แฮร์รี่ พอตเตอร์กับภาคีนกฟีนิกซ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แฮร์รี่ พอตเตอร์
กับภาคีนกฟีนิกซ์  
ภาคี.jpg
ภาพปกหนังสือฉบับภาษาไทย
ผู้ประพันธ์ เจ. เค. โรว์ลิ่ง
ชื่อต้นฉบับ Harry Potter and the order of the phoenix
ผู้แปล สุมาลี บำรุงสุข
ผู้สร้างสรรค์ภาพประกอบ สหรัฐ แมรี กรองด์เปร
ผู้สร้างสรรค์ปก สหราชอาณาจักร เจสัน คุกครอฟ
สหรัฐ แมรี กรองด์เปร
ชุด แฮร์รี่ พอตเตอร์
ผู้เผยแพร่ สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์
วันเผยแพร่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2545
จำนวนหน้า สหราชอาณาจักร 766 หน้า
สหรัฐ 870 หน้า
ไทย 1,047 หน้า
ฉบับก่อนหน้า แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับถ้วยอัคนี
ฉบับถัดมา แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเจ้าชายเลือดผสม
แฮร์รี่ พอตเตอร์กับภาคีนกฟีนิกซ์ ฉบับภาษาอังกฤษ

แฮร์รี่ พอตเตอร์กับภาคีนกฟีนิกซ์ (Harry Potter and the Order of the Phoenix) คือหนังสือเล่มที่ห้าในหนังสือชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ โดย เจ.เค. โรว์ลิ่ง และแปลเป็นภาษาไทยโดยสุมาลี จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ เป็นภาคที่ยาวที่สุด ออกวางจำหน่ายเมื่อ 21 มิถุนายน ค.ศ. 2003

15 มิถุนายน ค.ศ. 2003 ก่อนที่หนังสือเล่มใหม่ 7,680 เล่ม มูลค่าราว 130,000 ปอนด์ (8,840,000 บาท)จะวางจำหน่าย หนังสืออยู่ในรถบรรทุกจอดอยู่ที่โกดังในเมืองนิวตัน-เลอ-วิลโลว์ ใกล้กับเมืองลิเวอร์พูลได้ถูกโจรกรรม โดยในวันถัดมาตำรวจพบรถคันดังกล่าวจอดทิ้งที่เมืองแซลฟอร์ด ห่างออกไป 29 กม. แต่หนังสือทั้งหมดหายไปอย่างไร้ร่องรอย

เนื้อเรื่อง[แก้]

แฮร์รี่ พอตเตอร์ อายุสิบห้าปี ไม่ได้ข่าวคราวจากโลกเวทมนตร์ตลอดช่วงปิดเทอมแม้จะคอยแอบฟังข่าวนอกหน้าต่างห้องนั่งเล่นของพวกเดอร์สลีย์ก็ตาม เขาหลบไปอยู่ที่ถนนแม็กโนเลียหลังจากถูกพวกเดอร์สลีย์ว่ากล่าว ระหว่างนั่งเล่นอยู่ที่ชิงช้า แฮร์รี่เจอดัดลีย์กับเพื่อน จึงระบายอารมณ์โดยหาเรื่องกับดัดลีย์ ขณะที่ทั้งสองกำลังทะเลาะกัน ผู้คุมวิญญาณสองตนก็เข้ามาจู่โจมจนดัดลีย์เกือบได้รับจุมพิตถ้าแฮร์รี่ไม่เสกคาถาผู้พิทักษ์ช่วยไว้เสียก่อน หลังจากนั้นมิสซิส ฟิกก์ หญิงแก่ที่แฮร์รี่เคยไปอยู่ด้วยเมื่อเดอร์สลีย์ให้ไปอยู่นอกบ้านก็มาพาพวกเขากลับบ้าน ปรากฏว่ามิสซิส ฟิกก์เป็นสควิบที่คอยติดตามดูแฮร์รี่ตามคำสั่งของดัมเบิลดอร์ และมีผู้ช่วยคือ มันดังกัส เฟลชเชอร์ เหตุการณ์นี้ทำให้แฮร์รี่ได้รับจดหมายจากกระทรวงเวทมนตร์แจ้งว่าเขาจะต้องถูกสอบสวนข้อหาใช้เวทมนตร์โดยไม่ได้รับอนุญาต และอาจถูกไล่ออกจากโรงเรียนและหักไม้กายสิทธิ์

พวกเดอร์สลีย์เมื่อเห็นสภาพของดัดลีย์ตอนที่แฮร์รี่พยุงเข้ามาในบ้าน ก็ต่อว่าแฮร์รี่และพยายามจะไล่แฮร์รี่ออกไป แต่ทันใดนั้นเอง นกฮูกตัวหนึ่งก็นำจดหมายกัมปนาทมาให้เพ็ตทูเนีย จดหมายพูดเสียงดังก้องว่า "จำคำฉันไว้" ดัดลีย์พยายามจะให้แฮร์รี่ออกจากบ้านแต่ เพ็ตทูเนียบอกว่าไม่ได้ คืนวันหนึ่งพวกเดอร์สลีย์ไม่อยู่บ้าน คนกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นกลุ่มภาคีนกฟีนิกซ์(กลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเพื่อต่อต้านโวลเดอมอร์, โดยมี อัลบัส ดัมเบิลดอร์ เป็นหัวหน้า รวมไปถึง ท็องส์, แม้ด-อาย มู้ดดี้, รีมัส ลูปิน, คิงสลีย์ ชักเคิ้ลโบลต์, เอลเฟียส ดอจ์, ดีดาลัส ดิกเกิ้ล, เอมมาลีน แวนซ์ ,สเตอกีส พอดมอร์ ได้รับรับคำสั่งให้พาแฮร์รี่ไปที่ บ้านเลขที่ 12 กริมโมลด์ เพลซ ซึ่งเป็นบ้านของซีเรียส และเป็นที่ที่ภาคีประชุมกัน บ้านนี้ยังมีครอบครัววีสลีย์ ซึ่งมาช่วยทำความสะอาดบ้าน เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ และคนอื่นๆ เช่น เซเวอรัส สเนป(ซึ่งไม่ค่อยมาเท่าไร), ครีเชอร์ (เอลฟ์ ประจำบ้านที่ดูถูก และไม่ชอบใครๆเลย โดยเฉพาะพวกเลือดสีโคลน)หลังจากนั้น รอน วีสลีย์ และเฮอร์ไมโอนี่ก็เล่าทุกอย่างให้แฮร์รี่ฟังว่าทำไมพวกเขาถึงส่งจดหมายถึงแฮร์รี่ไม่ได้ และการประชุมลึกลับที่ เฟรด กับ จอร์จ วีสลีย์ ใช้หูยืดยาวแอบฟังแต่ตอนหลังโดนจับได้

ระหว่างที่อยู่บ้าน เดอร์สลีย์ กับซิเรียส แฮร์รี่ฝันถึงประตูแปลกประหลาดบานหนึ่งที่อยู่ไกลออกไป แต่เขาก็ไม่ได้เอามาใส่ใจ จนเมื่อถึงวันที่ แฮร์รี่ต้องไปฟังคำพิพากษา มิสเตอร์วีสลีย์ เป็นคนไปส่งโดยใช้วิธีที่เขาไม่เคยใช้มาก่อนในการเข้าไปในที่ทำงาน เมื่อไปถึงแฮร์รี่สังเกตเห็นประตูบานหนึ่งที่คล้ายกับที่เขาฝัน เป็นครั้งแรกที่เขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับหน้าที่แปลกประหลาดใหม่ในกระทรวงนั่นก็คือ ผู้ปิดปากเงียบ ในระหว่างการฟังคำพิพากษาทำนาย ดัมเบิลดอร์เป็นผู้ช่วยให้แฮร์รี่ รอดจากทุกอย่าง แต่มีบางสิ่งแปลกไปเมื่อเขาพยายามจะเรียกดัมเบิลดอร์เพื่อขอบคุณ

แฮร์รี่กลับไปที่โรงเรียนฮอกวอตส์ และพบว่ากระทรวงพยายามจะยึดครองฮอกวอตส์และปิดข่าวเกี่ยวกับการกลับมาของโวลเดอมอร์ แฮร์รี่ถูกมองเป็นตัวประหลาด ดัมเบิลดอร์ถูกยึดเหรียญตรา และถูกถอดถอนจากตำแหน่งต่าง ๆ แต่ยังมิได้ละทิ้งตำแหน่งอาจารย์ใหญ่แห่งฮอกวอตส์

ปีการศึกษาที่ห้าเริ่มต้นด้วยการประกาศข่าวโดยดัมเบิลดอร์ว่าอาจารย์ป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคนใหม่คือ โดโรเลส อัมบริดจ์ แฮกริดไม่อยู่ที่โรงเรียน เมื่อพวกแฮร์รี่ มีช่วงเรียน กับอัมบริดจ์ เธอไม่ยอมให้ใครเรียนเกี่ยวกับการป้องกันตัวแบบปฏิบัติ แต่ให้อ่านหนังสือเกี่ยวกับการป้องกันตัวแทน นักเรียนหลายคนประท้วงเรื่องนี้ จนแฮร์รี่พูดออกมาว่าโวลเดอมอร์กลับมา อัมบริดจ์ลงโทษกักบริเวณแฮร์รี่และให้คัดลายมือกับเธอในออฟฟิศ หลังจากที่แฮร์รี่กลับเข้ามาในห้องรวมกริฟฟินดอร์ เฮอร์ไมโอนี่ห็นรอยแดงบนมือของแฮร์รี่ ซึ่งเกิดจากปากกาขนนกที่เขียนด้วยเลือดแทนหมึก พวกแฮร์รี่ทนไม่ไหวที่แต่ละวันไม่ได้เรียนเกี่ยวกับการป้องกันตัวแบบจริงๆ เฮอร์ไมโอนี่วางแผนทั้งหมดให้แฮร์รี่เป็นหัวหน้าของทีม และมีคนหลายคนที่มาเข้าร่วมโดยทำการลับๆใน ห้องต้องประสงค์ภายใต้ชื่อทีมว่า กองทัพ ดัมเบิลดอร์ พวกเขาเรียนการป้องกันตัวจริงๆในห้องนั้น เรียนคาถาเดียวกับที่แฮร์รี่ทำได้ เช่น คาถาเสกผู้พิทักษ์ และเรียนจากหนังสือที่เฮอร์ไมโอนี่ได้มาจากห้องสมุด ไม่นานหลังจากที่ อัมบริดจ์ตั้งกฎมากมายเพื่อต่อต้านโรงเรียน เธอเองได้รับแต่งตั้งให้เป็นคนตรวจการเรียนการสอนของอาจารย์แต่ละคน หลังจากที่ประมวลผลออกมาแล้ว ซีบิล ทรีลอว์นีย์ ถูกไล่ออก แต่ดัมเบิลดอร์ออกมาช่วยเหลือ อัมบริดจ์รู้แผนการของแฮร์รี่จึงออกกฎห้ามการรวมกลุ่มโดยไม่ได้รับอนุญาตไม่ว่าเพื่อวัตถุประสงค์ใดก็ตาม และเธอก็จัดกลุ่มของเธอเพื่อคอยตรวจสอบความประพฤติของนักเรียนแทนเธอ รวมทั้งคอยจับตาดูแฮร์รี่ พอตเตอร์ กลุ่มนักเรียนของเธอรวมไปถึง แครบ กอยล์ และ เดรโก มัลฟอย ซึ่งคอยจับตาดูและพยายามจะเข้าไปในห้องต้องประสงค์

และวันนั้นก็มาถึง พวกอัมบริดจ์และมัลฟอยบุกเข้าไปในห้องต้องประสงค์ได้โดยมีหนอนบ่อนไส้ กองทัพดัมเบิลดอร์หนีกันออกไปเหลือแต่แฮร์รี่ รอน และ เฮอร์ไมโอนี่ หลังจากนั้นแฮร์รี่ถูกคัดออกจากทีมควิชดิชไม่ให้เล่นเป็นซีกเกอร์ ทุกครั้งที่แฮร์รี่พูดถึงโวลเดอมอร์ อัมบริดจ์จะให้บทลงโทษกับแฮร์รี่อย่างเคย จนแผลเป็นบนหลังมือของเขาปรากฏชัดขึ้น คืนหนึ่งแฮร์รี่ฝันเห็นว่าโวลเดอมอร์กำลังทำร้ายมิสเตอร์วีสลีย์ เขาเรียกรอนซึ่งคิดว่าเป็นแค่ฝัน แต่มักกัลนากัล เกรงว่าจะเป็นเรื่องจริง จึงส่งพวกเขากลับไปที่ กริมโมลด์ เพลซ ต่อมาพวกเขาได้ไปเยี่ยม มิสเตอร์ วีสลีย์ที่โรงพยาบาลเซ็นต์ มังโก ในโรงพยาบาลยังพบพ่อแม่ของเนวิลล์ และ กิลเดอรอย ล็อกฮาร์ต หลังจากที่เยี่ยมเสร็จแล้ว พวกเขาก็กลับมาที่ฮอกวอตส์อีกครั้ง

ฟีเรนเซ่ (เซ็นทอร์)มาเป็นอาจารย์สอนการทำนายคนใหม่แทนทรีลอว์นีย์ การเรียนก็หนักขึ้นสำหรับแฮร์รี่เมื่อเขาต้องเรียนวิชาพิเศษ และฝึกคาถาสกัดใจกับสเนป เพื่อไม่ให้โวลเดอมอร์อ่านใจเขาได้ แต่ก็ดูจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เมื่อแฮร์รี่ทนไม่ไหวเขาจึงสะท้อนคาถากลับเข้าสเนป ทำใหได้เข้าไปในความทรงจำฝังใจของสเนป หลังจากการฝึกอันสาหัส การสอบ ว.พ.ร.ส กำลังมาถึง พวกปีห้าทั้งหมดถูกตั้งคำถามว่าอยากเป็นอะไรในอนาคต เพื่อเป็นแนวทางว่าเขาต้องเรียนอย่างไรต่อไป แฮร์รี่อยากเป็น มือปราบมาร

ดัมเบิลดอร์ถูกขับไล่จากโรงเรียนแต่เขาหนีได้อย่างสง่างาม การสอบมาถึง เป็นเวลาเดียวกับที่ เฟร็ดและจอร์จ เริ่มวางแผนเกี่ยวกับการออกจากโรงเรียนก่อนจบปีเจ็ด ระหว่างสอบมีการต่อสู้เกิดขึ้น เฟร็ดกับจอร์จ จัดการให้อัมบริดจ์ปั่นป่วนและหัวหมุนอย่างหนัก และขี่ไม้กวาดออกจากโรงเรียนไปซึ่งทุกคนในโรงเรียนได้เห็น แฮกริดถูกไล่ออกเมื่อเขากลับมาหลังจากแฮร์รี่เข้าเรียนมาประมาณสองสามเดือน แต่ได้บอกเกี่ยวกับกรอพว์น้องยักษ์ของเขาไว้ รวมทั้งเล่าเรื่องราวที่เขาหายตัวไปหลายเดือนว่าได้รับคำสั่งจากดัมเบิลดอร์ให้ไปชักชวนยักษ์มาเป็นพวก คืนหนึ่งแฮร์รี่ฝันว่าซิเรียสถูกทำร้ายอย่างรุนแรงเขาบอกพวกรอน และ เฮอร์ไมโอนี่ และบอก กลุ่ม ก.ด. บางคน จินนี่ วีสลีย์, ลูน่า เลิฟกู๊ด, กับ เนวิลล์ ลองบัทท่อม เพื่อช่วยให้เขาเข้าไปใช้เตาผิงที่ไม่ถูกดัก เพื่อติดต่อว่าฝันของเขาเป็นความจริงหรือไม่ ระหว่างนั้นเจอครีเชอร์ซึ่งบอกว่าซิเรียสไม่อยู่ ไม่นานเขาถูกจับโดยอัมบริดจ์กับพวกมัลฟอย จัดการพวกของเขาที่คอยดูข้างนอก เฮอร์ไมโอนี่ หลอกอัมบริดจ์ว่าดัมเบิลดอร์ซ่อนอาวุธไว้ในป่าและพาเธอเข้าไปเจอกรอพว์ พวกเซนทอร์โจมตีอัมบริดจ์ เธอด่าพวกนั้นกลับไป จึงถูกจับไปลงโทษ

กลับไปในปราสาททุกคนหนีออกมาจากเงื้อมมือของพวกมัลฟอยได้ และตัดสินใจจะบินไปที่ กระทรวงโดยเธรสตอล เมื่อไปถึงเขาหาห้องที่อยู่ในฝันและพบว่าสิ่งที่โวลเดอมอร์ต้องการคือลูกแก้วแห่งคำทำนาย พวกผู้เสพความตายเข้ามาโจมตี และบอกว่าเป็นกับดัก ซิเรียสเข้ามาช่วยแฮร์รี่ได้ทันก่อนแฮร์รี่จะให้ลูกแก้วแก่ ลูเซียส มัลฟอยไป พวกภาคีเข้ามาช่วยอีกกลุ่ม เบลลาทริกซ์ เลสเตรนจ์ ต่อสู้กับ ซิเรียส และทำให้ซีเรียสตกเข้าไปในม่านแปลกม่านหนึ่ง แฮร์รี่มารู้ตอนหลังว่าซิเรียสได้ตายจากเขาไปแล้ว โวลเดอมอร์เผชิญหน้ากับดัมเบิลดอร์ตอนหลัง และโวลเดอมอร์ก็หายไป ในขณะเดียวกับที่ ฟัดจ์ กับคนในกระทรวงกลุ่มหนึ่งมาเห็นพอดี ดัมเบิลดอร์บอกว่ามีการเชื่อมโยงเกี่ยวกับโวลเดอมอร์กับแฮร์รี่ เขาจึงไม่ต้องการมองหรือคุยกับแฮร์รี่เพราะโวลเดอมอร์อาจรู้ได้ และบอกด้วยว่า สงครามเริ่มขึ้นแล้ว

อ้างอิง[แก้]