศจิกายน) กับแวมไพร์ ทไวไลท์ (27 พฤศจิกายน) ซึ่งทำให้รายได้อาจถูกทไวไลท์แย่งไปได้เพราะแฮร์รี่เป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ดังนั้นควรเข้าฉายในช่วงที่ไม่มีภาพยนตร์ที่ใหญ่พอจะสู้ ปัญหาเศรษฐกิจ และที่สำคัญที่สุดคือการเลื่อนฉายภาพยนตร์ที่ทาง W.B.กล่าวว่าต้องการให้ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่างแฮร์รี่เข้าฉายในช่วงหน้าร้อนและไม่อยากเอามาแข่งกับ แบทแมน เดอะ ดาร์ค ไนท์ที่สร้างรายได้ถล่มทลาย

การดัดแปลงเนื้อหาอื่นๆ[แก้]

  • ทีมงานมีการเพิ่มฉากทำลายสะพานมิลเลนเนียมเข้าไป (เดิมแค่ถูกเล่าจากปากของนายกรัฐมนตรีของมักเกิ้ล)
  • ทีมงานตัดฉากความทรงจำ 3 เรื่องออกไป คือ ตระกูลก๊อนท์ ริดเดิ้ลขโมยแหวนก๊อนท์ และเฮปซิบาห์ สมิธ
  • แฮร์รี่เจอดัมเบิลดอร์ในสถานีรถไฟ (เดิมครวจะอยู่ที่บ้านเลขที่สิบสอง ซอยพรีเวต และดัมเบิลดอร์เคาะประตูบ้าน)
  • ไม่มีการกล่าวถึงพินัยกรรมของซิเรียส และไม่มีครีเชอร์
  • แฮร์รี่ไม่ได้คุยกับดัมเบิลดอร์ในโรงเก็บไม้กวาดของครอบครัววีสลีย์ แต่ส่งแฮร์รี่มาคนเดียว
  • นางวีสลีย์ไม่ได้อยู่ในห้องครัว ไม่มีท็องส์ที่ซึมเศร้า และไม่มีบิลกับเฟลอร์มาบอกว่าจะแต่งงาน
  • รอนกับเฮอร์ไมโอนี่ไม่ได้ไปนั่งตู้ของพรีเฟ็ค ไม่มีโรมิลด้า เวนมาชวนแฮร์รี่ไปนั่งด้วย
  • ไม่มีฉากการพบปะในห้องซี. ของซลักฮอร์น แต่เปลี่ยนไปกินขนมในห้องทำงานของซลักฮอร์นแทน
  • เดรโกไม่ได้นอนหนุนตักแพนซี และแฮร์รี่ใช้ผงความมืดทันใจทำให้พวกสลิธีรินมองไม่เห็น
  • ลูน่าเป็นผู้พาแฮร์รี่ออกจากรถไฟ ไม่ใช่ท็องส์
  • ชุดควิดดิชเปลี่ยนรูปแบบใหม่หมด
  • แฮร์รี่เจอโรมิลด้า เวน ในห้องสมุด
  • จะไม่มีฉากต่อสู้ในฮอกวอตส์ เนื่องจากภาคเจ็ดมีการต่อสู้อยู่แล้ว จึงเพิ่มฉากเผาบ้านโพรงกระต่ายเข้ามาด้วย
  • รอนเห็นช็อกโกแล็ตของโรมิลด้า เวนเลยอยากกิน ไม่ได้คิดว่าเป็นของขวัญวันเกิด
  • เกาะกลางถ้ำเป็นเกาะผลึกแก้ว และอ่างใส่ล็อกเก็ตเป็นแท่งคริสตัลที่ถูกเจาะออกเป็นช่องโค้ง
  • ของเหลวในอ่างเป็นสีดำ ไม่ใช่สีเขียวมรกต
  • แฮร์รี่ถูกอินเฟอไรลากลงน้ำลึกมาก แต่ในหนังสือบรรยายไว้ว่าไม่ได้ลงลึกขนาดนั้น
  • ฉากผู้เสพความตายบุกฮอกวอตส์ มีเบลลาทริกซ์มาด้วย
  • อินเฟอไรในถ้ำไม่สวมเสื้อผ้า
  • ศาสตราจารย์ซลักฮอร์นไม่ไว้หนวด
  • ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ไม่สวมแว่นตา (เช่นเดียวกับบางส่วนในถ้วยอัคนี และภาคีนกฟีนิกซ์)

การเลื่อนฉายภาพยนตร์[แก้]

โดยในครั้งแรกนั้นแฮร์รี่ พอตเตอร์ภาคที่6 มีกำหนดฉายในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2551 แต่ทาง W.B ออกมายืนยันว่าแฮร์รี่ พอตเตอร์ภาคที่ 6 นั้นจะเลื่อนฉายไปในวันที่ 16 กรกฎาคม ปี 2552[4] และทางประเทศไทยจะฉายในวันที่ 16 กรกฎาคม การเลื่อนฉายนี้ทำให้แฟนๆ ทั่วโลกไม่พอใจ และคาดเดาว่าเหตุใดถึงเลื่อนฉาย โดยมีการคาดเดาว่า แดเนียล แรดคลิฟฟ์พระเอกของภาพยนตร์เรื่องนี้เล่นละครเวทีเปลื้องผ้า แต่ทาง W.B. ยืนยันว่าต้องการฉายในช่วงหน้าร้อนเพราะภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนังฟอร์มยักษ์แห่งปีจึงไม่อยากนำมาแข่งกับ แบทแมน เดอะ ดาร์ค ไนท์ ที่สร้างรายได้ถล่มทลายไปไม่นาน แต่การประกาศครั้งนั้นก็ทำให้แฟนๆยิ่งไม่พอใจเข้าไปใหญ่และมีการส่งจดหมายไปด่า W.B.ว่าเห็นแก่เงิน

สื่ออื่นๆ[แก้]

เกม[แก้]

ในภาคนี้ยังคงเหมือนรูปแบบในภาค5ซึ่งได้มีการลงเสียงนักแสดงประกอบและฉากฮอกวอตส์ก็ยังคงไว้เช่นเดิม ที่มีเพิ่มเข้ามาคือการแข่งขันควิดดิชซึ่งผู้เล่นสามารถเล่นเกมควิดดิชได้และการปรุงยาและการผจญภัยฉากต่างๆเช่น ในถ้ำมรณะ เป็นต้น

ข้อมูลพิ่มเติม[แก้]

  • เฮเลน แม็กครอรี่ เคยได้รับการทาบทามให้มาแสดงบทเบลลาทริกซ์ แต่ตอนนั้นเธอตั้งครรภ์อยู่ จึงปฏิเสธบทไป
  • ฮีโร่ ไฟนส์-ทิฟฟิน ผู้รับบทเป็นโวลเดอมอร์วัย 11 ปี เป็นหลานชายแท้ๆ ของราล์ฟ ไฟน์เนส ผู้รับบทลอร์ดโวลเดอมอร์ เกิดกับมาร์ธาผู้เป็นน้องสาว
  • เจซซี่ เคฟ เอาชนะเด็กสาวกว่า 7,000 คน ได้รับบทลาเวนเดอร์ บราวน์ และรอบสุดท้าย เธอต้องทดสอบหน้ากล้องด้วยการจูบกับรูเพิร์ท กรินท์ตัวจริง!
  • เดวิด เยตส์ เคยคิดว่าจะเอา บิล ไนจี้ มารับบท รูฟัส สคริมเจอร์ แต่ยังไม่ได้ยืนยัน และตัดไปอยู่ในภาค 7 [5]
  • โรเบิร์ต น็อกซ์ หลังจากแสดงหน้ากล้องจบแล้ว เขาถูกแทงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 24 พ.ค. พ.ศ. 2551 จากเหตุทะเลาะวิวาทนอกบาร์แห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]